บทที่ 41 รูปหมู่เหมือนกับชาติที่แล้ว
จางหมิงเยี่ยนยืนแถวหน้า ด้านหลังเป็นยุวชนประมาณ 20 - 30 คน เมื่อมองไปที่จางหมิงเยี่ยนที่เต็มไปด้วยประกายความสดใสและสง่างามบนเวที หูชื่อเหวินก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
เสียงกระซิบกระซาบจากยุวชนรอบข้าง พวกเขาต่างก็ชื่นชมความสวยของนักร้องนำกันทั้งนั้น บางคนถึงกับถามว่านักร้องนำในวันนี้เป็นใคร
ไม่มีใครรู้เลยว่านี่คือจางหมิงเยี่ยน ถึงทุกคนจะรู้ว่ามีดอกไม้งามสองดอกในไร่เซิ่งหยาง แต่มีคนไม่มากนักที่เคยเห็นจางหมิงเยี่ยนเพราะแต่เดิมเธอแต่งตัวธรรมดาเหมือนยุวชนหญิงทั่วไป
ด้วยรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปในวันนี้ บางคนที่คุ้นเคยกับเธอจึงไม่กล้าที่จะบอกว่าใช่เธอหรือเปล่า
เมื่อดนตรีเริ่มขึ้นจางหมิงเยี่ยนก็ร้องเพลง:
"ไปที่ชนบท ไปสู่ชายแดน ไปที่ที่ซึ่งมาตุภูมิต้องการเรามากที่สุด"
คณะนักร้องยุวชนด้านหลังก็เริ่มร้องประสานเสียงว่า
"มาตุภูมิ โอ้ มาตุภูมิ ให้ความรู้แก่มาตุภูมิของเรา..."
เมื่อมองจางหมิงเยี่ยนที่ร้องเพลงบนเวทีด้วยความมั่นใจ หูชื่อเหวินก็เริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เธอรู้สึกว่าตั้งแต่เธอได้มาอยู่ในร่างนี้ บ่อน้ำตาของเธอช่างตื้นเขินเสียเหลือเกิน สุดท้ายน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
การร้องเพลงประสานเสียงบนเวทีดำเนินต่อไปเรื่อยๆ หวังเล่ยในหมู่ผู้ชมก็จำสิ่งที่หูชื่อเหวินสาวสวยขอร้องเอาไว้ก่อนหน้านี้ได้ เขาจึงเริ่มถ่ายรูปจางหมิงเยี่ยนจากมุมต่างๆ
หูชื่อเหวินถ่ายภาพเธอด้วยกล้องของตัวเองเช่นกัน แต่มันออกมาไม่ดีเท่าไหร่ เธอจึงยอมแพ้แล้วรอหวังเล่ยจะดีกว่า
เมื่อการร้องเพลงประสานเสียงจบลง จางหมิงเยี่ยนโค้งคำนับผู้ชมด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายจากนั้นจึงได้หันหลังลงจากเวที วันนี้เธอตื่นเต้นเป็นพิเศษ นี่คือครั้งแรกที่ได้แสดงบนเวทีอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังเป็นตำแหน่งนักร้องนำอีกด้วย
แม้ว่าเธอจะเคยอยู่บนเวทีมาก่อน แต่ก็ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนและเป็นช่วยร้องประสานเสียงเสียมากกว่า
หูชื่อเหวินเห็นหญิงสาวเดินลงจากเวที เธอจึงลุกขึ้นจากที่นั่งเงียบๆ เพื่อจะเดินไปหาจางหมิงเยี่ยน แต่พิธีกรกลับพูดอะไรบางอย่างขึ้นมาเสียก่อน
เขาประกาศออกมาว่า
“เราได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการของเราว่าอยากจะยกย่องสหายหูชื่อเหวินซึ่งได้แสดงความกล้าหาญอันยิ่งใหญ่ เพื่อช่วยชีวิตเด็กสาวตัวเล็กๆ จากกองฟืนเมื่อไม่กี่วันก่อน จนกระทั่งได้รับได้รับบาดเจ็บไปอย่างกล้าหาญ ยุวชนทั้งหลายควรเรียนรู้จากสหายหูชื่อเหวิน!”
เมื่อได้ยินสิ่งที่พิธีกรกล่าว ผู้ชมทั้งหลายต่างปรบมือกึกก้อง
ในตอนนั้นเองหูชื่อเหวินที่กำลังยืนอยู่รีบนั่งลงแล้วก้มหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน
สถานการณ์นี้คืออะไร? ทำไมถึงพูดเรื่องเธอขึ้นมาล่ะ?
หญิงสาวนั่งตัวตรงมองไปที่พิธีกรด้วยความสับสน ทันใดนั้นเองความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัว เธอหันขวับไปมองหยินเหวินกั๋วในแถวหลังราวกับจะถามว่า
อะไรเข้าตานายหรือทำไมถึงได้ทำเรื่องแบบนี้?!
หยินเหวินกั๋วเมื่อรู้ตัวว่าถูกมองจึงผงกหัวให้
หูชื่อเหวินโกรธมากจนอยากกระโดดกัดหูใครสักคน
“สหายหูชื่อเหวินได้โปรดออกมาพูดถึงเหตุการณ์ในวันนั้นให้พวกเราฟังบ้างจะได้ไหม?
ยังจะมาขอให้ขึ้นไปบนเวทีอีกหรือ?
ฉันไม่สามารถปฏิเสธพิธีกรต่อหน้าคนทั้งไร่ที่นั่งชมอยู่ได้!
เมื่อเดินขึ้นเวทีหญิงสาวจึงหยิบไมโครโฟนขึ้นมา
“ที่จริงแล้วไม่ใช่ฉันที่ช่วยเหลือเด็กน้อยเอาไว้ได้ แต่เป็นหัวหน้าหยินเหวินกั๋วต่างหาก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาทั้งฉันและเด็กก็คงตกอยู่ในอันตรายไปแล้ว ดังนั้นควรเป็นเขาที่สมควรได้รับคำชื่นชม!”
หูชื่อเหวินมองไปที่หยินเหวินกั๋วด้วยสายตาโมโห จากนั้นก็พูดต่อทันที
“ให้หัวหน้าหยินขึ้นมาพูดอะไรสักคำเถอะค่ะ!”
เรื่องของฉันมันตลกมากสินะ? งั้นนายมานี่เลยมายืนอยู่ข้างๆ ฉันตรงนี้!
ต่อหน้าผู้ชมมากมายหยินเหวินกั๋วไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกัน ชายหนุ่มจึงระงับอารมณ์แล้วเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยขายาวๆ ของเขา
เขามองหูชื่อเหวินด้วยสายตาลึกซึ้ง แล้วคว้าไมโครโฟนจากมือของเธอ
“ฉันก็แค่บังเอิญช่วยเธอเอาไว้ ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร ได้เวลาแยกย้ายกันไปพักผ่อนแล้ว งานวันนี้ก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้”
บัดซบ! พี่ใหญ่คนนี้หยิบฉวยคำพูดของพิธีกรแล้วไล่ทุกคนกลับไปนอน!
หูชื่อเหวินคล้ายจะเห็นตัวอัลปาก้านับหมื่นตัวบินผ่านไป
พิธีกรรับไมค์คืนจากหยินเหวินกั๋วด้วยความสับสน หัวหน้าหยินพึ่งพูดอะไรไปนะ?
“ก็อย่างที่หัวหน้าหยินพูด งานวันนี้จบแล้วทุกคนเชิญกลับบ้านได้”
ยุวชนทั้งหลายจึงเริ่มทยอยเดินออกไปจากหอประชุมทีละคน
“สหายหูชื่อเหวินฉันยังมีฟิล์มเหลืออยู่นิดหน่อย ขอถ่ายรูปเธอได้ไหม?” หวังเล่ยเรียกหูชื่อเหวินที่กำลังลงจากเวทีไว้
“ถ่ายฉันหรือ?” หูชื่อเหวินแปลกใจที่หวังเล่ยบอกว่าขอถ่ายรูปเธอ ไม่ใช่ว่าเธอขอให้เขาถ่ายรูปแม่ให้หรอกหรือ?
“คือว่า…”
“ถ้ายังมีฟิล์มเหลืออยู่ก็มาถ่ายรูปหมู่กันเถอะ” หยินเหวินกั๋วเอ่ยขัดขึ้นมาก่อนที่หูชื่อเหวินจะพูดตอบ หนำซ้ำเขายังกวักมือเรียกยุวชนอีกสองสามคนให้เข้ารวมด้วย
หลี่เสวี่ยฉิน , จางหมิงเยี่ยน , ซุนเจียงกั๋ว , จ้าวหย่วนขุย และยุวชนอีกสองคน
เมื่อหวังเล่ยได้ยินสิ่งที่หยินเหวินกั๋วพูด เขาก็รู้สึกเก้อเขินเกินกว่าที่จะปฏิเสธ เขาจึงทำได้เพียงเตรียมถ่ายภาพ ตอนนี้มียุวชนชายสี่คนและยุวชนหญิงสี่คน ผู้ชายถูกจัดให้นั่งอยู่บนเก้าอี้ส่วนผู้หญิงยืนอยู่ด้านหลัง
การจัดตำแหน่งแบบนี้ทำให้หูชื่อเหวินนึกขึ้นมาได้ รูปเก่าที่แม่มักจะหยิบขึ้นมาดู เหมือนว่าจะเป็นรูปในตอนนี้
ในชาติที่แล้วแม่กับหูลี่อิงไม่ถูกกัน ดังนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้มีภาพหมู่ของเธอกับแม่ในเฟรมเดียวกันได้
จากด้านซ้ายในแถวหน้า : ซุนเจียงกั๋ว, หยินเหวินกั๋ว, จ้าวหย่วนขุย และยุวชนชายที่หูชื่อเหวินจำชื่อไม่ได้
ในส่วนของแถวหลัง : หลี่เสวี่ยฉิน, หูชื่อเหวิน, จางหมิงเยี่ยน และยุวชนหญิงอีกคน
หลังจากถ่ายภาพเสร็จหยินเหวินกั๋วยังขอให้หวังเล่ยถ่ายภาพยุวชนคนอื่นที่ต้องการเพิ่มเติมอีก
ชายหนุ่มถูกหลอกล่อด้วยคำแนะนำที่ว่า หากถ่ายภาพมากขึ้น ฝีมือการถ่ายภาพของเขาจะได้พัฒนาต่อไปอีกเมื่อกลับไปที่เมืองแล้ว
จู่ๆ หยินเหวินกั๋วก็นึกได้ว่ามีภาพแบบนี้ในชีวิตก่อนเช่นกัน ทุกอย่างไม่เปลี่ยน
ทำไมตอนนั้นถึงได้มีการถ่ายรูปหมู่นะ?
ดูเหมือนว่าหูลี่อิงลากเขามาพร้อมยืนกรานว่าจะถ่ายรูปหมู่กับเขา เขาจึงเรียกคนอีกสองสามคนมาถ่ายด้วย แม้จะเรียกไปแบบมั่วๆ แต่คนในตอนนั้นกับตอนนี้กลับเหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่คิดว่าชีวิตนี้ต่อให้มีอะไรต่างออกไปแต่บางอย่างก็ยังมีผลลัพธ์เหมือนเดิมอยู่ดี
หยินเหวินกั๋วพบว่ามันช่างน่าขัน
เมื่อหันหลังกลับไปดู เขาเห็นว่าหูชื่อเหวินยังคงถ่ายรูปอยู่ตรงนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ความนิยมในตัวเธอเพิ่มขึ้นมาก ยุวชนหญิงหลายคนจึงลากเธอไปถ่ายรูปหมู่ด้วย
หลังจากหูชื่อเหวินถ่ายภาพเสร็จ เธอก็มองหาจางหมิงเยี่ยน แต่พบว่าเธอไม่อยู่ตรงนี้แล้ว
เมื่อถามหลี่เสวี่ยฉินก็บอกว่าไม่เห็นเช่นกันว่าจางหมิงเยี่ยนไปไหน
หูชื่อเหวินและหลี่เสวี่ยฉินลงจากเวทีและช่วยกันหาจางหมิงเยี่ยน แต่เมื่อมองผ่านผู้คนไปกลับเห็นหยินเหวินกั๋วแทน
แปลกจัง ทำไมเขายังนั่งอยู่ตรงนี้ละ? ไม่ใช่ว่าเขาควรจะกลับไปนานแล้วหรือ?
“พวกเธอกำลังตามหาจางหมิงเยี่ยนอยู่ใช่ไหม?”หยินเหวินกั๋วถามเธอ
“ใช่ คุณเห็นเธอบ้างหรือเปล่า?”
หูชื่อเหวินกระวนกระวายใจ เธอหาจางหมิงเยี่ยนไม่เจอ การแสดงครั้งนี้มันดีมากถ้าหากว่ามียุวชนชายที่เข้าหาเธอละ?
“หลี่เสวี่ยฉินกลับไปดูที่หอพักว่าเธอกลับไปหรือยัง ส่วนฉันกับหูชื่อเหวินจะไปตามหาที่อื่นเอง” หยินเหวินกั๋วหันไปพูดกับหลี่เสวี่ยฉิน
“ได้ค่ะหัวหน้า ฝากดูแลชื่อเหวินด้วยนะคะ ส่วนฉันจะกลับไปที่หอก่อน”
ดูแล? พี่สาวฝากใครดูแลใครกัน? ฉันเป็นหญิงสาวผู้กล้าหาญ มีชีวิตผ้่านมาชาติหนึ่งแล้วฉันจะต้องการให้ใครมาดูแลอีก? วันนี้มีแต่เรื่องแปลกๆ ฉันไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้มาทำท่าหงุดหงิดใส่ฉันอีกแล้ว