ตอนที่ 7: ยายเภาจ่ายด้วยความลับ
“แต่คนตายก็ต้องรับใบเสร็จเหมือนกัน”
รินพูดจบ เครื่องพิมพ์ใต้เคาน์เตอร์ก็หยุด
หยุดแบบไม่ใช่หยุดเพราะหมดกระดาษ
หยุดแบบกำลังฟัง
หญิงชราหน้าเคาน์เตอร์ยิ้มช้า ๆ รอยหมากที่ฟันดำคล้ำขึ้นในแสงไฟสีซีด เธอไม่มีเงา เท้าไม่เปียก และเส้นผมขาวที่รวบไว้ต่ำไม่ขยับตามลมเย็นจากหลังร้านเลย
บนเคาน์เตอร์ เหรียญดำที่เธอวางไว้เย็นจนไอน้ำบาง ๆ เกาะรอบขอบเหรียญ
กระดาษพับเล็ก ๆ ข้างเหรียญค่อย ๆ คลี่ออกเอง
รินยังไม่ได้แตะ
ดีมาก
ร้านนี้ถึงขั้นมีเอกสารเปิดเอง บริการครบวงจรจนน่ากลัว
ตัวอักษรบนกระดาษเป็ชื่อคนเป็ แต่หมึกจางจนอ่านได้ไม่ครบ เหมือนใครเอาความจำไปเช็ดออกครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงพยางค์หน้ากับเส้นหางของตัวอักษรท้าย ๆ ที่ขยับเบา ๆ คล้ายยังลังเลว่าจะเป็ชื่อใครดี
คนหน้าร้านเงียบสนิท
ความเงียบครั้งนี้ไม่เหมือนตอนชายเสื้อคลุมแตะยา ตอนนั้นทุกคนรอว่าร้านจะลงโทษโจรอย่างไร
ตอนนี้ทุกคนรอว่ารินจะขายของให้ผีจริงไหม
และถ้าขายจริง พวกเขาควรกลัวเธอเพิ่มอีกเท่าไร
ยายเภาเคาะไม้เท้ากับพื้นหนึ่งครั้ง
ก๊อก
เทียนเฝ้าประตูทั้งสองเล่มหดเปลวไฟลงต่ำ แต่ไม่ดับ เปลวสีขาวอมเขียวเอนไปทางหญิงชราเล็กน้อยเหมือนรู้จักกันแล้วไม่ค่อยอยากทักก่อน
“ร้านนี้เคยขายให้ยายก่อนหนูเกิดอีก แม่ค้า” ยายเภาพูด เสียงนุ่มและแห้งเหมือนใบตองเก่าที่พับเก็บไว้หลังศาล
รินมองใบเสร็จที่ยังนิ่ง “งั้นยายก็น่าจะรู้กฎค่ะ ลูกค้าเก่าไม่ได้แปลว่าได้เครดิต”
ยายเภาหัวเราะเบา ๆ
เสียงนั้นทำให้ชายชราตรงแถวหน้าขนลุกจนถอยชนคนข้างหลัง
“ปากแม่ค้าแบบนี้” ยายเภาว่า “ร้านคงยังไม่พังง่าย ๆ”
“อย่าเพิ่งชมค่ะ ยังไม่ได้คิดเงิน”
รินวางสมุดร้านลงบนเคาน์เตอร์แล้วกดปากกาแน่นพอให้ปลายปากกาจมลงในกระดาษ เธอไม่แตะเหรียญดำ ไม่แตะกระดาษชื่อ และไม่ปล่อยให้สายตาคนหน้าร้านดันเธอให้รีบตัดสินใจ
รีบขายให้ผีอันตราย
รีบปฏิเสธผีก็อันตราย
สิ่งที่อันตรายน้อยที่สุดคือถามราคาให้ชัดก่อน
“กฎสำหรับดีลนี้” รินพูด “หนึ่ง ห้ามแตะสินค้าเอง สอง ห้ามพูดชื่อคนเป็เต็ม ๆ ก่อนใบเสร็จรับรอง สาม ห้ามจ่ายด้วยความลับที่ทำให้ร้านติดหนี้แทนลูกค้า”
ยายเภายกคิ้ว “ข้อสามนี่ใครสอน”
“ประสบการณ์โดนโกงค่ะ คนเป็สอนมาดี ผีไม่ต้องเหนื่อย”
ตรงหน้าร้าน บาสหลุดหายใจคล้ายเกือบหัวเราะ แต่หยุดทันเมื่อคนข้าง ๆ มองเขาเหมือนการหัวเราะต่อหน้าผีเป็กิจกรรมเสี่ยงตาย
หมอกยืนอยู่ใกล้ประตู สีหน้าไม่ดีนัก เขาจ้องยายเภาเหมือนพยายามอ่านอะไรผ่านกลิ่นที่คนอื่นไม่ได้กลิ่น
“เธอไม่เหมือนพวกหิว” เขาพูดเบา “กลิ่นธูปดับ...ของค้างศาล แล้วก็หมากแห้ง”
ยายเภาหันไปหาเขา “จมูกไวดี แต่ไวมากก็เหนื่อยนะพ่อหนุ่ม”
หมอกเงียบ
รินเก็บข้อมูลนั้นไว้ กลิ่นธูปดับกับของค้างศาล ไม่ใช่กลิ่นฝนลึกเหมือนร่างบนรถเข็น และไม่ใช่กลิ่นเงามือชายเสื้อคลุม
แปลว่ายายเภาไม่ใช่ิญญาหิว
ยังไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
ของหมดอายุบางอย่างไม่ฆ่าทันที แต่ก็ไม่ควรกิน
“ยาย้าซื้ออะไร” รินถาม
ยายเภาวางมือเหี่ยวย่นไว้ใกล้เหรียญดำ แต่ไม่แตะเส้นขอบเคาน์เตอร์ด้านสินค้า “เทียนขาวครึ่งเล่มกับของไหว้เล็ก ๆ สักอย่าง ส่งให้เ้าของชื่อที่ยังหาตัวเองไม่เจอ”
เสียงฮือเบา ๆ เกิดขึ้นหน้าร้านทันที
“ผีจะซื้อของไหว้?”
“คนเป็ยังไม่ได้กินเลย”
“ให้เข้ามาทำไม”
รินไม่หันไปทันที เธอมองยายเภาก่อน “เ้าของชื่อเป็คนเป็หรือคนตาย”
“ตอนนี้ยังตอบยาก”
“ร้านนี้ไม่ค่อยชอบคำตอบแบบนั้นค่ะ มันคิดราคาไม่ออก”
ยายเภายิ้ม “เพราะงั้นยายถึงเอาชื่อมาด้วย”
กระดาษบนเคาน์เตอร์คลี่ออกอีกนิด
อักษรตัวแรกชัดขึ้น
บ
รินรู้สึกว่าบรรยากาศด้านหลังเธอเปลี่ยนทันที
ไม่ต้องหันก็รู้ว่าคนทั้งหน้าร้านกำลังมองบาส
บาสยืนตัวแข็ง
“ไม่ใช่ผมใช่ไหม” เขาถามเสียงต่ำกว่าปกติ
คำถามนั้นไม่ควรมีใครตอบเร็ว
รินยกมือขึ้นหยุดคนที่เริ่มขยับ “ไม่มีใครพูดชื่อเต็ม ไม่มีใครกล่าวหา และไม่มีใครใช้ตัวอักษรตัวเดียวตัดสินคน ถ้าจะโยนใครออกจากฐานด้วยพยัญชนะหนึ่งตัว เราคงต้องไล่คนชื่อขึ้นต้นเหมือนกันออกครึ่งตลาด”
“แต่เขาน่าสงสัยอยู่แล้ว!” คนหนึ่งพูด
บาสเม้มปากแน่น
รินหันไปมองคนพูด “ใช่ค่ะ เขาน่าสงสัย เลยต้องตรวจ ไม่ใช่เดา”
เธอพูดแล้วรู้สึกคำนี้ย้อนเข้าตัวเองนิดหนึ่ง
ตรวจ ไม่ใช่เดา
ไม่ใช่ปิดประตูใส่ทุกคนเพราะกลัวโดนโกงซ้ำ
น่ารำคาญที่บางครั้งคำพูดตัวเองมีใบเสร็จตามทวงเหมือนกัน
เครื่องพิมพ์ทำงาน
แกรก
ใบเสร็จแผ่นใหม่เลื่อนออกมา
ประเภทลูกค้า: ิญญาค้างกรรม / ลูกค้าประจำ
สถานะ: รับดีลได้ภายใต้กฎเ้าของร้านชั่วคราว
สิ่งชำระ: เหรียญดำ
การประเมิน: ไม่ใช่เงิน / แต้มกรรมค้างจ่าย / ข้อมูลมีเงื่อนไข
รินอ่านจบแล้วมองยายเภา “เหรียญดำคือแต้มกรรมค้างจ่าย”
“เงินคนตายใช้ยากหน่อย” ยายเภาว่า “แต่ร้านนี้ชอบของที่ติดบัญชีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”
“ร้านชอบของที่ตรวจได้ค่ะ ติดบัญชีเฉย ๆ ยังไม่ถือว่าน่ารัก”
คนหน้าร้านเงียบฟังมากขึ้น บางคนยังกลัว บางคนยังไม่พอใจ แต่เมื่อใบเสร็จรับรองว่ายายเภาทำดีลได้ เสียงโวยก็ลดลง
ระบบร้านเริ่มมีน้ำหนักกว่าความกลัว
รินหยิบเทียนขาวหนึ่งเล่มจากชั้นล่าง ไม่ใช่เทียนเฝ้าประตูที่เพิ่งปลดล็อก แต่เป็เทียนขาวธรรมดาที่มีอยู่เดิม เธอใช้มีดคัตเตอร์ตัดครึ่งอย่างระวัง
เสียดายไหม
เสียดาย
แต่ครึ่งเล่มถูกกว่าหนึ่งเล่ม และคำว่า "ครึ่ง" ฟังดูเหมาะกับเ้าของชื่อที่ยังไม่เต็มตัวพอดี
เธอวางเทียนขาวครึ่งเล่มบนถาดโลหะเล็ก ๆ แล้วหยิบถุงขนมไหว้ชิ้นเล็กจากชั้นของไหว้ที่ร้านยอมให้ขายได้หลังยายเภาเข้ามา ชั้นนั้นก่อนหน้านี้ดูเหมือนชั้นน้ำปลาธรรมดา ตอนนี้มีของไหว้ห่อกระดาษไขเพิ่มมาเหมือนร้านเพิ่งนึกได้ว่าลูกค้าผีต้องกินอะไร
ไม่จำกัดของ
แค่เปิดเท่าที่ดีลรองรับ
รินชอบแบบนี้มากกว่าเวทมนตร์แจกฟรี มันดูเป็ธุรกิจกว่า และธุรกิจที่มีต้นทุนอย่างน้อยยังเจรจาได้
“สินค้า: เทียนขาวครึ่งเล่มกับของไหว้เล็กหนึ่งชิ้น” รินพูด “สิ่งแลกเปลี่ยน: เหรียญดำ และข้อมูลหนึ่งชิ้นที่ร้านตรวจได้ภายหลัง”
ยายเภาพยักหน้า “คิดบัญชีเป็จริง ๆ”
“ยายพูดแบบนี้รอบที่สองแล้วค่ะ ถ้ารอบสามฉันคิดเป็ค่าชม”
รอยยิ้มของยายเภากว้างขึ้นนิดเดียว
รินเลื่อนถาดไปกลางเคาน์เตอร์ แต่ยังไม่ข้ามเส้นสินค้าออก
“ก่อนส่งของ ยายต้องตอบว่าเสียงผู้หญิงแก่หลังรถตู้ที่ยุให้คนหยิบยาก่อนซื้อ เป็ยายหรือเปล่า”
ความเงียบตกลงทันที
ชายเสื้อคลุมที่ถูกกันอยู่นอกเขตฐานชั้นในเงยหน้าขึ้น
คราบเกลือบนเงานิ้วเกินของเขาเหมือนสว่างขึ้นนิดหนึ่ง
ยายเภามองริน
ครั้งนี้รอยยิ้มยังอยู่ แต่ดวงตาขุ่นมัวเหมือนน้ำข้าวนั้นนิ่งลง
“เสียงแก่มีหลายเสียง แม่ค้า” เธอตอบ “อย่าเอาฟันหมากของยายไปคิดราคาหนี้คนอื่น”
คำตอบไม่ใช่คำปฏิเสธเต็ม
แต่ก็ไม่ใช่คำยอมรับ
ใบเสร็จพิมพ์บรรทัดใหม่
คำให้การ: ยังไม่ยืนยัน / ไม่พบหนี้ตรงกับเสียงหลังรถตู้
รินยอมรับคำตอบเท่าที่ร้านยอมรับ ไม่มากกว่านั้น
“ข้อมูลหนึ่งชิ้น”
ยายเภาก้มมองกระดาษชื่อคนเป็ “ชื่อไม่ใช่แค่คำเรียก เ้าของชื่อใช้มันยืนยันว่าตัวเองเป็ตัวเอง”
“ฟังดูเหมือนบัตรประชาชนเวอร์ชันผี”
“บัตรยังปลอมได้ ชื่อปลอมง่ายกว่า” ยายเภาว่า “ถ้าคนเป็กลัวมากพอ เหนื่อยมากพอ หรืออยากให้ใครมาตอบแทนมากพอ เขาจะเผลอยกสิทธิ์เรียกชื่อตัวเองให้สิ่งอื่น”
หมอกขยับเข้าใกล้ครึ่งก้าว “ยกยังไง”
ยายเภาไม่มองเขา เธอมองริน เพราะดีลนี้ทำกับริน
ถูกต้อง
ลูกค้าผีรายนี้รู้มารยาทร้านดีกว่าคนเป็หลายคน น่าหงุดหงิดมาก
“มีใครเรียกชื่อในที่มืด” ยายเภาพูด “เ้าของชื่อขานรับผิดเสียง หรือให้คนอื่นตอบแทน พอชื่อหลวม สิ่งที่รออยู่ก็หยิบไปใช้ซื้อของได้”
ใบเสร็จพิมพ์ตามช้า ๆ
ข้อมูลรับชำระ: ชื่อคนเป็อาจถูกยืมเป็สิทธิ์ซื้อ
เงื่อนไข: เ้าของชื่ออ่อนแรง / กลัว / ขานรับผิดเสียง / มีสิ่งอื่นตอบแทน
ระดับความจริง: ตรวจสอบต่อ
รินรู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้าเย็นขึ้น
ใบเสร็จ mismatch ตอนนั้น
ชื่อผู้ซื้อไม่ตรงกับสิ่งที่ยืนอยู่
ไม่ใช่แค่ผีแอบใส่ชื่อปลอม
อาจเป็ชื่อคนจริงที่ถูกยืมไปใช้เป็กุญแจ
“ดีลผิดใบแรก” รินพูด “เกิดเพราะมีใครยืมชื่อคนเป็มาซื้อของ?”
“ไม่ใช่ใคร” ยายเภาแก้เบา ๆ “บางทีมันไม่ใช่คน”
คนหน้าร้านพร้อมใจกันถอยครึ่งก้าว ทั้งที่พื้นที่แทบไม่มีให้ถอย
รินไม่ชอบคำว่า "มัน" ในบริบทนี้
คำนี้ทำให้ของที่ยังไม่มีรูปร่างฟังเหมือนมีฟัน
“ผ่านทางไหน” เธอถาม
ยายเภาแตะปลายไม้เท้าลงพื้น
ก๊อก
กระดาษชื่อคนเป็บนเคาน์เตอร์สั่น ตัวอักษร บ ลากเส้นยาวขึ้น แล้วมีเส้นหมึกอีกเส้นโผล่ตามมา คล้ายหางตัวอักษรที่ถูกขูดออก
“รอยชื่อที่ถูกยืมจะติดอยู่ตามที่ที่คนเป็ตอบรับชื่อของตัวเองผิดเสียง” ยายเภาพูด “คืนนี้รอยยังสด อยู่ทางที่ฝนไม่ไหลตามพื้น”
หมอกหายใจติดขัด “ซอยหลังตลาด”
รินมองเขา
เขาพยักหน้า “ทางนั้นกลิ่นฝนติดผนัง ไม่ไหลตามน้ำ”
ชายเสื้อคลุมเสียงแหบ “หลังตู้ขายน้ำเก่า”
รินหันไปมองเขา
เขาหลบตา แต่ยังพูดต่อ “ผมบอกแล้ว ทางนั้นไปแผงสดได้”
ข้อมูลเริ่มทับกัน
ดี
ข้อมูลที่มาจากผีกับคนที่ไม่น่าไว้ใจ ถ้าทับกันตรงจุดเดียว อาจยังไม่น่าไว้ใจเต็มที่ แต่คุ้มพอจะลงในบัญชีรอตรวจ
รินเลื่อนถาดสินค้าไปข้างหน้าอีกครึ่งคืบ
ใบเสร็จพิมพ์
รายการสินค้า: เทียนขาวครึ่งเล่ม / ของไหว้เล็กหนึ่งชิ้น
ผู้ซื้อ: ยายเภา
สิ่งชำระ: เหรียญดำ 1 / ข้อมูลเื่สิทธิ์ชื่อคนเป็
ระดับความเสี่ยง: ต่ำ-กลาง
ผลต่อหนี้กรรมร้าน: ไม่เพิ่ม
รินอ่านบรรทัดสุดท้ายซ้ำ
ไม่เพิ่ม
เธอไม่ได้โล่งใจแบบอยากยิ้ม แค่รู้สึกเหมือนมีใครยกก้อนหินออกจากลิ้นชักบัญชีไปหนึ่งก้อน
“ดีลผ่าน” เธอพูด แล้วเลื่อนถาดข้ามเส้นสินค้าออก
ยายเภาหยิบเทียนและของไหว้
มือของเธอโปร่งแสงเล็กน้อยตอนแตะของ แต่สินค้าไม่ตก ไม่หาย และไม่เน่าในอากาศ แปลว่าร้านยอมให้ของข้ามไปฝั่งเธอจริง
เหรียญดำบนเคาน์เตอร์อุ่นขึ้นนิดหนึ่ง ไอน้ำรอบเหรียญจางลง เหลือเพียงคราบวงกลมเปียก ๆ บนไม้
คนหน้าร้านเห็น
เหมือนตอนเด็กของแม่ค้าลูกชิ้นหายใจดีขึ้น
ครั้งนี้พวกเขาเห็นว่าผีจ่ายได้ และกฎร้านไม่พัง
แต่สีหน้าหลายคนบอกชัดว่าความจริงนี้ไม่ได้ทำให้อุ่นใจขึ้นเลย
“คุณจะขายให้ผีเรื่อย ๆ เหรอ” ผู้หญิงคนหนึ่งถาม เสียงสั่นมากกว่าก้าวร้าว
รินมองเธอ “ถ้าผีจ่ายตามกฎ ก็ขายค่ะ”
“แล้วคนเป็ล่ะ”
“คนเป็ก็จ่ายตามกฎเหมือนกัน”
“แต่พวกเราหิว”
“ฉันรู้” รินตอบสั้น ๆ
เธอรู้จริง ๆ เด็กบนตักแม่ค้าลูกชิ้นหายใจเบาลงแต่ยังซีด ชายชราปากแห้งยังมองขวดน้ำเป็ระยะ คนเจ็บบนรถเข็นยังมีบางอย่างหายใจใต้ซี่โครง และคนทั้งฐานยังเหมือนจะพังทันทีถ้ามีใคระโคำว่าแจกฟรีอีกครั้ง
รินไม่อยากพูดว่าความหิวไม่ได้ทำให้ใครมีสิทธิ์ทำร้านพัง
เพราะบางคนหิวจริง
เธอจึงพูดอีกแบบ
“ผีที่จ่ายตามกฎอันตรายน้อยกว่าคนเป็ที่หยิบยาโดยไม่ซื้อค่ะ”
ชายเสื้อคลุมทำหน้าเหมือนโดนโยนใบเสร็จใส่หน้าซ้ำ
ก็ช่วยไม่ได้
หลักฐานมีไว้ใช้งาน ไม่ได้มีไว้ประดับเคาน์เตอร์
บาสยกมือขึ้นช่วยกั้นคนที่เริ่มเบียดเข้ามา “ถอยนิดครับ ใครอยากให้เทียนดับตอนนี้เชิญลอง แต่ผมไม่แนะนำ”
ประโยคนั้นทำให้บางคนถอยจริง ๆ
รินเหลือบมองเขาอีกครั้ง
บาสยังน่าสงสัย
แต่ตอนนี้เขากำลังทำตัวมีประโยชน์แบบตรวจสอบได้ ซึ่งเป็ชนิดที่รินรับได้มากกว่าคำสาบานยาว ๆ
ยายเภาเก็บของไหว้ไว้ในชายผ้าถุง ทั้งที่ผ้าถุงไม่มีช่อง เธอทำเหมือนเป็เื่ปกติของคนแก่ที่มีกระเป๋าลับมากกว่ามิติร้านชำเสียอีก
ก่อนเธอจะถอย รินเรียกไว้
“ยาย”
หญิงชราหยุด
“กระดาษชื่อนี้ ฉันรับไว้ได้ไหม”
ยายเภายิ้ม “ถ้ารับโดยไม่ซื้อ ยายเสียของฟรี ถ้าซื้อโดยไม่รู้ราคา หนูเสียร้าน”
รินพยักหน้า “งั้นตั้งเป็ของฝากตรวจ ไม่ใช่ของร้าน”
ใบเสร็จนิ่งไปครึ่งอึดใจ
แล้วพิมพ์
สถานะกระดาษชื่อ: หลักฐานฝากตรวจ
เงื่อนไข: ห้ามใช้เรียกชื่อเต็ม / ห้ามส่งต่อ / ต้องตรวจร่วมกับรอยในพื้นที่จริง
รินเอื้อมไปหยิบที่คีบโลหะจากลิ้นชักแทนการใช้มือเปล่า คีบกระดาษชื่อใส่ถาดเล็กอีกใบ แล้วทับด้วยแก้วเปล่า
หมึกบนกระดาษหยุดดิ้นทันที
“รอบคอบ” ยายเภาว่า
“กลัวโดนคิดค่าส่งย้อนหลังค่ะ”
ยายเภาหัวเราะอีกครั้ง คราวนี้เทียนเฝ้าประตูสั่นตามจังหวะหัวเราะเบา ๆ เหมือนเปลวไฟไม่แน่ใจว่านี่เป็มุกหรือคำเตือน
หญิงชราหันไปมองร่างบนรถเข็น
บรรยากาศเปลี่ยน
จากความเย็นแบบร้านเปิดแอร์ผิดธรรมชาติ กลายเป็เย็นแบบศาลหลังตลาดตอนธูปดับหมดก้าน
คนเจ็บบนรถเข็นยังหลับตา แต่นิ้วมือขวากระตุกช้า ๆ ใต้ผ้าขนหนูเปียก
ยายเภามองนานพอให้รินรู้ว่าเธอไม่ได้มองคนป่วย
เธอมองสิ่งข้างใน
“คนนั้น” ยายเภาพูด “ไม่ได้หิวข้าว”
หมอกหน้าซีดลงทันที
รินจับปากกาแน่น “หิวอะไร”
ยายเภาไม่ตอบตรง ๆ
แน่นอน
ลูกค้าผีที่ดีไม่ให้ข้อมูลฟรีเกินใบเสร็จ น่าชื่นชมมากถ้าไม่ใช่เวลาที่มีคนอาจตายหน้าร้าน
“หิวเสียงเรียก” ยายเภาพูดในที่สุด “ใครขานรับผิด มันจะจำได้”
ร่างบนรถเข็นยิ้ม
ไม่ใช่ยิ้มกว้าง
แค่ริมฝีปากม่วง ๆ ยกขึ้นนิดเดียว
แต่มากพอให้แม่ค้าลูกชิ้นกอดลูกแน่น มากพอให้บาสหยุดหายใจ และมากพอให้เทียนเฝ้าประตูเล่มซ้ายเอนไปทางซอยหลังร้านอย่างช้า ๆ
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จทำงานเอง
แกรก
แกรก
รายการค้างตรวจ: รอยชื่อที่ถูกยืม
ตำแหน่งใกล้สุด: ซอยหลังตลาด
สถานะ: รอยยังสด
รินอ่านแล้วรู้สึกเหมือนร้านเพิ่งโยนแผนที่ที่มีกลิ่นผีใส่หน้า
ซอยหลังตลาด
ทางหลังตู้ขายน้ำเก่า
แผงสดร้าง
ทุกข้อมูลกำลังชี้ไปทางเดียวกัน เหมือนลูกค้าหลายรายรีวิวสินค้าห่วยด้วยคำคนละแบบ แต่สรุปว่าอย่าซื้อเหมือนกันหมด
ยายเภาถอยหลังหนึ่งก้าว
“แล้วเจอกัน แม่ค้า”
“ยังไม่ได้บอกเลยว่ายายมาซื้อครั้งหน้าเมื่อไร”
“ร้านที่ขายให้คนตาย ไม่ต้องนัดลูกค้าหรอก” เธอยิ้ม “เดี๋ยวลูกค้าก็มาถึงเอง”
พูดจบ หญิงชราก็เดินถอยเข้าไปในทางเดินระหว่างชั้นน้ำปลากับของไหว้
ก๊อก
ก๊อก
เสียงไม้เท้าห่างออกไป
แต่ตัวเธอหายไปก่อนเสียงสุดท้ายจะจบ
เหลือเพียงกลิ่นหมากแห้ง ธูปดับ และเหรียญดำที่ไม่เย็นจัดอีกแล้ว
ไม่มีใครพูดอยู่หลายอึดใจ
รินใช้เวลานั้นจัดของ
กระดาษชื่อถูกทับใต้แก้ว
ใบเสร็จดีลยายเภาถูกหนีบแยกจากใบเสร็จดีลผิด
เหรียญดำถูกวางไว้ในถ้วยโลหะ ไม่ปะปนกับเงินหรือของแลกเปลี่ยนคนเป็
ถ้าคืนนี้เธอรอด เธอควรทำแฟ้มแยกประเภทลูกค้า
คนเป็
คนตาย
คนที่ยังไม่แน่ใจ
และคนที่ไม่ควรให้แตะอะไรแม้แต่ถุงพลาสติก
ชีวิตหลังโลกแตกเริ่มมีงานเอกสารเยอะกว่าที่คาด
“เราจะไปซอยหลังตลาดตอนนี้เหรอ” หมอกถามเบา ๆ
รินมองออกไปนอกเส้นเกลือ ฝนดาวตกยังตกเป็แสงเขียวซีด ม่านกลิ่นฝนนอกตลาดหนาขึ้นจนป้ายร้านฝั่งตรงข้ามเหมือนอยู่ใต้น้ำ
“ยัง” เธอตอบ “เราเพิ่งมีฐานที่ไม่พังในห้านาทีแรก ฉันยังไม่ทิ้งเคาน์เตอร์ไปให้ใครทดลองเปิดร้านแทน”
หมอกพยักหน้า แต่สีหน้าบอกว่าเขารู้เหมือนกันว่าการรอไม่ได้ทำให้รอยสดน้อยลงในทางที่ดี
บาสมองกระดาษใต้แก้ว “ตัว บ นั่น...”
“ยังไม่ใช่ชื่อคุณ” รินตัดบท
เขานิ่ง
“แต่ก็ยังไม่ใช่หลักฐานว่าผมไม่เกี่ยว”
รินมองเขานานขึ้นนิดหนึ่ง
คำพูดนี้ดีกว่าการสาบานว่าไม่ผิด
คนที่ยอมรับว่าหลักฐานยังไม่พอ อย่างน้อยก็ไม่ได้พยายามขายความบริสุทธิ์แบบลดราคา
“ใช่ค่ะ” เธอพูด “คุณยังอยู่ในบัญชีสงสัย”
บาสถอนหายใจ “ขอบคุณที่ตรงมาก”
“ไม่คิดเงินค่ะ ครั้งแรก”
เสียงหัวเราะแห้ง ๆ หลุดจากใครบางคนหน้าร้าน คราวนี้ความตึงคลายลงเพียงเล็กน้อย
แล้วมันก็กลับมา
จากนอกเส้นเกลือ
ตรงทิศซอยหลังตลาด
มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ริน”
รินแข็งไปทั้งตัว
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงยายเภา
ไม่ใช่เสียงหมอก
ไม่ใช่เสียงบาส
มันเป็เสียงคนที่เธอเคยเชื่อใจมาก่อนโลกแตก เสียงที่เคยพูดว่าจะไม่ทิ้งกัน แล้วทิ้งเธอไว้กับหนี้และกล่องพัสดุที่ถูกโกงจนต้องนับใหม่ทั้งคืน
เสียงนั้นเรียกอีกครั้ง
อ่อนโยน
คุ้นเคย
และผิดที่ผิดเวลา
“ริน ตอบหน่อย”
กระดาษชื่อใต้แก้วสั่น
เทียนเฝ้าประตูเอนไปทางซอยหลังตลาดจนเปลวเกือบแตะขอบเชิงเทียน
ใบเสร็จใต้เครื่องพิมพ์เลื่อนออกมาเองอีกแผ่น
คำเตือน: ห้ามขานรับชื่อจริงนอกเขตตรวจ
รินค่อย ๆ วางปากกาลง
หัวใจเธอเต้นแรง แต่เสียงของเธอเรียบมากตอนตอบคนในร้าน
“ไม่มีใครพูดชื่อฉัน”
นอกเส้นเกลือ เสียงเดิมหัวเราะเบา ๆ
แล้วเรียกชื่อเธออีกครั้ง
คราวนี้ใกล้กว่าเดิม