ชีคฮาคิมยังงุนงงกับปฏิกิริยาของสาวน้อยในอ้อมแขนอยู่แต่พอได้สติจะตามไปก็มองไม่เห็นเธอเสียแล้วชายหนุ่มถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเสียดาย กลิ่นหอมละมุนอ่อนๆของคนตัวนุ่มอุ่นยังติดอยู่ที่ปลายจมูกให้รู้สึก
กลิ่นนี้ช่างสร้างความปั่นป่วนในกายเขาได้ดีเหลือเกินเขาไม่แน่ใจว่ามันเป็กลิ่นน้ำหอมหรือว่ากลิ่นกายของเธอกันแน่แต่คิดว่าคงจะเป็อย่างหลังมากกว่า เพราะเขาไม่เคยได้กลิ่นนี้จากผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย
กลิ่นหอมอ่อนๆที่สามารถปลุกเร้าอารมณ์ใคร่ ในตัวของเขาให้ลุกโชนขึ้นมาได้อย่างง่ายดายโดยที่ผู้เป็เ้าของกลิ่นไม่จำเป็ต้องยั่วยวนอะไรสักนิดเดียว
ไม่นึกเลยว่ามาเข้าห้องน้ำแล้วจะได้เจอผู้หญิงถูกใจเข้าบอกตรงๆ ว่าตอนที่เขาและเธอเดินชนกันนั้น สร้างความหงุดหงิดให้แก่เขาเป็อย่างมาก
ก็รู้หรอกนะว่าเขาเองก็มีส่วนผิดทว่าตอนนั้นเขากำลังรีบพอมาถูกขัดจังหวะก็เลยอดอารมณ์เสียไม่ได้แต่หลังจากชนชายหนุ่มก็ช่วยประคองหญิงสาวไว้ไม่ให้ล้มและตั้งใจว่าจะปล่อย
ทว่าพอได้เห็นหน้าหวานๆเข้าหัวใจก็กระตุกวูบ ยิ่งพอได้กลิ่นหอมจากกายสาวแล้วก็ลืมเลือนทุกอย่างไปหมดสิ้นรู้แต่เพียงว่าอยากกอดอยากจูบเธอเหลือเกิน ซึ่งเขาก็ทำตามใจตนเองทันทีโดยหลงลืมไปว่าไม่ได้อยู่ในที่รโหฐานมิหนำซ้ำไม่ได้รู้จักและสนิทสนมกันเลยสักนิดเดียว
ชีคฮาคิมหัวเราะอยู่ในลำคอเมื่อนึกถึงใบหน้าสวยหวานที่โกรธเกรี้ยว และคำพูดที่หลุดออกมาจากปากจิ้มลิ้มน่าจูบเธอพูดอะไรเขาฟังไม่รู้เื่แต่ดูจากท่าทางแล้วคงไม่ใช่คำดีนักหรอกมันอาจเป็คำด่าทอที่หยาบคายก็ได้แต่เขาก็ไม่รู้สึกโกรธเลยที่เธอจะคิดและแสดงกิริยาแบบนั้นใส่ เพราะเขาก็ทำผิดจริงๆที่ไปกอดเธอแแ่อย่างนั้น
เฮ้อ..ก็ใครจะอดใจไหวกันเล่าตัวเธอนุ่มนิ่มน่ากอดขนาดนั้น แถมกลิ่นกายยังหอมเย้ายวนให้สติแตกอีกต่างหากเขาก็เลยเผลอตัวทำตามความ้าของตนเองออกไป และเขากล้ารับรองได้เลยหากเป็ผู้ชายคนอื่นก็ต้องอดใจไว้ไม่ไหวเหมือนกัน
เธอเป็ใครกันนะ 'แม่คนตัวหอม' มาปรากฏกายตรงหน้าให้ลุ่มหลงแล้วก็จากไปในชั่วพริบตาถ้าดูจากรูปร่างหน้าตาแล้วคงเป็คนต่างชาติแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าชาติไหนบางทีอาจจะเป็จีนหรือไม่ก็ญี่ปุ่นก็ได้
ชีคหนุ่มคาดเดาอยู่ในใจก่อนจะตัดสินใจเดินตามหาแม่คนตัวหอมแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าไปไหนก็เจอกับราชิดเข้าเสียก่อน
“ท่านชีคมัวทำอะไรอยู่ครับจวนจะได้เวลาคุณปีเตอร์ขึ้นเครื่องแล้วนะครับ” ราชิดเอ่ยเตือนเมื่อเห็นว่าชีคฮาคิมหายมาเข้าห้องน้ำนานผิดปกติจึงได้มาตามในใจก็นึกห่วงว่าผู้เป็นายจะได้รับอันตรายอะไรหรือเปล่าแต่พอมาเห็นว่าเป็ปกติดีก็โล่งอก
“งั้นเหรอ เฮ้อ...ไปเถอะ” ชีคหนุ่มถอนใจแล้วสาวเท้าเดินนำไปก่อนราชิดเดินตามพลางนึกสงสัยในใจว่านายตนเป็อะไรไปถึงได้ทำท่าเหมือนคนสิ้นหวังแบบนี้แต่แล้วก็เลิกสนใจเพราะคิดว่าเป็เื่ส่วนตัวของเ้านายไม่เกี่ยวกับตัวเอง
ชีคฮาคิมก้าวเดินอย่างมั่นคงสายตาก็คอยมองหาแม่คนตัวหอมที่ทึกทักว่าเป็ของตนเองไปแล้วตลอดทางในใจนั้นมาดหมายเอาไว้ว่าถ้าได้เจอเธออีกครั้งหนึ่งเขาจะทำทุกวิถีทางให้ได้เธอมาเพื่อให้มาช่วยดับไฟปรารถนาที่เธอเป็ผู้จุดให้เขาให้ได้ จนกว่าเขาจะพอใจ!
“มีน...ทำไมไปนานนักล่ะ รู้ไหมว่าพี่เป็ห่วง”
ซาอิดถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นน้องสาวเดินกลับมาเขาคุยธุระกับอาหมัดจนอีกฝ่ายได้เวลาขึ้นเครื่องซึ่งก็เป็เวลานานพอสมควรที่มีนาควรจะกลับมาจากห้องน้ำได้แล้ว
เมื่อยังไม่เห็นวี่แววก็เริ่มเป็ห่วงเพราะกลัวน้องสาวจะถูกล่อลวงไปทำมิดีมิร้ายเข้า เนื่องจากเพิ่งจะมาที่นี่เป็ครั้งแรกตอนแรกชายหนุ่มคิดจะออกตามหา แต่ก็กลัวว่าจะคลาดกันจึงตัดสินใจยืนรออยู่พักหนึ่งจนคนขับรถที่บ้านมาถึงทว่ามีนาก็ยังไม่กลับมาเสียที เขาจึงทนรอไม่ไหวอีกต่อไปแต่พอจะออกตามหาจริงๆ มีนาก็กลับมาพอดี
“ขอโทษค่ะ เผอิญมีนดวงซวย ดันไปเจอคนโรคจิตเข้า”มีนาบอกด้วยความโมโหไม่นึกเลยว่ามาที่นี่ครั้งแรกก็เจอดีเข้าเสียแล้ว
“อะไรนะ!” ซาอิดใก่อนใบหน้าคมเข้มจะดุดันขึ้น “ไหน มันอยู่ไหน พาพี่ไปดูซิแล้วมันทำอะไรเราบ้างหรือเปล่า” ชายหนุ่มมองสำรวจไปทั่วร่างของน้องสาวด้วยความเป็ห่วง
“มีนไม่เป็อะไรหรอกค่ะ ช่างมันเถอะค่ะ ถือซะว่าถึงคราวซวยไปก็แล้วกัน”หญิงสาวไม่อยากมีเื่มีราวอีกจึงห้ามพี่ชายไว้ทำให้ซาอิดรู้สึกหงุดหงิดและนึกโทษตัวเองที่ปล่อยให้น้องไปเข้าห้องน้ำคนเดียวถึงได้เจอเื่แบบนี้เห็นทีต่อไปเขาคงปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้เสียแล้ว
“ก็ได้ ต่อไปนี้พี่จะไม่ให้มีนไปไหนคนเดียวแล้วล่ะเอาล่ะ กลับบ้านกันเถอะ คนขับรถมารับแล้วมีนจะได้พักผ่อนเสียที” จบคำชายหนุ่มก็โอบเอวมีนาพาเดินไปยังทางออกของอาคารโดยมีคนขับรถเข็นรถเข็นกระเป๋าเดินตามหลังมา
เพียงครึ่งชั่วโมงรถยนต์คันหรูก็เลี้ยวเข้ามาจอดลงหน้าตึกสองชั้นที่ใหญ่โตโอ่อ่า มีนาลงจากรถแล้วกวาดตามองบ้านของพี่ชายอย่างทึ่งๆเพราะบ้านหลังใหญ่มาก ใหญ่โตกว่าบ้านที่กรุงเทพฯ ของเธอเสียอีกแถมรอบๆบริเวณบ้านก็ถูกตกแต่งอย่างสวยงามซึ่งดูแล้วคงใช้เงินไม่น้อยเลยทีเดียวในการสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมา
“รีบเข้าบ้านเถอะมีน” ซาอิดใช้มือแตะแผ่นหลังบางแล้วดันตัวให้เดินเข้าบ้านไปพร้อมกันเมื่อเข้ามาภายในบ้านแล้วชายหนุ่มก็เอ่ยถามหญิงรับใช้ที่นั่งคุกเข่าเรียบร้อยอยู่กับพื้น “ห้องที่สั่งให้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยหรือเปล่า”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“แล้วคุณน้ากับจีน่าอยู่บ้านหรือเปล่า” เขาถามถึงแม่เลี้ยงและน้องสาวอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นักเหมือนถามหาตามมารยาทซะมากกว่า
“ไม่อยู่ค่ะ พวกท่านออกไปข้างนอกค่ะ”
ซาอิดพยักหน้ารับรู้แล้วยกมือขึ้นสะบัดเล็กน้อยเป็เชิงไล่ให้สาวใช้ออกไปได้คนรับคำสั่งก็ปฏิบัติตามทันทีอย่างไม่อิดออด หากแต่ก่อนออกไปก็ไม่วายชายตามองมีนาแวบหนึ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าหญิงสาวเป็ใครและเป็อะไรกับนายของตนเอง
เมื่อหญิงรับใช้ออกไปแล้วซาอิดก็หันมาพูดกับน้องสาวด้วยสายตาอบอุ่น
“พี่ว่ามีนไปนอนพักผ่อนก่อนดีกว่านะจ๊ะ”
มีนาพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเพราะตอนนี้รู้สึกเพลียเหลือเกินแล้วหญิงสาวลุกขึ้นเดินตามหลังพี่ชายขึ้นไปยังชั้นบนแล้วก็ต้องตาโตอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้เห็นห้องของตนเองซาอิดเห็นแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจก่อนจะถาม
“ชอบไหม”
“ชอบมากๆ เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ” มีนาพนมมือไหว้ตรงอกกว้างอย่างขอบคุณจากนั้นก็เดินสำรวจดูห้องพักของตนเองด้วยความชอบอกชอบใจ
ห้องพักของหญิงสาวกว้างขวางมากของที่ใช้ตกแต่งล้วนแต่สวยงามหรูหรา ไม่ต้องเอ่ยถึงราคาเพราะมันคงแพงจับใจทีเดียวแต่ที่ทำเธอปลื้มใจสุดๆ ก็คือห้องทั้งห้องรวมถึงข้าวของต่างๆที่ใช้ตกแต่งนั้นล้วนเป็สีฟ้าซึ่งเป็สีโปรดของเธอนั่นเองมันแสดงให้เห็นว่าพี่ชายคนนี้รักและรู้ใจเธอมากขนาดไหน
“เอาล่ะ ถ้างั้นมีนก็พักผ่อนเถอะนะ พี่ไม่กวนแล้ว”
ซาอิดยกมือขึ้นลูบแก้มใสๆแดงระเรื่อของน้องสาวอย่างรักใคร่ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่ลืมปิดประตูให้ด้วย
หญิงสาวอมยิ้มอย่างมีความสุขพลางเดินไปที่ผ้าม่านแล้วรูดมันออก เผยให้เห็นทิวทัศน์ทะเลทรายด้านนอกกระจกใสเต็มๆตา
ในห้องนี้เย็นฉ่ำสบายด้วยเครื่องปรับอากาศแต่พอมองออกไปด้านนอกแล้วก็จะเห็นเปลวแดดที่ร้อนระอุบนผืนทรายซึ่งพอเห็นแล้วก็นึกท้อใจ เพราะไม่รู้ว่าตนเองจะทนกับความร้อนแรงนี้ได้มากแค่ไหน
แต่...ทนไม่ได้ก็ต้องทนเพราะไม่อย่างนั้นเราก็มาที่นี่เสียเที่ยวน่ะสิอุตส่าห์ได้มาทั้งทีเื่อะไรจะมัวอุดอู้อยู่แต่ในบ้านกันล่ะ
มีนาบอกกับตนเองในใจพลางยืนมองทิวทัศน์อยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะตัดสินใจปิดผ้าม่านจากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายให้กลับมาสดชื่นอีกครั้งแล้วนอนพักผ่อนสักงีบหนึ่ง
“ท่านชีคขา...” เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมป้อนผลไม้ให้ถึงปากอย่างเอาใจแต่คนที่เธอป้อนให้กลับนิ่งเฉยไม่อ้าปากรับหญิงสาวจึงเรียกเขาอีกครั้ง “ท่านชีคขา...ทานผลไม้หน่อยสิคะ ท่านชีค...”
ชีคฮาคิมรู้สึกตัวตื่นจากภวังค์ความคิดชายหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยืนที่ริมหน้าต่างพร้อมกับเอ่ยเสียงห้วน
“ออกไป”
พูดเพียงสั้นๆ เท่านั้นแต่หญิงสาวรูปร่างเย้ายวนก็ลุกขึ้นเดินออกไปทันที โดยไม่รอให้โดนไล่ซ้ำสองชีคหนุ่มถอนหายใจออกมาอีกครั้งด้วยความหงุดหงิด
เขาหงุดหงิดตนเอง ที่ไม่สามารถลืมแม่คนตัวหอมที่เจอในสนามบินได้เสียทีในความคิดคำนึงของเขามีแต่เธอคนนั้นเต็มไปหมดโดยไม่เหลือที่ว่างให้คิดถึงเื่อื่นได้เลย คอยแต่คิดว่าจะได้เจอเธออีกเมื่อไหร่ที่ไหน อย่างไรอยู่ตลอดเวลาจนมันเหมือนกับไม่ใช่ตัวเขาเอง
เพราะที่ผ่านมาถึงแม้จะอยากได้ผู้หญิงที่ถูกใจสักเท่าไหร่ทว่าชีคหนุ่มก็สามารถใจเย็นทำงานทำการเป็ปกติได้แต่ทำไมกับผู้หญิงคนนี้มันช่างตรงข้ามเสียเหลือเกิน เขาทำอะไรไม่ได้เลยแถมยังรู้สึกทุรนทุรายด้วยความ้าอีกต่างหาก
บ้าจริง! ผู้หญิงคนนี้เป็แม่มดหรือไงกันนะ เธอร่ายมนตร์อะไรใส่เขากันถึงทำให้เขาลุ่มหลงเธอได้ถึงเพียงนี้แถมยังทำให้เขาหมดความ้าผู้หญิงคนอื่นไปด้วยอย่างไม่น่าเชื่อ
ดูอย่างผู้หญิงคนเมื่อกี้นี้สิรูปร่างหน้าตาช่างงดงามไม่มีที่ติช่างสวยเย้ายวนอารมณ์ให้เกิดความปรารถนาได้ง่ายเหลือเกินแต่เขากลับไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลยสักนิด เหมือนคนตายด้านไปแล้วเสียอย่างนั้น
เธอเป็ใครกันนะแม่คนตัวหอมแล้วฉันจะต้องทำยังไงถึงจะได้เจอกับเธออีก
มีนาตื่นขึ้นมาในตอนเย็นหญิงสาวลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นขึ้นก่อนเดินมาเปิดผ้าม่านออกเพื่อชมวิวทิวทัศน์ด้านนอกอีกครั้ง พอเห็นว่าแสงแดดอ่อนลงมากแล้วเธอจึงเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา
‘แดดไม่ค่อยร้อนแล้ว ลงไปเดินย่ำทรายเล่นดีกว่า’
มีนาไม่ปล่อยให้ความคิดนี้หลุดลอยไปเธอเดินออกจากห้องไป แต่พอลงบันไดมาชั้นล่างแล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเจอกับสายตาสองคู่มองมาที่เธอเขม็ง หญิงสาวเห็นสายตาสงสัยใคร่รู้ของหญิงแปลกหน้าทั้งสองก็ส่งยิ้มเป็มิตรให้แต่อีกฝ่ายไม่ยิ้มตอบแถมผู้หญิงหนึ่งในสองยังลุกขึ้นเดินมาพูดกับเธอทว่าภาษาที่ใช้นั้นไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
“ฉันถามว่าเธอเป็ใคร” จีน่าถามย้ำอีกครั้งด้วยใบหน้าบึ้งตึงเพราะรู้สึกไม่พอใจที่อีกฝ่ายไม่ตอบคำถาม
“ฉันฟังภาษาของคุณไม่รู้เื่หรอกค่ะคุณพูดภาษาอังกฤษได้หรือเปล่าคะ” มีนาตัดสินใจถามเพราะไม่อย่างนั้นคงคุยกันไม่รู้เื่แน่ แล้วเธอก็เห็นคนทั้งสองตาโตและหันหน้าไปมองกันเอง ก่อนจะหันกลับมามองเธอใหม่อีกครั้ง
“นี่เธอเป็คนต่างชาติงั้นเหรอ” มีล่าพูดเป็ภาษาอังกฤษที่กระท่อนกระแท่นเนื่องจากไม่ค่อยสันทัดนักมีนาพยักหน้ารับพร้อมส่งยิ้มให้อีกครั้งอย่าง้าผูกมิตร
“แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงใครอนุญาตให้เข้ามาหรือว่าจะเป็ขโมย” จีน่าเอ่ยถามด้วยภาษาอังกฤษที่ดีเยี่ยมกว่ามารดาพลางทำหน้าตาแสดงท่าว่าใเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายเป็ขโมย มีนาจึงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่ใช่นะคะ! ฉันไม่ใช่ขโมย ฉันมากับพี่ซาอิดค่ะ”
“มากับพี่ซาอิดงั้นเหรอ” จีน่าทวนคำแล้วมองหน้ามีนานิ่งก่อนจะกวาดตามองั้แ่หัวจรดเท้าอีกครั้ง แล้วริมฝีปากอิ่มก็ปรากฏรอยยิ้มเยาะั์ตาฉายแววดูถูกทันที “คงเป็ผู้หญิงที่พี่ซาอิดซื้อมานอนด้วยล่ะสิ”
มีนาอ้าปากค้างเมื่ออีกฝ่ายดันเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็หญิงขายบริการ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยแก้ไขความเข้าใจผิดนี้จีน่าก็พูดต่ออีกว่า
“ฉันขอเตือนเธอไว้เลยนะ ว่าห้ามคิดทำอะไรเกินหน้าที่เด็ดขาดเธอมีหน้าที่แค่ให้ความสุขกับพี่ซาอิดชั่วครั้งชั่วคราวจนกว่าเขาจะเบื่อเท่านั้นจากนั้นก็รับเงินแล้วไสหัวไปซะ อย่าริบังอาจคิดจะจับเขาเด็ดขาด เพราะผู้หญิงต่ำๆอย่างเธอไม่ควรคู่กับพี่ซาอิดเลยสักนิดเดียว”
‘หน็อย...ยัยปากปลาร้านี่เป็ใครกัน ถึงได้มาพูดจาดูถูกเราแบบนี้’
มีนาคิดในใจอย่างโมโหก่อนจะข่มอารมณ์ของตนเองไว้แล้วยิ้มหยันมองอีกฝ่ายั้แ่หัวจรดเท้าอย่างดูถูกไม่แพ้กัน
“ถ้าคนอย่างฉันเหมือนผู้หญิงอย่างว่าตัวคุณเองก็ไม่ต่างกันนักหรอก แถมดูจะเหมือนมากกว่าฉันเสียอีก”
“เอ๊ะ! นี่แกด่าฉันงั้นเหรอ” จีน่าร้องถามอย่างโมโหพลางจ้องราวกับจะกินเืกินเนื้อ มีนายักไหล่ตอบและมองอย่างท้าทายยิ่งเพิ่มความโกรธให้แก่จีน่ามากยิ่งขึ้นไปอีก หญิงสาวจึงชี้หน้าด่า “นังผู้หญิงชั้นต่ำ! ขอตบสั่งสอนสักทีหนึ่งเถอะจะได้รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียบ้างว่าใครเป็ใคร” จบคำจีน่าก็ปรี่เข้าไปหาหมายจะทำตามที่พูดทว่าต้องหยุดชะงักเมื่อมีเสียงหนึ่งห้ามเอาไว้
“หยุดนะจีน่า!”
“พี่ซาอิด/ซาอิด” ผู้หญิงสามคนเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันเมื่อเห็นว่าเป็ใครซาอิดเดินเข้ามายืนข้างๆ มีนาด้วยใบหน้าบึ้งตึง พลางมองสองแม่ลูกอย่างไม่พอใจ
“อย่ามาทำกิริยาต่ำๆ ที่นี่นะ พี่ไม่ชอบ”
“พี่ซาอิด!” จีน่าไม่พอใจกับคำพูดของพี่ชายเช่นเดียวกับมีล่าที่เดินเข้ามาโอบไหล่บุตรสาวไว้ก่อนเอ่ยต่อว่าลูกเลี้ยงอย่างโกรธเคือง
“ทำไมพูดกับน้องอย่างนี้ล่ะซาอิด น้องไม่ได้ทำอะไรผิดแค่จะสั่งสอนนังคนชั้นต่ำคนนี้ให้รู้สำนึกก็เท่านั้นเอง”
“ใช่ค่ะ พี่ต้องจัดการไล่นังคนนี้ออกไปจากบ้านนะคะมันกล้าหยามเกียรติของน้อง มันดูถูกว่าน้องเป็ผู้หญิงขายตัวแบบมัน” จีน่ารีบชิงฟ้องก่อนเพื่อความได้เปรียบชายหนุ่มหันมองน้องสาวอีกคนอย่างขอคำอธิบาย มีนาจึงฟ้องกลับบ้าง
“ก็ผู้หญิงคนนี้มาดูถูกมีนก่อนนี่คะพี่ซาอิด จู่ๆก็มาหาว่ามีนเป็ผู้หญิงขายตัวที่พี่ซื้อมานอนด้วย”
“ก็มันจริงไหมล่ะในอัสมานวาร์ตอนนี้มีผู้หญิงต่างชาติอย่างพวกแกมาขายบริการเต็มไปหมดและแกก็คงเป็หนึ่งในจำนวนนั้นเหมือนกัน” จีน่าว่าก่อนจะเอ่ยเร่งเร้าพี่ชายให้จัดการ“พี่ซาอิด พี่ต้องไล่มันออกไปนะ ไม่งั้นน้องไม่ยอมจริงๆ ด้วย”
“มีนก็ไม่ยอมเหมือนกันนะที่ผู้หญิงคนนี้มาพูดจาดูถูกมีน พี่ซาอิดต้องจัดการให้มีนด้วย” มีนาก็ไม่ยอมเหมือนกันพร้อมกับเขย่าแขนพี่ชายเร่งให้จัดการให้อย่างเอาแต่ใจจีน่าจึงปรี่เข้าไปเกาะแขนซาอิดอีกข้าง แล้วเขย่าแขนเขาให้เร่งจัดการอีกฝ่ายให้เธอเหมือนกัน
ตอนนี้ตัวของชายหนุ่มจึงสั่นไปหมดเพราะถูกน้องสาวสองคนเขย่าอย่างไม่บันยะบันยังแถมหูสองข้างก็ต้องฟังเสียงโต้เถียงของสองสาวไปมาอีกจนในที่สุดซาอิดก็ทนไม่ไหวต้องสะบัดแขนออกแล้วเดินถอยหลังห่างจากสองสาวออกไปหลายก้าวก่อนจะยกมือขึ้นเป็เชิงห้าม
“เอาล่ะๆ พอได้แล้วเื่นี้พี่ขอตัดสินว่าผิดทั้งคู่ก็แล้วกันนะ ฉะนั้นขอให้เลิกแล้วต่อกันดีกว่า”ที่ซาอิดตัดสินแบบนี้ก็เพื่อยุติศึกระหว่างสองสาว ถึงแม้ในใจลึกๆเขาจะไม่พอใจจีน่าที่พูดจาดูถูกมีนาก็ตาม แต่ยังไงเธอก็เป็น้องสาวของเขาอีกคนและมีนาเองก็ตอบโต้กลับไปสาสมแล้วด้วย ฉะนั้นถือว่าเสมอกันไป
“ไม่นะพี่ซาอิด น้องไม่ยอม พี่ต้องจัดการมันให้น้องนะ”จีน่าไม่ยอมรับการตัดสินของพี่ชายเธอไม่ยอมให้ผู้หญิงต่างชาติชั้นต่ำคนนี้มาหยามเกียรติเธอได้ง่ายๆ หรอก
“จีน่า! พี่บอกให้เลิกแล้วต่อกันไง” ชายหนุ่มเอ็ดใส่อย่างเหลืออดที่จีน่าดื้อดึงไม่ยอมจบ ทั้งๆเื่ที่ทะเลาะกันนั้นไม่ได้ร้ายแรงอะไรเลยสักนิด
“พี่ซาอิด!” หญิงสาวกระทืบเท้าเร่าๆพร้อมกรีดร้องอย่างไม่พอใจ “ทำไมพี่ต้องปกป้องมันด้วยมันไม่ได้เป็อะไรกับพี่เลยนะ นอกจากคู่นอนเท่านั้น” จีน่าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่ชายถึงได้ปกป้องผู้หญิงคนนี้ทั้งๆที่เป็แค่ผู้หญิงขายบริการเท่านั้น
เขาเห็นผู้หญิงคนนี้ดีกว่าน้องสาวในไส้อย่างเธอได้ยังไงกันหรือว่า...เขารักผู้หญิงคนนี้เข้าแล้ว ไม่นะ! เธอไม่ยอมเด็ดขาดเธอไม่ยอมให้วงศ์ตระกูลของเธอต้องมามัวหมองเพราะความโง่เง่าและมักง่ายของพี่ชายเด็ดขาดคอยดูสิ ถ้าเป็อย่างที่คิดจริงๆ เธอนี่แหละจะจัดการกำจัดผู้หญิงคนนี้ออกไปเอง
มีนามองจีน่าที่เต้นแร้งเต้นกาด้วยความสมเพชทั้งที่บอกว่าตนเองมีเกียรติเป็ผู้ดีแต่คำพูดคำจาและกิริยาที่แสดงออกมาราวกับคนไร้การอบรมสั่งสอนตอนนี้เธอรู้แล้วว่าผู้หญิงสองคนตรงหน้านี้เป็ใคร
หญิงสาวสวยที่อาละวาดอยู่นี้คือจีน่าน้องสาวอีกคนของซาอิดส่วนหญิงวัยกลางคนท่าทางร้ายกาจคือมีล่าผู้เป็แม่เลี้ยงและด้วยความที่อยากแกล้งคนทั้งสองเล่นมีนาจึงชิงตอบคำถามของจีน่าก่อนพี่ชายในทำนองที่คลุมเครือ
“เธอเข้าใจผิดแล้วล่ะ ใครบอกว่าฉันไม่ได้เป็อะไรกับเขาจะบอกให้นะว่าฉันนี่แหละเป็คนสำคัญที่สุดในชีวิตเขาและเป็คนที่เขารักมากที่สุดด้วย”
จีน่ากับมีล่าอึ้งกับคำตอบที่ได้รับในขณะที่ซาอิดก้มหน้าลงมองมีนาอย่างอ่อนใจเพราะรู้ว่าน้องสาวตัวดีแกล้งแม่เลี้ยงกับน้องสาวต่างมารดาของเขาเข้าให้แล้ว และก่อนที่ชายหนุ่มจะได้แก้ไขความเข้าใจผิดนั้นมีล่าที่หายจากตกตะลึงก็พูดเสียงแข็งขึ้นมาเสียก่อน
“ไม่ได้นะ!ฉันไม่ยอมรับผู้หญิงต่างชาติมาร่วมสกุลด้วยเด็ดขาด” คำพูดของมีล่าทำให้ซาอิดตาวาววับด้วยความโกรธจัดเพราะจำได้ดีว่าทำไมมารดาของตนถึงต้องระเห็จออกไปจากบ้านหลังนี้ชายหนุ่มกำมือแน่นและตัวสั่นเทิ้มไปหมดก่อนจะเอ่ยตอกกลับใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ไว้หน้าว่า
“ไม่มีใครห้ามผมได้ถ้าผมคิดจะแต่งงานกับผู้หญิงต่างชาติ...โดยเฉพาะคุณ! ”
มีล่าตกตะลึงด้วยคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะกล้าพูดกับเธอแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น ส่วนซาอิดพอพูดเสร็จก็หันมาคว้าข้อมือมีนาแล้วดึงให้เดินตามเขาออกไปโดยมีสายตาของสองแม่ลูกมองตามไปอย่างเจ็บแค้น
จีน่ากรีดร้องออกมาก่อนจะเดินไปที่โซฟาแล้วคว้าหมองอิงมาขว้างเพื่อระบายอารมณ์ส่วนมีล่าก็เดินไปนั่งบนโซฟาอีกตัวอย่างเจ็บใจที่ซาอิดไม่ให้เกียรติกันเลยทั้งที่ยังไงเธอก็มีศักดิ์เป็แม่เลี้ยงของเขา
“หนูไม่ยอมรับนังคนนั้นมาร่วมสกุลด้วยเด็ดขาดนะคะคุณแม่”หลังจากระบายอารมณ์โกรธจนพอใจแล้วจีน่าก็นั่งลงบนโซฟาตัวตรงข้ามกับมารดา พร้อมกับบอกความจำนงด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แม่ก็เหมือนกันนั่นแหละ หึ...เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆพ่อกับลูกไม่ได้แตกต่างกันเลย ใฝ่ต่ำพอกัน” มีล่าว่ากระทบไปถึงสามีผู้ล่วงลับไปนานแล้วอย่างโมโห
“แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะคุณแม่พี่ซาอิดไม่ฟังคุณแม่แน่ๆ แล้วอย่างนี้จะมีใครห้ามได้อีกล่ะคะ”
มีล่านิ่งคิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะยิ้มออกเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“มีสิจีน่า”
“ใครคะ?” จีน่าถามด้วยความอยากรู้เพราะยังนึกไม่ออกว่าใครจะห้ามซาอิดได้ พี่ชายของเธอไม่เคยฟังใครทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็บิดาและคุณย่าก็ตาม ทว่ามีล่าไม่ตอบได้แต่ยิ้มเย็นให้บุตรสาวเท่านั้น