บทที่ 10 ภูมิหลังของพระชายา
หลังจากที่องค์ชายสี่กับพระชายาโจวซู่เยว่กลับจวน หลี่ห่าวหรานทบทวนเื่วุ่นวายที่เกิดขึ้นกับเขาใน่นี้ เขามักจะตัดสินใจไม่รอบคอบกับทุกเื่ เขาไม่ยอมคิดผลที่จะตามมาก่อนที่จะตัดสินใจเพราะเขาใช้อารมณ์เป็ใหญ่ เขาปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ต่อไปนี้เขาจะปรับปรุงตัวใหม่ และเติบโตเป็ผู้ใหญ่ได้เสียที
เขาย้อนคิดถึงจ้าวหนิงเอ๋อ ั้แ่ที่นางเข้าจวนมาก็มีเเต่เื่ให้นางต้องลำบากทุกข์ทน ทั้งที่ก่อนนางจะเข้าจวนมานางเป็คนฉลาด สดใส มีชีวิตชีวา จนฝ่าายังต้องเอ็นดูนาง
เมื่อสามปีที่แล้วนางยังได้ไปศึกษาเล่าเรียนวิชาแพทย์กับอาจารย์คนเดียวกันกับองค์ชายสี่ ทำให้นางได้รู้จักและสนิทสนมกับองค์ชายสี่และโจวซูเม่ย ทั่วทั้งเมืองต่างก็รู้ว่านางฉลาดมากความสามารถ ตระกูลใหญ่ ๆ ต่างแย่งกันไปทาบทามสู่ขอนาง
แต่แล้วชายผู้โชคดีคนนั้นที่คุณชายจากหลายตระกูลต้องอิจฉาก็คือเขาเอง เพราะฝ่าาพระราชทานสมรสให้
ด้วยอคติที่มันบังตาบังใจเขามองไม่เห็นถึงความดีและสามารถของนาง นางทั้งฉลาดและเก่งหลากหลายด้านนั่นจึงเหตุให้นางได้รับความเอ็นดูจากฝ่าา ฮองเฮา และเหล่าพระสนม แต่เขากลับคิดว่านางใช้เสน่ห์มารยาหลอกล่อจึงได้มาซึ่งความเอ็นดูเ่าั้
"ข้านี่ช่างโง่เขลาเสียจริง นางเป็ถึงบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ผู้เก่งกาจที่ยอมพลีกายตายในสนามรบเพื่อปกป้องแผ่นดินเชียวนะ แถมแม่ของนางยังเด็ดเดี่ยวนำทหารที่รอดตายไปกวาดล้างศัตรูจนหมดแม้ว่าสามีตัวเองพึ่งจะเสียชีวิตไปต่อหน้านางก็ตาม"
"ไม่รัก!! ก็ไม่จำเป็ต้องเกลียดกันขนาดนี้ ความจริงข้ากับนางก็สามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุขเหมือนกับคู่อื่น ๆ ที่ต้องแต่งงานตามพ่อแม่สั่ง มีแต่ข้าที่เกลียดนางอยู่ฝ่ายเดียว ไม่คิดว่าที่ผ่านมาข้าจะทำตัวเหลวไหลขนาดนี้"
หลี่ห่าวหรานทำความรู้จักกับพระชายาตัวใหม่จากประวัติที่โจวเยว่หามาให้ จ้าวหนิงเอ๋อนางเป็บุตรสาวคนเล็กของตระกูลจ้าว พ่อของนางจ้าวลี่ถังเป็แม่ทัพใหญ่ยกทัพไปออกรบอยู่ที่ชายแดน ในปีนั้นเกิดาใหญ่ถึงแม้ว่าจะเอาชนะศัตรูมาได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยการพลีชีพของแม่ทัพจ้าวลี่ถังและองค์ชายใหญ่
ฮูหยินแม่ทัพใหญ่หวังหนิงเซียนออกรบเคียงข้างสามีอยู่ที่ชายแดนในยามที่เห็นสามีถูกศัตรูฆ่าตายอยู่ตรงหน้า นางเข้มแข็งดั่งหินผานำพาทหารกวาดล้างศัตรูที่เหลือจนหมด ความดีของตระกูลนางช่างน่านับถือ
หลังจากาสงบลงนางเกษียณตัวเองกลับเมืองหลวงมาเลี้ยงดูบุตรสาวที่ยังเล็ก ส่วนบุตรชายคนโตจ้าวลี่หยางเติบโตที่ค่ายทหารชายแดนจนได้เป็แม่ทัพตามรอยบิดาของเขา
"นางและตระกูลของนางอยู่กันอย่างสงบสุขแท้ ๆ แต่พอนางเข้าจวนมาเป็คนของข้า ข้าเกือบจะทำให้ตระกูลของนางถูกทำลายเสียแล้ว คุณงามความดีของตระกูลนางที่ทำเพื่อบ้านเมืองหนึ่งชีวิตของข้าคงมิอาจชดใช้ให้ได้"
"หนิงเอ๋อข้ารู้สึกละอายใจ ที่ข้าเคยทำกับเ้าไม่ดีตลอดเวลาที่ผ่านมาจริง ๆ ทั้งดุด่า ละเลย ใส่ร้าย กักขัง สั่งโบย ทุกอย่างที่เลว ๆ ข้าทำกับเ้าทั้งหมดเลย"
"ข้าสัญญาว่าต่อไปนี้ข้าจะใจดีกับเ้ามากขึ้น ใช้ความดีของข้าชดใช้ให้เ้า หวังว่าสักวันเ้าจะให้อภัยข้า หากเ้าหายดีเมื่อไหร่ข้าจะอนุญาตให้เ้ากลับจวนไปพบฮูหยินแม่ทัพใหญ่หวังหนิงเซียนและพี่สะใภ้เฉินเฟยเซียนของเ้า ให้เ้าได้มีเวลาพักผ่อนและเล่นกับจ้าวหวังเหว่ยหลานตัวน้อยของเ้า ข้าจะเชื่อและฟังคำที่เ้าตักเตือนมากขึ้นและจะตามใจเ้ามากขึ้นด้วย"
"รีบหายดีเถิดนะหนิงเอ๋อ ข้าจะไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของเ้าแล้ว ไว้ข้าจะมาเยี่ยมเ้าใหม่นะ"
หลี่ห่าวหรานเดินออกมาจากเรือนเล็กอย่างรู้สึกผิด เขาไม่ลืมที่จะกำชับสวี่จื่อลู่ให้ดูแล ช่วยทาแผล ช่วยป้อนยาจ้าวหนิงเอ๋อให้ตรงเวลา เขาเดินกลับเรือนใหญ่กับบ่าวรับใช้คนสนิทอย่างเศร้า ๆ
"โจวเยว่ ในสายตาของเ้าข้าเป็คนเช่นไรหรือ" หลี่ห่าวหรานอยากรู้ความคิดของบ่าวรับใช้คนสนิท
"ข้าน้อยมิกล้าพูดเลยขอรับ" โจวเยว่ไม่กล้าบอกเดี๋ยวจะโดนหลี่ห่าวหรานเหวี่ยงใส่
"เอาเถอะน่า พูดมาตามตรงข้าไม่เอาผิดเ้าหรอก" หลี่ห่าวหรานคาดครั้นเอาคำตอบ
"ทำเช่นนั้นจะดีหรือขอรับ" โจวเยว่ถามเอาหลักประกัน
"ไม่ต้องพูดมาก เ้าจงบอกข้ามาตามตรง" คราวนี้หลี่ห่าวหรานเสียงเข้มขึ้น
"องค์ชายเอาแต่ใจ ทำอะไรตามใจเหมือนเด็กไม่รู้จักโตขอรับ" โจวเยว่กลั่นใจตอบออกไปรวดเดียวจบอย่างรวดเร็ว ในใจก็เตรียมรับความเหวี่ยงของหลี่ห่าวหรานไปด้วย
"นี่เ้ากล้าว่าข้าเป็เด็กไม่รู้จักโตหรือ" หลี่ห่าวหรานขึ้นเสียงใส่
"ข้าน้อยมิกล้า ก็องค์ชายสั่งให้ข้าพูดตามตรงไม่ใช่หรือขอรับ" โจวเยว่แก้ตัวหวังว่าจะไม่โดนเหวี่ยงใส่
"นี่เ้า!! กล้ายอกย้อนข้าหรือ" หลี่ห่าวหรานเหวี่ยงใส่เต็มที่
"องค์ชายข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับ" โจวเยว่เตรียมใจรับด้วยความเคยชิน
"ช่างเถอะ มันก็จริงอย่างที่เ้าว่านั่นแหละ" หลี่ห่าวหรานมีท่าทีเย็นลงอย่างรวดเร็ว ทำเอาโจวเยว่แปลกใจ เขาสงสัยว่าเ้านายของเขาจะป่วยหรือเปล่า
"องค์ชาย..." โจวเยว่ตั้งใจจะปลอบใจหลี่ห่าวหรานแต่ว่าเขาก็รีบพูดขัดขึ้นมาทันที
"ช่างเถอะๆ รีบกลับเรือนใหญ่ข้าเหนื่อยอยากจะพักแล้ว" หลี่ห่าวหรานเดินนำ
"ขอรับองค์ชาย" โจวเยว่รีบเดินตามทันที
จ้าวหนิงเอ๋ออาการดีขึ้น นางฟื้นขึ้นมาด้วยร่างกายที่อ่อนเพลีย นางจึงเข้าคลังมิติลับนำยาที่นางทำเอาไว้มากินเนื่องจากยาของนางมีประสิทธิภาพในการรักษามากกว่ายาทั่วไป
"พระชายาฟื้นแล้วหรือเ้าคะ" สวี่จื่อลู่เป็ห่วงจ้าวหนิงเอ๋ออย่างมากเนื่องจากจ้าวหนิงเอ๋อไม่ได้สติมาห้าวันแล้ว ในที่สุดจ้าวหนิงเอ๋อก็ได้สติสักที
"ขอบใจเ้ามากนะจื่อลู่ที่คอยดูแลข้าเป็อย่างดี" จ้าวหนิงเอ๋อเอ่ยเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
"ข้าเต็มใจเ้าค่ะพระชายา" สวี่จื่อลู่น้ำตาซึมด้วยความดีใจและโล่งใจ
"เอาล่ะ ๆ ตอนนี้ข้าดีขึ้นมากแล้ว เ้ารีบไปพักผ่อนเถิด ดูหน้าของเ้าสิโทรมไปหมดแล้ว หลายวันมานี้คงจะลำบากมากใช่หรือไม่ เอาผงมาส์กนี่ผสมน้ำให้พอเหนียว ๆ แล้วพอกหน้าก่อนนอนด้วยล่ะ หน้าจะได้หายโทรม" จ้าวหนิงเอ๋อยื่นถ้วยผงมาส์กให้สี่จื่อลู่
"เ้าค่ะ แต่การได้ดูแลท่านข้าไม่ลำบากเลยเ้าคะพระชายา" สวี่จื่อลู่รับผงมาส์กมาด้วยความดีใจที่จ้าวหนิงเอ๋อใส่ใจนาง
"ข้ารู้แล้ว เ้าไปพักเถิด" จ้าวหนิงเอ๋อส่งยิ้มให้เบา ๆ
"เ้าค่ะพระชายา" สวี่จื่อลู่รีบอกไปพักทันทีเพราะตอนนี้รอบดวงตาของนางมีสีคล้ำเหมือนกับหมีแพนด้าแล้ว
จ้าวหนิงเอ๋อตรวจดูแผลจากเข่าและส่องกระจกดูแผลที่หลังก็เริ่มหายดีแล้ว ต้องขอบใจสวี่จื่อลู่ที่คอยช่วยทายาให้นางใน่หลายวันที่ผ่านมา
ส่วนทางด้านเรือนของอู๋ซิงเยว่แผลของนางเริ่มหายดีแล้วหมอหลวงจึงกลับวังไป และเขียนใบสั่งยาเอาไว้ให้เป็ยาบำรุงช่วยฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง
อู๋ซิงเยว่แปลกใจที่สองวันมานี้หลี่ห่าวหรานไม่มาเยี่ยมนางเลย เหตุใดเขายังไม่มาเยี่ยมนางที่เรือนกันนะ ทั้งที่เขานั้นหลงไหลในตัวนางมาก ต้องได้พบเจอหน้านางทุกวันมิเช่นนั้นเขาจะนอนไม่หลับเพราะคิดถึงนาง
นางรู้สึกกระวนกระวายใจ กลัวว่าหลี่ห่าวหรานจะไปอยู่ที่เรือนเล็กกับจ้าวหนิงเอ๋อ หากปล่อยให้เป็เช่นนั้นบ่อยครั้ง ความใกล้ชิดอาจจะทำให้หลี่ห่าวหรานมีใจให้จ้าวหนิงเอ๋อได้ ไม่มีทางที่นางจะปล่อยให้เป็เช่นนั้น นางจึงคิดวางแผนมัดใจหลี่ห่าวหรานใหม่ ให้เขาหลงนางหัวปักหัวปำไม่ยอมออกห่างจากนางเลย
นางต้องรีบทายา กินยาอย่างเคร่งครัดเพื่อที่จะได้รีบหายในเร็ววัน จะได้ออกไปสู้รบฟาดฟันกับจ้าวหนิงเอ๋อ อย่างไรเสียนางก็จะต้องได้ตำแหน่งพระชายาขององค์ชายหกให้ได้ จะไม่มีใครมาแย่งชิงนางได้ ไม่ว่าจะเป็ผู้ชายหรือว่าตำแหน่งพระชายา
"เสี่ยวฉีเข้ามานี่" อู๋ซิงเยว่ะโเสียงดัง
"เรียกข้าทำไมหรือ" เสี่ยวฉีเข้ามาด้านในห้องพบอู๋ซิงเยว่
"เ้าไปสืบดูสิว่าตอนนี้องค์ชายหกอยู่ที่ได" อู๋ซิงเยว่รีบออกคำสั่งด้วยความรีบร้อนอยากจะรู้สถานการณ์ในตอนนี้
"เหตุใดข้าต้องทำตามเ้าด้วย เ้าลืมสถานะตัวเองไปแล้วหรือว่าฝ่าาประทานตำแหน่งให้เ้าเป็สาวใช้ประจำจวน เ้าไม่ใช่ชายารองไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งกับข้าอีกแล้ว" เสี่ยวฉีแข็งข้อจะไม่ทำตามคำสั่งของอู๋ซิงเยว่อีกแล้ว
"นี่เ้า!! กล้าขัดคำสั่งข้าหรือ ถึงข้าจะมีตำแหน่งเพียงแค่สาวใช้แต่ข้าก็เป็คนที่องค์ชายหกรักที่สุดนะ ข้าจะฟ้ององค์ชายหกให้ทำโทษเ้า" อู๋ซิงเยว่ข่มขู่ให้เสียวฉีหวาดกลัว
"ตอนนี้ข้ากับเ้าเป็คนรับใช้เหมือนกัน มีฐานะเท่าเทียมกัน อย่าได้เพ้อฝันไปเองว่าเ้าเป็ชายารองที่จะบังคับให้ข้ามารับใช้ หลายวันที่ผ่านมาที่เห็นว่าข้าช่วยดูแลเ้าเป็เพราะว่าองค์ชายหกสั่ง ไม่ใช่เพราะข้าเป็บ่าวแล้วเ้าเป็นาย ช่วยจำความจริงข้อนี้เอาไว้ด้วยนะ" เสี่ยวฉีตอกย้ำความ้าของนาง
"นางเสี่ยวฉี!! ถ้าข้าหายดีเมื่อไหร่ ข้าจะจัดการเ้าให้หลาบจำเอง ถึงข้าจะเป็สาวใช้แต่ข้าก็มีองค์ชายหกให้ท้าย แต่เ้าไม่มีใครให้ท้ายดูสิว่าใครจะเป็ผู้ชนะ" อู๋ซิงเยว่อาละวาดหนัก
"หากเ้าทำเช่นนั้น ข้าจะนำเื่ทั้งหมดที่เ้าสั่งข้าให้ทำในสิ่งเลว ๆ ไปฟ้ององค์ชายหกให้หมด ดูสิว่าเมื่อองค์ชายหกได้เห็นธาตุแท้ของเ้าแล้วจะยังคงหลงใหลในตัวเ้าอยู่หรือไม่ ยังจะคอยเอาอกเอาใจเ้าตามใจเ้าอยู่หรือเปล่า เ้าอยากจะลองเสี่ยงดูสักหน่อยไหม" เสี่ยงฉีไม่ยอมนางข่มขู่อู๋ซิงเยว่คืน
เสี่ยวฉีพูดจบนางก็เดินออกไปในทันที นางไม่สนใจฟังคำสั่งของอู๋ซิงเยว่เลย ต่อไปนี้นางจะเลือกทำตามคำสั่งนายเพียงสองคนเท่านั้นคือองค์ชายหกกับพระชายาเพราะทั้งสองคนคือนายตัวจริงของจวนนี้
ทางรอดชีวิตของเสี่ยวฉีในจวนนี้ก็คืออย่าได้ไปข้องแวะกับอู๋ซิงเยว่อีกเลย มิเช่นนั้นจะถูกอู๋ซิงเยว่บังคับให้ทำในสิ่งที่เลว ๆ เมื่อถูกจับได้อู๋ซิงเยว่ก็จะโยนความผิดให้นางรับโทษคนเดียว คนที่โง่เขลาเท่านั้นที่จะไม่รู้ว่าถูกอู๋ซิงเยว่หลอกใช้ให้ทำผิดแทนนาง