
ตอนที่10 เด็กหัวโปก
[แจสเปอร์ TALKS]
“มึงกล้าหักหน้ากูต่อหน้าคนอื่นเหรอไอ้แจสเปอร์”
“ไอ้เจไดกูว่าพวกเรากลับกันเหอะว่ะ”
ไอ้เฟียสทำเสียงอ่อยๆ หลังจากที่มันช่วยพยุงเพื่อนลุกขึ้นมาได้ ตอนนี้นักเที่ยวคนอื่นพากันมายืนมุงดูเหตุการณ์อย่างสนอกสนใจ หลายคนยกโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพเอาไว้
“กูก็คิดเหมือนกับเฟียส กลับเหอะเจได”
ไอ้เทพมองผมอย่างขยาดๆ
“พวกมึงกลัวมันเหรอ ไอ้เชี้ยแทนที่จะช่วยกูเล่นงานมัน”
ไอ้เจไดหันไปตวาดใส่เพื่อนของมัน
“เกรี้ยวกราดเหลือเกิน ต่อหน้าหญิงกูเห็นทำเป็สุภาพบุรุษ แล้วนี่แม่มึงรู้ไหมว่าพวกมึงชอบวางยาแล้วทำระยำกับผู้หญิงน่ะ” ผมหัวเราะเยาะ
“มึงไม่ต้องมาเสือกเื่ของพวกกู เอาตัวมึงให้รอดก่อนเหอะ”
“กูเอาตัวรอดได้มานานแล้วไอ้เจได ั้แ่ที่กูออกจากบ้านหลังนั้น และถ้ามึงยังแบมือขอเงินแม่ใช้อยู่ก็อย่ามาปากดี กลับบ้านไปกินนมนอนไป สัส!”
ไอ้เจไดโกรธจนตัวสั่น มันกำหมัดแน่นเหมือนตอนพวกเราสองคนยังเด็กที่ผมกับมันมีเื่ชกต่อยกัน ซึ่งตอนจบก็วนลูปเหมือนเดิมทุกครั้งคือมันโดนผมอัดจนหน้าแหก ร้องไห้โฮไปฟ้องพ่อกับแม่ของมัน แล้วผมก็ถูกพ่อเฆี่ยนจนหลังลายแถมให้อดข้าวเย็นและตัดเงินค่าขนม
ผมเรียนรู้ั้แ่ตอนนั้นว่าโลกใบนี้มันไม่มีความยุติธรรม พ่อไม่เคยถามว่าเราสองคนมีเื่ขัดแย้งอะไรกัน ทุกครั้งที่ผมทะเลาะกับมันพ่อจะตัดสินว่าผมคือคนผิดเสมอ
“เอาสิวะไอ้เทพ ไอ้เฟียส มึงสองคนช่วยกูเข้าไปอัดมันพร้อมกัน”
ไอ้เจไดหันไปหาเพื่อนทั้งสองคน แต่ดูเหมือนจะไม่ใครเล่นด้วยสักคน ไอ้พวกนี้ก็ดีแต่หน้าม่อสีหญิงไปวันๆ พอมีเื่มีราวเข้าจริงก็ปอดแหกหัวหดอยู่ในกระดองเป็เต่า
“พวกมึงเข้ามาพร้อมกันเลยก็ได้นะโว้ยกูจะได้ไม่เสียเวลา”
“มีเื่อะไรกันครับ”
จังหวะนั้นเองก็มีการ์ดร่างกำยำกล้ามโตสองคนวิ่งแทรกบรรดาไทยมุงเข้ามา
“พี่ครับ ไอ้นี่มันเข้ามาหาเื่พวกเรา พี่ช่วยลากมันออกไปจัดการให้หน่อยดูสิมันอัดเพื่อนผมด้วย”
“จริงครับพี่จัดการมันเลย” ทั้งไอ้เทพและไอ้เฟียสรีบฟ้องการ์ดในผับ โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าไอ้สองนี้เป็คนของผม
“คุณแจสเปอร์จะให้พวกผมจัดการยังไงครับ”
การ์ดทั้งสองคนหันมาถามผม
“ไม่เป็ไร แค่ไอ้เด็กกากสองสามตัวแค่นี้ฉันจัดการเองได้”
“งั้นก็ตามสบายเลยครับ”
การ์ดทั้งสองเดินออกไปดูเชิงอยู่ข้างๆ ผม
“เชี้ยมันพวกเดียวกัน” เสียงได้เทพร้องบอกเพื่อน
“ไอ้เจไดกลับเหอะ มึงไม่กลับกูไปก่อนนะ”
คนที่ชื่อเฟียสสะกิดแขนไอ้เจได
“เออ ฝากไว้ก่อนเถอะมึงไอ้แจสเปอร์ งานนี้กูเอาคืนแน่ ระวังตัวไว้ด้วย”
ไอ้เจไดชี้หน้าผม ผมเพิ่งจะเห็นว่ามือของมันมีเืไหลออกมาซึ่งน่าจะเกิดขึ้นตอนมันล้มแล้วไปโดนแก้วแตกบาดจนเืไหล
“นี่กูต้องกลัวใช่ไหม ห๊ะ”
ผมเดินย่างสามขุมเข้าไปใกล้ พวกมันทั้งสามก็สามัคคีกันถอยหลังกรูด ก่อนหนึ่งในสามคนจะใส่ตีนหมาวิ่งหนีไปก่อนเพื่อน แล้วคนที่เหลือก็วิ่งตามกันออกไป
“สนุกกันต่อครับไม่มีอะไรแล้ว”
ผมหันมายิ้มให้นักเที่ยวในผับคนอื่น