บทที่ 2 การมีอยู่ที่ถูกแบ่งแยก
"ผมชื่อเหลียงเหว่ย ผ่านดันเจี้ยนมาหลายดันแล้ว ตอนนี้แรงค์ของผมคือ B"
เขาพูดพร้อมกับพยักหน้าให้อวี้เจียวมองไปยังคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านหน้า
ไม่นาน อวี้เจียวก็เข้าใจว่าพวกเขาเป็ใคร
ผู้ชายวัยกลางคนที่พยายามแตะตัวเธอเมื่อสักครู่ชื่อเฝิงไท่ ส่วนชายร่างผอมแห้งที่ยืนอยู่ข้างเขาชื่ออี้ฟาน ทั้งคู่ต่างก็เป็ผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งเข้าดันเจี้ยนเป็ครั้งแรก
"นี่คือเซวียจื่อเหยียน"
ชายหนุ่มผอมบางที่ดูอายุน้อยโบกมือให้อวี้เจียว สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของอวี้เจียวเป็เวลานาน
"ไต้ฮุ่ยหนิง เธอเข้าดันเจี้ยนเป็ครั้งที่สอง ก่อนหน้านี้ทำผลงานเนื้อเื่ได้ไม่มากนัก แรงค์จึงไม่สูง"
อวี้เจียวมองตามทิศทางที่เขาชี้ และเห็นผู้หญิงร่างผอมบางสวมเสื้อฮู้ดคนหนึ่ง
ขณะที่อวี้เจียวกำลังจะเลื่อนสายตาไปหาผู้หญิงอีกคนที่ยืนข้าง ๆ จู่ ๆ เธอก็ได้ยินไต้ฮุ่ยหนิงแค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง
"เพิ่งเคยเห็นคนเื่มากขนาดนี้ เดินเองก็เดินไม่ได้ ยังต้องให้คนอื่นแบกอีก"
อวี้เจียวมองเธอด้วยความสงสัย ไม่ค่อยเข้าใจความหมายเท่าไหร่นัก
สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ ในยามที่เธอแสดงสีหน้ามึนงง ดวงตาคู่สวยที่แฝงไปด้วยความใสซื่อนั้นกลับดึงดูดความสนใจจากผู้ชายทุกคนในที่นั้นทันที
เมื่อไต้ฮุ่ยหนิงเห็นท่าทางนั้น เธอก็ยิ่งแสดงสีหน้าดูแคลนออกมาอย่างปิดไม่มิด
อวี้เจียวไม่เข้าใจเจตนาของอีกฝ่าย เธอรู้สึกทำตัวไม่ถูกจึงเอามือแตะบ่าของเหลียงเหว่ย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจว่า
"แต่ฉันไม่มีรองเท้านี่คะ ถ้าคุณอยากให้พี่เหลียงเว่ยแบกบ้าง คุณช่วยเอารองเท้าให้ฉันได้ไหม?"
"เธอ!!!"
ไต้ฮุ่ยหนิงไม่รู้ว่าเธอหมายความว่าอย่างไร ในตอนนี้รู้สึกเพียงว่า คำพูดของอวี้เจียวนั้นดูใสซื่อจอมปลอม ทั้งที่ถูกเหลียงเว่ยแบกไว้อย่างดีแท้ ๆ แต่กลับยังทำท่าทางน่าสงสาร
"เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ยังมีภารกิจที่ต้องทำ"
เหลียงเหว่ยขัดบทสนทนาของพวกเธอได้ถูกจังหวะ ก่อนจะบุ้ยปากให้อวี้เจียวมองไปที่ผู้เล่นคนสุดท้าย
"นี่คืออวี้ชุน เธอผ่านดันเจี้ยนมาเยอะมาก มีประสบการณ์โชกโชน"
อวี้เจียวเงยหน้าขึ้นมอง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ถักผมเปียตะขาบ สวมชุดหนังรัดรูป ใบหน้าของเธอมีเอกลักษณ์โดดเด่นมาก ดวงตาเรียวยาวเฉียงขึ้นเล็กน้อย แสดงออกถึงความเ็าที่เหนือกว่าคนทั่วไป
เมื่อสบตากับอวี้เจียว เธอเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่ได้พูดอะไร
"เท่จังเลย!"
อวี้เจียวกะพริบตาหนึ่งที รู้สึกชอบเธอขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เหลียงเหว่ยไม่รู้ว่าในใจเธอคิดอะไรอยู่ เขาจึงรีบแนะนำต่อ
"พวกเราได้รับบทเป็คนแคระ และรอคุณมานานแล้ว"
ตามคำอธิบายของเหลียงเหว่ย อวี้เจียวก็รู้อย่างรวดเร็วว่าตัวเองควรทำอะไร
ภารกิจของเธอคือต้องทำให้สโนว์ไวท์กินแอปเปิลพิษ จากนั้นคนแคระจะพาตัวไปเพื่อให้เ้าชายปลุกเธอให้ตื่น
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงหน้าปราสาท แอปเปิลของอวี้เจียวเมื่อครู่ตกแตกเสียหายไปเกือบหมด เหลือเพียงสามลูกเท่านั้น เธอจึงแบ่งอีกสองลูกให้เหลียงเหว่ยและเซวียจื่อเหยียนเก็บไว้ เผื่อจำเป็ต้องใช้
แม้ในใจของอวี้เจียวจะรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่เธอก็ยังรวบรวมความกล้าเดินไปที่หน้าประตูปราสาทตามคำสั่ง และเอื้อมมือไปกดกริ่งเบา ๆ
ติ๊งต่อง! มีเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างในทันที
นี่คือปราสาทสไตล์ยุโรป ประตูของมันดูโอ่อ่าและสูงใหญ่มาก
"ท่านราชินีที่เคารพ ทำไมท่านถึงอยู่ที่นี่?"
ประตูถูกผลักเปิดออก สาวใช้ข้างในเห็นอวี้เจียวก็แสดงสีหน้าประหลาดใจทันที
ความจริงอวี้เจียวรู้สึกประหม่ามาก แต่เธอก็ยังฝืนใจถามออกไป
"ขอถามหน่อย สโนว์ไวท์อยู่ที่ไหนเหรอ?"
เมื่อสาวใช้ได้ยินคำถาม ริมฝีปากสีแดงสดก็ฉีกยิ้มกว้างขึ้นมาทันที เป็รอยยิ้มที่กว้างจนมนุษย์ปกติไม่มีทางทำได้
ภาพที่น่าสยองขวัญนี้ทำให้อวี้เจียวอดรู้สึกกลัวไม่ได้
แต่เมื่อเธอกำลังจะถอยหลัง สาวใช้คนนั้นก็กลับมายิ้มอย่างอ่อนโยนดังเดิม
"เ้าหญิงสโนว์ไวท์ไปเก็บดอกไม้ที่ชานเมืองค่ะ ราชินีเชิญเข้าไปรอข้างในปราสาทก่อนได้เลย"
อวี้เจียวเบิกตากว้างมองเธอ เมื่อเห็นว่าใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น ก็รู้สึกว่าเมื่อกี้คงเป็เพียงภาพลวงตาที่ตัวเองสร้างขึ้น
"แน่นอนค่ะ รวมถึงเพื่อน ๆ ที่ท่านพามาด้วย เ้าหญิงสโนว์ไวท์ได้จัดเตรียมที่พักไว้ให้พวกเขาเป็พิเศษแล้ว"
สาวใช้พูดพลางเบนสายตาไปยังพุ่มไม้ข้างหลังที่ทีมผู้เล่นแอบซ่อนอยู่
อวี้เจียวตัดสินใจไม่ได้ เมื่อมองเข้าไปในปราสาทที่มืดมิดราวกับหลุมดำด้านหลังร่างสาวใช้ เธอก็รู้ว่าการเข้าไปข้างในไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก
"ฉัน... ฉันขอรอเธอตรงนี้ได้ไหม"
เดิมทีมันเป็เพียงคำพูดลองเชิง แต่คาดไม่ถึงว่าเมื่อสาวใช้ได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
"ราชินีพาสหายมาเยือนปราสาทของเรา จะให้รออยู่ข้างนอกได้อย่างไรคะ?"
อวี้เจียวชะงักไป เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเริ่มมืดมน รูม่านตาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สีแดงฉาน
"ในเมื่อมีแขกที่ไม่ให้ความร่วมมือ ฉันคงต้องรายงานให้ 'ท่านผู้นั้น' ทราบ เพื่อให้เขาเป็คนตัดสิน!"
แม้ว่าอวี้เจียวจะไม่รู้ว่า 'ท่านผู้นั้น' ที่เธอพูดถึงคือใคร แต่เมื่อเห็นท่าทางน่าสยดสยองแบบนี้ เธอก็รู้ว่ามันต้องไม่ใช่เื่ดีแน่
เธออยากจะห้าม แต่ยังไม่ทันก้าวขาออกไป เธอก็รู้สึกถึงฝ่ามือที่วางลงบนไหล่
เธอสะดุ้งจนตัวสั่น พอหันไปมองก็พบว่าเป็เหลียงเหว่ยและคนอื่น ๆ ที่เดินเข้ามาหาแล้ว
"พวกเราเข้าไปกันเถอะ"
อวี้เจียวรู้สึกว่ามือใหญ่บนไหล่ของเธอนั้นร้อนจัดจนทำให้รู้สึกไม่สบายตัว แต่ในเวลานี้เธอก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร
ไม่นานนัก เธอก็ตามกลุ่มของเหลียงเหว่ยเข้าไปในปราสาท
"ราชินีคะ มีห้องพักที่จัดเตรียมไว้ให้ท่านโดยเฉพาะเชิญตามฉันมาทางนี้ค่ะ"
สาวใช้ที่เปิดประตูในตอนแรกหันมามองอวี้เจียว ในขณะเดียวกัน สาวใช้คนอื่น ๆ ก็เดินเข้าไปหาคนอื่น ๆ ในทีม ดูท่าทางว่า้าจะแยกพวกเขาออกจากกัน
อวี้เจียวกำลังจะก้าวเดินขึ้นบันไดไป ทว่าจู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงโซ่กระทบพื้นดังมาจากข้างหลัง
"พวกเธอหมายความว่ายังไง?"
เธอหันหลังไปตามเสียง และพบว่าสาวใช้เ่าั้ได้เปิดประตูที่อยู่หลังห้องโถงออก เผยให้เห็นห้องใต้ดินที่มืดมิดอยู่เื้ั
หลังจากได้ยินคำถามของไต้ฮุ่ยหนิง สาวใช้ก็ฉีกยิ้มที่ดูบิดเบี้ยวและแข็งทื่อ
"นี่คือห้องพักที่เ้าหญิงสโนว์ไวท์เตรียมไว้ให้แขกเป็พิเศษ เชิญแขกทุกท่านเข้าไปพักผ่อนเถอะค่ะ"
"ทำไมล่ะ?" ไต้ฮุ่ยหนิงเบิกตากว้าง อดไม่ได้ที่จะชี้มือไปที่อวี้เจียวซึ่งยืนอยู่บนบันไดหรูหรา
"ทำไมเธอถึงได้ขึ้นไปพักข้างบน?"
สีหน้าของสาวใช้แข็งทื่อไปในพริบตา แววตาว่างเปล่ากลายเป็สีเทาหม่น ราวกับตุ๊กตาที่ถูกเชิด
"แกจะเอาตัวเองไปเปรียบกับราชินีผู้ทรงเกียรติได้ยังไง?"
ทุกคนเห็นท่าทางของเธอแล้วต่างก็พากันตกตะลึง ที่นิ่งเงียบมาตลอดจู่ ๆ ก็หน้าเปลี่ยนสี ก่อนจะร้องะโออกมาอย่างเสียสติ
"ฉันไม่เอาด้วยแล้ว!"
"พวกแกแค่อยากจะแยกพวกเราออกจากกันแล้วฆ่าทิ้งชัด ๆ!"
"ปล่อยฉันออกไปนะ! ฉันไม่อยากอยู่ในเกมนี้แล้ว และฉันก็ไม่เอาแต้มดาวอะไรนั่นแล้วด้วย!"
ก่อนที่ทุกคนจะทันได้ตั้งตัว เขาก็หันหลังวิ่งตรงไปยังประตูปราสาทอย่างรีบร้อนและสับสน
"อี้ฟาน!" เหลียงเหว่ยขมวดคิ้วแน่นพยายามจะขัดขวาง
อวี้เจียวที่ยืนอยู่บนบันไดค่อย ๆ เบิกตากว้างขึ้น ยังไม่ทันที่เธอจะเข้าใจอะไร เธอก็เห็นภาพสีแดงฉานะเิพรึ่บขึ้นตรงหน้า
"!!!"
คนที่มีชีวิตจิตใจคนหนึ่งะเิออกราวกับลูกโป่งที่แตกกลางอากาศ เืสีแดงสดและชิ้นส่วนร่างกายที่แหลกเหลวร่วงลงบนพื้น ดูน่าสยดสยองจนติดตา
"..."
ทุกคนในทีมต่างก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว โดยเฉพาะไต้ฮุ่ยหนิงที่ส่งเสียงโวยวายคนแรกถึงกับหน้าซีดเผือด
สาวใช้คนนั้นกลับไม่ได้สนใจ เธอเพียงแต่ส่ายหัวเบา ๆ
"ทำพื้นสกปรกไปหมดแล้ว ถ้าเ้าหญิงสโนว์ไวท์รู้เข้า จะต้องไม่พอใจแน่ ๆ"
หลังจากที่เธอพูดจบ ก็หันไปมองคนในกลุ่มแล้วแสยะยิ้มที่ดูสยดสยองไม่ต่างจากเมื่อครู่
"ดังนั้น ขอเชิญแขกทุกท่านไปพักผ่อนที่ห้องใต้ดินก่อนนะคะ ก่อนถึงเวลาอาหารค่ำ พวกเราจะทำความสะอาดที่นี่ให้เรียบร้อย"
หลังจากบทเรียนเมื่อครู่ ทุกคนต่างก็ได้รู้ซึ้งถึงผลลัพธ์ของการต่อต้าน
อวี้เจียวขมวดคิ้วด้วยความไม่สบายใจ เธอมองไปที่เหลียงเว่ยและพบว่าเขาส่งสายตาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยการปลอบประโลมมาให้ ในใจของเธอจึงเริ่มสงบลงบ้าง
เธอไม่ได้สังเกตเห็นว่า ไต้ฮุ่ยหนิงแม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่สายตาที่จ้องมองมาทางเธอนั้นกลับแฝงไปด้วยความเกลียดชังอย่างรุนแรง