บทที่ 23 หิ่งห้อยโบยบิน
ทักษะการปรุงซุปของฮั่วอวี๋นั้นดีมาก ดีกว่าพ่อครัวภายในร้านอาหารทั่วไปด้วยซ้ำ
ทักษะการปรุงซุปที่ดีเช่นนี้เป็สิ่งที่ชายหนุ่มได้มาจากผู้เป็แม่
แม่ของเขามาจากมณฑลกวางตุ้ง ครอบครัวของเธอเป็ครอบครัวนักวิชาการ เธอเป็ผู้หญิงที่อ่อนโยนและสง่างาม งานอดิเรกเดียวของเธอคือการปรุงซุป
ทักษะการทำอาหารของผู้เป็แม่ถือได้ว่าอยู่ในระดับทั่วไป แต่เธอสามารถปรุงซุปได้ดี แม้แต่ฮั่วอวี๋และพ่อของเขาก็ชอบกินซุปของอีกฝ่าย
ฮั่วอวี๋คิดว่าแม่แค่ชอบปรุงซุปแต่ไม่ได้ชอบกิน
เพราะทุกครั้งหลังอาหารเย็น แม่ของเขามักจะนำหม้อซุปเล็ก ๆ ออกมาจากห้องครัว จากนั้นจึงตักใส่ชามเล็ก ๆ ของตัวเองและกินมันเพียงเล็กน้อย ก่อนจะมองดูฮั่วอวี๋และพ่อกินมันด้วยรอยยิ้ม
เมื่อคิดถึงครอบครัว ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มก็ชะงักไปเล็กน้อย เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว
หลังเดินทางมายังโลกคู่ขนาน แม้มันจะแตกต่างจากโลกก่อนหน้านี้ของเขาไปบ้าง แต่ชายหนุ่มก็ดีใจที่อย่างน้อยครอบครัวของเขายังเหมือนเดิม
หม้อตุ๋นเหมาะสำหรับใช้ทำซุปมากที่สุด อาจกล่าวได้ว่าหม้อตุ๋นมีไว้สำหรับทำซุปโดยเฉพาะ เพราะหม้อดังกล่าวจะใช้เคี่ยวด้วยไฟอ่อนและสามารถรักษาความร้อนได้ดี ซุปที่ทำออกมาจึงมีรสชาติอร่อย อีกทั้งซุปที่ทำจากหม้อตุ๋นจะไม่มีความเลี่ยน
แต่ในมือของฮั่วอวี๋ตอนนี้มีเพียงหม้อเหล็กเท่านั้น และชายหนุ่มก็ไม่สามารถควบคุมความแรงของไฟได้ เขาจึงทำได้เพียงเคี่ยวมันอย่างช้า ๆ
บางทีเรียกว่าตุ๋นอาจจะเหมาะกว่า
เมื่อวางหม้อลง ฮั่วอวี๋ก็มองไปที่กล้องและลังเลที่จะพูด
ไม่รู้ว่าแม่เห็นการถ่ายทอดสดของเขาหรือยัง หากอีกฝ่ายเห็นว่าเขาตุ๋นเนื้อกวางสด ๆ ในหม้อเหล็ก คงจะขมวดคิ้วยุ่งและบ่นเขาเป็แน่
ฮั่วอวี๋หยุดความคิดของตน เขาหยิบเลื่อยออกมาจากโกดัง จากนั้นจึงตักหิมะที่อยู่ด้านข้างออก
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง หิมะก็ถูกผู้พิทักษ์น้ำแข็งโกยออกไปจนหมด เขาหยิบขวานแล้วฟันไปยังน้ำแข็งที่โผล่ออกมา
- อาจารย์อวี๋กำลังทำอะไรน่ะ?
- ตกตะลึง : ผู้พิทักษ์น้ำแข็งคนหนึ่งป้องกันตัวและลงมีดสามสิบเล่มที่น้ำแข็ง!"
- พูดดีมาก!
- อาจารย์อวี๋กำลังหาน้ำเหรอ?
ฮั่วอวี๋หั่นก้อนน้ำแข็งเป็ขนาดพอเหมาะ จากนั้นจึงใส่มันลงไปในหม้อเหล็ก
“เพื่อนคนนี้พูดถูก น้ำแข็งและหิมะคือแหล่งน้ำประจำวันของผม"
“หิมะอาจดูขาวสะอาด แต่ในความเป็จริงการตกลงจากฟ้าสู่พื้นทำให้เกล็ดน้ำแข็งปนเปื้อนสิ่งสกปรกและแบคทีเรียจำนวนมาก ดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะดื่มโดยตรง โดยทั่วไปเราจะใช้มันเป็น้ำในครัวเรือน"
“การใช้น้ำแข็งมาละลายเป็น้ำก็ควรระมัดระวังให้ดี เราจำเป็ต้องใช้น้ำแข็งใหม่ เพราะคุณภาพของน้ำแข็งดังกล่าวจะดีกว่าและไม่มีมลพิษ"
“น้ำแข็งเก่าไม่ควรนำมาใช้ เว้นแต่ว่าจะเป็ทางเลือกสุดท้ายจริง ๆ เพราะมีสิ่งสกปรกหลายอย่างอยู่ในน้ำแข็งเก่า อาจมีแม้แต่กระทั่งไวรัสโบราณด้วยซ้ำ แน่นอน หากไวรัสหลุดออกมา ผลลัพธ์ไม่สามารถจินตนาการได้!"
“นี่ไม่ใช่การตื่นตูม แต่ในหน้าร้อนของปี ค.ศ. 2016 บนคาบสมุทรยามาล เขตทุนดราไซบีเรีย คลื่นความร้อนในฤดูร้อนได้เร่งให้ชั้นดินเยือกแข็งละลาย เผยให้เห็นซากกวางเรนเดียร์ที่ตายด้วยโรคแอนแทรกซ์เมื่อ 75 ปีก่อน"
“เชื้อของโรคแอนแทรกซ์ได้กระจายลงสู่แหล่งน้ำและผืนดินที่อยู่บริเวณใกล้เคียง จากนั้นจึงเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร ส่งผลให้กวางเรนเดียร์มากกว่า 2,000 ตัวที่กินหญ้าอยู่บริเวณนั้นติดเชื้อ นอกจากนั้นยังมีการติดเชื้อในคนกลุ่มเล็ก ๆ ด้วย เด็กชายวัย 12 ปีคนหนึ่งได้เสียชีวิตลงเพราะโรคแอนแทรกซ์ ในขณะที่คนอย่างน้อย 20 คนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล”
“ภาวะโลกร้อนส่งผลให้ธารน้ำแข็งรอบโลกหดตัวลง นั่นไม่เพียงแต่นำไปสู่การแพร่กระจายของไวรัสและการสูญเสียแหล่งกักเก็บจุลินทรีย์ แต่ยังทำให้นักวิทยาศาสตร์ไม่มีโอกาสค้นพบไวรัสโบราณที่อยู่ในชั้นน้ำแข็ง ที่แย่กว่าคือบนโลกนี้ยังมีเชื้อโรคหลายชนิดที่มนุษย์เข้าไม่ถึง”
ฮั่วอวี๋ถอนหายใจออกมาและเอ่ย “เพื่อน ๆ ทุกคน พวกเราควรใช้เื่นี้เป็อุทาหรณ์ ปัญหาภาวะโลกร้อนไม่ใช่การป้องกันเอาไว้ก่อนอีกต่อไป แต่เป็สิ่งที่ใกล้เข้ามา”
ก้อนน้ำแข็งส่วนใหญ่ในหม้อเหล็กละลายแล้ว และก้อนน้ำแข็งที่เหลือซึ่งลอยอยู่ในน้ำก็ส่งเสียงออกมาเบา ๆ
เหล่าผู้ชมภายในห้องถ่ายทอดสดหยุดล้อเล่นและเงียบไป
พวกเขาพบว่ามีปัญหาทางสิ่งแวดล้อมร้ายแรงอยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่สามารถป้องกันภัยพิบัติได้ และก่อนที่จะรู้จักฮั่วอวี๋คนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้เื่นี้เลย
ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มเห็นความสำนึกผิดและความสิ้นหวังของเหล่าผู้ชมจึงเอ่ยปลอบด้วยรอยยิ้ม “พวกคุณไม่จำเป็ต้องกังวลจนเกินไป ตอนนี้หลายประเทศและองค์กรทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับปัญหาภาวะโลกร้อนแล้ว นั่นจึงเป็เหตุผลว่าทำไมองค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็งของเราถึงถูกจัดตั้งขึ้น"
“หากพวกคุณอยากจะมีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อน เช่นนั้นก็ช่วยสนับสนุนห้องถ่ายทอดสดของผมและช่วยองค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็งประชาสัมพันธ์เื่นี้ก็พอ"
- ฮ่า ๆ ๆ ๆ การโฆษณาอย่างเป็ทางการคือสิ่งที่อันตรายที่สุด
- มันถูกแชร์ไปในกรุ๊ปครอบครัวแล้ว และตอนนี้ครอบครัวของฉันก็กำลังดูการถ่ายทอดสดของอาจารย์อวี๋อยู่
- เข้าใจแล้ว ฉันเป็อาจารย์ เดี๋ยวฉันจะส่งห้องถ่ายทอดสดของอาจารย์อวี๋ให้กับเหล่านักเรียนเพื่อศึกษาด้วยตัวเองในคืนนี้
- ในอนาคต หากพ่อของฉันบอกว่าฉันไม่ยอมทำอะไรเลยนอกจากดูถ่ายทอดสด ฉันจะเอาการถ่ายทอดสดของอาจารย์อวี๋ให้เขาดู!
- คนข้างบนเป็ลูกที่กตัญญูจริง ๆ!
ขณะที่พูดติดตลก ฮั่วอวี๋ก็ได้รวบรวมส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงไปในหม้อ
เขาบังคับกล้องให้หันไปยังหม้อเพื่อให้เหล่าผู้ชมมองดูซุปเนื้อกวาง ชิ้นเนื้อสีแดงลอยไปมาเป็ครั้งคราว ผสมกับเห็ดที่มีลักษณะคล้ายร่มคันเล็ก กระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารทันที
เห็ดเฮเซลตากแห้งบรรจุในห่อสุญญากาศ เป็หนึ่งในเห็ดเพียงไม่กี่ชนิดที่ผู้พิทักษ์น้ำแข็งสามารถกินได้
"ซุปวันละถ้วยดีกว่ายาดี" ฮั่วอวี๋คนน้ำซุปเนื้อกวางในหม้อด้วยช้อน “นี่คือสิ่งที่แม่ของผมมักจะพูด แม่ของผมมาจากมณฑลกวางตุ้งและชอบทำซุปที่สุด”
“สิ่งสำคัญในการทำซุปก็คือส่วนผสมและความร้อน ส่วนผสมไม่จำเป็จะต้องซับซ้อนนัก แต่ควรจะเลือกทั้งส่วนผสมที่มีฤทธิ์เย็นและร้อน และความร้อนของซุปก็ควรจะเกิดขึ้นช้า ๆ ตั้งหม้อบนเตาเคี่ยวสองสามวันหรือสองสามชั่วโมง ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องคน หลังจากเพลิดเพลินไปกับการรอ ซุปอร่อย ๆ ก็จะเสร็จสมบูรณ์โดยไม่รู้ตัว”
ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อเขาพูดเื่นี้ ใบหน้าของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“แม่ของผมสอนวิธีการทำซุปให้ผมั้แ่เด็ก หลังจากนั้นเป็ต้นมา ผมก็กลายเป็คนติดน้ำซุป”
ในเวลานี้ ซุปเนื้อกวางได้ถูกเคี่ยวเป็เวลานานแล้วและกลิ่นหอมของมันก็ลอยออกมา
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะสูดดมกลิ่นและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “วัตถุดิบในขั้วโลกเหนือไม่ค่อยมีอะไรมากนัก มันจึงเป็ต้องทำแบบเรียบง่าย ผมไม่ได้ใช้เวลากับมันมาก แต่อย่างไรการมีซุปหม้อนี้ก็ดีกว่าการกินแต่เนื้ออย่างเดียว ขอผมชิมสักนิด..."
หลังจากที่กินเนื้อกวางไปหนึ่งชิ้นและดื่มซุปไปหนึ่งอึก ความรู้สึกอุ่นวาบก็แผ่ซ่านไปในท้องของฮั่วอวี๋และค่อย ๆ แทรกซึมไปทั่วร่าง
“ทางใต้ของจีน วัฒนธรรมการกินซุปเป็ที่นิยมมาก ดูเหมือนจะเป็การส่งเสริมจิติญญารูปแบบหนึ่ง ถือเป็การให้ความสำคัญกับการไม่รีบร้อน ในบรรดาอาหารทั้งหมดที่เรากิน ซุปคือสิ่งที่มีคุณค่าทางโภชนาการและย่อยง่ายที่สุด ผลสำรวจโดยนักวิชาการของสหรัฐอเมริกาแสดงให้เห็นว่า ในบรรดาผู้เข้าร่วมการสำรวจมากกว่า 60,000 คน ผู้ที่มีสุขภาพดีส่วนใหญ่ต่างเป็คนที่กินซุปเป็ประจำ”
“วัฒนธรรมของจีนให้ความสำคัญกับความสอดคล้องและความสมดุลระหว่างหยินและหยาง ระบบร่างกายของมนุษย์ก็เหมือนกับธรรมชาติ ควรให้ความสำคัญกับสมดุลระหว่างความเย็นและความร้อน การมีอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไปไม่ใช่เื่ดี จุดที่เหมาะสมเท่านั้นคือสิ่งที่ดีที่สุด ซุปเป็ศูนย์รวมของความคิดทางปรัชญาที่ช่วยกระตุ้นร่างกายแตกต่างกันไปตามลักษณะทางกายภาพและฤดูกาลทั้งสี่”
หลังจากเอ่ยจบ เขาก็หรี่ตาลงและจิบซุปในถ้วยอีกครั้ง จากนั้นจึงถอนหายใจออกมา “ผมไม่ค่อยเข้าใจวัฒนธรรมเหล่านี้นัก แต่สำหรับซุป ผมบอกได้เพียงคำเดียวว่า อร่อย!"
ชายหนุ่มเชื่อว่าไม่ว่าจะมีเื่ร้ายอะไรเกิดขึ้น อาหารจะเยียวยาทุกอย่างได้
เมื่อได้กลิ่นหอมของซุปเนื้อกวาง เ้าตัวเล็กที่กำลังนอนอยู่ด้านข้างก็ย่นจมูกและขบขากางเกงเขา
ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มหัวเราะและเอ่ยว่า "ไม่ใช่ว่านายเพิ่งกินไปหรอกเหรอ?"
เสี่ยวอวี๋มองอีกฝ่ายด้วยความงุนงง จากนั้นน้ำสีใสก็ไหลออกมาที่มุมปากของมัน
ฮั่วอวี๋ไม่แกล้งเ้าตัวเล็กอีก น้ำซุปทำให้ท้องของเขาอุ่นขึ้น ชายหนุ่มไม่ได้เติมเกลือลงไปมากนัก จึงไม่เสียหายที่จะให้เสี่ยวอวี๋ได้ลองกินสักเล็กน้อย เพื่อสนองความอยากอาหาร
หลังจากที่กินอาหารจนอิ่ม ท้องฟ้าของขั้วโลกเหนือก็ค่อย ๆ มืดลง และอุณหภูมิก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อค่ำคืนมาเยือน ขั้วโลกก็ตกสู่ความมืดที่เงียบสงัดอีกครั้ง
เปลวไฟที่เหลือส่องสะท้อนใบหน้าของฮั่วอวี๋ เมื่อรู้สึกถึงความเย็นโดยรอบ เขาก็เพิ่มอุณหภูมิเครื่องแบบรบอาร์กติกของตัวเอง จากนั้นจึงอุ้มเสี่ยวอวี๋ที่นอนอยู่ข้าง ๆ มากอดไว้ในอ้อมแขน
"คุณรู้ไหม? ภายในแถบขั้วโลก สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือความเหงาและความเงียบ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยความรู้สึกบางอย่าง “ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหลายคนสามารถเอาตัวรอดจากความหนาวเหน็บและการโจมตีของเหล่านักล่าได้ แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความเหงาและถอนตัวจากภารกิจ”
“อาชีพผู้พิทักษ์น้ำแข็งสามารถเกิดความบอบช้ำทางจิตใจได้อย่างง่ายดาย โชคดีที่ผมมีเสี่ยวอวี๋กับทุกคนจึงไม่ได้รู้สึกเหงานัก”
“ทุกคนรู้จักผมมาสักระยะแล้ว แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณจะยังไม่เข้าใจนักว่าผมเป็คนแบบไหน หากพวกคุณมีคำถามอะไรก็สามารถส่งมาได้เลย"
หน้าต่างข้อความปรากฏข้อความจำนวนมากทันที และเหล่าผู้ชมก็ถามคำถามเกือบทุกประเภท
ฮั่วอวี๋มองแถมข้อความที่ผุดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งตรงหน้าและยิ้ม “ทุกคนมีคำถามเยอะมาก ผมคงไม่สามารถตอบได้ทุกข้อ เพราะฉะนั้นทำไมถึงไม่ให้ผมเล่าเื่ของตัวเองล่ะ?"
ชายหนุ่มมองไปยังูเาน้ำแข็งที่อยู่ห่างออกไปและเอ่ย “ผมเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่อาหารและเสื้อผ้า พ่อของผมเป็ทหาร และแม่เป็นักเขียน โดยทั่วไปผมใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแต่ก็ไม่ได้มีความสุขนัก”
“ผมอยากใช้ชีวิตที่มีความหมายเลยเลือกที่จะเป็ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหลังออกจากกองทัพ แม้ว่าพ่อจะไม่เห็นด้วยก็ตาม”
“พ่อผมไม่ใช่คนหัวโบราณ เขาไม่ได้บังคับให้ผมเป็ทหารเหมือนตัวเอง พ่อแค่อยากให้ผมอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดกับครอบครัวแทนเขา เขาพูดเสมอว่าการมีผู้ชายอยู่นอกบ้านคนหนึ่งก็มากเกินพอแล้ว”
“เมื่อก่อนผมไม่ได้เห็นด้วยนัก ผมคิดว่าคนเราควรพุ่งไปที่เป้าหมายของตัวเอง จนกระทั่งได้มาอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ การฝึกฝนสามเดือนของผู้พิทักษ์น้ำแข็งเกือบทำให้ผมเสียสติ”
ฮั่วอวี๋เพิ่มถ่านเข้าไปในกองไฟตรงหน้าและเอ่ยต่อ “ผมคิดว่าเพื่อน ๆ หลายคนที่ทำงานในสถานที่อื่น ๆ ก็คงมีความรู้สึกเหมือนกัน ไม่มีเด็กคนไหนในโลกไม่้าพ่อแม่ และพวกเขาส่วนใหญ่ก็แค่ไม่อยากให้พ่อแม่เห็นสภาพที่น่าอายของตัวเอง”
“ั้แ่ผมเลือกที่จะเป็ผู้พิทักษ์น้ำแข็ง ผมก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ และความคิดถึงก็เป็สิ่งที่ถูกฝังลึกอยู่ภายในใจ"
เมื่อฟังคำบอกเล่าของชายหนุ่ม เหล่าผู้ชมภายในห้องถ่ายทอดสดก็ตกอยู่ในความเงียบ จากนั้นข้อความก็เริ่มลดน้อยลง
ดูเหมือนว่าเสี่ยวอวี๋ที่อยู่ในอ้อมแขนจะเล่นจนเหนื่อยและหลับไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มลูบหัวของเ้าตัวเล็กเบา ๆ พลางนึกถึงบทเพลงกล่อมเด็กที่ผู้เป็แม่เคยร้องให้ตนฟังตอนยังเล็ก
ด้วยเหตุผลบางประการ แม่ของเขาไม่ค่อยร้องเพลงนัก อีกฝ่ายรู้จักเพลงกล่อมเด็กเพียงเพลงเดียว
แม่บอกว่า ในฐานะแม่ แม่ต้องร้องเพลงกล่อมลูกเสมอต่อให้ร้องได้แค่เพลงเดียวก็ตาม
แสงจันทร์ส่องลงมาบนหิมะ จากนั้นเสียงทุ้มของฮั่วอวี๋ก็ดังขึ้นในพื้นที่แถบขั้วโลก
“ท้องฟ้ามืดดำคลี่ม่านลง
ดวงดาวสว่างระยิบระยับติดตาม
หิ่งห้อยบิน หิ่งห้อยบิน
เธอกำลังคิดถึงใคร ?”
ขณะเดียวกัน ภายในเมืองแห่งหนึ่ง
้าของอาคารสองชั้น สตรีผู้อ่อนโยนที่สวมเครื่องช่วยฟังมองดูชายหนุ่มในห้องถ่ายทอดสดร้องเพลงกล่อมเด็กด้วยดวงตาแดงก่ำ
แม้เนื้อหาของบทเพลงจะค่อนข้างเข้าใจยากสำหรับเธอ แต่ผู้เป็แม่ก็อดที่จะนึกถึงตอนอุ้มฮั่วอวี๋ตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนไม่ได้ และพยายามร้องเพลงกล่อมเด็ก
“ดวงดาวบนท้องฟ้าหลั่งน้ำตา
ดอกกุหลาบบนพื้นดินเหี่ยวเฉา
ลมหนาวพัด ลมหนาวพัด
มีเพียงเธออยู่เคียง”
ในค่ายทหารแถบชายแดน
ฮั่วจิ่งหวนนั่งเหน็ดเหนื่อยอยู่บนเบาะหลังของรถจิ๊บ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและเปิดดูห้องถ่ายทอดสดของลูกชาย
ทันทีที่เข้าสู่ห้องถ่ายทอดสด ท่วงทำน้องที่ไพเราะก็ดังขึ้นภายในรถ นายทหารที่กำลังขับรถอยู่เองก็พยายามเงี่ยหูฟังบทเพลงดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว
นิ้วของฮั่วจิ่งหวนชะงักงัน เขามองชายหนุ่มที่อุ้มลูกหมาป่าตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนและกำลังร้องเพลงกล่อมเด็กด้วยความตกตะลึง
ฮั่วจิ่งหวน ผู้คุ้นชินกับการฟังเพลงทหารดัง ๆ ต้องยอมรับเลยว่า แม้นี่จะเป็ครั้งแรกที่เขาได้ยินเพลงกล่อมเด็กเพลงนี้ แต่มันก็ติดหูมาก
นี่คือลูกของเขาอย่างนั้นเหรอ?
“หิ่งห้อยบิน ดอกไม้หลับอยู่ในนิทรา
อยู่เป็คู่เคียงกันจึงงดงาม
ไม่กลัวฟ้าจะมืดดำ
กลัวแต่ดวงใจจะแหลกสลาย
ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยหรือไม่
และไม่ว่าจะทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก หรือทิศเหนือ”
ใบหน้าที่หล่อเหลาและเด็ดเดี่ยวทำให้หญิงสาวหลายคนตกตะลึง น้ำเสียงที่ใสชัดดังก้องอยู่ภายในหูของคนทั้งหมด
ทุกคนสามารถััถึงความรักของแม่ที่มีต่อลูกและความคิดถึงของคนพเนจรที่มีต่อแม่ได้อย่างชัดเจน
ทักษะการร้องเพลงก่อนหน้านี้ของฮั่วอวี๋ไม่ได้ดีนัก อาจจะเพี้ยนหน่อย ๆ ดังนั้นจึงแทบจะไม่มีใครเคยได้ยินเขาร้องเพลงเลย
แต่ตอนนี้ ชายหนุ่มได้รับความเชี่ยวชาญในทักษะดนตรี และความสำเร็จทางดนตรีของเขาก็เหนือกว่านักร้องส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำ
ท่วงทำนองของบทเพลงนั้นไพเราะ อีกทั้งรูปแบบของมันก็คล้ายกับเพลงกล่อมเด็กที่มีเนื้อหาโรแมนติก ต่อให้เป็การร้องแบบไม่มีดนตรีก็ยังได้เสียงตอบรับที่ดี
ดังนั้นเพลง ‘หิ่งห้อยโบยบิน’ จึงกินใจเหล่าผู้ฟังจำนวนมาก
เหตุผลไม่ใช่แค่เพราะฮั่วอวี๋มีทักษะดนตรีระดับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ยังเป็เพราะอารมณ์อันแรงกล้าได้สะท้อนเข้าสู่หัวใจของผู้ฟังด้วย
หลังจากเพลงจบ คนขับก็รู้สึกตัวและหันไปถาม “ท่านนายพลฮั่ว เรากำลังจะไปไหนกันครับ?"
ฮั่วจิ่งหวนยิ้มและถาม "เพราะไหม? ลูกชายผมเป็คนร้อง”
คนขับชะงักเล็กน้อยและเอ่ยอย่างจริงจัง "เพราะครับ!"
"อืม" ฮั่วจิ่งหวนพยักหน้า "คุณพูดได้ดี"
…
ในชั้นบนสุดของอาคาร เยี่ยหลวนมองฮั่วอวี๋ที่อยู่บนหน้าจอด้วยดวงตาที่มีน้ำคลออยู่และยิ้มอย่างอ่อนโยน
แม่ลูกย่อมเชื่อมถึงกัน ต่อให้ฮั่วอวี๋จะไม่ได้พูดว่าเขาคิดถึงแม่ แต่เธอก็สามารถได้ยินความคิดถึงอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจากเพลงที่เขาร้อง
เธอแค่ประหลาดใจเล็กน้อย ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเพิ่งเคยได้ยินทำนองเพลงนี้เป็ครั้งแรกกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
บางทีตัวเธอในโลกคู่ขนานอาจร้องเพลงนี้กล่อมให้ลูกชายของเธอในโลกนั้นหลับใหลก็เป็ได้