บทที่ 2
ชีวิตก็เท่านี้
จบลงแล้วชีวิตของเขา... ง่ายไปไหมหนอ?
แม้จะรู้สึกเสียดายอยู่บ้างที่ใช้เวลาหาความสุขให้ตัวเองได้น้อยนิดเสียเหลือเกิน แต่กล้วยก็ปล่อยวางทุกอย่างได้รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างน้อยในตอนนี้ิญญาของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ทราบแล้วว่า ชีวิตหลังความตายคงมีจริง
“อืม... ดูท่าพวกเด็ก ๆ ที่มูลนิธิคงอยู่ดีกินดีไปสักระยะ” กล้วยมองร่างไร้ิญญาของตนที่อยู่ในท่าทางสงบสุขไม่ทุรนทุรายอย่างพอใจ ความกังวลบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อคิดว่าจะมีคนมาพบศพช้าไป แต่เวลาผ่านมาไม่ถึงวัน รุ่นน้องที่ทำงานหลายคนก็มาเคาะประตูถึงห้อง
สุดท้ายศพก็ถูกพบในเวลาไม่ถึงวัน โชคดีเสียจริงที่ไม่กลายเป็ร่างเน่าเฟะขยะแขยงจนใช้การไม่ได้ จดหมายพินัยกรรมถูกค้นเจอเมื่อทางคอนโดจำเป็ต้องเคลียร์ทรัพย์สินที่อยู่ภายในพร้อมทนาย และเตรียมทำความสะอาด เื่ราวในนั้นจึงถูกส่งมอบต่อให้กับนักกฎหมายที่เชื่อถือได้ และเงินทั้งหมดที่เขามีจะถูกส่งให้มูลนิธิจัดการอย่างไม่ขาดตกบกพร่องอะไร
แล้วหลังจากนี้จะทำอะไรต่อ? ... ิญญาของกล้วยล่องลอยมาเกือบสองสัปดาห์แล้ว แต่สิ่งที่ควรจะเป็ยมทูตก็ไม่ปรากฏตัวมารับเขาเสียที
“เราปล่อยวางทุกอย่างหมดแล้วนี่นา... “ร่างโปร่งแสงคิดในใจด้วยความงุนงง สวดมนต์ ไปวัดไหว้พระก็ทำมาแล้ว นั่งสมาธิให้ปลอดโปร่งก็ทำแล้ว ทำไมถึงไม่ไปสู่สุคติเสียที
เพราะเป็คนย้ำคิดย้ำทำไปเสียหน่อย ทุกอย่างที่กล่าวมาจึงถูกทำอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีสิ่งใดสัมฤทธิผลตามคาดหมาย สุดท้ายร่างิญญาเลยล่องลอยไปสอดส่องผู้คนที่ตนเองรู้จักเสียหน่อย
บรรดาเพื่อนฝูง... อืม ไม่ค่อยมีใครที่สนิทด้วย น้อง ๆ ทั้งหลายที่มีความจริงใจให้กันอยู่บ้างก็เจอพร้อมเสียงร่ำไห้ที่งานศพของเขาแล้ว ชีวิตของเด็กพวกนั้นล้วนมีปัญหา แต่ทุกคนก็ยังกัดฟันอดทนสู้ชีวิตต่อไป ความสนใจเลยถูกเบนมายังผู้เคยแสดงท่าทางร้ายกาจกับเขา หรือทำตัวเป็ศัตรูชัดเจน
คุณวิช... หัวหน้าคนแรก ยังคงทำงานเช้าชามเ็าม และติดแหง่กอยู่ที่ระดับหัวหน้าหน่วยเช่นเดิม เพียงแต่ย้ายพื้นที่รับผิดชอบไปเรื่อย ๆ ชีวิตของเขาไม่ได้สงบสุข หมาที่บ้านทำตัวมีปัญหาทุกวันจนต้องปวดหัวกับทั้งเสียงบ่นของภรรยาและเพื่อนบ้าน ส่วนพฤติกรรมที่ทำงานก็ยังโยนความผิดให้เด็กใหม่เสมอ ทำตัวลื่นปัดความผิดออกไปอย่างง่ายดายเหมือนปลาไหล ไม่ต่างจากเดิมหรือมีจิตสำนึกเพิ่มขึ้นแม้แต่น้อย
พี่เดือน... หัวหน้าคนที่สอง ผู้เคยใช้งานเขาเยี่ยงทาส เธอยังคงรวยล้นฟ้า เปลี่ยนรถปีละสองคัน กินเลี้ยงรอบละเกือบหมื่น เป็เพื่อนกับผู้บริหารช่างทำให้เธอมีชีวิตที่ดีจริง ๆ การงานรุ่งเรือง เงินทองเหลือใช้ แต่ชีวิตที่บ้านกลับน่าอึดอัดและเงียบเหงา... ที่จริงแล้วเธอไม่มีความสุข เธอ...พูดโกหกเป็ประจำ โกหกสามีว่าทำงานไม่เครียด โกหกผู้บริหารว่าเธอยังไหว โกหกลูกค้าว่าสินค้าทุกชิ้นมีคุณภาพได้อย่างหน้าด้าน ๆ ส่วนที่ทำบ่อยครั้งที่สุด คือ โกหกลูกน้องว่าทุกอย่างจะดีขึ้น สุดท้ายก็ถีบหัวส่งพวกเขาอย่างไม่ไยดีด้วยการไล่ออกสายฟ้าแลบ
คุณเอส... ผู้เคยร่วมงาน ยังคงทำตัวเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ เข้างานไม่เคยเต็มวัน เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการท่องอินเทอร์เน็ตอย่างเปล่าประโยชน์ ดูหุ้น เล่นเกม อ่านเว็บบอร์ด ทว่าไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้เพราะเป็คนเก่าคนแก่ของบรรดาผู้นำองค์กร เลยไม่มีใครกล้าแตะต้อง ล่าสุดผลของการใช้ชีวิตอย่างเอื่อยเฉื่อยทำให้เขาอ้วนฉุ เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย และกำลังนอนเป็ผักอยู่ในโรงพยาบาลเพราะภาวะเส้นเืในสมองตีบรอบที่สาม... ชีวิตน่าอดสูและไร้แก่นสารจนน่าสงสาร
สุดท้ายคุณพีระ... เ้านายคนล่าสุด ผู้ทำตัวน่าเกรงขาม มีดีกรีเรียนจบสูงมีความรู้กว้างขวาง แต่กลับเป็ได้แค่ทาสในบ้านที่เมียคอยจิกใช้เหมือนหมูเหมือนหมา ที่กล่าวว่าเหมือนหมูเหมือนหมานั้นเป็สิ่งที่ไม่เกินจริงนัก ภรรยาของเขาแทบจะไม่เห็นว่าสามีเป็มนุษย์คนหนึ่งเสียแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าสังคมจะให้ท้ายคนพวกนี้เพราะเพศสภาพ ชีวิตเื้ัของคุณพีระจึงเป็สิ่งไร้เกียรติที่น่าสมเพชยิ่งนัก
บรรดาศัตรูของเชา ล้วนใช้ชีวิตกับปัญหาของตนเอง กล้วยหลุดขำหลายครั้ง แต่ก็กล่าวขออภัยและอโหสิกรรมให้คนเ่าั้ ถ้าชาติหน้ามีจริง เขาหวังว่าอย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย เมื่อแผ่เมตตาให้คนพวกนั้นร่างกายที่กำลังล่องลอยก็เริ่มปลอดโปร่ง
อา... หรือว่านี่คือสิ่งสุดท้ายที่ต้องทำ... โลกเริ่มเปลี่ยนไปเป็สีขาวโพลนกว้างไกลสุดสายตา
“กว่าจะเสร็จนะ... เสียเวลาไปเยอะเลยนี่” เสียงสดใสดังกังวานจนิญญาชายสูงวัยต้องหันไปมอง เขาพบกับกลุ่มแสงเจิดจ้าก้อนหนึ่งจนต้องหรี่ตา แต่หลังจากนั้นร่างที่งดงามก็เผยโฉมให้เห็น เธอคนนั้นเป็หญิงสาวที่สวยมากที่สุดที่เขาเคยเจอ
“คุณคือ? ใครหรือครับ ใช่ยมทูตที่จะมารับผมหรือเปล่า?”
“ข้าคืออะไรสักอย่างที่ไม่ใช่ยมทูต ไม่ได้มารับเ้า แค่แวะมาชมเื่น่าเบื่อให้จิตใจได้เยียวยาเสียหน่อย”
“อา...” เื่น่าเบื่อคงเป็เื่ของเขา ซึ่งรวม ๆ แล้วก็น่าเบื่อจริงเสียด้วย นายกล้วยไข่จึงได้แต่เกาหัว แล้วหัวเราะแก้เขิน
“ไม่ใช่เื่ของเ้าหรอก ที่น่าเบื่อ... มันยังไม่จบนี่นา” เธอยิ้มมีเลศนัย จากนั้นขวดคริสทัลเต็มไปด้วยเครื่องดื่มสีสดใสปรากฏขึ้นจากอากาศที่ว่างเปล่า ริมฝีปากของร่างงดงามดื่มมันลงไปหลายอึกเพื่อแก้กระหาย
“... แล้วเ้าจะทำอย่างไรต่อ?”
กล้วยรู้สึกตื่นเต้นเมื่อนึกถึงนิยายหลายเื่ในวัยหนุ่มที่เคยอ่านมา เธอคนนี้จะใช่พระเ้าหรือเปล่า เขาตายเพราะความผิดพลาดอะไรหรือเปล่า จะมีรางวัล จะมีชีวิตใหม่อะไรเทือกนี้ไหม จินตนาการของมนุษย์ช่างก่อตัวได้รวดเร็วยิ่งนัก จนเทพีไร้นามที่นั่งเงียบไปสักพักเริ่มเปล่งเสียงอันขบขันออกมา
“ฮะ ๆ ๆ จินตนาการของเ้า ฮ่า ๆ ๆ ...” ขวดแก้วใสในมือหล่นกระทบพื้นแล้วสลายตัวไปเป็พลังบางอย่างล่องลอยในอากาศ ก่อนที่มันจะค่อย ๆ เลือนรางอย่างรวดเร็ว ระหว่างนั้นเทพีคนสวยก็พยายามระงับความรู้สึกขบขันของตนเองให้มันสงบลง เธอค่อย ๆ ตอบคำถามของเขาทีละอย่างจนจบ
“ข้า...อาจจะใช่สิ่งที่พวกเ้าเรียกว่าพระเ้าก็ได้ หรือไม่ใช่ก็ได้ และต่อให้มีสิ่งที่เรียกว่าพระเ้าจริง ความผิดพลาดจากการตายอย่างไร้สาระพวกนั้นก็ไม่มีวันเกิดขึ้นเพราะไม่มีผู้ใดลิขิตชะตาชีวิตของพวกเ้า...”
“รางวัลที่เ้าควรจะได้รับ? รางวัลเกี่ยวกับสิ่งใดหรือ? รางวัลที่ใช้ชีวิตมาจนจบ? รางวัลที่ทำตัวเป็คนดี?” เธอปล่อยให้ร่างตรงหน้าขบคิดชั่วครู่ ก่อนที่จะตัดฝันเขาอย่างรวดเร็ว
“ไม่มีหรอกนะ... สิ่งที่พวกเ้าคาดหวังน่ะ... มันเป็เพียงสิ่งเพ้อฝันที่คอยใช้ประโลมโลกอันโหดร้ายเท่านั้น อย่างน้อยก็ในโลกแห่งนั้นล่ะนะ”
ดวงิญญาที่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตื่นตระหนก เสียงจากเทพีคนสวยเริ่มห่างไกลออกไปและไม่ชัดเจนพร้อมกับร่างที่เริ่มเลือนราง
“เดี๋ยวก่อน แล้วผมจะต้องทำยังไงต่อล่ะครับ?” กล้วยเริ่มไขว่คว้าเงาร่างที่จางหายอย่างหวาดกลัว
“ฝัน... แ..ค่..ตื่น...พอ...แ..ล้ว..มิ..ใ.ช่...”
ร่างงดงามหายไปจากสายตาเรียบร้อยแล้วไม่มีเสียงใดหลุดลอดออกมาตามสายลมอีก เธอพูดถึงฝัน? ฝันอะไรกัน?
กล้วยจึงหลับตา... เพ่งความคิดในหัวอย่างต่อเนื่องว่า ตื่น ตื่น ตื่น ตื่น ตื่น... วนต่อไปเรื่อยอย่างเนิ่นนาน จนในที่สุดสถานที่ที่ยืนรั้งเท้าเอาไว้ก็ทรุดตัวลง สติดับวูบอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน
.....
สติของกล้วย...ดับวูบ แต่ไปตื่นในอีกสถานที่หนึ่งอย่างไม่น่าจะเป็ไปได้ อากาศหนาวเย็นกระทบกับร่างเล็กที่กำลังขดตัวกลมอยู่ในกองสิ่งของที่ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ ลมะเืปะทะใบหน้าวูบใหญ่จนเขาสะดุ้ง ม่านตาที่มีขี้ตาเกรอะกรังเปิดออกอย่างยากลำบากนัก ภาพทุกอย่างพร่ามัว พื้นดินแข็งเฉอะแฉะเต็มไปด้วยน้ำขังสีดำเป็หย่อม กลิ่นที่โชยเข้าจมูกช่างสุดแสนจะทานทนสำหรับจิตใจของกล้วยที่รักความสะอาดยิ่ง
นี่คือต่างโลกที่เขาคิดไว้ในนิยายที่เคยอ่านหรือเปล่า? ...
ร่างกายของเขาในขณะนี้ปวดร้าวไปทั้งตัว มือและแขนพยายามสำรวจตัวเองแล้วพบว่าเขาอยู่ในสภาพแคระแกร็นเหมือนขาดสารอาหาร กล้ามเนื้อลีบเล็กตามส่วนต่าง ๆ เป็สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนเพราะเขาไม่มีไขมันสะสมแม้แต่น้อย
(นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย???) ดวงิญญาของชายที่มีอายุมากกว่าร่างนี้หลายรอบสบถอย่างหัวเสีย อากาศที่พยายามหายใจเข้าไปช่างเสียดแทงปอดเล็ก ๆ เหลือเกิน คอแห้งผากพยายามเปล่งเสียงขอความช่วยเหลือ ขณะที่สองมือเริ่มตะเกียกตะกายฝ่ากองขยะเละ ๆ ออกมาสุดความสามารถ
“ช่วย...ช่วยด้วย... อ่อก แค่ก ๆ ๆ” น้ำกรดในกระเพาะไหลย้อนออกมาจนเขาสำลัก ลำคอแสบร้อนไปหมด กลิ่นเหม็นเปรี้ยวปนกับกลิ่นขยะหมักหมมโดยรอบจนมึนหัว
เสียงเล็ก ๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดของพื้นที่โดยรอบ กระจายออกไปอย่างชัดเจน สายตาพร่ามัวไม่อาจมองเห็นได้ว่ามีผู้ใดเข้ามาบ้าง แต่เขาก็ััได้ถึงไออุ่นของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เสียงอื้ออึงโดยรอบไม่ใช่ภาษาหลักที่ตนเองเคยใช้มาหลายสิบปีที่โลกใบเก่า
มันคล้ายภาษาอังกฤษอยู่หลายส่วนนัก... สมองน้อย ๆ คิดได้อย่างรวดเร็วจากนั้นก็เปล่งประโยคสุดท้ายออกไปก่อนสติจะเริ่มรั้งร่างตัวเองไว้ไม่ไหว
“Please.. help me...”
จะเป็หรือตายต่อจากนี้ก็ยากที่จะรู้... แค่ออกแรงฝ่าฟันออกมาจากกองขยะเน่าเหม็นนั่นก็สุดกำลังของเขาแล้ว
.....
ปัง ปัง ปัง... เสียงประตูไม้บานใหญ่ของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าข้างโบสถ์ประจำชุมชนดังขึ้นใน่เย็น จนซิสเตอร์ที่กำลังง่วนอยู่กับการปรุงอาหารให้เด็ก ๆ อยู่เพียงสองคนต้องละหน้าที่ไปรับแขก
เสียงของคนเคาะประตูในครั้งนี้ เป็คนที่ทุกชีวิตในชุมชนรู้จักดี
“ใจเย็น ๆ หน่อยเจสัน ประตูจะพังเพราะมือของเ้าแล้ว เกิดอะไรเร่งด่วนขึ้นรึ” ก่อนประตูจะเปิดออก ซิสเตอร์สูงวัยก็ส่งเสียงเหน็ดเหนื่อยให้คนที่อยู่อีกฟากของประตูหยุดเคาะแผ่นไม้เก่าใกล้ผุพังเต็มที
“ซิสเตอร์แอน มีคนพบเด็กคนนี้ในกองขยะท้ายหมู่บ้าน สภาพร่อแร่มาก ช่วยเขาหน่อยเถอะ...” ในอ้อมแขนของเจสันมีร่างเล็กผอมแห้งและส่งกลิ่นเหม็นที่มีลมหายใจแ่เบายิ่ง
“รีบพาเขาไปที่อุ่น ๆ เร็ว!” เธอตรวจสอบสัญญาณชีพอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็สั่งร่างสูงให้ตรงไปยังเตาผิงไฟกลางอาคาร แม้มันจะสกปรกเต็มไปด้วยเขม่าควันเกาะหนา แต่อากาศที่เริ่มอุ่นขึ้นมากเริ่มทำให้ลมหายใจติดขัดคล่องตัว ไม่นานนักน้ำเย็นในถังใบเล็กก็ถูกผสมด้วยน้ำร้อนจัดจากกาบนเตาผิง ผ้าหยาบสภาพมอมแมมถูกจุ่มลงไปเพื่อนำมาเช็ดตัวเด็กน้อยเพื่อตรวจสอบาแ
โชคดีนักที่เขาไม่มีร่องรอยการาเ็สดใหม่อันใด มีเพียงรอยแผลเป็ยาวเต็มแผ่นหลัง กับแผลเป็บนใบหน้าเล็กน้อย ไม่มีร่องรอยบ่งบอกว่าเขาเป็ทาสหลบหนีแต่อย่างใด
ซิสเตอร์อีกคนที่ง่วนอยู่ในครัวเร่งเอาซุปร้อนรสชาติปะแล่ม ๆ ผสมเพียงหัวผักกาด หัวหอม กับแครอทเปื่อย ๆ มาส่งให้คนป่วยอาการไม่ดี เ้าหนูที่ทุกคนไม่ทราบชื่อซดซุปร้อนอย่างหิวกระหายจนหมดชามก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า บรรดาผู้ใหญ่จึงจัดแจงเสื้อผ้าขนาดพอดีตัวที่มีเหลืออยู่ให้กับเขา
.
.
.
สมาชิกใหม่ของที่แห่งนี้ ทำเอาทุกคนวุ่นวายอยู่พักใหญ่
“ถูกทิ้งอีกคนหรือ?” ซิสเตอร์แอนหลุบตาต่ำขณะถามเจสัน “โบสถ์ของเราก็รับเด็กเกินพิกัดแล้ว ไม่รู้ว่าเพิ่มมาอีกคนจะไหวหรือเปล่า
“เท่าที่เดินตรวจสอบดูแล้ว เ้าหนูคนนี้เป็รายแรกในรอบสองสัปดาห์” เจสันเบี่ยงหน้าหนี เพราะรู้สถานการณ์ของโบสถ์ประจำหมู่บ้านตอนนี้ดี “คงจะเป็ลูกหลงน่ะครับ ข้าคิดว่าจากนี้คงไม่มีแล้วล่ะ”
“เป็อย่างที่เ้าว่าก็คงจะดี...” ซิสเตอร์อีกคนที่แจกจ่ายอาหารให้เด็ก ๆ อีกสิบกว่าชีวิตเสร็จแล้ว เดินมาสมทบ ความเหน็ดเหนื่อยของเธอฉายชัดบนใบหน้า “...แต่ถ้ามีมาอีกก็ไม่ต้องกังวลหรอกนะ นี่เป็ภารกิจของพวกเรา เป็บททดสอบจากพระผู้เป็เ้า”
“ขอให้ทวยเทพอวยพรนะครับซิสเตอร์ ผมจะพยายามหาของป่ามาให้เด็ก ๆ กินบ่อยขึ้น...”
“แจ้งข่าวให้หัวหน้าหมู่บ้านทราบด้วยเล่า ตาแก่นั้นคงหัวเสียที่ต้องเจียดทรัพย์สินมาจุนเจือโบสถ์ของเราอีกเป็แน่”
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะแจ้งให้ท่านพ่อทราบโดยตรง มีเด็กเพิ่มมาอีกแค่คนเดียว จะเสียเงินกี่เหรียญเชียว”
ประตูไม้ปิดลงไปแล้ว หลังจากการร่ำลาและฝากธุระเสร็จสิ้น ร่างของเจสันพุ่งออกไปรวดเร็วดุจสายลม
อากาศที่เริ่มหนาวเย็นของกลางฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านช่องอากาศเล็กที่เปิดอยู่จนส่งเสียงหวีดหวิว
ชีวิตใหม่ของเด็กน้อยอาการร่อแร่คนหนึ่งกำลังจะเริ่มต้นขึ้น