“คุณลุง! มาซื้อของเหรอคะ” โมราเอ่ยทักด้วยพร้อมรอยยิ้มสดใส ขณะที่เมฆเห็นหน้าเธอแล้วรู้สึกตะขิดตะขวงใจเล็กน้อย แต่ก็ยังพยักหน้าให้สาวน้อยอย่างมีมารยาท
“อืม ว่าแต่หนูมาคนเดียวเหรอ”
“เปล่าค่ะ คุณลุงยังไม่เคยเจอแม่ของโมเลยใช่มั้ยคะ” เธอบอกพลางหันไปหาผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลัง--- ซึ่งเมฆเองก็ประหลาดใจในตัวเองเหมือนกันที่ไม่ทันสังเกตอีกฝ่ายกระทั่งตอนนี้
มือของเขาเอื้อมไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ ทั้งสองจับมือทักทายกัน
“คุณคือเพื่อนบ้านที่โมราเอาคุกกี้ไปให้ใช่มั้ยคะ”
“ใช่แล้วครับ มันอร่อยมาก ผมดีใจมากที่เธออุตส่าห์เอามาแบ่งให้” ร่างหนาตอบพลางเหลือบมองไปที่โมราแล้วยิ้ม
“ยายหนูนี่เล่าเื่ภรรยาของคุณให้เราฟังแล้ว เอ่อ สู้ ๆ นะคะ มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”
เขาพยักหน้าเบา ๆ ไม่ปฏิเสธน้ำใจที่อีกฝ่ายยื่นมา แม้จะเป็เพียงคำพูดตามมารยาทก็ตาม “ขอบคุณครับ”
“แม่!” จู่ ๆ โมราก็ส่งเสียงขัดจังหวะแล้วกลอกตา
“ไม่เป็ไรหนูโม คนในหมู่บ้านก็รู้เื่อาการป่วยของป้าเขากันทั้งนั้น แต่ลุงดีใจมากนะที่หนูกับแม่เป็กำลังใจให้ลุง”
“เรายินดีค่ะ ฉันยืนยันนะคะว่าบอกได้ทุกอย่างจริง ๆ ครอบครัวเรายินดีช่วยทุกอย่าง อืม โดยเฉพาะยายหนูนี่ ฉันเชื่อว่าแกพร้อมช่วยเต็มที่เพราะ่นี้ว่างเหลือเกินค่ะ”
“โอ้ หนูโมช่วยได้เยอะเลยครับ... หมายถึงเื่คุกกี้น่ะ” เมฆตอบขณะที่โมราส่งยิ้มเ้าเล่ห์ให้เขา ทั้งสามพูดคุยกันต่ออีกครู่หนึ่งฝั่งสองแม่ลูกก็ขอตัว
“ฉันกับลูกต้องไปเลือกของต่อก่อนนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณเมฆ”
“ยินดีเหมือนกันครับ”
จากนั้นทั้งสองก็เดินไปเลือกซื้ออย่างอื่นต่อ แต่ก่อนจะลับตาไปโมราก็หันกลับมามองเมฆด้วยสายตาแฝงความปรารถนาโดยที่คนเป็แม่ไม่ทันเห็น
ฟากคนโดนแอบมองก็เดินไปต่อแถวเพื่อจ่ายเงินโดยไม่รู้ตัว ความสงบของเขาถูกการเจอกันอย่างกะทันหันกับสองแม่ลูกทำลายลง ในหัวเหลือเพียงความรู้สึกสับสนวุ่นวาย กว่าจะกลับถึงบ้านเขาก็เลี้ยวผิดไปสองสามครั้ง เรียกได้ว่าการไปซื้อของครั้งนี้เล่นงานเขาจนหมดแรงไปเลย
“คุณเมฆเป็อะไรรึเปล่าคะทำไมหน้าซีด รถติดมากเหรอคะ” พรเอ่ยถามขณะช่วยนายจ้างจัดเรียงของเข้าที่ “พรเผลอคิดไปว่าคุณเกิดอุบัติเหตุไปแล้วซะอีก”
“หืม ผมเหรอ? เปล่าหรอกรถไม่ได้ติดอะไร ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุด้วย แค่เหนื่อยนิดหน่อยเท่านั้น จริงสิ วันนี้เลิกงานเร็วหน่อยก็ได้นะ ที่เหลือผมจัดการต่อเอง”
พรมีท่าทีลังเลเล็กน้อย “แน่ใจเหรอคะ”
“ใช่สิ ไม่เป็ไรหรอก นาน ๆ ทีคุณเองก็กลับไปพักผ่อนบ้างเถอะ” เขาบอกอย่างใจกว้าง หากพอมีเวลาว่างแม้จะเสียเงินจ้างเธอมาแต่เขาก็มักจะอะลุ่มอล่วยยอมให้เธอกลับก่อนเวลาเสมอ
“ตกลงค่ะ งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะคะ”
หลังจากอีกฝ่ายกลับไปเมฆก็เริ่มจัดเก็บทุกอย่างให้เข้าที่และทำความสะอาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยตัวเอง จากนั้นก็จบงานด้วยการนำขยะออกไปทิ้ง
ตอนที่กลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง มือถือของเขาก็กำลังส่งเสียงร้องอย่างบ้าคลั่งอยู่พอดี
ร่างหนาถลาเข้าไปคว้ามันมาแนบหูทันที “ฮัลโหล”
“เมฆ นี่ผมเองนะ” ผมเองที่ว่าคือเพื่อนร่วมงานของเขาเอง
“ว่าไง”
“เอ่อ ผมรู้ว่ามันคงฟังไม่ค่อยดี แต่ตอนนี้เรา้าให้คุณมาที่บริษัทด่วนเลย” เสียงปลายสายเร่งร้อนแฝงไปกับความท้อแท้ราวกับจนปัญญาจะแก้ปัญหานี้แล้วอย่างไรอย่างนั้น
“มีปัญหาอะไรรึเปล่า ผมเข้าไปเช็กให้ตอนนี้เลยก็ได้นะ”
“คุณทำไม่ได้ ระบบที่นี่กำลังมีปัญหาเลยต้องเรียกตัวคุณด่วนยังไงล่ะ ขอโทษจริง ๆ”
“ผมเข้าใจ งั้นรอผมหน่อย เดี๋ยวผมออกไป...” เมฆบอกพลางถอนหายใจอย่างแ่เบา แต่ในฐานะที่ได้รับการอนุโลมให้ทำงานจากที่บ้านเป็กรณีพิเศษมานาน เวลาที่บริษัท้าความช่วยเหลือเขาก็ยิ่งต้องเกรงใจมากขึ้นเป็เท่าตัว
หลังจากโทรตามพรให้กลับมาอีกครั้งพร้อมเอ่ยขอโทษเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า รอจนเธอมาถึงเขาก็ได้ออกเดินทางเสียที
สามชั่วโมงต่อมา
การจราจรบางเบาผิดกับขาไปราวฟ้ากับเหว เมฆกลั้นหาวหลายครั้งขณะขับรถกลับบ้าน ปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบนั้นร้ายแรงก็จริงแต่ก็ไม่ถึงกับแก้ไขไม่ได้ และเขาก็สามารถทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็ปกติได้ภายในเวลาสองชั่วโมงเท่านั้น
ตอนที่รถเลื่อนเข้ามาจอดภายในบ้านพระจันทร์ก็ออกมาเฉิดฉายนานแล้ว
“ปัง” หนุ่มใหญ่ลงจากรถพลางบิดี้เีอย่างเหนื่อยล้า เขาสูดหายใจเอาอากาศเย็น ๆ เข้าปอดหลายครั้งขณะเหลือบมองไปที่บ้านข้าง ๆ
รถเอสยูวี หายไป แต่เขาสังเกตเห็นว่าไฟในห้องของโมรายังเปิดอยู่
มองจากมุมนี้เห็นอะไรไม่ชัดนัก แต่เขาคิดว่าเห็นความเคลื่อนไหวอยู่บนนั้น
อยู่บ้านคนเดียวเหรอ ชั่วขณะหนึ่งในฐานะผู้ใหญ่เขาเป็ห่วงจนคิดจะไปดูเธอ แต่มาคิดอีกทีมันคงจะดูไม่ดีเท่าไรจึงระงับความคิดนั้นทันทีที่มันผุดขึ้นมาในหัว
บ้านของเขากลับมาเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่อีกครั้ง หลังจากวางกระเป๋าลงบนโต๊ะข้างประตู เขาก็เดินไปดูภรรยาก่อนหนึ่งครั้ง
เธอกำลังหลับสนิท โดยมีพรที่คืนนี้เขาเรียกให้มาดูแล่กลางคืนด้วยกำลังพักสายตาอยู่ข้าง ๆ กัน เมฆถอนหายใจแล้วถอยออกมาเงียบ ๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องทำงานราวกับโดนอะไรบางอย่างดึงดูด
ห้องของโมราสว่างไสวไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ การเคลื่อนไหวที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ก็คือเธอซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการจัดห้องนั่นเอง
หนุ่มใหญ่เอื้อมมือไปเปิดโคมไฟแล้วขยับเข้าไปใกล้หน้าต่างมากขึ้น ในใจลึก ๆ หวังว่าเหตุการณ์อย่างคืนก่อนจะเกิดขึ้นอีกครั้ง
เธอจะยอมทำมันอีกครั้งมั้ยนะ
แสงไฟที่สว่างขึ้นอย่างกะทันหันทำให้โมราชะงัก เธอหันไปมองก่อนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าต่างอย่างรวดเร็ว เมฆโบกมือให้เธอ และเธอก็ยิ้มตอบทันที นาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไประหว่างที่พวกเขายืนมองกันและกันอยู่อย่างนั้น
โมราตัดสินใจเดินหมากก่อน--- มันไม่ได้เป็อย่างที่เมฆหวังให้เธอทำ แต่เป็สิ่งที่ทำให้ใจเขาเต้นแรงยิ่งกว่า และเกือบสำลักเมื่อเธอค่อย ๆ ยกมือขึ้นแล้วกระดิกนิ้วเรียกเขาให้ไปที่บ้านของเธอด้วยท่าทางขี้เล่น
“อะไรกันเนี่ย!” เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย
การที่พวกเขาช่วยตัวเองด้วยกันครั้งก่อนก็เื่หนึ่ง แต่... หากเป็เซ็กซ์นี่ก็จะข้ามไปเป็อีกขั้นหนึ่งเลยนะ ด้วยเหตุผลบางอย่างเมฆก็รู้สึกหวั่นขึ้นมา