การปะทะอันดุเดือดได้เริ่มขึ้น การต่อสู้ของยอดฝีมือไม่มีช่องว่างไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้ามาก้าวก่าย
กวางโจวฝ่ามือข้างหนึ่งใช้ออกด้วยพยัคฆ์ดำถล่มภูผา ลมปราณสีดำทมิฬพุ่งออกด้วยความรุนแรง สิ้นสุดลมปราณพยัคฆ์ดำ
ฝ่ามืออีกข้างมันใช้ออกด้วยผ่ามือพยัคฆ์ขาวตะปบร่าง พุ่งตามเข้ามาต่อเนื่องกันไม่หยุดหย่อน เกิดเป็กระบวนท่าต่อเนื่อง ไม่เว้นว่างให้ฉีซิ่นได้โต้ตอบอันใด ได้แต่ม้วนหลบไปมา
เหล่ากองทหารที่ถอยร่นออกมา โห่ร้องกันชุดใหญ่! เวลาผ่านไปเหล่าทหารยิ่งรุดมายิ่งมาก มีทั้งพลหอก พลธนู และทหารม้า นับได้หลายร้อย แม้ผู้อื่นมองว่ากวางโจวกำลังเป็ฝ่ายไล่ต้อน แต่ในใจกวางโจวหาคิดเช่นนั้นไม่ ทุกกระบวนท่าที่มันใช้ออก ราวกับโจมตีใส่ธาตุอากาศ ใส่ภูติผีวิญญาน ทุกครั้งที่กระบวนท่ามันจะถึงตัวฉีซิ่น ร่างมันหายลับไปว่างเปล่า
กวางโจวนับว่าสิ้นเปลืองลมปราณยิ่ง หากเป็ผู้อื่นย่อมหยุดมือกลับมาตั้งหลัก แต่กวางโจวผู้โชกโชนด้านการต่อสู้ มันรู้ได้ว่าหากมันหยุดมือเมื่อไหร่ ย่อมเปิดโอกาสให้ฉีซิ่นโต้กลับ มีแต่ต้องโจมตีต่อไป ดูว่าผู้ใดจะพลาดก่อน
ฉีซิ่นที่หลบหลีกไปมานับว่าไม่ยากเย็น ฉีซิ่นรับรู้ได้ว่าไม่มีการโจมตีใดที่ไร้ที่สิ้นสุด กระบวนท่าของคู่ต่อสู้ ที่ดูไร้ช่องโหว่นี้ อย่างไรต้องเปิดช่องว่างให้สวนกลับ
แต่ทว่า ตอนนี้จิตใจของฉีซิ่นนับว่าสมาธิโดนรบกวนหลายอย่างยิ่ง ไหนจะกวางโจวที่อยู่เบื้องหน้า ไหนจะกองทัพสิบกองโจรเงาของมัน ที่ไม่รุดมาเสียที ทั้งเหล่าทหารกองหนุนที่รุดมาไม่หยุดหย่อนชวนให้รำคาญใจ
แต่สิ่งที่รบกวนมันที่สุดคือโกว่เหลียง ไม่ทราบตอนนี้มันไปอยู่ที่ใด? ความแค้นสามสิบปีที่กำลังจะได้ชำระ กลับถูกขัดขวาง ฉีซิ่นยิ่งจิตใจฟุ้งซ่าน กระบวนท่าของกวางโจวยิ่งเฉียบคม กลายเป็เริ่มเฉียดร่างมันไปมา การดวลกันของยอดฝีมือไม่มีเวลาให้เหม่อลอย
“พยัคฆ์ขาวตะปบร่าง!”
ฝ่ามือทรงพลังแฝงมาด้วยพลังปราณก่อเป็รูปกรงเล็บขนาดมหึมา พุ่งเข้าที่ท้องน้อยฉีซิ่นอย่างรุนแรง ฉีซิ่นที่ถอยหนี หลังมันกลับติดกำแพงบ้านเรือนเพราะความเหม่อลอย ฉีซิ่นได้แต่เกร็งพลังใช้ออกด้วยท่ากำแพงวายุตั้งรับ กระบวนท่าปะทะกันด้วยความรุนแรง ฉีซิ่นลอยทะลุกำแพงบ้านเรือนผุพัง ก่อเป็ฝุ่นควันตลบอบอวล ไม่ทราบคนเป็อย่างไร
“เหอะ ท่านคงแก่ชราลงแล้ว! ท่านรู้หรือไม่บัดนี้กองโจรท่านถูกกวาดล้างสิ้น เสวียนเจินและท่านไป๋หลิง ร่วมมือกันกวาดล้างกองกำลังโจรท่านหมดแล้ว!” กวางโจวตวาดก้อง หวังเพิ่มความโกรธแค้นขาดสติให้ฉีซิ่น
กลุ่มฝุ่นควันที่ลอยไปมาไร้ทิศทาง กลับเริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติ มันถูกดูดเข้ามาหมุนวนรอบตัวฉีซิ่น เกิดเป็ภาพน่าอัศจรรย์ ฉีซิ่นค่อยๆลอยตัวขึ้นจากพื้นดินอย่างช้าๆ ฝุ่นควันรอบตัวที่ถูกดูดเข้าหามัน เริ่มหมุนวนอย่างรุนแรงเป็สาย ก่อนที่ฉีซิ่นยกฝ่ามือบังคับกุล่มฝุ่นควัน เล็กแหลมหลายเส้นพุ่งเข้าโจมตีกวางโจว
สายลมที่พุ่งมาอย่างรวดเร็ว ก่อนถึงตัวกวางโจวกลับหยุดนิ่ง เส้นทั้งหลายเ่าั้พลันแตกกระจายออกกลายเป็หมอกควันบดบังทั่วบริเวณ
ฉั่วะ!!
ฝ่ามือทรงพลังทะลุเข้าไปในท้องน้อยของกวางโจว เืกองโตทะลักออกจากปากมัน ท่ามกลางหมอกควัน ปรากฏมือกระบี่สิบกว่าชีวิตพุ่งเข้ามารุมโจมตี พวกมันเป็เหล่ามือดีจากสิบหกตระกูลย่อย ฉีซิ่นขณะจะกระชากมือออก แต่กวางโจวไม่ยอม มันจับไว้แน่นนัก
“ท่านจบสิ้นแล้ว ฉีซิ่น” ฉีซิ่นใช้มืออีกข้างปัดเป่าป้องกันกระบี่ที่รุมจ้วงแทงมา ทันใดนั้นลมปราณแผ่พุ่งออกมาจากกำปั้นอีกข้างหนึ่งของกวางโจว อากาศรอบหมัดกลายเป็บิดเบี้ยวชวนให้ขนลุก
ใน่คับขัน ฉีซิ่นเกร็งพลังแขนจนเส้นเืปูดโปน ถึงกับยกร่างใหญ่ของกวางโจพลิกทุ่มตลบหนึ่ง ขวางทางกระบี่ที่รุมแทงมา พวกมันต้องหดรั้งกระบี่กลับอย่างยากเย็น ม้วนออกไปตั้งหลักกันใหม่ ใน่เวลาเพียงเสี้ยว ฉีซิ่นแผ่พลังปราณไปสู่มือที่อยู่ในท้องน้อยของกวางโจว ทำเอามันเ็ปทรมาน ราวถูดไฟแผดเผาไปทั่วร่าง จนต้องยอมคลายมือ ดีดตัวออกจากการต่อสู้ นอนหมดสติไปด้วยความเ็ป ภาพเหตุการณ์ทั้งหมด สร้างความตื่นตะลึงให้ผู้คนยิ่งนัก ฉีซิ่นมันร้ายกาจถึงเพียงนี้!
ฉีซิ่นกวาดมองไปทั่วบริเวณด้วยสายตาเคียดแค้น อาการาเ็ทางกายมันถือว่าทนได้ แต่อาการาเ็ทางใจทำร้ายมันยิ่งนัก
ครั้งเมื่อสามสิบกว่าปีก่อนมันถูกโกว่เหลียงหักหลังคราหนึ่ง ครอบครัวถูกสังหารสิ้น ตัวมันต้องหลบหนีไปเป็โจรป่า มาครานี้มันถูกเสวียนเจินหักหลัง เหล่าบริวารมันถูกสังหารอย่างโง่งม ตัวมันเองยังไม่ทราบจะรอดจากที่นี้เช่นไร ความโกรธแค้นพวยพุ่ง จนลมปราณปั่นป่วน ธาตไฟเริ่มเข้าแทรก
“ยิงได้!!”
ลูกเกาทัณฑ์พุ่งขึ้นบดบังท้องฟ้า มุ่งมาหามัน วิวทิวทัศน์เช่นนี้ กลับสร้างความสมใจให้ฉีซิ่น
“ฮ่าฮ่าฮ่า ทั้งโกว่เหลียง ทั้งเสวียนเจิน พวกมันเรียกตนเองว่าเป็ฝ่ายธรรมะ แต่การกระทำเลวร้ายยิ่ง!” ฉีซิ่นปัดป่ายฝ่ามือ เกิดเป็กำแพงลมปัดเป่าลูกธนูอย่างง่ายดาย มันหัวเราะอย่างบ้าคลั่งราวคนเสียสติ ดวงตากลายเป็สีแดงฉาน มันะโขึ้นฟ้าเตรียมหลบหนี แต่ต้องพบเหล่าจอมยุทธ์ชุดใหม่ ดักรอรุมโจมตีมันจากเบื้องบน จนต้องดีดตัวลงมา เมื่อมันลงถึงพื้นดิน เหล่ามือกระบี่ที่รออยู่เบื้องล่างพุ่งเข้าจากสิบทิศทาง ฉีซิ่นใช้ออกด้วยวิชาเท้าผีขั้นหก ร่างมันพลันหายไปจากวงล้อมไร้ร่องรอย เงาร่างมันโผล่ขึ้นอีกทีกลางวงเหล่าทหารที่แน่นขนัดไปทั่วบริเวร
ปัง!!เหล่าทหารบริเวนนั้น ปลิวระร่อง ลมปราณเฉือนแขนขาพวกมันขาดสะบัด ร่างฉีซิ่นพลันหายไปอีก ก่อนไปโผล่อีกที่หนึ่ง
ปัง!!…….ปัง!……ปัง! ทุกที่ที่ร่างฉีซิ่นโผล่ขึ้นเหล่าทหารต่างต้องรับชะตากรรมเดียวกันอย่างไร้ทางขัดขืน เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วบริเวณ เกิดเป็ความชุลมุนขึ้นมาใหม่
ซูิที่หลุดรอดจากการตามล่า เนื่องจากเหล่าทหารไปรวมตัวกันอยู่ที่มหาโจรผู้นั้น ประตูเมืองถูกปิดไว้ มันไม่ทราบต้องไปที่ใด ได้แต่หลบตามบ้านผู้คนที่ถูกทิ้งร้าง ซูิชำเลืองมองผ่านช่องหน้าต่าง ภาพากลางเมืองที่เหมือนอยู่ในห้วงฝัน ซูิที่มองไป ใช่มองฉีซิ่นเป็อสูรร้ายไม่ มันมองเห็นเพียงชายชราที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอด สภาพร่างที่หอบเหนื่อย ดวงตาแดงฉานมีโลหิตไหลออกมา นับว่าน่าเวทนายิ่ง
เหตุการถึงขั้นนี้ โทษเดียวของซูิ ที่นำโจรร้ายเข้าเมือง อย่างไรคงต้องถูกปะา ฉีซิ่นที่เป็ ที่พึ่งเดียวของมันก็อยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่
ซูิมองลงไป เห็นม้าตัวหนึ่งว่างอยู่ ไม่ทราบเ้าของมันไปที่ใด ซูิจึงนึกอะไรบางอย่างได้ มันแอบลากจูงม้าหลบหลีกตามซอกหลืบมาที่บริเวณประตูเมือง ตรงนี้มีทหารเวรยามน้อยยิ่ง แต่ประตูเมืองยังคงถูกปิดไว้ ซูิได้แต่จ้องรอเวลาหากประตูเปิดเมื่อใด มันจะควบม้าออกไม่หันกลับมา จะรอดหรือจะตายตกอย่างโง่งม แล้วแต่ชะตาลิขิต