“ในโลกหล้าพิภพแดนฟ้าเมฆินทร์แห่งนี้ มีผู้ใดไม่ทราบถึงความร้ายกาจของเทวทูตซ้าย ฉายา'มารหน้าเขียว' ของพรรคเหนือหล้า เหล่าชาวยุทธ์นับร้อยพันขอตายด้วยคมดาบหมื่นครั้ง ไม่ขอตายด้วยฝ่ามือพิษอเวจีเขียวกร่อนกระดูกของมารหน้าเขียว " บุรุษหน้าขาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆด้านข้างเทวทูตซ้ายกล่าวยืดยาว
เทวทูตซ้ายหลังเข้าพรรคเหนือหล้ากลับมีฉายามารหน้าเขียว แต่เทวทูตซ้ายเพียงนิ่วหน้าเล็กน้อยก่อนนิ่งเฉยเขารู้ว่าบุรุษหน้าขาวผู้นี้กล่าวกระตุ้นวาจาเหมือนที่เคยทำ จึงทำคล้ายมิได้ยินที่บุรุษหน้าขาวพูด
บุรุษหน้าขาวหรี่ตามองเทวทูตซ้าย แต่ฝ่ายตรงข้ามยังเมินเฉย เขาจึงกล่าวต่อไปว่า
" แต่ไม่เห็นท่านเทวทูตซ้ายเสียนาน หน้าตากลับดูดีราศีจับยิ่งนัก จนสาวๆ ในตำหนักของข้าคงเก็บไปนอนคิดถึงคำนึงหาแล้ว”
บุรุษหน้าขาวผู้นี้ กล่าวยกย่องเทวทูตซ้าย แต่ผู้มีประสาทหูยังดียังฟังออกว่าที่เขากล่าวเป็วาจาเหน็บแนม
ที่บุรุษหน้าขาวกล่าวท่อนแรกกลับเป็ความจริง เทวทูตซ้ายก่อนเข้าพรรคเหนือหล้า มีฉายามารกิ้งก่าเขียว ที่ฝึกปรือลมปราณพิสดารจนเกิดประกายสีเขียวในโลหิต เมื่อเร่งเร้าพลังถึงขีดสุด เืบนใบหน้าสูบฉีด ใบหน้าจะเปลี่ยนเป็สีเขียวน่ากลัว จนเด็กสตรีที่ขวัญอ่อนร่ำไห้เรียกหามารดา โดยเฉพาะฝ่ามือพิษอเวจีเขียวกร่อนกระดูกของมันเป็ที่หวาดหวั่นของชนชาวยุทธ์ยิ่ง
แต่ที่บุรุษหน้าขาวกลับไม่รู้ก็คือ ฝ่ามือพิษอเวจีเขียวกร่อนกระดูกที่เทวทูตซ้ายฝึกปรือที่แท้เรียกว่า "ปราณปักษิณวิบัติ " ของมารปักษิณวิบัติปีกทอง เมื่อ800 ปีก่อน
เพียงตอนมารปักษิณวิบัติปีกทองออกอาละวาดที่ใช้ออกเมื่อ800 ปีก่อน เป็ปราณปักษิณวิบัติขั้นสุดท้ายที่เป็คลื่นลมปราณสลายกระดูกและเนื้อหนังที่น่าสะพรึงถึงขีดสุด เมื่อใช้ออกทั้งร่างจะเปล่งประกายเป็สีทอง เวลาผ่านไปอีก800 ปี ไม่มีผู้ใดใช้ออกให้เห็นอีก วิชาอันชั่วร้ายที่คร่าชีวิตชาวยุทธ์ในชั่วพริบตานี้จึงเลือนหายไปจากความทรงจำของเหล่าชาวยุทธ์
เทวทูตซ้ายความจริงเป็ทายาทที่สืบทอดวิชามาจากมารปักษิณวับัติปีกทองเมื่อ 800 ปีก่อน เพียงแต่เทวทูตซ้ายฝึกปรือปราณปักษิณวิบัติถึงขั้นประกายเขียว ยามใช้ออกเกิดประกายสีเขียวในโลหิต ิัเกิดเป็สีเขียวระเรือขึ้นมา จึงถูกเรียกเป็ฝ่ามือพิษอเวจีเขียวกร่อนกระดูก
ต่อมาเมื่อ30 ปีก่อน มารกิ้งก่าเขียวหลบเร้นกายจากศัตรู ภายหลังเข้าสู่พรรคเหนือหล้ารับตำแหน่งเทวทูตซ้าย เปลี่ยนฉายาเป็มารหน้าเขียว ที่ผ่านมาลอบฝึกปรือถึงขั้นประกายเหลืองและเก็บงำไว้ไม่ใช้ออกจึงไม่มีผู้ใดทราบ
นอกจากนี้มารหน้าเขียวยังสามารถแปลงโฉม เปลี่ยนรูปร่าง ซ่อนเร้นร่องรอยที่ฝึกปรือได้ยากยิ่ง และยังเรียนรู้วิชาชั่วร้ายที่เรียกว่า "วิชาหลอนดวงจิตดึงิญญา" ร่วมกับใช้ตัวยาหลอนประสาท สะกดจิตล้วงความลับแล้วปลอมเป็คนนั้น จึงได้รับมอบหมายจากจักรพรรดิเหนือหล้า ให้แฝงกายปลอมตัวเข้าไปในหมู่บ้านไผ่เขียวของเซียนปราญช์กระบี่
เทวทูตซ้ายแม้ได้ยินเสียงเหน็บแนมเต็มสองรูหู แต่เขากลับไม่แม้แต่จะเหลือบแลบุรุษหน้าขาวผู้นั้น ย่างเท้าหันหลังออกไปยังประตูหิน มือที่อยู่ภายในแขนเสื้อยาวของเขา กำจนเส้นเอ็นโปดปูดออกมา แต่สีหน้ายังพยายามรักษาความเยือกเย็น ก่อนหายลับออกไปจากลานมณเฑียรไพศาลเกริกไกร
ผู้อื่นในพรรคเหนือหล้ากลับไม่แปลกใจที่ไฉนบุรุษหล่อเหลาหน้าขาวตำแหน่ง เทวทูตขวา ฉายาเอกบุรุษเทพบุตรบงกตทอง จะกล่าวเหน็บแนมเทวทูตซ้ายเช่นนี้
เพราะทุกครั้งที่เทวทูตขวากลับจากภายนอก เขามักนำสตรีวัยขบเผาะเข้าบำเรอกามในตำหนักเทวทูตขวาจนเป็เื่ปกติธรรมดา แต่เมื่อหลายปีก่อนเทวทูตซ้ายกลับกร่อนละลายกระดูกสตรีหน้าตาจิ้มลิ้มนางหนึ่งของเขา เพราะสตรีนางนี้พูดถึงเคียวบนใบหน้ามัน แม้เทวทูตซ้ายหน้าตาจะอัปลักษณ์ แต่มันถือสาผู้อื่นวิจารณ์หน้าตามันเป็ที่สุด
วันนั้นเมื่อเทวทูตขวากลับเข้าตำหนักเทวทูตขวา ที่อยู่บนเตียงเขามิใช่สตรีหน้าตาจิ้มลิ้มนางหนึ่ง กลับเป็กองเนืุ้์กองหนึ่งที่ถูกกร่อนกระดูกจนละลายทั้งร่าง
เื่นี้นับเป็เื่ที่เทวทูตขวาผูกใจเจ็บเทวทูตซ้ายที่สุด แม้ผ่านไปหลายปีเมื่อมองเห็นเคียวบนหน้าเทวทูตซ้าย ภาพกองเนื้อและใบหน้าสตรีจิ้มลิ้มนางนั้น พลันปรากฏขึ้นมาในใจเขา ไหนเลยจะมีคำเอ่ยที่เสนาะหูกับเทวทูตซ้ายได้
“เทวทูตขวา ที่เรามอบหมายให้เ้าสืบหาไข่มุกัอีกสองลูก เป็เช่นไร”ร่างระหงพลันเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางยังคงเ็าเช่นเดิม
เมื่อเทวทูตขวาได้ฟัง สองดวงตาของเขาประกายพิสดารวูบหนึ่ง ได้ว่าเวลาที่เขาจะได้พร่ำพรรณาความยากลำบากของการเสาะหาไข่มุกัที่จักรพรรดิเหนือหล้าสตรีที่อยู่บนบัลลังก์เอ่ยถาม เขาปั้นรอยยิ้มบนริมฝีปากบางแดงกล่าวขึ้น
“เทวทูตขวานำเรียนท่านจักรพรรดิเหนือหล้า ไข่มุกัผลึกเย็นที่มีข่าวลือว่าอยู่ในถ้ำโบราณบนเทือกเขาบรรพตผลึกขาวนั้น "
เขาหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนเค้นน้ำเสียงให้จริงจัง
"ผู้น้อยใช้เวลาสิบแปดเดือน เสาะหาในถ้ำโบราณสี่สิบกว่าแห่ง กลับเสาะหาไม่พบอันใด คาดว่าใช้เวลาอีกไม่นานภายในปีนี้ ไข่มุกัลูกนี้ย่อมอยู่ในมือผู้น้อย น้อมส่งถึงมือเรียวงามดั่งเทพเทวีของท่านจักรพรรดิเหนือหล้าอย่างแน่นอน"
“บังอาจนัก!”พร้อมเสียงตวาดอันเกรี้ยวกราดที่ดังขึ้นมา ปรากฏเป็เงาฝ่ามือยืดยาวจากตำแหน่งที่อยู่ด้านหลังของจักรพรรดิเหนือหล้า ฟาดลงบนใบหน้าของเทวทูตขวา
พร้อมใบหน้าขาวของเทวทูตขวา ที่ปรากฏรอยผื่นแดง แลสะบัดไปทางด้านหลังโดยแรง มือขาวปานอิสตรีของเขาอดลูบคลำใบหน้าที่พลันร้อนแดงระเรื่อเป็ลูกพลับสุกของตนมิได้
เทวทูตขวา " .. %@$#.?? "
เทวทูตขวาแม้มิได้คาดหวังว่าจะได้รับคำชมใด แต่เขาคาดไม่ถึงว่า...
เสียงที่ตวาดดังขึ้นมิใช่เสียงของจักรพรรดิเหนือหล้าและผู้ที่ลงมือตบลงบนใบหน้าเทวทูตขวาก็มิใช่จักรพรรดิเหนือหล้าเช่นกัน
ผู้ที่ลงมือนี้กลับเป็ผู้ที่ยืนซ่อนอยู่ในเงาด้านหลังของจักรพรรดิเหนือหล้า
ได้ยินเพียงเสียงไม่เคยมีผู้ใดได้เห็นร่างและใบหน้า กลับเป็ผู้ที่ลึกลับอย่างที่สุด...เทวทูตเงาศักดิ์สิทธิ์
แต่สีหน้าเ็าที่อยู่ภายใต้หน้ากากสีทองของจักรพรรดิเหนือหล้า ยังคงเรียบเฉยคล้ายไม่ใส่ใจในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า กลีบปากของนางยกขึ้นช้าๆ
“เทวทูตเงาศักสิทธิ์ เ้ารู้จักไว้หน้ามันบ้าง อย่างไรมันก็เป็เทวทูตขวาของพรรคเหนือหล้า”
ความหมายของนางที่เอ่ยคล้ายตำหนิผู้ลงมือ คล้ายกล่าวเกรงใจเทวทูตขวายิ่ง แต่ก็คล้ายเป็คำถามถึงเหตุผลที่เทวทูตเงาศักสิทธิ์ เหตุใดจึงลงมือต่อเทวทูตขวาผู้นี้
เทวทูตขวาที่ถูกตบจนหน้าร้อนผ่าว ดุจมีกองไฟมาสุมในทรวง สายตาของเขาส่งแสงเจิดจ้าเพ่งมองไปเหนือบัลลังก์ด้านหลังของจักรพรรดิเหนือหล้า
ก่อนเข้าพรรคเหนือหล้า เขามีฉายา " มารหน้าขาว " วิชาที่เขาฝึกปรือเป็ลมปราณเย็นะเืชั่วร้ายแช่แข็งโลหิตผู้คน แต่ยังคงนิสัยเป็โจรล่าสวาทผู้หนึ่ง ปกติเขาทำตัวอื้อฉาวไม่เคยกลัวผู้ใด ชื่อเสียงลือเลื่องฉาวโฉ่ไปทั่วห้ามณฑลใหญ่
เพียงสิบปีก่อน เทวทูตขวาเคยไปคร่าตัวฉุดสตรีที่เขาพอใจนางหนึ่ง ในเขตมณฑลใหญ่ภาคกลาง กลับเป็สนมลับที่โปรดปรานยิ่งของอ๋องเลี่ยนแห่งมณฑลใหญ่ภาคกลาง ค่าหัวที่ทะยานขึ้นสี่หมื่นตำลึงทองในปีนั้นของเขา เป็เหตุให้ถูกไล่ล่าตัว จนต้องหัวหกก้นขวิดมาสวามิภักดิ์พรรคเหนือหล้า เปลี่ยนฉายาเป็ เอกบุรุษเทพบุตรบงกตทอง รับตำแหน่งเทวทูตขวาของพรรคเหนือหล้า
เอกบุรุษเทพบุตรบงกตทองเป็ถึงเทวทูตขวาของพรรคเหนือหล้า มีผู้บังอาจมาล่วงเกินตบใบหน้าขาวที่หล่อปานเทพบุตรจุติบนโลกหล้าของเขา จึงอดที่จะบันดาลโทสะขึ้นมามิไม่
ชิ! เป็เทวทูตเงาศักดิ์สิทธิ์แล้วเป็เช่นไร? เป็จักรพรรดิเหนือหล้าแล้วเป็อย่างไร? ก็เพียงแค่อิสตรี หากสตรีสองนางนี้อยู่ในเงื้อมมือของเขา ใช่จะร้องครางลืมบ้านช่องห้องหอหรือไม่? เทวทูตขวาลอบคิดในใจ
หากจักรพรรดิเหนือหล้าและเทวทูตเงาศักดิ์สิทธิ์ ล่วงรู้ความคิดของเขาขณะนี้ ด้วยความโเี้อำมหิตของพวกนาง คงไม่เพียงหน้าขาวๆ ของเทวทูตขวาที่โดนตบจนสะบัดแล้ว
“ โง่เขลาเบาปัญญายิ่ง บ่าวมารของเราที่ปลอมตัวเป็ยามเฝ้าประตูของแดนพรายฟ้าบาดาล รายงานว่าไข่มุกัผนึกเย็นอยู่ในวังฟ้าบาดาลั้แ่ครึ่งปีก่อน”น้ำเสียงเหน็บแนมของเทวทูตเงาศักดิ์สิทธิ์ดังขึ้น คนยังกล่าวต่อไป
“ เวลาสิบแปดเดือนที่เทวทูตขวาใช้เวลาเสาะหา ใช่เป็ไข่มุกัล้ำค่าที่ท่านจักรพรรดิเหนือหล้ามอบหมาย " เสียงของนางหยุดลงชั่วขณะ
" หรือเสาะหาอิสตรีร่านราคะหลายสิบนาง มาทำเื่บัดสีในตำหนักของเ้ากันแน่ ต่อให้เ้าพลิกเทือกเขาบรรพตผลึกขาวทั้งลูก ยังจะเจอไข่มุกัผลึกเย็นพบหรือไม่ ยังมีหน้ามาโอ้ประโคมตนเยี่ยงนี้อีกบัดซบสิ้นดี !”
เมื่อสิ้นเสียงเทวทูตเงาศักดิ์สิทธิ์ พลันจักรพรรดิเหนือหล้ากางนิ้วขาวยาวเรียวของนางออกแล้วกำลง เทวทูตขวาพลันรู้สึกเหมือนลำคอมีกรงเล็บมัจจุราช บีบเค้นอย่างแรงที่บริเวณลำคอ มือทั้งสองของเขาเกาะกุมไปที่ลำคอของตน
เสียงที่เปล่งด้วยความเ็ป แต่ไม่สามารถหลุดลอดออกมาได้เพียงแต่น้อย เส้นเืน้อยใหญ่ โปนพองปานจะะเิ คำวิงวอนที่เขาพยายามกล่าวออกมากลับติดในลำคอ ไม่สามารถเปล่งออกมาได้ ความปวดร้าววิ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง
จนผ่านไปเนิ่นนาน นิ้วที่กำลงของจักรพรรดิเหนือหล้าจึงคลี่คลายออก ร่างของเทวทูตขวากลับทรุดลงไปแทบพื้น
เสียดายที่มารหน้าเขียวเทวทูตซ้ายไม่อยู่ ไม่เช่นนั้นมันคงได้เห็นสภาพที่ทุลักทุเลยิ่งนี้ของเทวทูตขวาแล้ว
ร่างที่เย้ายวนของจักรพรรดิเหนือหล้าขยับหันหลังก่อนเดินจากไป แค่นเสียงเ็าทิ้งไว้ว่า
“เราให้เวลาเ้าอีกห้าปี หาไข่มุกัมาให้เราหนึ่งลูกให้ได้ หากทำไม่ได้ อีกห้าปี ตำหนักของเทวทูตซ้าย ตำแหน่งทาสมารขาวยังว่าง ถ้ำโถงที่พักของที่นั้นกว้างขวางยิ่ง เ้าจะได้เลือกขนสตรีของเ้าไปซุกหัวรวมอยู่ในนั้น ส่วนตำแหน่งเทวทูตขวาของเ้าย่อมมีหลายคนอยากได้จนตัวสั่น ”
แววตาและสีหน้าของเทวทูตขวาซีดขาวลงเห็นได้ชัด
“เทวทูตขวาน้อมรับบัญชา จักรพรรดิเหนือหล้า”
สภาพที่เทวทูตขวากลับออกไปจากลานมณเฑียรไพศาลเกริกไกร ไม่ต่างจากมารหน้าเขียวนัก นิ้วมือกำแน่นจนเส้นเอ็นโปดปูดออกมาสีหน้าบูดเบี้ยว แต่ลำคอเพิ่มรอยกดลึกของนิ้วมือทั้งห้าขึ้นมา หากกดแรงกว่านี้กระดูกของมันคงถูกบิดหักไป
พลังไร้สภาพที่จักรพรรดิเหนือหล้าใช้ออกเมื่อครู่ กลับเป็ปราณหยาดฟ้าเก้า์ที่นางฝึกปรือ มีทั้งสิ้นเก้าชั้น ฟังว่าเพียงชั้นที่เจ็ดในโลกหล้าก็ยากหาผู้คนต่อกร
สามฝ่ามือมหาปรมัตถ์สว่างโพธิธรรมของวัดมหายุทธ์ธรรมะประทีปที่ถือว่ากร้าวแกร่งที่สุดในห้าสุดยอดหนึ่งคุณธรรมของฝ่ายธรรมะ ยังไม่แน่ว่าสามารถเอาชัยปราณหยาดฟ้าเก้า์ของนางได้
หลังเทวทูตขวาออกจากลานมณเฑียรไพศาลเกริกไกร เขาตรงกลับไปตำหนักเทวทูตขวา เรียกทาสมารทอง ทาสมารเงิน ทาสมารขาว และทาสมารดำ ที่สังกัดตำหนักเทวทูตขวามาสั่งการ และสั่งเสียอิสตรีหลายนางในตำหนักก่อนไปรับเม็ดยาวินิบาต ตระเตรียมสิ่งของเตรียมออกเดินทางในวันพรุ่งนี้เพื่อเสาะหาไข่มุกัที่เหลือ…
....................................