
เมื่อนายนิติพนธ์กับนางนุศรากลับจากต่างประเทศก็นัดเจอกับเพื่อนเก่าอย่างนายเกษมทันทียิ่งมีเื่ลูกๆให้พูดคุยกันทำให้สองครอบครัวเริ่มไปมาหาสู่กันบ่อยขึ้นจากเมื่อก่อนนายนิติพนธ์กับนายเกษมจะนัดเจอกันปีละไม่กี่ครั้งเพราะส่วนมากจะพูดคุยกันทางโทรศัพท์มือถือแต่ก็เฉพาะเื่สำคัญเท่านั้น
“ฉันว่าเราควรเป็ทองแผ่นเดียวกันไหม”
“ดีเหรอคะคุณเกษมฉันไม่เคยบังคับจิตใจลูกเลยค่ะ” นางนุศราทำสีหน้าวิตกกังวล
“คุณนุศราก็รู้ดีว่าเด็กคนนี้…”
“แกอย่าพูดแบบนี้นะลูกฉันก็รัก รักมากด้วยถ้าอยากเป็ทองแผ่นเดียวกันต้องมองว่ายัยน้ำอบเหมาะกับลูกชายแกถ้าไม่เหมาะสมแกก็ไปหาคนอื่นเถอะ”นายนิติพนธ์รีบทักท้วงเพื่อเตือนสติเพื่อน
“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นลูกแกฉันก็รักเหมือนกันล่ะแค่อยากบอกถ้าชีวิตของน้ำอบได้แต่งงานกับลูกชายฉันมันก็คงจะดีมากขึ้นแกไม่กลัวว่าหนูน้ำอบจะได้สามีที่ไม่เอาไหนเหรอ”
“ถ้าลูกสาวฉันรักก็คงต้องปล่อยส่วนเื่ลูกชายแกก็แล้วแต่ลูกสาวฉัน”นายนิติพนธ์พูดพลางหันไปมองนรารักษ์กับกันต์กวีที่กำลังเดินมาจากด้านข้างบ้าน
“ไปดูอะไรมาลูก” นางนุศราถามพร้อมกับยิ้ม
“พี่กันต์ให้พาไปดูตรงที่เราเคยเล่นตอนเด็กๆค่ะแต่คุณแม่ปลูกดอกไม้เต็มไปหมดเลยพี่กันต์จำไม่ได้ค่ะแต่หนูจำได้เพราะพี่กันต์เอาดินป้ายหน้าหนูจนร้องไห้”
“ผมขอโทษครับคุณอา ผมคงดื้อมาก”
“ดื้อมากค่ะ” นรารักษ์รีบตอบแทนมารดา
“ตุ่นยกของว่างมาสิ มาวางตรงนี้ล่ะลมกำลังดี”นางนุศราหันไปสั่งน้าตุ่นสาวใช้วัยสี่สิบปลายๆ
“ค่ะ”น้าตุ่นยกถาดขนมและน้ำหวานมาวางพร้อมกับหันไปมองนรารักษ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขก่อนจะเดินไปหาน้าเพียรที่รอกินข้าวที่ครัว
“ร้องไห้ทำไมวะ”
“ดีใจที่คุณหนูมีความสุข”น้าตุ่นเอามือเช็ดน้ำตาจนนายเพียรรีบเอามือป้องปากน้าตุ่นไว้
“หยุดเพ้อหยุดพูด กินข้าวซะแค่นี้ก็ดีเกินฝันแล้วอย่าทำอะไรที่เป็การทำให้คุณหนูและคุณท่านลำบากใจ”
“ฉันรู้แล้ว”น้าตุ่นเช็ดน้ำตาแล้วตักข้าวให้สามีที่อยู่กินกันมาั้แ่รู้จักกันเมื่อมาทำงานในบ้านนี้เมื่อยี่สิบปีก่อน
่เวลาเดียวกันที่บ้านปูนชั้นเดียวที่ตั้งอยู่ในซอยลึกกำลังมีเสียงดังคล้ายคนทะเลาะกันก่อนจะมีขวดแก้วปาลงที่พื้น
เพล้ง!
“อย่าพี่เพชร” เสียงร้องของพราวนภาดังลั่นพร้อมกอดแม่ไว้แน่น
“มึงวอนแล้วนะไปเรียนที่ดีๆมีเพื่อนรวยๆยังมาเอาเงินกับแม่อีก”เพชรกล้าพี่ชายของพราวนภาตวาดดังลั่น
“หนูไม่ได้เอาเยอะนะพี่เพชร”
“มึงทำงานที่บ้านใหญ่ต้องมีเก็บสินะเอามา” คนติดยาเวลาคลั่งก็ดูน่ากลัวไปหมด ลำพังนางพิมพรรณที่เลี้ยงลูกตามลำพังเพราะสามีเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อนก็เหนื่อยมากพอแล้วเลยไม่มีเวลาอบรมลูกมากนักโชคดีที่พราวนภาใฝ่เรียนผิดกับเพชรกล้าที่เอาแต่ไปเที่ยวกับเพื่อนและรีดไถเงินแม่
“พอแล้วลูกแม่ไม่มีแล้วน้องก็ต้องใช้เหมือนกันน้องต้องช่วยทำขนมไปฝากขายที่ร้านค้ากำไรก็พอค่ากับข้าวเองนะลูก”
“มันได้ทุนนี่ เอาเงินมา”
“พี่ไม่รักหนูกับแม่เหรอ”พราวนภาน้ำตาคลอแล้วกอดแม่ไว้แน่นก่อนจะใและผวาไปยิ่งกว่าเดิมเมื่อจู่ๆก็มีผู้ชายอีกสองคนเดินเข้ามาแล้วล็อกตัวเพชรกล้าเอาไว้
“มัน้ายาก็ให้เงินมันส่วนพวกกู้าเงินที่มันติดค่ายาไว้”
“ปล่อยนะ”
“ไอ้เพชร น้องกับแม่มึงคงไม่มีเงินหรอกวะดูจากสภาพบ้านแล้วมึงไปกับพวกกูทำงานให้นายดีกว่า”
“ไม่ไปกูไม่ชอบเป็ขี้ข้าใคร”
“ไอ้นี่ติดหนี้แล้วเบี้ยวแถมปากดีอีกนะ”เพชรกล้าถูกกระทืบต่อหน้าแม่กับน้องจนสลบแล้วพวกมันก็ลากตัวเพชรกล้าไปพร้อมกับหันมาสั่ง
“ห้ามแจ้งตำรวจไม่งั้นรอเผาศพมันเลยอยู่นี่ก็หาเงินมาให้พวกกูมันติดหนี้อยู่ห้าหมื่นให้เวลาห้าวันกูจะมาพร้อมไอ้เพชรแลกกับเงิน”ชายสองคนพูดสั่งจบก็ลากเพชรกล้าไปที่รถ
“ลูก”นางพิมพรรณร้องไห้และทรุดตัวลงที่พื้นก่อนจะมองหากล่องบางอย่าง
“แม่มองหาอะไร”
“เอากล่องสีดำใต้เตียงไปหยิบมาสิลูก”
“จ้ะแม่”พราวนภาเดินไปหยิบกล่องสีดำแล้วยื่นให้แม่
“มีสร้อยคอหนึ่งสลึงที่พ่อแกเคยให้แม่ไว้ตอนที่อยู่กินกันใหม่ๆ”
“แม่ไม่ต้องขายนะยังไงก็ไม่พอหรอกพ่อให้แม่แทนความรักขนาดพ่อไม่มีเงินนะยังซื้อให้แม่ หนูขอร้องนะแม่เก็บไว้เถอะ”
“ไม่ห่วงพี่เพชรเหรอลูก”
“ห่วงค่ะแต่หนูคิดว่าพอมีทางออกมีเวลาห้าวันน่าจะหาทางออกได้แม่ไว้ใจหนูนะ”
“ยืมหนูน้ำอบเหรอลูก”
“จ้ะแม่ต้องยืมแต่ต้องทำงานให้น้ำอบหนูทำได้อะไรก็ทำไม่งั้นจะหาเงินได้ที่ไหนแค่เวลาห้าวันเงินตั้งห้าหมื่นนะแม่”
“แม่พึ่งลูกแล้วล่ะถ้าไปกู้นอกระบบมาอีกคงไม่มีปัญญาจ่าย”
“ถึงพี่เพชรจะเกเรแค่ไหนแต่ก็เป็พี่ชายหนูเงินห้าหมื่นไม่เยอะสำหรับคนอื่นแต่ก็หายากสำหรับครอบครัวเราคืนนี้หนูนอนกับแม่นะพรุ่งนี้เช้าแม่ไปส่งขนมและไปขายของที่ตลาดนัดเลยเย็นๆกลับมาถ้ามีอะไรแปลกๆโทรหาหนูนะแม่”
“มันคงไม่มาอีกหรอกลูกคงอีกห้าวันไปเรียนตามปกติอยู่หอล่ะดีแล้ว”
“รับปากว่าถ้ามีใครมาหากลางดึกโทรหาหนูก่อนนะอย่าเพิ่งเปิดประตู”
“เออใครเป็แม่เป็ลูกกันแน่”นางพิมพรรณกอดลูกสาวแล้วเก็บสร้อยคอไว้อย่างเดิมด้วยความหวังว่าลูกสาวจะหาเงินมาได้ภายในห้าวัน
เช้าวันรุ่งขึ้น
พราวนภาถูกโทรตามให้มาหานรารักษ์ที่บ้านเพราะเป็มีแขกมาที่บ้านน้าตุ่น้าคนช่วยงานและก็เหมือนทุกครั้งหากว่าดึกพราวนภาก็ต้องค้างกับนรารักษ์ที่บ้านหลังใหญ่
“อาหารเยอะนะคะน้าตุ่น”
“จ้ะ ก็มีญาติของคุณพ่อคุณแม่ของคุณกันต์แต่คุณนุศราสั่งอาหารเยอะคงอยากรับรองอย่างเต็มที่จ้ะ”
“แขกคุณท่านเหรอคะ”
“จ้ะก็คงมาทาบทามคุณหนูน้ำอบล่ะน้าแอบได้ยิน” น้าตุ่นพูดพร้อมรอยยิ้มเกลื่อนเต็มใบหน้า
“ทาบทามเหรอคะว่าแต่ใครคะ”
“น้าคิดว่าคุณกันต์คงหมั้นไว้ก่อนค่อยแต่งต้องรอเรียนจบก่อน”น้าตุ่นยิ้มแล้วหันไปมองหน้าน้าเพียรที่เดินมา
“หนูพราวคุณหนูเรียกให้ไปที่ห้อง”
“ค่ะน้าเพียร”พราวนภารีบวางมือจากจานที่กำลังเช็ดแล้วไปที่ห้องของคุณหนูของบ้านอย่างรวดเร็ว
“ชุดนี้เธอต้องใส่” นรารักษ์ยื่นชุดเดรสผ้าฝ้ายสายเดี่ยวสีฟ้าอ่อนลายดอกเล็กๆ
“เธอซื้อหลายวันก่อนที่ให้เราเลือกเพราะจะให้เราเหรอน้ำอบ”
“อือ” นรารักษ์ยิ้ม วางชุดเดรสบนแขนเพื่อนแล้วดันร่างอรชรไปที่ห้องน้ำ
“หมื่นห้าเลยนะชุดนี้ไม่เอาหรอกแพงไปเราไม่ใส่เดี๋ยวทำขาด”
“ขาดก็ช่างสิก็ให้แล้วถ้าไม่ใส่เราจะเอาไปทิ้ง”
“บ้าเหรอน่ารักจะตายแถมเซ็กซี่นิดๆเราใส่ให้ดูก็ได้” พราวนภาเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกมาพร้อมยิ้มให้กับกระจกตรงหน้า