แขนเล็กเกร็งแขนส่งกำปั้นไปยังดวงตาของศัตรู “อ๊าก” ราชสีห์ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเ็ปเมื่อถูกโจมตี ร่างั์ล้มลงนอนดิ้นทุรนทุราย มือที่เปื้อนเืปรากฏดาบแสงออกมา
“ฉึ่บ” ดาบแสงเฉือนผ่านลำคอราชสีห์อย่างง่ายดาย โลหิตพุ่งกระจายราวกับน้ำพุ “ฉึก ฉับ ฉึก” ร่างเล็กเคลื่อนไหวอีกครั้ง ฟาดฟันศาตราไปยังเป้าหมายอย่างไร้ความปราณี สุดท้ายราชสีห์ทนพิษาแไม่ไหว นอนแน่นิ่งสิ้นใจไป
หญิงสาวนักผจญภัยมองมาที่ลูคัสด้วยสายตาที่หวาดกลัว ร่างเล็กสั่นเทา แขนทั้งสองข้างกอดร่างนักผจญภัยอีกคนเอาไว้แน่น มีเื่เล่าในหมู่ของนักผจญภัยอยู่เื่นึง
“เฮลฮาวด์” พวกหมาล่าเนื้อ คือกลุ่มนักล่าที่ไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ เป็องค์กรนักฆ่าที่มีชื่อเสียง ลักษณะเด่นของพวกเฮลฮาวน์ เวลาที่ต่อสู้ไม่ว่าจะสู้กับมนุษย์หรือสัตว์อสูรก็ตาม พวกมันจะสังหารคู่ต่อสู่ด้วยความโเี้ น่าสยดสยอง และลักษณะเด่นอีกอย่างก็คือ สมาชิกทุกคนจะสวมฮู้ดปิดบังใบหน้าเสมอ
วิธีการต่อสู้ของลูคัสกับราชสีห์ที่เธอเห็นบวกกับการแต่งตัว จึงเข้าใจว่าเป็พวกเฮลฮาวด์ ร่างเล็กสั่นเทาพร้อมกับน้ำตาไหลออกมา
“ฉันไม่เห็นอะไรเลย ปล่อยพวกเราไปเถอะ ฉันสัญญาว่าจะไม่บอกใคร ขอร้อง ฮือ ฮือ”
เธอพูดเสียงสั่นดวงตาปิดมิด ลูคัสคิดไปเองว่าเธอคงจะกลัวตน เนื่องจากตอนนี้ร่างของเขาชุ่มไปด้วยเื
“ออกไปซะ”
สิ้นเสียงของลูคัสหญิงสาวก็รีบพยุงร่างอีกคนลุกขึ้นเดินออกจากถ้ำไป ลูคัสยืนมองจนทั้งสองหายไปจากสายตา จึงหันหลังเดินไปยังร่างของราชสีห์ กระทำอย่างเหมือนที่เคย ครั้งนี้ไม่เป็ไปตามที่หวัง เขาหัวเสียนิดหน่อย จากนั้นก็ออกจากถ้ำไป
ผ่านไปหลายชั่วโมงลูคัสก็หาสมุนไพรได้ครบ มองดูดวงอาทิตย์ที่คล้อยต่ำลงมาจรดขอบฟ้า ก็เตรียมตัวเดินทางกลับเมือง ผ่านประตูเข้ามาด้านใน ก็ตรงไปยังกิลด์ทันทีเพื่อรายงานผลภารกิจ ดีที่กิลด์นั้นเปิดอยู่ตลอด24ชั่วโมง จะรับหรือจะรายงานก็สามารถทำได้ตลอดเวลา
“นี่ค่ะ 15 เหรียญทองแดง ค่าตอบแทนของงานนี้”
รัยเงินมาแล้วลูคัสก็ออกมาจากกิลด์ ออกมาด้านนอกก็มองหาร้านขายอาหารทันที เขาเดินตรงไปยังร้านขายเนื้อย่างร้านเดิมที่เจอเมื่อตอนกลางวัน พ่อค้าศีรษะไร้เส้นผมกล่าวทักทายลูกค้าด้วยความเป็มิตร
“ยินดีต้อนรับสู่ร้านเนื้อย่างแสนอร่อย 1ไม้ 1เหรียญทองแดง กินแล้วไม่อร่อยยินดีคืนเงิน ไม่ทราบว่าลูกค้าจะรับกี่ไม้ขอรับ”
ลูคัสนำเหรียญออกมานับอีกครั้ง ก่อนที่จะสั่งเนื้อย่างมา 3 ไม้ พ่อค้าหัวล้านก็รีบหยิบใส่ถุงให้อย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณที่อุดหนุน ขอให้กินให้อร่อยขอรับ”
ได้รับเนื้อย่างแล้วลูคัสก็เดินไปหาที่นั่ง เขากินไปพร้อมกับมองไปรอบๆ แม้จะเป็ยามค่ำคืนบนท้องถนนก็เต็มไปด้วยผู้คน สายตาหยุดจ้องไปที่เด็กชายสองคนที่กำลังเดินผ่านเขาไป อดไม่ได้ที่จะนึกถึงอัลเลนผู้เป็น้องชายที่หายตัวไป
ลูคัสกินอาหารเสร็จก็ลุกจากตรงนั้น เขาเดินหาที่พักอยู่นานจนไปเจอกับ “แอรี่” พนักงานต้อนรับจากกิลด์นักผจญภัย เธอได้แนะนำที่พักให้กับลูคัสพร้อมกับสถานที่จำเป็อีกหลายที่ กล่าวขอบคุณเสร็จลูคัสก็รีบเดินทางไปตามทางที่แอรี่บอก ออกห่างจากกลางเมืองมาจนเกือบถึงพื้นที่สลัม ลูคัสก็เจอกับโรงแรมที่แอรี่แนะนำ
“โรงแรมแสงจันทร์”
มองดูด้านนอกตัวตึกสร้างด้วยวัสดุจากไม้ สภาพทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เปิดประตูเดินเข้ามาด้านในเป็เหมือนบาร์ มีคนประมาณสิบกว่าคนนั่งดื่มกันอยู่ พวกเขาหันมามองคนที่ใหม่พร้อมๆกัน ลูคัสเดินผ่านตรงไปยังด้านในสุด
“มีห้องว่างมั้ย”
“ค่าห้องคืนละ 2 เหรียญทองแดง ไม่มีอาหารเช้า”
ลูคัสยื่นเหรียญทองแดงไปให้พนักงานจำนวน 6 เหรียญ พนักงานก็ยื่นกุญแจห้องมาให้ เขาหยิบกุญแจมาแล้วก็เดินขึ้นไปยังชั้น2 ในห้องมีเพียงเตียงไม้เก่ากับหมอนอีกใบ ตรงปลายเตียงมีโต๊ะเล็กๆอีกหนึ่งตัว เมื่อหลังัักับพื้นเตียง เด็กหนุ่มก็หลับไปอย่างรวดเร็ว
เมฆขาวเคลื่อนผ่านดวงจันทร์อย่างช้าๆ เวลาก็ผ่านไปจนเกือบถึงเช้า ขณะที่กำลังนอนหลับ ลูคัสก็ได้ยินเสียงะโตังจากด้านนอก โผล่หน้าไปมองตรงหน้าต่างก็เห็นเปลวเพลิงกำลังโหมบริเวณพื้นที่สลัม
“หนีเร็ว ไฟมันลามมาแล้ว”
“เควสฉุกเฉินจากเ้าเมือง ขอให้ช่วยควบคุมไฟให้ไวที่สุด กำไลผนึกจะถูกเปิดใช้งานชั่วคราว ทุกคนสามารถใช้พลังได้เป็กรณีพิเศษ”
“พวกเรารีบไปตรงไฟ”
“เราก็รีบไปกันเถอะ”
เหล่านักผจญภัยหลายคนก็รีบวิ่งไปยังจุดที่เพลิงไหม้ ด้านลูคัสยังไม่ได้เคลื่อนไหว ยืนดูสถานการณ์อยู่ตรงหน้าต่างเช่นเดิม รูม่านตาขยายกว้าง ทำให้สามารถมองเห็นตรงบริเวณที่เกิดเหตุได้อย่างชัดเจน
ไม่ถึงห้านาทีพวกนักผจญภัยก็มาถึง ต่างคนต่างช่วยกันควบคุมเพลิงด้วยวิธีที่ตัวเองทำได้ เพลิงที่กินพื้นที่ไปกว่า70%ของที่อยู่อาศัย ด้วยความสามัคคีของทุกคน ไม่นานนักก็สามารถควบคุมเพลิงรอบนอกไม่ให้ลามเอาไว้ได้
เห็นว่าสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว ชาวบ้านและนักผจญภัยก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ขณะที่ทุกคนกำลังผ่อนคลายก็ต้องใรีบลุกขึ้นวิ่งหนีกันสุดชีวิต เมื่อเห็นสิ่งหนึ่งใจกลางเปลวเพลิงกำลังเข้ามาใกล้
มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ทว่าทั่วร่างกายปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง ไม่สามารถมองเห็นใบหน้า เห็นแต่เพียงไฟที่ลุกท่วม นักผจญภัยส่วนนึงรีบเข้าไปเตรียมต่อสู้ ไม่ทันได้พูดจาใดๆลูกบอลไฟก็พุ่งเข้ามา หนึ่งในนั้นกางโล่ป้องกันเอาไว้ได้ทัน คนอื่นๆก็แยกตัวพุ่งเข้าไปโจมตี
“อ๊าก ช่วยด้วย”
“ร้อน ร้อน ช่วยด้วย”
เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากนักผจญภัยที่เข้าใกล้ร่างปีศาจไฟ พวกเขาไม่สามารถทำการโจมตีได้ แค่เข้าไปใกล้ก็ถูกเปลวไฟที่อาบร่างแผดเผา เห็นว่าไม่สามารถเข้าใกล้ได้พวกเขาจึงเปลี่ยนมาโจมตีระยะไกลแทน ห่าฝนลูกธนู หอกแหลม อาวุธบินอื่นๆอีกมากมายพุ่งไปยังร่างของปีศาจไฟ
แต่ในวินาทีต่อมาทุกคนก็ต้องใ ศาสตราที่พุ่งไปถึงร่างถูกเปลวไฟเผาไหม้จนหมดสิ้น ร่างคุ้มคลั่งเป็ฝ่ายโจมตีกลับมาบ้าง ลูกไฟนับสิบพุ่งออกไปรอบๆตัวของมัน บางคนสามารถป้องกันเอาไว้ได้ แต่ก็มีหลายคนที่โดนโจมตี
ไม่มีใครสามารถต่อกรกับปีศาจไฟได้เลย มันโจมตีด้วยลูกไฟออกมาอย่างต่อเนื่อง มีแต่ความเสียหายมากยิ่งขึ้นๆ ขณะที่ทุกคนกำลังสิ้นหวังอยู่นั้น ร่างปริศนาสวมฮู้ดก็ปรากฏกายพร้อมกับดาบแสงในมือ
ลูกไฟถูกผ่าออกเป็สองซีกโดยดาบแสง ลูคัสพยายามเคลื่อนตัวเข้าไปหาอีกฝ่าย แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เมื่อเข้าใกล้ประมาณหนึ่งเขาก็ทนความร้อนจากไฟไม่ไหว รีบถอยหลังกลับมาตั้งหลักก่อน
คนอื่นๆรู้ตัวว่าอยู่ไปก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ก็รีบแบกคนเจ็บแล้วรีบออกไปจากตรงนั้น “อ๊าก” ร่างอาบเพลิงร้องออกมาเหมือนกำลังเ็ป ตอนนั้นไฟที่ลุกโหมกระหน่ำได้สงบลง ชั่วครู่เผยให้เห็นใบหน้าเศร้าอาบไปด้วยน้ำตา
“ช่วยด้วย ช่วยฆ่าผมที”
ลูคัสกัดริมฝีปากก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปหา มือกำด้ามดาบเอาไว้แน่น “ฉึก” ดาบแสงเสียบเข้าหัวใจจนทะลุ ร่างที่เคยอาบเพลิงเผยยิ้มให้กับคนที่แทงตนเอง
“ขอบคุณ” สิ้นเสียงเ้าของร่างก็ซบลงที่ไหล่ของลูคัส
เห็นว่าเ้าปีศาจไฟถูกสังหารแล้ว นักผจญภัยหลายคนก็รีบเข้ามา ลูคัสอุ้มร่างเล็กะโขึ้นลอยหายไปในความมืดมิด เขาพาร่างไร้ิญญาออกมานอกเมืองหยุดที่บนเขาแห่งนึงวางไว้ที่ขอบเหว
“ขอให้เ้าไปสู่สุคติ”
เปลวเพลิงจากตัวลูคัสลามไปทั่วร่าง ไม่นานร่างไร้ิญญาก็สลายไปเหลือไว้เพียงเถ้ากระดูก สายลมพัดผ่านมาพอดีได้พัดพากองขี้เถ้าลอยออกไป ลูคัสยืนไว้อาลัยจนจบ จากนั้นเขาก็มุ่งตรงไปยังที่พัก มาถึงหน้าประตูก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันดังออกมา
“ข้านึกว่าจะโดนเผาตายซะแล้วเชียว”
“ข้าก็เหมือนกัน ตอนนั้นถ้าไม่ได้เขาช่วยเอาไว้ ข้าคงตายไปแล้ว”
“เฮ้อ ่เหตุการณ์พลังคลุ้มคลั่งเกิดขึ้นบ่อยไปแล้วนะ”
“นั้นนะสิ ครั้งก่อนก็มีคนตายไปตั้งเยอะ”
“ต้องจัดการเ้าพวกนั้น ถ้ามันไม่ถอดกำไลออกไป เหตุการณ์แบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก”
“ข้าได้ข่าวจากเพื่อนของข้ามาว่า ท่านมิเนอร่าตอนนี้กำลังป่วยหนัก ทำให้ไม่สามารถใช้พลังสร้างกำไลได้แล้ว”
“แบบนั้นก็แย่นะสิ”
“ก็หวังว่าอาการของท่านจะดีขึ้นไวไว”
“ว่าแต่คนที่มาช่วยพวกเราเป็ใครกัน”
“ข้าจะไปรู้เรอะ อาจจะเป็พวกนักผจญภัยระดับสูงละมั้ง”
ลูคัสเข้ามาด้านในก็เดินตรงไปยังห้องของตนทันที นั่งลงบนเตียงมองไปยังกำไลบนข้อมือ สลับไปมองมืออีกข้างมีไฟกำลังลุกโชน เขารับรู้ว่ากำไลนี้สร้างจากลูกสาวคนโตของเ้าเมืองนาม มิเนอร่า
กำไลมีความสามารถผนึกพลังของผู้ที่สวมใส่เอาไว้ได้ จะถูกปลดออกก็ต่อเมื่อผู้ที่สร้างเป็คนอนุญาต สามารถทำการปลดปล่อยจากระยะไกลได้ แต่ลูคัสก็แปลกใจที่ตนนั้นสวมกำไลอยู่แต่ก็ยังใช้พลังได้ปกติ
คืนนั้นลูคัสหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ตื่นมาอีกทีดวงอาทิตย์มาแทนที่ดวงจันทร์แล้ว เดินลงมาด้านล่างหาข้าวหาปลากินเสียก่อน มองดูเงินที่เหลือแค่ 3 เหรียญในมือ มื้อนี้คงได้กินเพียงขนมปังกับซุปราคาถูก
“ต้องรีบหาเงินเพิ่มแล้วสิเรา”
“อาหารได้แล้วค่ะลูกค้า ทานให้อร่อยนะคะ”
ลูคัสหยิบก้อนขนมปังมากินสลับกับจุ่มลงไปในซุป ถึงจะไม่อร่อยเท่าไรแต่ก็พอประทังความหิวไปได้ “ปัง” ประตูถูกผลักออกด้วยความแรงเสียงดัง คนที่ผลักรีบวิ่งเข้ามาด้านในแสดงออกถึงความตื่นเต้น
“ข่าวใหญ่ๆ เ้าเมืองมีประกาศออกมาว่า ใครที่สามารถรักษาท่านมิเนอร่าให้หายได้ ท่านจะให้รางวัลอย่างงาม แล้วก็ถ้าใครแนะนำคนรักษามาได้ จะได้รับเงินจำนวน 100 เหรียญทองเป็ค่าตอบแทน”
จบประประกาศข่าวเสียงโห่ร้องก็ดังขึ้น ทุกคนหวังว่ารางวัลจะเป็ของตนเอง ไม่จำเป็ต้องเป็คนรักษา แค่เพียงหาคนไปรักษาได้ก็พอแล้ว เงิน 100 เหรียญทอง เป็จำนวนที่เยอะมาก หากไม่โดนปล้นจนหมด ใช้อย่างระมัดระวังก็สามารถอยู่โดยไม่ต้องทำงานได้ราวๆ 2 ปีเลย
ทุกคนในนั้นต่างทิ้งของในมือลง วิ่งกรูกันออกไปด้านนอกจนหมด เหลือแค่ลูคัสคนเดียวที่นั่งอยู่ หลังจากกินอาหารหมดแล้ว ลูคัสก็ออกไปด้านนอกเดินทางไปยังกิลด์