“นี่!!!”
“ไปก่อไฟ จะต้มไข่ ต้มมาม่าก็เื่ของเธอ”
“แล้วนายจะไปไหน!”
“ไปหาผลไม้ในป่า จะไปด้วยไหมล่ะ เผื่อช่วยกันล่าเนื้องู”
“ไม่เอาหรอกย่ะ เจองูฉกขึ้นมาจะทำยังไง”
“ฉันจะลดตัวไปทำศพให้เธอเอง”
“!! ไอ้บ้านี่”
“เลิกจิกหัวเรียกคนอื่นซะที ฉันแก่กว่าเธอนะ หัดมีมารยาทซะบ้าง”
“ฉันไม่นับถือใครทั้งนั้น!”
“ก็เป็อย่างนี้ไง ถึงโดนเฉดหัวมาน่ะ”
“!!!!”
“…..” ผมหันหลังเตรียมลงบันได เธอวิ่งมาขวางไว้
“ฉันจะคุยกับพ่อ”
“ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์”
“งั้นไปส่งฉันที่ท่าเรือสิ”
“ี้เีขับเรือ”
”นี่!!!“
“อย่าเสียงดัง ฉันหนวกหู”
“จะอะไรก็เลือกสักอย่างสิ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่นะ!”
“ไม่อยากอยู่ก็หัดทำตัวดีๆ เหมือนคนปกติบ้าง”
“..!!..”
“แล้วฉันจะพิจารณาเอง” ผมเดินหนี ก่อนที่จะหงุดหงิดไปมากกว่านี้
“ฉันเกลียดแก”
“ยังเรียกแกอีก” ผมหันกลับเดินดิ่งไปหา เธอถอยหลังหนีหลายก้าว
“งั้นก็บอกชื่อมาสิ จะให้เรียกอะไรล่ะ”
“คุณท่าน...”
“ประสาท!”
“เ้านาย...”
“บ้าไปแล้วหรอ!”
“คุณ … เฉยๆ ก็ได้”
“นี่นายไม่มีชื่อเหมือนชาวบ้านเขารึไง” เธอกอดอกถาม
“มี แต่ไม่บอก ฉันไม่อยากให้ชื่อฉันออกจากปากอัปมงคลของเธอ“
“แล้วสรุปจะให้เรียกอะไรล่ะ!”
“อะไรสักอย่าง ที่บอกไป เลือกเอา”
ผมคว้าเชือกกับมีดอีโต้เดินเข้าป่า ปล่อยให้เด็กนิสัยเสียยืนกระทืบเท้า ส่งเสียงกรี้ดๆ อยู่ด้านหลัง
‘คุยกับยัยเด็กนี่ทีไร เหมือนหมดพลังงานไปครึ่งชีวิตเลยแฮะ‘
เธียร END
------------------------------------------------------------------------------------------
ผ่านพ้นไปเกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว ฉันนั่งสบถด่ากับเตาอังโล่ไม่หยุดหย่อน
“แม่งเอ้ย! ทำไมก่อไฟมันยากเย็นแบบนี้นะ!”
ฉันยกมือที่เปื้อนถ่านขึ้นปาดหน้าผาก เช็ดเหงื่อที่ไหลลงเปรอะหน้า แล้วลุกขึ้นเดินกระแทกเท้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ที่ชานพักบันได
ทันใดนั้นสมองอันชาญฉลาดของฉันก็ผุดไอเดียขึ้น ฉันเอาน้ำในโอ่งใส่หม้อ แล้วใส่เส้นมาม่าตามลงไป จากนั้นก็ยกไปตากแดดริมทะเล
ด้วยแดดอย่างกับนรกของประเทศไทย ไม่นานน้ำก็จะร้อน และเส้นก็จะสุก แค่นอนรอสวยๆ จบปิ้ง
‘ทำไมฉันทั้งสวยและฉลาดขนาดนี้นะ เซอร์ไอแซคต้องกลับมามอบรางวัลให้ฉันแล้วล่ะ หึๆๆ‘
ฉันยิ้มเยาะกับความคิดตัวเอง ผ่านไปนานพักใหญ่ จนไอ้คุณบ้านั่นกลับมา พร้อมแบกมะพร้าวกับกล้วยเครือเบอเร่อไว้บนบ่า
“ได้กินรึยัง”
ฉันชี้ไปที่กลางแดด โชว์ผลงานจากไอคิวสุดล้ำของตัวเอง เขาวางผลไม้ลง เดินไปดูหม้อน้ำนั้น แล้วเท้าเอวขมวดคิ้วถามฉันโดยเสียงเรียบ
“บ้านเธอสอนแบบนี้หรอ”
“ไม่สอน ไม่เคยสอน บ้านมีแก๊ส มีไฟฟ้า มีเชฟ จบไหม” ฉันว่าประชด แล้วโยนไฟแช็คคืนให้ เขาถอนหายใจออกอย่างแรง
“ชาติหน้ามั้งกว่าจะได้กิน”
“เดี๋ยวก็สุก แค่ต้องใจเย็นหน่อย”
“เธอนี่โง่กว่าที่คิดนะ”
“!!! นี่ด่าฉันอีกแล้วหรอ”
“ด่าเหาบนหัวเธอมั้ง คิดได้ไง เอาน้ำตากแดดเพื่อต้มมาม่า”
“ฉลาดออก ไม่ต้องก่อไฟให้ถ่านเปื้อนมือ ไม่เหนื่อยด้วย” ฉันพูดด้วยความภาคภูมิใจ เขาส่ายหน้าเบาๆ แล้วกวักมือเรียก
“มานี่ จะสอนก่อไฟ จะได้ไม่อดตาย”
“ไม่ ทำไมฉันต้องทำ”
“ไม่กินข้าวใช่ไหม”
“ทำเองสิ .. ฉันทำเล็บมาแพง ต้องบินไปไกลถึงเกาหลีเลยนะ กว่าจะได้คิว VVip มา”
“อ่ะได้ งั้นเธอไปเก็บใบไม้ ใบหญ้ากินแล้วกัน ฉันไปล่ะ” เขาพูด พลางลุกเดินออกไป
“ไปไหน!”
“เื่ของฉัน”
“นายมีเรือหรอ”
“ว่ายน้ำไปมั้ง”
“ฉันจะไปด้วย”
ฉันรีบวิ่งตาม โดยมือกำผ้าถุงกันหลุดไปด้วย เขาหยุดชะงักเท้า หันกลับมามองฉัน พลางทำสีหน้าเบื่อหน่าย
“บอกแล้วไง ว่าเธอจะไม่ได้ก้าวขาออกไป จนกว่าฉันจะอนุมัติ”
“งั้นก็อนุมัติสักทีสิวะ!”
“ทิ้งสมองไว้ในท้องแม่เธอรึไง”
“!!!”
“มารยาททรามแบบนี้ ฉันจะปล่อยเธอไปให้เป็ภัยสังคมทำไม”
“ภะ ภัยสังคม??”
“เลิกพร่ำเพ้อถึงชีวิตที่สุขสบายได้แล้ว เธอต้องอยู่ที่นี่ ทำตัวดีๆ แล้วฉันจะพิจารณาให้”