“30เศษแล้ว ยังซิง ระวังตันนะตัวเธอ”
ถึงแม้ว่าจะเป็เพียงแค่คำพูดในเชิงหยอกล้อ ทว่ากลับทำให้หญิงสาวแอบคิดอยู่เหมือนกัน หล่อนเป็เ้าของโรงเรียนอนุบาล ที่มีภารกิจในแต่ละวันวุ่นวายมาก ๆ
หญิงสาวชื่อปิยลักษณ์ ชลทัศนา เด็ก ๆ เรียกหล่อนว่า คุณครูยาย
มันอาจเป็ความรู้สึกที่ผิดแผกแตกต่างจากหญิงสาวคนอื่นล่ะนะ หล่อนเพิ่งจะสามสิบต้น ๆ เท่านั้น รูปร่างหน้าตาก็อย่างคุณหนู เพียงแต่ไม่ได้บอบบางสักเท่าไหร่ หล่อนมีน้ำมีนวล ผิวหน้าเวลาโดนแดด จะเห็นเืฝาดระเรื่ออมชมพู ผมยาวสลวยดำขลับ
ธุรกิจโรงเรียน เป็ธุรกิจอย่างเดียวที่ไม่ได้รับความสนใจจากคนในตระกูล หล่อนเป็ลูกสาวคนเล็ก ตัดสินใจเลือกธุรกิจแห่งนี้ ซึ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินเก่าแก่ในเมือง ถนนย่านสำคัญที่เป็ศูนย์รวมของเมือง
ธุรกิจโรงเรียนอนุบาล ไม่ได้มีผลกำไรมากมาย แค่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ คุณครูส่วนใหญ่ล้วนเป็คนเก่าแก่ เป็กลุ่มคนสำนึกดีมีการศึกษาชั้นเลิศมาจากต่างประเทศบ้างในประเทศบ้าง
ชื่อของโรงเรียนอนุบาล‘ศรรัก’ จึงกลายเป็ที่พูดถึงอย่างเงียบ ๆในหมู่ของผู้คน การเก็บค่าเทอมค่อนข้างแพง อย่างโรงเรียนอนุบาลเอกชนทั่วไป แต่เป็ความแพงที่คุ้มค่า และหลายคน้าจ่าย
กระทั่งไม่เหลือที่ว่างมากนัก
หลายคนอยากให้ลูกเข้าเรียน แต่ไม่มีโอกาส เมื่อโรงเรียนไม่สามารถรับเด็กได้เกินจำนวนที่ตั้งเอาไว้
เพราะในแต่ละวันวุ่นวายได้ถึงเพียงนี้ คงไม่ใช่เื่แปลกอะไรถ้าหากจะมีคนเข้าใจว่า หล่อนน่ะปาเข้าไปสี่สิบแล้วจริง ๆ
ถึงหน้าจะไม่ได้แก่ก่อนวัย แต่นิสัยใจคอของหล่อนนั่นต่างหากล่ะ เหมือนคนแก่
แต่แล้ววันหนึ่งหล่อนมีอันต้องลุกขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะ...ผู้ชาย ไม่ใช่เพราะรักหรือชอบอะไรทั้งนั้น แต่...เพื่อจะ ‘สั่งสอน’ต่างหาก
“ผมชื่อ ปีเตอร์... “ ร่างสูง ผิวขาว ใบหน้าสี่เหลี่ยม แต่ดูคมคาย ดวงตาสีฟ้านั้น บ่งบอกว่าเป็ลูกครึ่ง...
“ปีเตอร์ จาง” เขาพูดต่อ พร้อมกับนามบัตร
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เชิญนั่งสิคะ”
ปิยลักษณ์ยิ้มให้กับชายหนุ่ม ไม่ได้รู้สึกผิดปกติต่อประกายตาที่กำลังจ้องมองเธออยู่
“ขอบคุณครับ”
“มีอะไรให้ทางโรงเรียนรับใช้คะ”
“ผมเป็ผู้ปกครองของ ตี๋น้อย”
“อ๋อ ค่ะ”
ภาพของเด็กจีน ผิวขาวราวหยวกที่เพิ่งเข้ามาเป็เด็กใหม่ของชั้นอนุบาล3 เป็เด็กสมาธิสั้น จอมเฮี้ยว ทำเอาปั่นป่วนไปทั้งชั้น
“พูดตรงๆ เลยนะครับ ผมผิดหวังกับชื่อเสียงของโรงเรียนศรรักของคุณ ตี๋น้อยควรได้รับการดูแลดีกว่านี้”
“น่าจะเป็ความเข้าใจผิดมากกว่าค่ะ คือว่า...”
หล่อนอธิบายด้วยน้ำเสียงปกติราบเรียบ ก่อนมีอาการชะงักทั้ง ๆที่ยังไม่ทันพูดจบด้วยซ้ำ เมื่อเห็นท่าทางของเขาเปลี่ยนไปในพริบตานั้น
“ผม้าให้คุณรับผิดชอบ”
“รับผิดชอบอะไรคะ ตี๋น้อยไม่ได้เป็อะไร”
“ตี๋น้อยฟ้องว่า ครูยายไม่เคยเอาใจใส่ดูแลเค้าเลย”
“อะไรกันเนี่ย ฉันคิดว่าคุณต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ ฉันจะอธิบายนะคะ เรามีเด็กในการดูแลเยอะ จะให้โอ๋ใครเป็การเฉพาะเจาะจงคงเป็ไปไม่ได้”
“ต้องได้ เพราะตี๋น้อยเป็ลูกผม... ปีเตอร์ จาง”
คราวนี้หญิงสาวปั้นหน้าขึงตึง ซึ่งถือได้ว่าเป็ใบหน้าดุดันที่สุดของหล่อน
“ถ้างั้น เห็นทีเราคงพูดกันไม่เข้าใจค่ะ เชิญคุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ”
“คุณไล่ผม”
“ฉันเชิญค่ะ ไม่ได้ไล่”
“เหมือนกันนั่นแหละครับ”
เพิ่งรู้ตอนนี้เองว่า ผู้ชายงี่เง่าเอาแต่ใจแบบนี้ก็มีอยู่ในโลก
ตอนที่ปีเตอร์ จาง หมุนร่างก้าวออกไปจากห้องยังหันมายกนิ้วกลางให้หล่อน ทำเอาหญิงสาวถึงกับหน้าชา เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เจอผู้ปกครองเด็กนิสัยกักขฬะอันธพาล หัวใจของหล่อนถึงกับเต้นรัวอย่างตื่นตระหนก
“คนแบบนี้ก็มีด้วยเหรอเนี่ย”
หล่อนพึมพำ หน้าชา ตัวสั่น พยายามอยู่นานก็ไม่สำเร็จ
ร่างเพรียวชะงักหยุด... หลังก้าวออกมาจากห้อง ดวงตาคู่สวยเหลือบไปเห็นหนุ่มน้อยที่กำลังยืนร้องไห้
ตี๋น้อย!
หนุ่มน้อยพอเห็นหญิงสาวก็รีบวิ่งเข้ามาหา
หญิงสาวย่อตัวลง คว้าร่างนั้นเข้าสวมกอด หัวใจที่เคยขุ่นมัว เพราะพ่อของเด็กน้อยได้เลือนหายไปจนหมดสิ้นนานแล้ว
นี่คือความงดงามของหญิงสาวละ
“คุณครูยาย...”
ตี๋น้อยสะอึกสะอื้น
“เป็ไรไปตี๋น้อย พ่อล่ะ พ่อหายไปไหน”
“ป๊า...ป๊าบอกว่า จะไม่มารับ”
“อ้าว... ยังไงกัน”
เรียวคิ้วขมวดเข้าหากัน ไม่เข้าใจจริง ๆ กับผู้ปกครองแบบนี้ ภาพของปีเตอร์ จางผุดขึ้นมาในความทรงจำ จะว่าไป ถ้าหล่อนเข้าใจผู้ชายประเภทนี้ ก็ต้องเรียกว่าอัจฉริยะละ หล่อนไม่มีวันเข้าใจได้ง่าย ๆ เหมือนกัน
จะเอาความเข้าใจแบบไหนไปทำความเข้าใจได้ล่ะ สำหรับคนที่เอาแต่ใจตัวเองแบบนั้น
“ป๊า...ป๊าบอกว่า ให้ผมหาทางกลับบ้านเอง”
“อะไรนะ”
หญิงสาวหลุดปากออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ใบหน้าสวยขึงตึงปกติหล่อนไม่โกรธขึ้งออกมาง่าย ๆนัก แต่นี่เป็กรณีพิเศษ
“ไม่ต้องห่วงนะลูก เดี๋ยวคุณครูยายพาไปส่งบ้านเอง”
หล่อนโอบร่างของตี๋น้อยอย่างเวทนา โดยไม่มีทางได้รู้หรอกว่า ไอ้หนูน้อยก็แสบไม่แพ้กัน... เพราะใบหน้านั้นไม่ได้มีความเศร้าแม้แต่นิดเดียว นอกจากรอยยิ้มเ้าเล่ห์แบบเดียวกับปีเตอร์ จางนั่นแหละ!
หญิงสาวพาตี๋น้อยกลับเข้าไปในห้อง เพราะหล่อนยังมีงานเอกสารบางอย่างต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน
ความจริง ยังมีงานเหลืออีกเยอะ ในยามปกติ กว่าหล่อนจะออกจากห้องทำงาน ก็ถึงขั้นมืดค่ำ
ออกจากห้องทำงานไปแล้ว ก็ยังต้องตรวจดูความเรียบร้อยของโรงเรียน คุยกับรปภ.ประจำโรงเรียน
ที่นี่มีมาตรฐานในเื่ความปลอดภัย วางระบบเอาไว้เป็อย่างดี แต่หล่อนยังคงไม่ไว้ใจ เพราะระบบดูแลโดยคนนั่นเอง
“คอยคุณครูยายแป๊บนึงนะตี๋น้อย”
“ผมหิวด้วยคร้าบ” ตี๋น้อยอ้อนสุด ๆ
ปีเตอร์ จาง...ถึงกับยิ้มออกมา เมื่อกล้องตัวจิ๋วได้รับการติดตั้งเอาไว้ในห้องของ ‘ครูยาย’ ด้วยฝีมือของตี๋น้อย
ปรับโฟกัสอีกหน่อยก็ได้มุม
ผู้หญิงคนนี้ สมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง เซ็กซี่ แถมใจดีอีกต่างหาก ยังจะมีอยู่หรือผู้หญิงแบบนี้
วัยเพิ่งจะสามสิบต้นๆ แต่หน้าตาจริง ๆดูอ่อนเยาว์กว่าอายุมาก
ความอ่อนเยาว์ย่อมออกมาจากจิตใต้สำนึกอันงดงามนั่นแหละ
ปีเตอร์ จาง คนเถื่อนผู้มีจิตใจลามกจกเปรต เขาเห็นผู้หญิงเป็แค่วัตถุสนองทางเพศ สามารถหาซื้อได้ไม่ยาก จะเอาสวยแค่ไหนก็ยังได้
ตี๋น้อยแอบใช้มือถือโทร.หา ตอนที่ครูยายออกจากห้องเพื่อไปหาอะไรมาให้ทานรองท้อง
“ป๊า เป็ไงบ้าง”
“แจ่มว่ะ”
“โอเคนะป๊า คุณครูยายมาแล้ว”
ตี๋น้อยรีบกดปุ่มตัดสัญญาณเชื่อมต่อ แต่ปีเตอร์ จาง ยังคงสามารถมองเห็นภาพความเคลื่อนไหวภายในห้องได้มุมค่อนข้างชัดเจนทีเดียว
“นี่เหรอบ้านของเธอ”
“ครับคุณครูยาย” ตี๋น้อยตอบ
หญิงสาวเบาเครื่องเลี้ยวรถเข้าไปในบริเวณรั้วคฤหาสน์หลังใหญ่ เนื้อที่คร่าว ๆ ไม่น่าจะน้อยกว่า 5 ไร่
ข้างในร่มรื่น สนามหญ้าเขียวขจี
ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งกำลังยืนอยู่พร้อมกับไม้กอล์ฟในมือ
“นั่นไงครับป๊าผม”
“อ้าว ก็อยู่บ้านนี่”
หญิงสาวพึมพำ
“เข้าบ้านผมก่อนนะครับคุณครูยาย”
ตี๋น้อยกุลีกุจอดึงแขนของหญิงสาวออกจากรถ
“โอเคจ้ะ”
ปิยลักษณ์อยากจะคุยกับปีเตอร์ จางเป็การส่วนตัวเหมือนกัน บางทีอาจจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของหนูน้อยบ้าง อันจะเป็ประโยชน์ต่อตัวเด็กเอง
การถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจเกินไป ตามประสาลูกคนรวย ไม่ใช่เื่ที่ดีแม้แต่น้อย
ทุกแห่งต้องมีกฎมีเกณฑ์ เพราะไม่ว่าจะรวยแค่ไหนก็ต้องอยู่ในสังคม
“คุณครูยาย เชิญทางนี้ดีกว่าครับ”
“ตี๋น้อย ครูขอไปคุยกับคุณพ่อของหนูก่อนนะ”
“เดี๋ยวป๊ามาครับ ดื่มน้ำเย็น ๆ ก่อนครับคุณครูยาย นะ นะ”
ตี๋น้อยอ้อนสุดฤทธิ์
“โอเค”
หญิงสาวเป็ฝ่ายยินยอมอีกครั้งจนได้