ข่าวการมาเยือนของ หลี่จื่อเหว่ย (李子微) แผ่สะพัดไปทั่วพรรคมารอัคคีทมิฬราวกับไฟลามทุ่ง แม้เ้าสำนักไป๋ซานจะเป็ผู้เชิญด้วยมารยาท แต่ทุกคนก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่การมาเยือนธรรมดา ย่อมต้องมีจุดประสงค์แอบแฝง โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวลือเื่หลินเฟยและท่านหญิงอวิ๋นซีแพร่สะพัดออกไป
หลี่จื่อเหว่ยมาพร้อมกับศิษย์เอกอีกสองสามคนของสำนักดาบฟ้า การปรากฏตัวของเขาในชุดสีเงินปักลายเมฆา ดูองอาจสง่างามและเปล่งรัศมีแห่งวรยุทธอันสูงส่ง ทำให้ศิษย์พรรคมารหลายคนอดที่จะรู้สึกต่ำต้อยไม่ได้
เ้าสำนักไป๋ซานและผู้าุโของพรรคออกมาต้อนรับด้วยตัวเองที่ประตูทางเข้าพรรค บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดและตึงเครียด
"ท่านพี่หลี่จื่อเหว่ย ไม่ได้พบกันเสียนาน" ไป๋ซานกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็ทางการ
"ท่านลุงไป๋ซานสบายดีหรือขอรับ" หลี่จื่อเหว่ยตอบด้วยรอยยิ้มเช่นกัน แต่แววตาของเขาซ่อนคมเอาไว้ "ข้าได้ยินข่าวลือแปลกๆ เกี่ยวกับพรรคมารของท่าน จึงอดเป็ห่วงมิได้ จึงมาเยี่ยมเยียนด้วยตัวเอง"
ประโยคสุดท้ายของเขาเจาะจงไปที่ "ข่าวลือแปลกๆ" อย่างชัดเจน ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าหมายถึงเื่ของหลินเฟย และความสนิทสนมระหว่างหลินเฟยกับท่านหญิงอวิ๋นซี
พิธีต้อนรับดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ทว่าสายตาของหลี่จื่อเหว่ยกลับกวาดมองไปทั่วบริเวณ ราวกับกำลังสอดส่องหาเป้าหมายบางอย่าง ในที่สุด สายตาของเขาก็หยุดลงที่ร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งยืนปะปนอยู่กับศิษย์คนอื่นๆ
หลินเฟย (ลู่ซาน) ที่กำลังยืนอยู่กับจ้าวหยุน รู้สึกได้ถึงสายตาคมกริบที่จ้องมองมา เขาสบตากับหลี่จื่อเหว่ย แววตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความไม่พอใจและท้าทาย แต่ลู่ซานกลับนิ่งเฉย เขาเผชิญหน้ากับความกดดันอย่างไม่เกรงกลัว
"ศิษย์ผู้นั้นคือผู้ใดหรือท่านลุงไป๋ซาน" หลี่จื่อเหว่ยเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่เจาะจงไปที่หลินเฟย
ไป๋ซานหันไปมองหลินเฟยเล็กน้อย "อ้อ ศิษย์ผู้นั้นนามว่าหลินเฟย เป็ศิษย์ใหม่ที่เพิ่งสร้างผลงานอันน่าประทับใจให้พรรคเมื่อไม่นานมานี้"
"เช่นนั้นหรือ" หลี่จื่อเหว่ยเลิกคิ้ว "ข้าได้ยินว่าเขาไร้วรยุทธ แต่กลับเอาชนะการประลองได้ด้วย 'เล่ห์กล' บางอย่าง ข้าอยากจะเห็นกับตาตัวเองนักว่าเล่ห์กลของเขาจะน่าสนใจเพียงใด"
คำพูดของหลี่จื่อเหว่ยเป็เหมือนการท้าทายต่อหน้าธารกำนัล สร้างความอึดอัดให้ไป๋ซานและเหล่าผู้าุโ แต่การปฏิเสธก็เท่ากับยอมรับว่าหลินเฟยมีอะไรซ่อนเร้น
"หากท่านพี่หลี่จื่อเหว่ยสนใจ ก็สามารถจัดให้มีการประลองย่อยได้" ไป๋ซานตอบอย่างสุภาพ "แต่ทว่า... วันนี้ท่านเพิ่งเดินทางมาเหนื่อย คงต้องพักผ่อนก่อนกระมัง"
"ไม่เป็ไรขอรับ" หลี่จื่อเหว่ยยิ้มเย็น "ข้าอยากจะชม 'เล่ห์กล' ของเขาให้เร็วที่สุด วันพรุ่งนี้เช้าจะเป็อย่างไรขอรับ?"
ไป๋ซานหันไปมองหลินเฟยเชิงขอความเห็น ลู่ซานพยักหน้าเล็กน้อย แม้รู้ว่านี่คือกับดัก แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
"ถ้าศิษย์หลินเฟยพร้อม ก็ไม่มีปัญหาขอรับ" ไป๋ซานตอบรับ
หลี่จื่อเหว่ยหันกลับมามองหลินเฟยอีกครั้ง รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูเ้าเล่ห์และดูถูก
"เช่นนั้นก็ตกลง ข้าจะรอดูว่า 'วิทยาการ' ของเ้า จะสามารถยืนหยัดต่อหน้า 'วรยุทธ' ของข้าได้อย่างไร"
ค่ำคืนนั้น ลู่ซานและจ้าวหยุนเร่งมือเตรียมพร้อมในโรงตีเหล็กเก่า จ้าวหยุนมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด
"หลินเฟย... เ้าแน่ใจหรือว่าจะสู้กับหลี่จื่อเหว่ย? เขามีชื่อเสียงด้านวรยุทธที่ร้ายกาจนัก เ้าไม่ควรประมาท" จ้าวหยุนเตือน
"ข้ารู้" ลู่ซานตอบพลางลับคมลูกดอกเหล็กพิเศษที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมา "แต่ข้าก็ไม่มีทางเลือก เขามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง และข้าต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าคนไร้วรยุทธก็สามารถแข็งแกร่งได้"
เขาไม่ได้บอกจ้าวหยุนถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้เขาตัดสินใจรับคำท้า นั่นคือการปกป้องอวิ๋นซี และแสดงให้หลี่จื่อเหว่ยเห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่สามารถเหยียบย่ำได้ง่ายๆ
ในขณะเดียวกัน อวิ๋นซีก็ได้ยินข่าวการมาเยือนของหลี่จื่อเหว่ยและการท้าประลองกับหลินเฟย นางรีบรุดไปยังห้องทำงานของบิดา
"ท่านพ่อ! เหตุใดท่านจึงอนุญาตให้หลี่จื่อเหว่ยท้าประลองกับหลินเฟยเ้าคะ! เขาไร้วรยุทธนะเ้าคะ!" อวิ๋นซีกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
ไป๋ซานถอนหายใจ "นี่คือสิ่งที่หลี่จื่อเหว่ย้า เขา้าข่มขู่เรา และที่สำคัญ... เขา้าข่มขู่หลินเฟย" ไป๋ซานมองบุตรีด้วยความเข้าใจ "บิดารู้ว่าเ้าเป็ห่วง แต่บางครั้งคนเราก็ต้องเผชิญหน้ากับชะตาของตัวเอง"
"แต่... เขาจะปลอดภัยหรือไม่เ้าคะ?" อวิ๋นซีถามด้วยความกังวลอย่างแท้จริง
ไป๋ซานลุกขึ้นยืน เดินไปริมหน้าต่าง "บิดาไม่รู้... แต่จากสิ่งที่หลินเฟยได้แสดงให้เห็นมาตลอด เขาไม่ใช่คนธรรมดา และบิดาก็เชื่อมั่นในสิ่งที่เ้าเรียกว่า 'วิทยาการ' ของเขา"
อวิ๋นซีมองบิดาด้วยความไม่เข้าใจ แต่ในใจก็เต็มไปด้วยความหวังและความห่วงใย เธอได้แต่ภาวนาให้หลินเฟยปลอดภัย และสามารถผ่านการทดสอบครั้งนี้ไปได้
รุ่งเช้าของวันประลองมาถึง บรรยากาศของพรรคมารอัคคีทมิฬตึงเครียดกว่าครั้งไหนๆ การประลองระหว่าง "วรยุทธ" แห่งหลี่จื่อเหว่ย กับ "วิทยาการ" แห่งหลินเฟย กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และผลลัพธ์ของการประลองครั้งนี้ อาจจะเปลี่ยนแปลงชะตาของหลายชีวิตไปตลอดกาล