“แต่งงานได้สามเดือนแล้วอย่างนั้นรึ”ในระหว่างที่กำลังทานมื้อเย็นอยู่ที่จวนของนายกองเ้าของจวนก็เอ่ยถามถึงการแต่งงานของพวกเขาเฟิงหลันคีบของกินให้เด็กน้อยที่มาร่วมวงทานข้าวด้วยส่วนเยว่เฟยหลิงเป็ผู้ตอบคำถาม
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ลูกสาวเพิ่งถูกลักพาตัวไปยังกล้าให้เด็กมาเล่นกับใครที่ไหนไม่รู้อีก
“หลังแต่งงานพวกข้าก็ออกเดินทางท่องเที่ยวนับว่าเป็ประสบการณ์ที่ไม่เลว” เมื่อเห็นร่างสูงเอาแต่ดูแลเด็กน้อยเยว่เฟยหลิงก็อดคีบอาหารไปไว้ในชามข้าวของอีกฝ่ายไม่ได้เฟิงหลันเห็นดังนั้นก็ยิ้ม แล้วยอมคีบของกินเข้าปากแต่โดยดี
“ท่านอวี้เฟิงชอบเด็กรึ?”เพราะั้แ่มาถึงที่จวนลูกสาวของนายกองก็ตามติดร่างสูงแจทั้งยังขอให้ร่างสูงอุ้มไปเดินเล่นในสวนด้วย
“เขาเป็ที่ชื่นชอบของเด็กๆน่ะ”และน่าจะเป็ที่ชื่นชอบของสาวเล็กสาวน้อยที่ชอบผู้ชายอ่อนโยน
หลังจากที่ทานข้าวเย็นเสร็จเด็กน้อยก็ยังคงเกาะติดเฟิงหลันราวกับเป็พ่ออีกคนชวนคนตัวสูงไปเดินเล่น ขอให้เล่านิทานให้ฟังจนคนเป็พ่อจริงๆต้องรีบมาอุ้มลูกสาวเอาไว้เพราะเด็กน้อยกำลังรบกวนการพักผ่อนของแขกตอนนี้ก็เริ่มดึกแล้วด้วย
“เพราะท่านอวี้เฟิงช่วยชีวิตลูกสาวของข้านางถึงได้ติดท่านขนาดนี้” คนเป็พ่อเคาะหน้าผากลูกสาวเบาๆอย่างเอ็นดูส่วนร่างสูงก็โอบกอดภรรยาตัวน้อยเอาไว้ราวกับสามีที่รักใคร่
ข้าเริ่มชินกับการแสดงออกเช่นสามีภรรยาแบบนี้ไปเสียแล้วสิ
“ให้เด็กเล็กนอนดึกมากจะไม่ดีท่านนายกองรีบพาลูกเข้านอนเถอะ” เฟิงหลันเอ่ยเด็กน้อยเพิ่งจะสี่ขวบย่างเข้าห้าขวบ ยังต้องนอนให้มากเพื่อให้เติบโตสมวัย
“เช่นนั้นพบกันพรุ่งนี้เช้า”คนทั้งคู่ยืนส่งสองพ่อลูกก่อนที่จะเข้าไปในห้องเฟิงหลันขยับตัวไปมาเล็กน้อยด้วยความอึดอัดปกติแล้วเฟิงหลันไม่ค่อยได้อยู่ที่ไหนนานๆและไม่จำเป็ต้องเก็บไอสังหารที่ค่อนข้างรุนแรงของเขาแต่เพราะมีเด็กอยู่ด้วยทำให้ร่างสูงต้องเก็บไอสังหารให้มิด เด็กๆมักมีปฏิกิริยากับไอสังหารโดยไม่รู้ตัวซึ่งแบบนั้นอาจทำให้พวกเขาถูกจับได้ตัวประมุขน้อยนั้นก็ต้องพยายามเก็บไอสังหารเช่นเดียวกันแต่เพราะเด็กน้อยไม่ได้สนใจเยว่เฟยหลิง ประมุขน้อยจึงไม่ต้องระวังตัวมากผิดกับเฟิงหลันที่จะยอมให้มีไอสังหารเล็ดลอดออกมาไม่ได้เด็ดขาด
“ข้าช่วยนวด” มือเรียวเอื้อมไปบีบนวดที่ไหล่กว้างของคนที่นั่งลงบนเตียงจะเมื่อยแบบนั้นก็ไม่แปลกนอกจากต้องเก็บไอสังหารแล้วยังต้องระมัดระวังเื่แรงกายที่จะใช้ยิ่งกับเด็กยิ่งต้องยั้งแรงเอาไว้มากหากไม่ระวังแค่จับมืออาจทำให้มือเด็กช้ำได้เลย
“ข้าชอบเด็กนะ”
“ต้องเป็ลูกของเ้าต่างหากถึงจะไม่ต้องระวังมากขนาดนี้”เด็กที่เกิดจากผู้ฝึกวิชาย่อมมีร่างกายที่แข็งแรงต่างจากเด็กทั่วไปดังนั้นหากเป็ลูกของเฟิงหลันเองร่างสูงย่อมไม่ต้องระวังมากถึงขนาดนี้
“หลิงเอ๋อร์อยากมีลูกชายหรือลูกสาว?”ร่างสูงเอี้ยวตัวมามอง เยว่เฟยหลิงไม่เคยนึกถึงเื่ลูกมาก่อนแล้วเขายังไม่มีแผนจะแต่งงานเร็วๆนี้ด้วย
“อืม….คงจะลูกชายกระมัง”
“ลูกชาย?”
“ประมุขย่อม้าลูกชายเพื่อสืบทอดตำแหน่ง”
“เดิมทีตำแหน่งประมุขไม่ต้องสืบทอดกันผ่านสายเืก็ได้…..”ร่างสูงชะงักก่อนจะดึงคนที่กำลังนวดไหล่ให้เขามานั่งตักพร้อมทั้งซุกหน้าลงที่ซอกคอขาวพร้อมกับหัวเราะ
“หลิงเอ๋อร์อยากได้ลูกชายรึเช่นนั้นคงต้องอดนอนกันบ่อยๆแล้ว” คนพูดหัวเราะเยว่เฟยหลิงรีบคว้าไหล่ของอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ให้ตกทีแรกนึกใที่จู่ๆเฟิงหลันก็เปลี่ยนท่าที ก่อนจะตีไหล่หนาเบาๆเป็เชิงหยอกล้อ
นี่ตั้งใจจะแอบดูพวกข้ากันแบบนี้เลยรึ
“พี่เฟิง!แกล้งข้าอีกแล้วนะ!”
“คนโตเป็ผู้ชายคนเล็กเป็ผู้หญิง หรือมีสักสามคนดีหลิงเอ๋อร์จะได้ไม่เหงา”
“ข้าคลอดให้สามคนไม่ไหวหรอก”
“ปีเว้นปีก็ได้หลิงเอ๋อร์จะได้ไม่เหนื่อยเลี้ยงลูก” คนพูดซุกหน้าอยู่กับแก้มใสพร้อมทั้งถูแก้มภรรยาตัวเล็กไปมาเยว่เฟยหลิงแอบถอนหายใจนี่เหมือนสามีวัยกลางคนกำลังอ้อนภรรยาผู้อายุน้อยอยู่หรือเปล่า
แล้วนี่เขาชักจะเปลืองตัวมากไปแล้วนะ
“พี่เฟิงไปอาบน้ำได้แล้วตัวเหม็น” มือเรียวดันหน้าคนที่กำลังถูแก้มเขาอยู่นี่ไม่ปากไวมือไวเกินไปรึ
“หลิงเอ๋อร์ไปอาบกับข้าไหม?”คนพูดทำสายตาแพรวพราวซึ่งชวนให้เยว่เฟยหลิงอยากจะลงไม้ลงมือกับอีกฝ่ายสักฝ่ามือ
“ชักจะเอาใหญ่แล้ว”
“ไม่เห็นเป็ไรเลยเราอาบด้วยกันออกจะบ่อย”
“พี่เฟิง…..” คนที่นั่งอยู่บนตักกดเสียงเบาๆ ร่างสูงทำหน้าหมองส่วนคนที่ลอบมองพฤติกรรมของพวกเขาอยู่ก็คิดแค่ว่าผู้เป็สามีโดนภรรยาห้ามปรามถึงได้ทำหน้าเช่นนั้น
ประมุขน้อยบางทีก็น่ากลัวจริงๆ
“หลิงเอ๋อร์น่ากลัวจริงข้าไปอาบก็ได้” มือหนาคว้าตัวคนที่นั่งอยู่บนตักลงมานั่งบนเตียงดีๆแต่ก็ไม่วายแอบหอมแก้มไปทีหนึ่งแล้วรีบเดินไปอาบน้ำคนที่นั่งอยู่ลูบแก้มตัวเองเบาๆแค่วันนี้วันเดียวเขาก็รู้สึกเปลืองตัวเหมือนอยู่ด้วยกันมาหนึ่งปี
หากร่างข้าสึกหรอได้ป่านนี้มันคงสึกหรอไปหลายส่วนแล้ว
หากจะนั่งอยู่เฉยๆคงจะผิดสังเกตเยว่เฟยหลิงจึงลุกจากเตียงไปจัดเตรียมเสื้อผ้าให้สามีกำมะลอของเขาเสื้อผ้าทั้งหมดเป็ของที่นายกองจัดหามาให้ถึงพวกเขาจะถูกจับตามองแต่พวกเขาก็เป็แขกเพื่อกู้หน้าของตัวเองนายกองมีหรือจะไม่ดูแลพวกเขาให้ดี
ก่อนอาบน้ำก็นับว่าวุ่นวายพอแล้วตอนนอนเยว่เฟยหลิงยิ่งรู้สึกว่าวุ่นวายมากกว่าเดิมอีก
พวกเขาทั้งคู่นอนอยู่บนเตียงเดียวกันโดยที่เฟิงหลันนอนกอดเยว่เฟยหลิงเอาไว้ที่น่ารำคาญไม่ใช่เฟิงหลัน แต่เป็คนที่ถูกส่งมาเพื่อจับตาดูพวกเขาต่างหากจนถึงตอนนี้แม้นายกองจะเอ่ยปากว่าพวกเขาเป็แขกแต่เื่ที่สงสัยพวกเขาว่าอาจจะเป็คนที่ลักลอบเข้าเมืองมาก็ยังคงสงสัยอยู่จึงได้ส่งคนมาลอบสังเกตการณ์ั้แ่ที่พวกเขาอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
ถึงจะเป็คนที่เชี่ยวชาญขนาดไหนพวกเขาก็จับััของอีกฝ่ายได้เพราะแบบนั้นเยว่เฟยหลิงถึงได้ออกอาการรำคาญอย่างเห็นได้ชัด
คนที่จับตามองอยู่ไม่ได้รู้เลยว่าเยว่เฟยหลิงกำลังรำคาญตัวเองกลับคิดว่าร่างโปร่งกำลังรำคาญสามีที่กอดอยู่ข้างๆ
“หลิงเอ๋อร์หลับได้แล้ว” ร่างสูงกระซิบเบาๆจนแทบจะไม่ได้ยินริมฝีปากแทบจะไม่ขยับ คล้ายคนที่กำลังละเมอ
“ข้ารำคาญ”
“ข้ารู้” เฟิงหลันก็จับััของคนที่ซุ่มอยู่ได้แต่จะแสดงท่าทีให้อีกฝ่ายผิดสังเกตก็ไม่ได้เช่นกันจึงทำได้เพียงนอนกอดร่างโปร่งนิ่งๆเหมือนพวกเขากำลังหลับ
“ข้านอนไม่ได้จริงๆนะ”คนที่ถูกกอดอยู่กระซิบเพราะถูกจ้องมองอยู่สัญชาตญาณของเขาย่อมต้องระวังภัยเป็ธรรมดา ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายฝีมือไม่เท่าไหร่แต่คนเป็มือสังหารมาั้แ่เกิดจะให้เขาทำเมินเฉยกับััพวกนั้นย่อมไม่ได้
อยากจะเก็บพวกมันซะั้แ่ตอนนี้
“ข้ากล่อมเอง”
“ห้ะ?” จู่ๆเฟิงหลันก็พูดแบบนั้นแล้วพลิกตัวเยว่เฟยหลิงขึ้นมานอนคว่ำทับตัวเองมือหนาข้างหนึ่งวางค้างอยู่ที่เอวบาง ส่วนอีกมือลูบเรือนผมสีดำที่ปล่อยสยาย
“หลับเสียพรุ่งนี้เรายังต้องเดินทางกันไกลนะ” มือที่ค้างอยู่บนศีรษะคน้าไล้ไปมาตามเส้นผมราวกับกำลังกล่อมให้หลับััเบาบางและนุ่มนวล น้ำหนักมือกำลังพอดียามที่ไล้ไปตามเส้นผมที่ปล่อยสยาย
“ก็ข้าไม่ง่วง….”
“นั่นไงง่วงแล้วเห็นไหม?” ร่างสูงจับสังเกตจากน้ำเสียงได้ว่าคนที่นอนทับอยู่เริ่มง่วงขึ้นมาแล้วเยว่เฟยหลิงขมวดคิ้ว ทำแบบนี้ทำให้ง่วงได้จริงๆด้วยรึ
“นี่”
“ง่วงแล้วก็หลับเสียมีข้าอยู่ทั้งคน” คนที่ลูบผมอยู่ก็ยังคงรักษาจังหวะให้สม่ำเสมอเพื่อที่จะไม่ให้คนถูกกล่อมอยู่ผิดสังเกตเยว่เฟยหลิงแนบหูอยู่กับอกซ้ายของเฟิงหลันทำให้ได้ยินเสียงเต้นเป็จังหวะไม่ช้าไม่เร็วของสิ่งที่อยู่ข้างในเมื่อฟังไปได้สักพักก็ทำให้รู้สึกเคลิ้มอย่างประหลาด
“เต้นช้าจริง” ร่างโปร่งเอ่ยทัก เฟิงหลันจึงหัวเราะเบาๆ
“ก็ข้าไม่ได้ตื่นเต้นนี่”
“นอนกอดภรรยาที่รักไม่ตื่นเต้นได้ด้วยรึ”
“พอดีข้าเก็บความรู้สึกเก่ง”คนพูดยกยิ้ม ก้มลงมองคนที่นอนทับเขาอยู่เยว่เฟยหลิงนอนอยู่บนตัวเขาโดยเอาศีรษะหนุนอกระหว่างนั้นมือเรียวก็เคาะไปตามจังหวะที่หัวใจของเขากำลังเต้น
เดิมทีมือสังหารประจำพระองค์ขององค์จักรพรรดิมีเื่มากมายให้ต้องทำพอมาทำภารกิจที่แคว้นจ้าวแบบนี้แล้วคงทำให้ประมุขน้อยเบื่อใช่ย่อย
แล้วยังสังหารใครสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ด้วย
หลังจากที่เงียบไปสักพักเฟิงหลันก็ััได้ถึงลมหายใจที่คงที่ของร่างโปร่งเขายังคงลูบผมของคนหลับไปเรื่อยๆ ั้แ่เมื่อก่อนแล้วเขาไม่เคยทำแบบนี้กับใครโดยเฉพาะกับประมุขน้อยผู้นี้เขายิ่งไม่คิดจะทำแต่เพราะสถานการณ์ของพวกเขาในตอนนี้พวกเขาก็จำเป็ต้องทำตัวให้สนิทกันไว้ก่อน
หากประมุขน้อยรู้ว่าเขาเคยทำเช่นนี้กับคนผู้หนึ่งมาก่อนแล้วยังเป็คนที่สอนเขาทำเช่นนี้อีก ประมุขน้อยคงโกรธเป็แน่
แต่เขาไม่ได้เห็นประมุขน้อยเป็ตัวแทนของคนผู้นั้นคงจะไม่โกรธเท่าไหร่หรอกกระมัง
“กลับบ้านๆ” เมื่อเช้ามืดมาเยือนก็ได้ยินเสียงของเด็กน้อยที่กำลังร้องอย่างร่าเริงและวิ่งเข้ามาหาเฟิงหลัน ร่างสูงย่อตัวอุ้มเด็กน้อยพร้อมทั้งเอ่ยทักทาย
“อรุณสวัสดิ์คุณหนู”
“ลำบากท่านอวี้เฟิงแล้ว ั้แ่ลืมตาตื่นลูกสาวข้าก็เรียกหาแต่ท่าน”
“ท่านเฟิง” เด็กน้อยเอ่ยเรียกคนที่อุ้มตนอยู่พลางยิ้มหวานเยว่เฟยหลิงที่ยืนข้างๆก็จ้องมองเด็กน้อย
“สงสัยเราต้องได้ลูกสาวแทนแล้ว”
“ข้าบอกแล้วมีสองคน” ร่างสูงหันไปเอ่ยกับภรรยาที่ยืนมองเขาอุ้มเด็กน้อยอยู่เยว่เฟยหลิงยื่นมือมาเป็เชิงว่าขออุ้มบ้างพอเฟิงหลันจะส่งตัวเด็กน้อยให้เด็กน้อยก็ร้องลั่น
“ไม่เอา!!”
“แต่เหมือนข้าจะเข้ากับลูกสาวไม่ได้นะพี่เฟิง”
“อ่า ลูกสาวข้าเสียมารยาทแล้ว” นายกองเข้ามาอุ้มลูกสาวเมื่อเด็กน้อยกระทำการเสียมารยาทเฟิงหลันจึงเอื้อมมือมาโอบกอดภรรยาเอาไว้
เพราะไม่อยากให้เฟิงหลันเหนื่อยเกินความจำเป็เยว่เฟยหลิงจึงปล่อยไอสังหารอ่อนๆออกมารอบตัวแต่ไม่ถึงขั้นทำให้คนที่ซุ่มอยู่รู้ตัวแค่ให้มีผลกับเด็กเล็กๆเท่านั้นและการที่เด็กน้อยแสดงท่าทีเช่นนั้นก็ไม่ได้เป็การเสียมารยาทอะไร ในสายตาของเด็กน้อยเยว่เฟยหลิงก็เหมือนปีศาจในเื่เล่าที่ทำให้ฝันร้ายตอนกลางคืนจึงกลัวไม่อยากเข้าใกล้ และเมื่อมีคนที่น่ากลัวกว่าเฟิงหลันปรากฏตัวต่อหน้าเด็กน้อยจะทำให้เด็กน้อยไม่ทันสังเกตแม้ว่าเฟิงหลันจะเผลอปล่อยไอสังหารออกมาก็ตาม
นี่ข้าต้องเป็ปีศาจร้ายในเื่เล่าเลยรึ
“เราออกเดินทางกันเถอะ จะได้ถึงพรุ่งนี้ตอนสายๆ” ทั้งหมดรับคำก่อนจะเดินขึ้นรถม้าไปแต่เพราะเยว่เฟยหลิงอยากจะชมเมืองระหว่างที่เดินทางจึงจะนั่งอยู่บนหลังคารถม้าที่ไว้ใช้ขนของเฟิงหลันจึงบอกนายกองไปว่าเขาอยากอยู่กับภรรยาจึงจะนั่งเป็เพื่อนซึ่งนายกองก็ไม่ขัดข้องอะไรหากเมื่อยสามารถกลับมานั่งในรถม้าได้ทุกเมื่อ
เยว่เฟยหลิงบิดี้เีระหว่างที่นั่งชมวิวข้างทางเฟิงหลันล้มตัวนอนอยู่ข้างๆปล่อยให้ร่างโปร่งนั่งชมวิวไป
“เดินทางแค่วันเดียวเอง”
“ก็แคว้นจ้าวเป็แคว้นเล็กๆเองนี่” เมื่อเทียบกับชิงหลงแล้วต้องใช้เวลาเป็สิบวันเลยทีเดียว แน่นอนว่าต้องไม่ใช่เส้นทางลับที่ประมุขชอบใช้กัน
จะเป็ทางลับอย่างไรหากประมุขอยากจะใช้ใครจะห้ามได้ขนาดท่านเทพเซี่ยหนิงเฉิงยังเหนื่อยที่จะเดินทางในเส้นทางปกติเลย
“เพราะพื้นที่ไม่เยอะจึงดูแลได้ทั่วถึงระหว่างเมืองก็มีหุบเขาและป่าเป็ปราการธรรมชาติขอรับ” ทหารนายหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆทั้งสองเอ่ยบอกพลางชี้ให้ดูรอบๆแต่ละเมืองห่างกันแค่ครึ่งชั่วยาม บางที่น้อยกว่าครึ่งชั่วยามเสียอีก
“หากเดินทางได้ตรงเวลา จุดค้างแรมจะมีน้ำตกใหญ่ด้วยขอรับ”
“น้ำตก?”
“ดีเลย เราจะได้ไปเดินเล่น” เฟิงหลันดีดตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะโอบเอวบางเอาคางมาเกยไหล่ร่างโปร่งนิ่งเงียบ
“หลิงเอ๋อร์?”
“เปล่า ไม่มีอะไร” คนพูดเบือนหน้าหนีร่างสูงจึงจับหน้าคนในอ้อมแขนให้หันมา
“โกรธรึ?”
“ข้าไม่ได้โกรธ”
“ข้ารู้ว่าหลิงเอ๋อร์โกรธ ถึงได้หนีข้ามานั่งตรงนี้ไง” ร่างโปร่งสะบัดหน้าไปทางอื่นซึ่งร่างสูงก็ถูคางไปมาอยู่บนบ่าเล็กเป็เชิงอ้อน
“ถึงจะไปเดินเล่น สาวน้อยตัวเล็กก็อยากไปด้วยอยู่ดี” คนพูดอมลมผู้ที่ใกล้ๆอมยิ้มกับท่าทางนั้นที่แท้เพราะไม่อยากให้ลูกสาวของท่านนายกองมาขัดขวางเวลาที่อยู่ด้วยกันนี่เอง
“พวกข้าจะไม่ให้คุณหนูไปรบกวนพวกท่านอย่างแน่นอน”
“เดินเล่นให้สบายใจเถอะขอรับ” พวกทหารเมื่อเห็นว่าร่างโปร่งทำหน้าเหมือนไม่ชอบใจก็รีบเอ่ยบอกว่าจะไม่ให้คุณหนูของพวกเขามารบกวนอย่างเด็ดขาดซึ่งเฟิงหลันพยักหน้าเห็นด้วย
“ข้าจะไม่อุ้มนางด้วย”
“เดี๋ยวก็ใจอ่อน พี่เฟิงชอบใจอ่อนกับเด็ก”
“ลูกคนอื่นจะสู้ภรรยาข้าได้อย่างไร จริงไหม?” คนพูดกระชับอ้อมกอดเยว่เฟยหลิงแอบเหล่ตา นี่ไม่ใช่ว่ากอดแน่นไปรึ
“ไปเดินเล่นกับข้านะ?”
“ก็ได้” สุดท้ายเยว่เฟยหลิงก็ตอบตกลงพอแดดเริ่มแรงแล้วพวกเขาก็กลับเข้าไปนั่งในรถม้าพวกทหารได้เตรียมรถม้าเอาไว้ให้อีกคันเพราะกลัวว่าคุณหนูตัวน้อยจะมาวุุ่นวายจนทำให้เยว่เฟยหลิงไม่พอใจอีก
ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ลูกตัวเองต่อให้เป็คนใจดีขนาดไหนแต่ถ้ามีคนมาวุ่นวายแย่งเวลาของสามีคนเป็ภรรยาจะทนได้หรือ
“ท่านเฟิง” เสียงของเด็กน้อยดังมาแต่ไกลเมื่อพวกเขามาจนถึงจุดค้างแรมหลังจากที่เดินทางมาหนึ่งวันตอนนี้เป็เวลาพลบค่ำมีแสงตะวันอ่อนๆประดับอยู่บนท้องฟ้าคนถูกเรียกยิ้มน้อยๆแต่ไม่ได้ย่อตัวไปอุ้มเด็กน้อยเหมือนที่เคยทำมือหนาวางค้างอยู่ที่เอวภรรยา ส่วนเด็กน้อยที่วิ่งมาก็กำลังแกว่งชายเสื้อของร่างสูงอยู่
พอบอกจะไม่อุ้มก็ไม่อุ้มจริงๆ
ทหารที่ได้ยินเฟิงหลันพูดว่าจะไม่อุ้มเด็กน้อยในตอนแรกก็นึกว่าจะพูดเพื่อเอาใจภรรยาแต่เอาเข้าจริงนอกจากจะไม่อุ้มแล้วมือข้างที่ว่างอยู่ก็ไพล่หลังไม่ได้เอื้อมมาลูบศีรษะเด็กน้อยแต่อย่างใด
นี่พูดจริงรึ
“คุณหนูน้อย ท่านอวี้เฟิงมีธุระที่ต้องทำ ไปหานายกองกันเถอะขอรับ” นายทหารที่เคยเอ่ยปากบอกว่าจะช่วยห้ามเด็กน้อยรีบเข้ามาบอกผู้ที่กำลังดึงชายเสื้อร่างสูงอยู่
“ข้าจะอยู่กับท่านเฟิง”
“ไม่ได้ขอรับคุณหนูน้อย ท่านอวี้เฟิงต้องอยู่กับภรรยานะขอรับ” เด็กน้อยเงยหน้ามองเยว่เฟยหลิงก่อนจะทำหน้ายู่จากนั้นก็เกาะเฟิงหลันไม่ปล่อย
“ไม่เอา ท่านเฟิงจะอยู่กับคนไม่ดีไม่ได้” เยว่เฟยหลิงได้ยินก็แอบกระตุกยิ้มแต่สำหรับคนที่มองอยู่คงไม่คิดว่านั่นคือรอยยิ้มของคนที่เอ็นดูเด็ก
คุณหนูน้อยท่านอวี้เยว่หลิงจะกลายร่างแล้วนะขอรับ
“คุณหนู….”
“จะอยู่กับท่านเฟิง!”
“พี่เฟิง ท่านเป็ที่ต้องตาของสาวเล็กสาวน้อยเสียจริง” ที่หอคณิกาก็หนหนึ่งแล้ว คราวนี้เป็เด็กน้อยอายุห้าขวบรึ
“ข้าเป็ที่รักของทุกคนโดยเฉพาะคนข้างๆข้า” พูดเสร็จก็ส่งยิ้มให้คนที่ตนกำลังโอบเอวอยู่เยว่เฟยหลิงไม่รู้จะตอบกลับอย่างไรดีคารมของเฟิงหลันไม่ต่างอะไรกับสวี่ชิงเค่อเลยสักนิดทั้งๆที่ดูเหมือนจะไม่ใช่คนแบบนั้น
แต่ข้าไม่หลงคารมของคนผู้นี้เหมือนพี่ลี่อินหรอก
“อัยหยาลูกสาวข้า” ท่านนายกองเมื่อเห็นว่าลูกสาวกำลังแกว่งชายเสื้อของเฟิงหลันก็รีบวิ่งมาอุ้มลูกสาวตัวน้อยทันทีแม้ว่าเด็กน้อยจะอยากให้เฟิงหลันเป็คนอุ้มก็ตาม
“ท่านพ่อ”
“ไม่ได้นะลูกรัก จะรบกวนท่านอวี้เฟิงไม่ได้นะ”
“แต่มีคนไม่ดีอยู่กับท่านเฟิง….” มือเล็กๆชี้มาที่เยว่เฟยหลิงที่ยืนอยู่ข้างร่างสูงผู้เป็พ่อรีบเก็บมือลูกสาวลงทันทีพร้อมกับเอ่ยขอโทษขอโพยร่างโปร่ง
“ท่านอวี้เยว่หลิงอย่าถือสาลูกข้าเลย นางยังไม่รู้ความ ยังเด็กนัก”
“ไม่เป็ไร รอนางโตกว่านี้แล้วค่อยมองเป็ศัตรูก็ยังไม่สาย” ช่างเป็เด็กที่น่าห่วงเสียจริงว่าจะได้โตหรือเปล่า
ที่เยว่เฟยหลิงคิดเช่นนี้มิใช่เป็เพราะว่าเด็กคนนี้อาจจะถูกเขาสังหารเพราะมายุ่งกับสามีกำมะลอของเขาแต่เป็เพราะเด็กคนนี้ร่างกายอ่อนแอนัก และเหมือนจะมีโรคร้ายในตัวตัวเยว่เฟยหลิงไม่ใช่หมอแต่ก็ยังรู้ได้ว่าเด็กคนนี้คงไม่ทันได้อยู่จนโต
แต่ถ้าเป็ท่านหมอเทพแห่งชิงหลงซ่งฮวา โรคแค่นี้คงเหมือนแผลหกล้ม
“ท่านอวี้เยว่หลิงล้อเล่นได้น่ากลัวนัก” นายกองยิ้มอ่อนๆเขาััได้ว่าคำพูดของร่างโปร่งคงไม่ใช่แค่การล้อเล่นกระมัง
ลูกข้ายังเด็กได้โปรดอย่าถือสาเลย
“หลิงเอ๋อร์ ท่านนายกองกลัวแล้ว”
“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย” เยว่เฟยหลิงหันมาทำท่างอนใส่ร่างสูงที่หาว่าเขาทำให้คนอื่นกลัวเฟิงหลันจึงหอมแก้มไปเบาๆเพื่อง้อ
แก้มของประมุขน้อยก็นุ่มนิ่มใช้ได้
“พวกท่านอย่ามัวเสียเวลาเลย น้ำตกที่นี่ยามตะวันตกดินงดงามนักพวกท่านควรได้เห็น” นายกองรีบเสนอที่ดีๆให้คนทั้งคู่ได้ไปเดินเล่นผ่อนคลายหลังจากที่ถูกลูกสาวของเขาป่วน
ลูกสาวข้าก็เหลือเกินเพิ่งห้าขวบมิใช่รึ
“ขอบคุณท่านนายกอง เช่นนั้นข้าขอพาภรรยาข้าไปเดินเล่นรับลมเสียหน่อย”
“เชิญเลยๆ ข้าจะให้คนเตรียมสำรับไว้คอยพวกท่าน” รีบไปก่อนที่ลูกสาวข้าจะอยากตามพวกท่านไปด้วยเถอะ
นายกองมองสามีภรรยาที่กำลังจูงมือไปเดินเล่นที่น้ำตกพลางมองลูกสาวแล้วถอนหายใจ
เขารู้ดีว่ายามที่ภรรยาโกรธเป็เช่นไรหากท่านอวี้เฟิงรับมือได้คงจะดี