กองทัพเป่ยหม่านเคลื่อนพลมาเสริมกำลังอย่างต่อเนื่องบัดนี้ ผู้นำทัพที่นำมาคือ แม่ทัพหานเฉิงซีแม่ทัพผู้มากด้วยประสบการณ์และเล่ห์เหลี่ยม เขานำทัพจำนวน สามหมื่นนายเดินทางมาถึงชายแดนที่กั้นกลางระหว่างแคว้นเป่ยหม่านและแคว้นต้าเหลียงสถานการณ์ชายแดนตึงเครียดขึ้นในทันที
ทางด้านจิ้นอ๋องอี้เฟยหลงเมื่อได้รับรายงานข่าวสารการเคลื่อนไหวของกองทัพเป่ยหม่านก็ทรงเรียกประชุมแม่ทัพใหญ่และรองแม่ทัพเป็นการเร่งด่วน ณ กระโจมบัญชาการกลาง
ภายในกระโจมที่กางอยู่ใจกลางค่ายทหารแสงตะเกียงส่องสว่างบนแผนที่ขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะจิ้นอ๋องประทับนั่งบนเก้าอี้ประธาน พระพักตร์เคร่งขรึมดวงตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ตำแหน่งการเคลื่อนที่ของกองทัพเป่ยหม่านบนแผนที่
แม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าวิตกกังวลส่วนรองแม่ทัพฮวาก็ยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความเครียดรองแม่ทัพหลี่หมิง จางเว่ย์ ต่างพากันเคร่งเครียด
"ท่านอ๋อง"แม่ทัพใหญ่ฮวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักใจ"กองทัพเป่ยหม่านเคลื่อนพลมาถึงชายแดนแล้วถึงสามหมื่นนายแม่ทัพหานป๋อผู้นั้น... เป็นคู่ต่อสู้ที่ประมาทมิได้"
จิ้นอ๋องพยักพระพักตร์เล็กน้อยพระสุรเสียงทุ้มต่ำตรัสด้วยความหนักแน่น"ข้ารู้ดีถึงกิตติศัพท์ของแม่ทัพหานป๋อ การที่เขานำทัพมาด้วยตนเองเช่นนี้ย่อมมิได้มีเจตนาดีเป็นแน่"
"เราควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ?" ฮวาหยางถามด้วยความกังวล"ควรจะส่งกองทัพไปตรึงกำลังที่ชายแดนเพิ่มเติมหรือไม่?"
จิ้นอ๋องทรงยกพระหัตถ์ขึ้นเล็กน้อยเป็นสัญญาณให้รองแม่ทัพเงียบลง พระองค์ทรงใช้ความคิดอย่างหนักหน่วงสถานการณ์ที่เป่ยหม่านส่งกองทัพมาเพิ่มเช่นนี้ย่อมบ่งบอกถึงแผนการบางอย่างที่พวกเขากำลังซ่อนไว้
"การส่งกองทัพไปตรึงกำลังเพิ่มอาจเป็นการเคลื่อนไหวที่พวกเขากำลังรอคอยอยู่"จิ้นอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการไตร่ตรอง"ข้าเกรงว่าพวกเขากำลังวางอุบายบางอย่างอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนทัพครั้งนี้"
แม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นยืนอยู่ข้างแผนที่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเช่นเดียวกับรองแม่ทัพฮวาหยางผู้เป็นบุตรชายคนโตของเขา รองแม่ทัพอีกสองคนคือหลี่หมิงและจางเว่ย์ก็ยืนอยู่ด้วยท่าทีวิตกกังวลพวกเขากำลังปรึกษาหารือกันอย่างหนักถึงสถานการณ์ที่ชายแดน
"ท่านอ๋องทรงมีพระดำริเช่นไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ?"แม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นถามด้วยความเคารพมองไปยังจิ้นอ๋องที่ยังคงจ้องมองแผนที่อย่างครุ่นคิด
"ข้ายังคงสงสัยในเจตนาที่แท้จริงของเป่ยหม่าน"จิ้นอ๋องตรัสเสียงต่ำ "การเคลื่อนทัพมาอย่างรวดเร็วและมีจำนวนมากเช่นนี้มิใช่การข่มขู่ธรรมดาเป็นแน่"
รองแม่ทัพฮวาหยางเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงกังวล"อาจจะเป็นการหยั่งเชิงเพื่อเตรียมการบุกรุกครั้งใหญ่ก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะเราควรจะเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่"
รองแม่ทัพหลี่หมิงเสนอความเห็น"ข้าเห็นว่าเราควรจะส่งหน่วยลาดตระเวนออกไปสำรวจแนวชายแดนอย่างละเอียดเพื่อสืบหาความเคลื่อนไหวที่แท้จริงของพวกมัน"
รองแม่ทัพจางเว่ย์เห็นด้วย"เห็นด้วยกับท่านหลี่ หากเราทราบถึงแผนการของพวกมันล่วงหน้าก็จะสามารถวางกลยุทธ์รับมือได้อย่างเหมาะสม"
ขณะที่เหล่าแม่ทัพกำลังปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียดฮวาเสี่ยวซี หรือในร่างของหมู่ซานยืนหลบมุมอยู่ในส่วนด้านในของกระโจมบัญชาการอย่างเงียบเชียบนางได้รับมอบหมายให้เป็นพลทหารรับใช้ใกล้ชิดจิ้นอ๋องและนี่ก็เข้าสู่วันที่ห้าแล้วหลังจากเหตุการณ์สยิวกิ้วใต้เงาอ่างอาบน้ำ
ภาพเหตุการณ์ในอ่างน้ำยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิดของฮวาเสี่ยวซีนางรู้สึกขยะแขยงจนแทบกระอ้วกเมื่อนึกถึงสัมผัสที่น่าขนลุกนั้นกว่ามือเรียวเล็กของนางจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ก็เล่นเอานางแทบเสียสติ"ยี้ยิ่งคิดยิ่งสยอง" ฮวาเสี่ยวซีขมวดคิ้วมุ่น หน้าบูดบึ้งอยู่มุมอับของกระโจมพลางตั้งใจฟังเรื่องราวที่เหล่าแม่ทัพกำลังปรึกษาหารือกันอย่างสงบเสงี่ยม
"ความคิดของพวกเจ้าก็มีเหตุผล"จิ้นอ๋องตรัสขึ้นหลังจากฟังความเห็นของทุกคน"แต่ข้ายังคงรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เรายังมองไม่เห็น"
คุณอยากจะทราบต่อไปไหมครับว่าจิ้นอ๋องทรงมีแผนการอย่างไรต่อไป? และฮวาเสี่ยวซีจะได้รับรู้ข้อมูลสำคัญอะไรจากการประชุมครั้งนี้หรือไม่?
"ข้าเห็นด้วยกับข้อเสนอของทุกคน"จิ้นอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "แต่การประมาทศัตรูคือหนทางสู่ความพ่ายแพ้สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือ ระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้นและคุมเข้มการตรวจตราตามแนวชายแดนทุกจุด"
พระองค์ทรงกวาดสายตาไปยังเหล่าแม่ทัพ"ส่ง สายลับที่ไว้ใจได้ที่สุด แทรกซึมเข้าไปในดินแดนเป่ยหม่านโดยด่วนสืบข่าวความเคลื่อนไหวที่แท้จริงของพวกมัน แผนการของพวกมันคืออะไรกำลังเสริมที่มานั้นมีจำนวนเท่าใด และมีเป้าหมายที่แท้จริงคือสิ่งใดจงนำข่าวสารกลับมาให้เร็วที่สุด"
"น้อมรับพระบัญชา!"เหล่าแม่ทัพขานรับพร้อมเพรียงกัน
"และที่สำคัญที่สุด"จิ้นอ๋องตรัสพลางทรงทอดพระเนตรไปยังแผนที่อีกครั้ง "ให้ ระดมกำลังพลทั้งหมด เตรียมพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลาห้ามมิให้ทหารนายใดประมาทเลินเล่อแม้แต่น้อย เราจะไม่ให้ความผิดพลาดใดๆเกิดขึ้นซ้ำรอย"
พระองค์ทรงเงียบไปครู่หนึ่งดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่แผนที่ราวกับกำลังมองเห็นภาพการเคลื่อนไหวของกองทัพศัตรู
"ข้าจะ วางแผนการตั้งรับด้วยตนเอง" จิ้นอ๋องตรัสขึ้นอีกครั้ง
"เราจะใช้ภูมิประเทศที่เป็นประโยชน์ตั้งมั่นในจุดที่แข็งแกร่งที่สุด และเมื่อใดที่ มีโอกาส... แม้เพียงเล็กน้อย...เราจะโจมตีกลับโดยไม่ลังเล"
จิ้นอ๋องทรงยกพระหัตถ์ชี้ไปยังจุดต่างๆบนแผนที่อย่างละเอียด
"แม่ทัพใหญ่ฮวาท่านคุมกำลังหลักตรึงอยู่ที่แนวหน้าด้านนี้ รองแม่ทัพฮวาหยางนำทัพเสริมคอยสนับสนุนหากมีสิ่งใดผิดพลาด ท่านต้องเข้าช่วยเหลือทันที รองแม่ทัพหลี่หมิงและจางเว่ย์ท่านทั้งสองนำกองทหารพิเศษลาดตระเวนและคอยสกัดกั้นการแทรกซึมของศัตรู"
พระองค์ทรงหันพระพักตร์ไปยังเหล่าแม่ทัพ"จงจำไว้ว่า เราจะไม่ประมาทศัตรูแต่เราก็จะไม่ยอมให้พวกมันรุกรานเข้ามาในแผ่นดินต้าเหลียงของเราได้แม้แต่ก้าวเดียวจงเตรียมพร้อม... สำหรับทุกสิ่ง"
เหล่าแม่ทัพขานรับพระบัญชาด้วยความมั่นใจและหนักแน่น
"น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!"เสียงของพวกเขาดังก้องกังวานภายในกระโจมแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องแผ่นดินต้าเหลียงอย่างสุดความสามารถ
แม่ทัพใหญ่ฮวาซึ่งใบหน้าซีดเหลืองเล็กน้อยก้มศีรษะรับคำสั่ง"ข้าจะนำทัพหลักตรึงกำลังอยู่ที่แนวหน้าและจะคอยเฝ้าระวังทุกความเคลื่อนไหวของศัตรูอย่างใกล้ชิดพ่ะย่ะค่ะ"
รองแม่ทัพฮวาหยางคำนับด้วยความเคารพ"ข้าจะนำทัพเสริมเตรียมพร้อมสนับสนุนแนวหน้าอย่างเต็มกำลัง หากมีสัญญาณใดๆข้าจะนำทัพเข้าช่วยเหลือทันทีขอรับ"
รองแม่ทัพหลี่หมิงและจางเว่ย์ประสานมือคารวะ"พวกข้าจะนำกองทหารพิเศษออกลาดตระเวนและสกัดกั้นการแทรกซึมของศัตรูตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อสิ้นคำสั่งจิ้นอ๋องทรงพยักพระพักตร์เล็กน้อยแสดงความพอพระทัยในความกระตือรือร้นของเหล่าแม่ทัพ "ดีมากจงไปเตรียมการตามที่สั่ง ข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อบัญชาการทุกอย่างด้วยตนเอง"
เหล่าแม่ทัพต่างคำนับลาและทยอยเดินออกจากกระโจมบัญชาการอย่างรวดเร็วบรรยากาศภายในกระโจมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงจิ้น อ๋องที่ยังคงยืนทอดพระเนตรไปยังแผนที่อย่างลึกซึ้งพระองค์ทรงใช้พระดำริอย่างหนักหน่วง พยายามมองทะลุแผนการที่ซ่อนเร้นของเป่ยหม่าน
ขณะที่จิ้นอ๋องทรงวางแผนการรบอย่างละเอียดฮวาเสี่ยวซีที่ยืนหลบมุมอยู่ด้านในก็รับฟังทุกคำสั่งและการหารืออย่างตั้งใจ
"ระดมกำลังพล...ตรึงกำลังที่แนวหน้า... ส่งสายลับ..."ฮวาเสี่ยวซีทวนคำสั่งของจิ้นอ๋องในใจอย่างเงียบๆนางพยายามประมวลผลข้อมูลทั้งหมดและคิดหาหนทางที่จะใช้สถานการณ์นี้ให้เป็นประโยชน์
จิ้นอ๋องทรงหมุนพระวรกายเล็กน้อยราวกับทรงรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมาจากมุมหนึ่งของกระโจมพระองค์ทอดพระเนตรไปยังจุดที่ฮวาเสี่ยวซี่ยืนอยู่ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"หมู่ซาน"พระสุรเสียงทุ้มต่ำตรัสเรียกชื่อนาง
ฮวาเสี่ยวซีสะดุ้งเล็กน้อยนางรีบก้าวออกมาจากมุมมืดและคุกเข่าลงตรงหน้าจิ้นอ๋องด้วยท่าทีนอบน้อม
"คารวะท่านอ๋อง"นางเอ่ยเสียงเบา พยายามซ่อนความรู้สึกประหลาดใจและความกังวลไว้ภายใต้ท่าทีสงบ
"เจ้าได้ยินทุกอย่างแล้วสินะ"จิ้นอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ฮวาเสี่ยวซีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยสบพระเนตรคมกริบคู่นั้นอย่างตรงไปตรงมา"ข้าน้อยได้ยินทุกอย่างแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?"จิ้นอ๋องตรัสถามด้วยน้ำเสียงที่ยากจะคาดเดา
คำถามนั้นทำให้ฮวาเสี่ยวซีตกตะลึงนางไม่คาดคิดว่าจิ้นอ๋องจะทรงถามความเห็นของพลทหารรับใช้ตัวเล็กๆอย่างนางในเรื่องสำคัญเช่นนี้
"ข้าน้อยเป็นเพียงพลทหารตัวเล็กๆมิได้มีความรู้ความสามารถเฉกเช่นแม่ทัพนายกองจะไปล่วงรู้ถึงกลยุทธ์และแผนการรบได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง"ฮวาเสี่ยวซีบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะจนปัญญาแต่เมื่อจิ้นอ๋องตรัสถาม นางก็เงยหน้าขึ้นตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามบทบาทของทหารรับใช้"ข้าน้อย... ไม่มีความเห็นใดๆ พ่ะย่ะค่ะ"
แต่แล้วฮวาเสี่ยวซีก็เงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนักหน่วงก่อนจะเสริมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยแฝงไว้ด้วยความไม่แน่ใจแต่ก็หนักแน่น "แต่...หากข้าน้อยในฐานะพลทหารที่ประจำการอยู่ใกล้ชิดท่านอ๋องได้ยินเหล่าแม่ทัพกล่าวถึงการตั้งรับและการส่งสายลับ...ข้าน้อยก็อดคิดไม่ได้ว่า... การตั้งรับเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเสมอไปพ่ะย่ะค่ะ"
นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรจิ้นอ๋องอย่างกล้าหาญเล็กน้อย"การส่งสายลับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสืบข่าว แต่ในขณะเดียวกัน...การที่เรา แสดง ออกถึงความอ่อนแอและตั้งรับเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ศัตรูได้ใจและประมาทเราได้พ่ะย่ะค่ะ"
ฮวาเสี่ยวซีสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น "บางที... การ เตรียมพร้อมที่จะโต้ตอบอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดเมื่อศัตรูประมาท หรือเมื่อมีช่องโหว่ให้โจมตี...อาจจะเป็นทางเลือกที่ทำให้ศัตรูยั้งคิดและไม่กล้ารุกคืบเข้ามาโดยง่ายก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะ"
คำพูดของฮวาเสี่ยวซีแม้จะมาจากพลทหารต่ำต้อย แต่กลับจุดประกายความคิดบางอย่างในพระทัยของจิ้นอ๋องพระองค์ทรงทอดพระเนตรไปยังร่างเล็กที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากความเรียบเฉยกลายเป็นความสนใจใคร่รู้
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"จิ้นอ๋องตรัสถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความใคร่รู้