กู้หยูม่านอารมณ์ดีที่หาเงินไว้ซื้อยาคืนชีพให้สามีได้ครบแล้ว ต่อไปนางก็ไม่ต้องกังวลและไม่ต้องเร่งรีบที่จะหาเงินมาซื้อยาให้สามีอีก และเมื่อมีเงินอยู่ในมือ กู้หยูม่านจึงชวนน้องชายไปเดินซื้อของที่ตนเอง้า ความสุขใดจะเทียบเท่ากับการได้ชอปปิงกันเล่า
“เฉินซี เ้าขนต้นกล้าไม้ผลพวกนี้ไปไว้ที่เกวียนก่อน ขนเสร็จแล้วค่อยตามข้าไปร้านขายธัญพืช” กู้หยูม่านบอกน้องชาย
“พวกนี้คือต้นกล้าไม้ผลที่จะเอาไปปลูกในที่ดินของเราใช่หรือไม่ขอรับ” กู้เฉินซีมองต้นกล้าไม้ผลและตะกร้าใส่เมล็ดพันธุ์ผักที่วางรวมกันอยู่กองใหญ่ “พี่หญิงจะปลูกผักกับผลไม้ในที่ดินทั้งหมดเลยหรือขอรับ เราจะไม่แบ่งที่ดินบางส่วนไว้ปลูกข้าวหรือ?”
“ข้าจะเริ่มปลูกผลไม้ ผัก ธัญพืชประเภทถั่ว ข้าวโพด แล้วก็มันฝรั่งกับมันเทศก่อน เื่ปลูกข้าวยังไม่ได้คิด” กู้หยูม่านตอบ
“เมื่อครู่ข้าก็เดินอยู่กับท่าน แต่ทำไมข้าไม่สังเกตเห็นว่าในร้านมีต้นกล้าไม้ผลพวกนี้อยู่เลยขอรับ” กู้เฉินซีชี้ไปที่เบี้ยต้นเชอร์รี เบี้ยต้นองุ่น และเบี้ยต้นสตรอว์เบอร์รี
“ก็เ้าไม่ได้เดินไปดูให้ทั่วเหมือนข้านี่นา” กู้หยูม่านแอบยิ้ม แอปเปิล ลูกพลับ สาลี่ ไฉไฉตรวจสอบให้แล้วว่าต้นกล้าของร้านนี้มีคุณภาพดี แค่หมั่นรดน้ำด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ เท่านี้รสชาติของผลไม้ก็จะออกมาดีกว่าที่อื่นแล้ว แต่ต้นเชอร์รี องุ่น แล้วก็สตรอว์เบอร์รี นางซื้อมาจากมิติ เพราะในยุคนี้ยังไม่มีผลไม้ทั้งสามชนิดนี้ขาย นางอาศัย่ที่น้องชายและคนงานในร้านเผลอแอบเอาเบี้ยไม้ผลและเมล็ดพันธุ์ผักชนิดต่างๆ จากมิติออกมาวางรวมไว้เพื่อให้น้องชายขนขึ้นเกวียน
กู้เฉินซีไม่ได้สงสัย เพราะั้แ่เดินเข้าร้าน พี่สาวก็เอาแต่เดินสำรวจไปทั่วจนเขาตามไม่ทันจริงๆ กู้หยูม่านใช้จ่ายเงินไปไม่น้อยที่ร้านขายต้นไม้ แต่นางยังไม่หยุดเพราะที่บ้านยัง้าเสบียง
ณ ร้านอวิ๋นกู่เล่ย
“แม่นางสนใจจะซื้อสินค้าชนิดใดขอรับ ด้านซ้ายมือจะเป็ข้าวสาร แป้ง ธัญพืช ส่วนด้านขวาจะเป็เครื่องปรุง ผักสด ผลไม้ แล้วก็ผักดองชนิดต่างๆ ขอรับ”
“ข้าขอซื้อข้าวสารห้าสิบจิน แป้งขาวสามสิบจิน ถั่วเขียว ถั่วเหลืองและเมล็ดทานตะวันอย่างละยี่สิบจินเ้าค่ะ” กู้หยูม่านบอก
ผู้จัดการร้านยิ้ม นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้ต้อนรับลูกค้ารายใหญ่เช่นนี้ “แม่นาง้าเครื่องปรุงด้วยหรือไม่ วันนี้ที่ร้านของเรามีเกลือขาวกับน้ำตาลทรายขาวอย่างดีมาขายด้วยนะขอรับ”
“ข้าขอเดินดูก่อนได้หรือไม่เ้าคะ”
“ได้ขอรับ แม่นางเชิญเลือกสินค้าได้ตามสบาย หาก้าความช่วยเหลือ แม่นางเรียกข้าได้ทุกเมื่อ”
กู้หยูม่านเดินไปดูเครื่องปรุง แต่เมื่อเห็นสินค้านางก็ไม่ได้สนใจที่จะซื้อ เพราะเครื่องปรุงในมิติมีให้นางเลือกซื้อมากกว่านี้
‘ข้าว่าเราไปซื้อสินค้าที่ร้านของเถ้าแก่เจียงดีหรือไม่ ที่นั่นมีของให้เราเลือกมากมาย ของบางอย่างมาจากเมืองหลวงเชียวนะ’
‘ข้าก็คิดอยู่เหมือนกัน นับวันที่นี่มีของขายน้อยลงทุกที’
‘ร้านของเถ้าแก่เจียงยังให้เราเชื่อสินค้าได้ด้วย ข้าว่าจะลองไปเชื่อข้าวสารกับเกลือกลับบ้านสักหน่อย รอสิ้นเดือนแล้วข้าค่อยเอาเงินไปจ่าย’
‘เ้าก็ทำได้สิ สามีของเ้าเป็นักการอยู่ในที่ว่าการอำเภอ พอถึงสิ้นเดือนเ้าก็เอาเงินเดือนของสามีมาจ่ายได้ แต่ข้าทำไม่ได้’
‘อย่างไรก็ลองไปดูก่อนเถอะ บางทีเย็นนี้เ้าอาจจะได้ของดีไปทำให้ลูกชายกับลูกสาวของเ้ากิน เพราะไม่ใช่แค่เถ้าแก่เจียงจะขายสินค้าเป็เงินเชื่อ บางวันเขายังเอาของมาขายลดราคาอีกด้วย’
‘ลดราคาหรือ เช่นนั้นก็รีบไปเถอะ เดี๋ยวจะซื้อของไม่ทันคนอื่นเขา’
กู้หยูม่านยืนฟังสตรีทั้งสองนางคุยกันจนจบ นางรู้สึกสนใจวิธีการขายที่เถ้าแก่เจียงนำมาใช้อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการขายสินค้าลดราคา หากเป็ยุคที่นางจากมา กลยุทธ์การขายไม่ว่าจะเป็ลดแลกแจกแถม เื่เหล่านี้นับว่าธรรมดาเอามากๆ แต่เถ้าแก่เจียงกลับคิดกลยุทธ์แบบนี้ออกมาได้ นับว่าเถ้าแก่เจียงผู้นี้มีเป็พ่อค้าที่มีความสามารถมาอยู่ไม่น้อย
“แม่นางคิดจะไปซื้อสินค้าที่ร้านนั้นใช่หรือไม่” ผู้จัดการร้านเดินมาหากู้หยูม่าน เขาได้ยินสิ่งที่สตรีสองนางนั้นพูดอยู่เหมือนกัน แต่เห็นแก่ที่กู้หยูม่านซื้อสินค้าจากเขาเป็จำนวนมากและยังไม่ต่อราคาสักคำ เขาจึงอยากเตือน “ขายสินค้าเป็เงินเชื่อฟังดูก็เข้าท่าดี แต่เ้าไม่รู้หรอกว่าพอเ้าเชื่อสินค้าไปแล้วเ้าจะไม่ได้เป็ลูกค้า แต่เ้าจะกลายเป็ลูกหนี้ และเมื่อถึงกำหนดที่เ้าต้องเอาเงินมาจ่าย เถ้าแก่เจียงก็จะเก็บค่าสินค้าจากเ้าสูงกว่าราคาเดิมไปอีกครึ่งหนึ่ง
แต่หากถึงกำหนดชำระแล้วเ้ายังไม่นำเงินมาจ่าย ถึงตอนนั้นเถ้าแก่เจียงก็จะไปบอกลูกเขยแล้วให้ลูกเขยนำคนจากที่ว่าการอำเภอมาจับตัวเ้าไปขึ้นศาล คราวนี้ไม่ใช่แค่ต้องจ่ายค่าสินค้าที่มีราคาแพง แต่เ้ายังต้องจ่ายค่าเสียเวลา ค่าดอกเบี้ย แล้วก็ค่าใช้จ่ายอื่นที่เถ้าแก่เจียงเขียนไว้ในคำฟ้องอีก ข้าไม่ได้ห้ามหากว่าเ้าอยากไปซื้อสินค้าที่นั่น แต่ถ้าเ้ามีเงินสดอยู่ในมือ เ้าก็ใช้จ่ายด้วยเงินสดและไม่ต้องไปเชื่อสินค้าจากพวกเขาจะดีที่สุด”
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีที่ท่านช่วยเตือนข้านะเ้าคะ นอกจากจะเป็ลูกค้า แต่ข้ายังทำการค้าร่วมกับเถ้าแก่อวิ๋นด้วย ดังนั้นข้าจะไม่ไปซื้อสินค้าที่ร้านนั้นแน่นอนเ้าค่ะ”
“หืม...เ้าคือแม่นางกู้ใช่หรือไม่” ผู้จัดการร้านยิ้ม “ข้าแซ่กวง เป็ผู้จัดการร้านของที่นี่ เ้าจะเรียกข้าว่าลุงกวงก็ได้”
“ท่านลุงรู้จักข้าด้วยหรือเ้าคะ” กู้หยูม่านถาม
“เถ้าแก่ส่งให้คนมาบอกผู้จัดการร้านที่ดูแลร้านค้าทั้งหมดของตระกูลอวิ๋นเกี่ยวกับเื่ของเ้าแล้ว และยังกำชับอีกว่าให้ขายสินค้าให้เ้าถูกกว่าราคาขายหน้าร้าน”
กู้หยูม่านยิ้มเพราะไม่คิดว่าเถ้าแก่อวิ๋นจะใจดีกับตนเพียงนี้
“ข้าคงต้องไปคิดค่าสินค้าให้เ้าใหม่เสียแล้ว” ลุงกวงกำลังจะเดินไปที่โต๊ะบัญชี
“เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะท่านลุง” กู้หยูม่านเรียกลุงกวงไว้ “เอาไว้ครั้งหน้าท่านค่อยคิดราคาส่วนลดให้ข้าก็ได้เ้าค่ะ แต่ตอนนี้ข้าอยากถามเื่ของเถ้าแก่เจียงมากกว่า”
“เ้าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับเถ้าแก่หน้าเืผู้นั้นเล่า”
“ท่านบอกว่าลูกเขยของเขาทำงานอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอ เขาทำงานตำแหน่งอะไรหรือเ้าคะ”
“ได้ยินว่าเป็เสมียนที่คอยบันทึกคำร้องของชาวบ้านเพื่อส่งต่อไปให้นายอำเภอตัดสินคดี”
“ตำแหน่งเสมียนก็ไม่ได้ใหญ่โต อีกทั้งเถ้าแก่เจียงพ่อตาของเขาก็ทำการค้าอย่างเอารัดเอาเปรียบ แล้วทำไมนายอำเภอยังตัดสินคดีให้ชาวบ้านได้รับความไม่เป็ธรรมจากการซื้อสินค้าราคาแพงของเถ้าแก่เจียงด้วยเ้าคะ” กู้หยูม่านถามอย่างไม่เข้าใจ
“ก็จะอะไรเสียอีกเล่าหากไม่ใช่เพราะเงิน” ลุงกวงทำท่ากระซิบ “หลายคนพูดกันว่าแต่ละเดือนนายอำเภอฉินได้รับเงินใต้โต๊ะจากเถ้าแก่เจียงอยู่ไม่น้อย การตัดสินคดีก็เพื่อช่วยเถ้าแก่เจียงนั่นล่ะ”
“แต่ข้าคิดว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้นนะเ้าคะ” กู้หยูม่านทำท่าคิด “ท่านลุงพอจะบอกได้หรือไม่เ้าคะว่าลูกเขยของเถ้าแก่เจียงมีนามว่าอะไร”
“เ้าจะถามไปทำไม?” ลุงกวงมองกู้หยูม่านแล้วขมวดคิ้ว ลูกสาวของเพื่อนบ้านถูกหลิ่วซานกั๋วล่อลวงจนเด็กสาวตั้งท้อง ไม่นานเพื่อนบ้านกับเด็กสาวผู้นั้นก็ถูกคนพาตัวไป หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบครอบครัวนั้นอีกเลย ส่วนบ้านหลังนั้นก็ถูกทิ้งให้ร้างจนถึงทุกวันนี้
กู้หยูม่านไม่รู้ความคิดของลุงกวง นางจึงยิ้มแล้วอธิบาย “ข้าแค่ถามเพื่อจะได้ระวังตัวไว้เ้าค่ะ เพราะต่อไปข้ายังต้องเดินทางเข้าเมืองเพื่อมาติดต่อการค้ากับเถ้าแก่อวิ๋น จะได้รู้ว่าควรระวังตัวจากใครไว้บ้าง”
ลุงกวงได้ยินก็โล่งใจ “ข้าก็นึกว่าเ้าจะเหมือนผู้หญิงหลายๆ ที่พยายามเข้าหาหลิ่วซานกั๋วเสียอีก”
“ท่านว่าอย่างไรนะเ้าคะ!” กู้หยูม่านพูดเสียงดัง “ท่านพูดว่าหลิ่วซานกั๋วหรือเ้าคะ”
“เ้ารู้จักเ้าคนแซ่หลิ่วนั่นด้วยหรือ”
“ไม่รู้จักเ้าค่ะ” กู้หยูม่านรีบปฏิเสธ
“ไม่รู้จักแล้วทำไมต้องใขนาดนั้นเล่า”
“ชื่อของเขาคล้ายกับคนรู้จักของข้าเ้าค่ะ แต่ว่าคนคนนั้นเขาตายไปแล้ว ข้าได้ยินก็เลยใ”
“ที่แท้ก็เป็อย่างนี้” ลุงกวงมองกู้หยูม่าน “แต่ข้าก็อยากเตือนเ้าว่าหากเ้าเจอเ้าคนแซ่หลิ่วที่ไหนก็รีบหลบไปให้ไกล”
“ทำไมหรือเ้าคะ” กู้หยูม่านถามต่อ
“ในเมื่อเถ้าแก่เจียงไม่ใช่คนดี แล้วลูกเขยอย่างหลิ่วซานกั๋วจะเป็คนดีไปได้อย่างไร อีกอย่างภรรยาของหลิ่วซานกั๋วเป็คนขี้หึงและขี้ระแวง อยู่ให้ห่างพวกเขาไว้จะปลอดภัยกว่า” ลุงกวงไม่ได้บอกเื่ของเพื่อนบ้านให้กู้หยูม่านฟัง
“เ้าค่ะท่านลุง ข้าจะอยู่ให้ห่างจากคนพวกนั้นให้มากที่สุดเลยเ้าค่ะ” ก็หยูม่านรับคำ
“พี่หญิง ท่านเป็อะไรไปหรือขอรับ” กู้เฉินซีถาม เพราะั้แ่ขนของแล้วบังคับเกวียนออกมาจากร้านขายธัญพืช พี่สาวยังไม่พูดอะไรกับเขาสักคำ “เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ข้าไม่อยู่หรือขอรับ”
กู้หยูม่านเล่าเื่เถ้าแก่เจียงและหลิ่วซานกั๋วให้น้องชายฟัง อย่างไรน้องชายก็รู้เื่ในอดีตของนางหมดแล้ว จึงไม่มีอะไรที่นางต้องปิดบังเขา
“เช่นนั้นเราก็เดินทางเข้าอำเภอให้น้อยลงก็ได้แล้วไม่ใช่หรือขอรับ” กู้เฉินซีบอกเมื่อฟังจบ “โอกาสที่จะได้เจอกันก็จะน้อยลง”
“แต่ปีหน้าข้าคิดจะส่งเ้าสามแสบเข้ามาเรียนในเมือง ข้ากลัวว่าถ้าหลิ่วซานกั๋วรู้ เขาจะมาสร้างปัญหาให้เด็กๆ” กู้หยูม่านไม่ได้สนใจความปลอดภัยของตัวเอง หากเจอหลิ่วซานกั๋วหรือภรรยาใหม่ของเขา นางสามารถหลบเข้าไปในมิติเพื่อซ่อนตัวได้ แต่ลูกชายทั้งสามคนทำไม่ได้
“ข้าได้ยินพี่เขยพูดกับเด็กๆ ว่าพอถึงวัยที่พวกเขาต้องเข้าเรียน พี่เขยจะมาสมัครเป็อาจารย์ที่สำนักศึกษา ถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะมีพี่เขยคอยดูแล” กู้เฉินซีพูดต่อ “ข้ายังได้ยินมาอีกว่าพี่เขยจะเขียนจดหมายกลับบ้านเพื่อให้ที่บ้านส่งคนมีฝีมือมาคอยคุ้มกัน พี่เขยเตรียมการไว้หมดแล้ว ท่านไม่จำเป็ต้องกังวลเื่นี้เลยขอรับ
เมื่อได้ยินว่าสามีเตรียมการเื่ของลูกชายไว้แล้ว กู้หยูม่านก็อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย ทั้งยังตำหนิตัวเองอยู่ในใจว่านางลืมไปได้อย่างไรว่าแม้ภายนอกสกุลเฮ่อจะเป็เพียงครอบครัวบัณฑิต แต่เื้ัสกุลเฮ่อก็ยิ่งใหญ่เช่นกัน อย่าว่าแต่หลิ่วซานกั๋วมีนายอำเภอฉินคอยหนุนหลัง แม้ต้องเจอกับสกุลเฮ่อ นายอำเภอฉินยังต้องคุกเข่าให้ด้วยซ้ำ
กู้เฉินซีเห็นพี่สาวกลับมายิ้มได้ เมื่อนึกถึงครอบครัวของพี่เขยและพี่สาว เขาจึงถามขึ้นอย่างกังวล ” พี่หญิง ครอบครัวของพี่เขยเป็มาอย่างไร แล้วครอบครัวของท่านเป็อย่างไร หากพวกเขารู้ว่าท่านรับข้าเป็น้องชาย พวกเขาจะยอมรับข้าได้หรือขอรับ”
“เ้าไม่ต้องกังวลกับเื่นี้ สกุลเฮ่อล้วนเป็คนดี ส่วนครอบครัวของข้าก็ไม่ต่างกัน อีกทั้งท่านพ่อกับพี่ใหญ่ก็อยากมีลูกชายและน้องชายมาตลอด ได้คนดีอย่างเ้ามาใช้แซ่กู้ พวกเขามีแต่จะขอบคุณสิไม่ว่า” กู้หยูม่านอารมณ์ดี นางหันไปเห็นคนขายถังหูลู่ยืนอยู่ “เ้าจอดเกวียนสักครู่ ข้าจะลงไปซื้อถังหูลู่ให้เ้าสามแสบก่อน”
“แม่นางจะรับถังหูลู่กี่ไม้ขอรับ” คนขายถามกู้หยูม่าน
“ห้าไม้เ้าค่ะ” กู้หยูม่านตอบพร้อมกับเตรียมจ่ายเงิน
“ไม่ได้! ข้าจะซื้อมันทั้งหมด เ้าห้ามขายให้ผู้อื่น”