ตอนที่ 27
คราวที่แล้วนิลกาฬลงดันเจี้ยนถึงแค่ชั้น 3 คราวนี้เขา้าลงไปชั้นที่ลึกกว่า เขาอยากรู้ว่าดันเจี้ยนแห่งนี้มีทั้งหมดกี่ชั้น
ขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าดันเจี้ยนนั้น
“นายน้อยนิล ได้โปรดหยุดก่อน” ผู้คุมเรียก
“มีอะไรอย่างงั้นหรือท่านผู้คุม”
“ทง เทิง ท่านอะไรกัน เรียกข้าว่าลุงหวังก็พอ”
“เช่นนั้นลุงหวังท่านมีธุระอะไรอย่างงั้นหรือ”
“ฮ่าๆ~ ข้าแค่อยากจะคุยกับเ้าเป็การส่วนตัวเื่ลูกแก้วพลังธาตุและผลึกิญญาในดันเจี้ยนนะ ว่าถ้าเกิดเ้ากลับขึ้นมาเมื่อไหร่ ของต่างๆที่เ้าเก็บมาสิ่งใดที่เ้าไม่ได้ใช้ก็ขอให้เ้าขายมันให้กับข้าได้หรือไม่”
“ถ้ามีสิ่งใดไม่จำเป็สำหรับข้า ข้าจะขายมันแก่ท่านเป็คนแรกเลย ท่านไม่ต้องห่วงลุงหวัง”
“เช่นนั้นขอให้เ้าเดินทางปลอดภัย”
พวกเด็กนักเรียนที่้าจะลงดันเจี้ยนเห็นผู้คุมหวัง คุยกับนิลกาฬอย่างเป็กันเองทำให้พวกเขาสงสัยว่านักเรียนคนนั้นเป็ใครทำไมพวกเขาถึงไม่เคยเห็นหน้าเลย และขนาดทำให้ผู้คุมหวังต้องพูดกับเขาอย่างสุภาพด้วยแล้วนั้น แสดงว่าเด็กนักเรียนคนนี้จะต้องมาจากตระกลูใหญ่ๆอย่างแน่นอน
ขณะที่ยิลกาฬกำลังจะลงดันเจี้ยนนั้น
“น้องชาย เ้า้าจะลงดันเจี้ยนคนเดียวอย่างงั้นหรือ” ชายหนุ่มเรียกนิลกาฬ
“ใช่แล้วพี่ชาย ข้า้าลงดันเจี้ยนคนเดียว” เมื่อนิลกาฬหันมาคุยกับชายหนุ่ม เขาก็ต้องใ เพราะชายหนุ่มคนนี้คือคนที่เขาช่วยเอาไว้จากพวกทาฮาชิเมื่อคราวที่แล้ว
“ไม่ทราบว่าพี่ชายมีอะไรอย่างงั้นหรือ”
“พอดีพวกข้าเองก็้าลงดันเจี้ยนเช่นกัน ข้าเห็นน้องชายลงดันเจี้ยนคนเดียวมันอันตราย ข้าเลยชวนน้องชายมาลงดันเจี้ยนกับพวกข้า พวกข้ามีกันทั้งหมด 4 คน แต่ถ้าน้องชายไม่ว่างก็ไม่เป็ไร”
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอรบกวนท่านด้วย พี่ชาย”
“ข้าชื่อว่า ชิน อยู่ปี 2 ห้อง A หลักสูตรนักรบ”
“ส่วนข้าชื่อ นิลกาฬ อยู่ปี 1 ห้อง S หลักสูตรนักฆ่า”
“จ..เ้าอยู่ห้อง S และหลักสูตรนักฆ่าอย่างงั้นหรือน้องชาย”
“ใช่แล้วท่านมีอะไรอย่างงั้นหรือพี่ชาย”
“ป..เปล่าๆ ถึงว่าทำไมน้องชายถึง้าลงดันเจี้ยนเพียงคนเดียว”
“เช่นนั้นข้าลงไปกับพวกพี่ชิน ด้วยได้หรือไม่”
“อ..อืม ไม่มีปัญหา”
หลังจากคุยกับเสร็จแล้วชินได้พานิลหาฬไปรู้จักเพื่อนๆของเขา กลุ่มของเขามี ผู้ชาย 2 ผู้หญิง 2 ผู้ชายอีกคนชื่อ ดีฟ อยู่ปี 2 ห้อง A หลักสูตรนักรบ เขาสวมเกราะเหล็กทั่วทั้งตัว ถือดาบ 2 มือขนาดใหญ่เป็ดาบที่ทำมาจากกระดูกของมอนสเตอร์ขนาดใหญ่
ผู้หญิงคนแรกนางชื่อว่า ริน อยู่ปี 1 ห้อง A หลักสูตรนักรบ นางเป็น้องของชิน นางสวมชุดเกราะเหล็กทั่วทั้งตัว ถือโล่เหล็กกล้าสีดำขนาดใหญ่ที่มีขนาดใหญ่มากกว่าตัวของนาง
ส่วนผู้หญิงอีกคนนางชื่อ รีริส อยู่ปี 2 ห้อง A หลักสูตร นักเวทย์ นางสวมชุดเดรสสีแดงโชว์เนื้อหนัง ถือคฑาไม้โบราณ
ชิน ดีฟ และรีริสอยู่ระดับผู้วิวัฒนาการ ส่วนรินยังอยู่ระดับปุถุชน
เมื่อชินแนะนำนิลกาฬให้พวกเพื่อนๆของเขารู้จัก พวกเข้าใเป็อย่างมากที่นิลกาฬสามารถเข้าหลักสูตรนักฆ่าได้ พวกเขาคิดว่านิลกาฬจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
หลักจากแนะนำตัวกันเสร็จแล้วพวกเขาก็ลงดันเจี้ยนกันทันที พวกของชิน้าที่จะลงไปยังชั้น 2 พวกเขาสามารถผ่านชั้นแรกมาอย่างง่ายดาย โดยพวกเขาให้รินล่อมอนสเตอร์ ชินกับดีฟค่อยโจมตี ส่วนรีริสนางมีหน้าที่สนับสนุนและค่อยรักษาคนในกลุ่ม ตอนแรกนิลกาฬคิดว่านางจะใช้เวทย์โจมตีสนุบสนุนเพื่อนๆ
เมื่อลงมาถึงชั้นที่ 2 มอนสเตอร์ก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นเลื่อยๆ ทำให้นิลกาฬต้องเข้าไปช่วยพวกเขาต่อสู้ นิลกาฬไม่ได้ใช้สสารมืด แต่เขาต่อสู้ด้วยมือเปล่า เขาหลบการโจมตีของมอนสเตอร์ใช้มือแทนใบมีดสับไปที่หัวของมอนสเตอร์ทำให้หัวของมันหลุดออกทันที เขาไม่โชว์ฝีมืออะไรมาก เขาเน้นไปที่การช่วยเหลือคนในกลุ่ม เขาคอยป้องกันมอนสเตอร์ที่เข้ามาหารีริส และคอยช่วยรินตอนที่มีมอนสเตอร์มากเกินกว่าที่รินจะสามารถรับไหว เขาจะเข้าไปฆ่ามอนสเตอร์ให้เหลือพอที่รินจะสามารถรับไหว
พวกลูกแก้วพลังธาตุที่ตกมานั้นนิลกาฬไม่เก็บเลยสักชิ้นเดียวเขาให้พวกชินเก็บไว้ทั้งหมด เพราะเขาได้ใช้มหาเวทย์ดูดดาว ดูดกระแสพลังธาตุจากมอนสเตอร์ที่ถูกกำจัดทั้งหมดแล้ว
เมื่อพวกเขามาถึงบริเวณทางลงชั้นที่ 3
“น้องนิลกาฬ เชื่อไหมที่แถวนี้และที่พวกเราเจอเสือขาวพูดได้ ออกมาช่วยพวกเราเอาไว้” ชินพูด
‘ฮ่าๆ~ ก็ยืนอยู่ตรงนี้ไงละเสือขาวที่พี่พูดถึง’ นิลกาฬคิด
“เ้าไม่เชื่อข้าอย่างนั้นหรอ น้องนิลกาฬ”
“เปล่าไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อท่าน ตอนที่ข้าออกมาจากดันเจี้ยนครั้งที่แล้วข้าก็เห็นพวกนักเรียนกำลังคุยกันเื่เสือขาวพูดได้ ข้าก็นึกว่าเป็เื่หลอกลวง ในเมื่อพี่ชินพูดข้าก็จะเชื่อท่าน”
“เ้าดูเหมือนไม่ค่อยเชื่อข้าเท่าไรเลยนะน้องนิล”
“ฮ่าๆ~”
“โอ๊ะๆ ใครกันนะ พวกเ้าอีกแล้วหรอชิน ข้าบอกพวกเ้ากี่รอบแล้วว่าถ้าพวกเ้าจะมาล่ามอนสเตอร์กันแถวนี้ ก็ต้องจ่ายลูกแก้วพลังธาตุมาให้ข้า” เสียงอันคุ้นเคย ทาฮาชินั้นเอง
‘เห้อ~ ข้าอุส่าเตือนขนาดนั้นแล้วนะ ตระกลูโยสึเกะ เป็พวกความจำสั้นกันหรือยังไง’ นิลกาฬคิด
“น้องนิลกาฬเ้าหนีไปซะ เดียวพวกข้าจะถ่วงเวลาพวกมันเอาไว้ให้เอง พวกเราเตรียมต่อสู้” ชินสั่งคนในกลุ่มเตรียมพร้อมต่อสู้
“ฮ่าๆ~ อย่างพวกเ้านะหรือจะมาสู้กับข้า ถ้าในวันนั้นไม่มีเสือขาวเข้ามาขวางละก็พวกเ้าคงตายเป็ศพอยู่ที่นี้ไปแล้ว ฆ่าพวกมันให้หมด” ทาฮาชิสั่งลูกน้องกว่า 10 คน
ลูกน้องทั้ง 10 คนพุ่งเข้าโจมตีพวกชินทันที เมื่อนิลกาฬเห็นพวกทาฮาชิพุ่งเข้ามาจู่โจม ทำมห้เขานึกถึงสมัยที่ยังอยู่ที่โลกตัวนิลกาฬเองนั้นไม่ชอบคนที่มีนิสัยอันธพานแบบนี้เป็ที่สุด และเขาเองก็คงจะอยู่เฉยๆดูพวกชินถูกฆ่าตายไม่ได้
เขารีบพุ่งเข้าไปหาทั้ง 10 คนทันที
“ไม่น้องนิลกาฬเ้าจะต้องหนีไป..” ชินยังพูดทันไม่จบ นิลกาฬก็พุ่งเข้าไปเสียแล้ว หนึ่งในลูกน้องของทาฮาชิ เมื่อเห็นนิลกาฬพุ่งเขามาหาพวกเขา พวกเขาก็ล้อมนิลกาฬทันที นิลกาฬพุ่งเข้าไปหาลูกน้องของทาฮาชิ และต่อยเข้าที่หน้าท้องอย่างแรง ทำให้กระเด็นไปชนเข้ากับกำแพงดันเจี้ยนอย่างแรง
ตูม~
“พวกเ้าไม่รู้จักเข็ดกันเลยจริงๆ เพื่อนของข้าก็อุส่าไว้ชีวิตพวกแกไปแล้วรอบนึง พวกแกก็ยังแส่หาเื่อีก ครั้งนี้ข้าจะเป็คนดัดนิสัยของแกเอง”
ตอนนี้นิลกาฬอารมณ์ไม่ดีเป็อย่างมาก เขาเข้าไปต่อย เตะ พวกลูกน้องของทาฮาชิกระเด็นลอยออกไปหลายคนแล้ว พวกที่เหลือเมื่อเห็นว่าไม่สามารถสู้นิลกาฬได้ก็วิ่งหนีทันที
“เดียวก่อนอย่าพึ่งไป ไอ้พวกลูกน้องไม่รักดี เลี้ยงเสียข้าวสุขจริงๆ กลับมาก่อน” ทาฮาชิพูดด้วยความร้อนรน
นิลกาฬค่อยๆเดินเข้าไปหาทาฮาชิ เขาปลดปล่อยจิตคุกคามออกมากดดันทาฮาชิเพียงคนเดียว เขา้าให้ทาฮาชิรู้สึกถึงความกลัวอย่างถึงที่สุด เมื่อเขาเข้าถึงตัวทาฮาชิ เขาได้หักนิ้วมือทาฮาชิทีละนิ้ว
“อ๊าก~ ช่วยข้าด้วย ข้ายอมแล้ว ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย ใครก็ด้าย…” ทาฮาชิเขาทั้งกลัวและเจ็บจนปวดเป็อย่างมาก จนเขาช็อคสลบไปทันที
เมื่อนิลกาฬเห็นว่าทาฮาชิสลบไปแล้ว
“พี่รีริส ฝากพี่รักษานิ้วมือของเขาด้วย ข้าคิดว่าคราวนี้เขาคงไม่กล้าทำเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว”
“ด..ได้ๆ เดียวข้าจะรักษาเขาเอง” รีริสรีบวิ่งไปรักษานิ้วของทาฮาชิทันที
“ข้าต้องขอโทษพวกท่านด้วยที่ต้องให้พวกท่านมาเห็นข้าในสภาพแบบนี้ เช่นนั้นขอให้พวกท่านเดินทางปลอดภัย โชคดี” นิลกาฬยกมือคำนับกลุ่มของชิน และเขาก็เดินไปยังดันเจี้ยนชั้น 3
พวกชินยังตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ พวกเขาไม่นึกว่านิลกาฬจะแข็งแกร่ง และโหดเฮี้ยมขนาดนี้ พวกเขาคิดว่าดีนะที่ไม่ได้ทำอะไรให้นิลกาฬต้องขุ่นเคือง
“พี่ชิน พวกเราจะทำยังไงกันต่อดี” รินพูด
“ดีฟ เ้าช่วยไปแจ้งผู้คุมทีว่ามีเด็กนักเรียนาเ็หลายคนที่ชั้น 2 บริเวณใกล้ทางลงไปชั้นที่ 3 ของดันเจี้ยน แล้วก็ให้เขาเรียกหน่วยพยาบาลลงมาด้วย” ชินสั่ง
“ด..ได้ เดียวข้าจะไปแจ้งเดียวนี้และ” ดีฟรีบวิ่งออกไปแจ้งให้ผู้คุมทราบทันที
“เขาเป็ใครกันแน่นะ เขาช่างหล่อเท่อะไรเยี่ยงนี้ ตอนที่เขาอาละวาดช่างเหมือนกับสัตว์ป่าดุร้ายกำลังอาละวาดไม่มีผิด” รีริสกำลังเฟ้อฝันถึงตอนที่นิลกาฬกำลังต่อสู่
“เออ~ รีริส เ้ากลับมาจากการมโนของเ้าก่อน และรักษาพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะตายกันหมดจะดีกว่า” ชินพูด
‘เขาเป็ใครกันทั้งๆที่อยู่ปีเดียวกันกับข้า แต่เขากับมีพลังมากมายขนาดนี้ แถมตอนเขาอยู่กับพวกเราเองก็ยังทำตัวสุภาพ ถ่อมตน เป็กันเองสุดๆ แถมนิสัยดีหน้าตาก็หล่ออีกด้วย และอีกอย่างยังเป็คนที่โหดเฮี้ยมอะไรขนาดนี้ อ๊ายยย นิลกาฬอย่างนั้นหรอ~’ รินมองดูแผ่นหลังของนิลกาฬ ก่อนที่นิลกาฬจะเดินลงไปยังชั้น 3 ของดันเจี้ยน
“เห้อข้านี้ละก็ พอเห็นพวกคนอันธพานที่ไร อารมณ์ของข้าก็ชอบเสียขึ้นมาทันที ดีนะที่ข้ายังยั้งมือเอาไว้ ไม่งั้นพวกมันคงตายคามือข้าไปแล้ว เอาละรอบนี้ลงไปยังชั้น 4 เลยดีกว่า” นิลกาฬรีบวิ่งลงไปยังชั้นที่ 3 ทันที
พวกมอนสเตอร์ที่ชั้น 3 ไม่คณามือของนิลกาฬอยู่แล้ว เขาฆ่ามอนสเตอร์ทุกตัวที่ขวางทาง และเก็บของทุกอย่างที่ตก เขาใช้เวลาหาทางลงชั้น 4 ไปกว่า 2 วัน ััจักรวาลของนิลกาฬไม่สามารถใช้ได้เต็มที่ในดันเจี้ยน เขาสามารถใช้ััจักรวาลได้แค่ในระยะ 400 เมตร เท่านั้น เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงใช้ได้เพียงเท่านั้น
‘ไม่ต้องคิดมากหรอกเ้าหนู ในดันเจี้ยนนั้นยิ่งลึกเท่าไร มิติแปลปวนก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เ้าสามารถใช้ััจักรวาลได้ในระยะ 400 เมตร ก็ถือว่าเ้าเก่งมากแล้ว เ้าหนู’ นนทกพูด
‘เป็แบบนี้เองหรือ ถึงว่าทำไมใช้ััจักรวาลไม่ค่อยได้ ยังดีที่ข้ามีระบบฟังก์ชั่น แผนที่ รู้ว่าทางไหนเคยไปแล้ว ทางไหนยังไม่เคยไป’
‘ฟังอะไรของเ้านะ”
‘เ้าไม่ต้องรู้หรอก ต่อให้ข้าบอกไปเ้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี’
‘หึ~ ข้าไม่อยากรู้ก็ได้’
ฟังก์ชั่นแผนที่เป็อีก 1 ความสามารถของกำไลมิติ ที่ตัวกำไลมีตัวติดตั้งระบุตำแหน่ง ทำให้เขาสามารถเช็คได้ว่าทางไหนเคยผ่านแล้ว ทางไหนยังไม่เคยผ่าน เขาไม่สนใจบ้านมอนในตอนนี้เพราะเขาเองก็ดูดกระแสพลังธาตุจากมอนสเตอร์ที่กำจัดไปอยู่แล้ว เขาจึงไม่รีบร้อน ั้แ่ลงมาที่ชั้น 4 นิลกาฬยังไม่เจอนักเรียนแม้แต่คนเดียวเลย
“สงสัยพวกเขาจะลงกันมาได้มากที่สุดแค่ชั้น 3 สินะ เอาละมุ่งตรงไปชั้น 5 กันเลย”