Thinking of 1
และแล้ววันที่ต้องไปทานข้าวกับบ้านนั้นฉันก็เริ่มนอนคิดหาวิธีที่จะไม่ไป ตอนเช้าฉันลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะเปิดประตูห้องนอนตัวเองออกไป คอนโดที่เราอยู่เป็ห้องชุด สองห้องนอน สามห้องน้ำ มีห้องครัวห้องนั่งเล่นกว้างขวางเหมือนบ้านหลังหนึ่งเลย ตอนที่ย้ายออกมา คุณน้าฉันท่านจะย้ายไปที่เนเธอร์แลนด์เลยประกาศขาย ฉันสนใจเลยขอซื้อต่อคุณน้า พอน้ารู้ว่าฉันจะย้ายมาอยู่คนเดียวท่านก็โอนเป็ชื่อฉันกับฝุ่นทันทีโดยที่ไม่ยอมรับเงินจากพวกเราสองพี่น้องเลย อ้อ มีคุณน้านี่แหละที่ฉันยังติดต่ออยู่บ้าง
พอก่อน ฉันขอเข้าไปหาพี่ชายตัวเองก่อนนะ
“ฝุ่น ฝุ่น” ฉันเอ่ยเรียกคนที่นอนคุดคู้ตัวอยู่บนเตียงเสียงเบา เครื่องปรับอากาศที่ถูกเปิดจนเย็นฉ่ำทำให้อีกฝ่ายหลับลึกและไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเลยสักนิด
“ฝุ่น ตื่นก่อน” ฉันะโขึ้นเตียงนอนหลังใหญ่พร้อมกับเขย่าไหล่คนที่หลับอยู่
“อื้อ มีไร” เสียงงัวเงียดังขึ้นพร้อมกับมือที่รั้งชายผ้าห่มคลุมหน้า
“มีเื่จะคุยด้วย” ฉันไม่รอช้าที่จะเข้าเื่
“เื่ไร มันเช้าอยู่นะ” ฝุ่นเริ่มไม่พอใจที่ถูกก่อกวนทั้งที่ตอนนี้เพิ่งจะแปดโมงเช้า
“นัดวันนี้เราไม่ไปนะ เรามีธุระเจอกันตอนเย็นนะคะ รักพี่ชายนะไปแล้ว!”
บอกจบก็รีบวิ่งลงจากเตียง เปิดประตูห้องนอนออกไปแล้ววิ่งเข้าไปคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเองในห้องนอน จากนั้นก็รีบวิ่งออกจากห้องไปเลย เสียงที่ะโตามหลังมาทำเอาฉันหลุดหัวเราะเสียงดัง อิอิ ฝุ่นเองก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าฉันต้องหาทางบ่ายเบี่ยงที่จะไปอยู่แล้ว พวกเขาน่ะอยากเจออยากคุยกับฝุ่นไม่ใช่ฉันเสียหน่อย ไปก็ทำให้บรรยากาศของพวกเขาหม่นหมองเสียเปล่า ให้ฉันได้ท่องโลกกว้างแบบนี้น่ะดีแล้ว การเดินทางที่ไม่ได้วางแผนเริ่มต้นขึ้นแล้ว...
บางแสน...
บางแสน เป็จุดหมายปลายทางของฉันวันนี้ สองชั่วโมงนิด ๆ กับการเดินทางชิล ๆ แบบนี้ มาแบบไม่ค้างคืนฉันคงเที่ยวไหนได้ไม่เยอะหรอก อ้อ ก่อนมานี่ฉันแวะไหว้พระที่จังหวัดฉะเชิงเทราด้วย ต้นไม้รอบวัดร่มรื่นอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อขับรถต่ออีกสักพักฉันก็ถึงทะเลบางแสนที่ตอนนี้น้ำเริ่มใสขึ้นมากและเงียบสงบอยู่ไม่น้อย ฉันเช่าเปลนั่งและสั่งอาหารเครื่องดื่มมาทานมาดื่ม เสียงคลื่นซัดเข้าฝั่ง ลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านร่าง น้ำมะพร้าวหอม ๆ ฮื่อ มีความสุขที่เลย นั่งจิบเครื่องดื่มไปพรางโทรศัพท์ที่เงียบอยู่นานั้แ่ออกจากคอนโดก็มีสายเรียกเข้า ไม่ต้องบอกหรอกว่าใครโทรเข้ามา สายแรกฉันไม่ได้รับ เขาโทรกลับมาอีกสามสายก่อนจะวางสายไป เกือบสิบนาทีฝุ่นโทรเข้ามาหาฉัน ได้แต่ถอนหายใจหน่าย ๆ ก็ในเมื่อพวกเขาไม่ได้อยากให้ฉันไปอยู่แล้วจะโทรมาย้ำ ๆ ทำไมกัน อย่าทำให้ฉันรู้สึกอิจฉาคนในครอบครัวเขามากไปกว่านี้เลยได้ไหม
“ค่ะ” ฉันรับสายฝุ่นพร้อมกับเอ่ยทักทายหน่าย ๆ เสียงถอนหายใจจากฝุ่นทำเอาฉันแปลกใจ เหมือนฝุ่นกำลังกังวลอะไรสักอย่าง
(โอเคดีใช่ไหม)
“ดีมาก ๆ เลย ทำไมเหรอ? มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” ฉันถามกลับทันที ตอนนี้ฉันมีแค่พี่นะฉันไม่อยากให้พี่กังวลแต่จะให้ไปบ้านหลังนั้นอีกฉันไม่อยากไป
(ปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะ แล้วจะกลับตอนไหน)
“ก็บ่าย ๆ ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าเครียดอะไร บอกได้นะ” ฉันยืดตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับท่าทางจริงจัง เอ่อ ลืมไปว่าคุยโทรศัพท์แสดงท่าทางไปฝุ่นก็ไม่เห็นหรอก คิดแล้วก็ขำตัวเอง บ้าบอไปอีกยัยฝันเอ๊ย
(ก็นิดหน่อย ถ้ากลับมาแล้วแวะเข้ามารับด้วยนะ)
“ฮะ? รับไหน?”
(บ้าน)
“ไม่!”
(ฝันอย่าดื้อ มารับพี่ บ่ายสามให้ถึง)
“...”
(ฝันครับ พี่ไม่ได้เอารถมา แล้วก็ไม่อยากให้พวกเขารู้ที่อยู่ ฝันมารับพี่นะ) เนี่ย! พอรู้ว่าฉันคิดอะไร พูดยังไงถึงจะยอมเขาก็ชอบพูดอ่ะ นิสัยไม่ดีเลยพี่ชายคนนี้
“ก็ได้”
ฉันวางสายจากพี่ชายก่อนจะดื่มด่ำกับบรรยากาศตรงหน้า ถ่ายรูปส่งเข้ากลุ่มไลน์ของฉันกับเพื่อนพวกมันโวยวายใหญ่หาว่ามาเที่ยวแล้วไม่ชวน แล้วยังทวงขนมอีกด้วย ถึงไม่ทวงก็ซื้อไปให้อยู่แล้วน่า บ่ายโมงเกือบครึ่งฉันเริ่มออกเดินทางกลับเข้ากรุงเทพอีกครั้ง หลังจากแวะซื้อขนมให้เพื่อน สายตากันแหลมคมก็สบเข้ากับหมองรองคอในร้านสะดวกซื้อที่ปั๊มน้ำมัน
“ไม่ได้ ๆ ฝุ่นห้ามซื้อ เดี๋ยวโดนงอน” ฉันกล่อมตัวเองให้นึกถึงคำพูดของฝุ่น มันเหมือนจะดี แต่รู้ตัวอีกทีฉันก็รวบเอาหมอนรองคอในชั้นวางของไปวางที่เคาน์เตอร์แล้วเรียบร้อย และสติกลับมาเมื่อหมอนลายน่ารักถูกจัดเรียงไว้ที่เบาะรถด้านหลัง นับดูแล้วมีหกอัน ฮื่อ!!! ฝุ่นตีฉันอีกแน่ ๆ
16.32 น.
จอดรถที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ตลอดเวลาที่เคยอยู่ที่นี่มันก็มีแต่ความเ็ปในใจ มันดันมีมากกว่าเลยทำให้ไม่อยากกลับเข้าไปเหยียบที่นี่นัก ฉันจอดรถที่หน้าบ้านมือหยิบโทรศัพท์กดโทรหาฝุ่น รอสักพักปลายสายก็รับ
(อยู่ไหนแล้ว มันเย็นแล้วนะ)
“ออกมา อยู่หน้าบ้านแล้ว”
(ขับเข้ามา มีพี่ที่รู้จักจะกลับด้วย) ฝุ่นสั่งเสียงเข้ม แต่ฟังดูแล้วมันเต็มไปด้วยความหนักอกหนักใจ
“ไม่เอา เดินออกมา”
(ฝันอย่าเพิ่งดื้อ พี่เหนื่อย เข้ามารับหน่อย)
“จะเข้าไปแต่ไม่ลงรถ”
(ครับ) ฝุ่นวางสายฉันจึงขับเข้าไปใกล้พอลุงคนสวนเห็นรถก็รีบวิ่งมาเปิดประตูให้พร้อมกับรอยยิ้ม ฉันส่งยิ้มให้ท่านพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณ เมื่อขับเข้าไปใกล้ตัวบ้าน หัวใจฉันก็เริ่มบีบรัดแน่นขึ้น มันจุกอกไปหมด เมื่อรถจอดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากประตูด้านหน้าของบ้าน ฝุ่นก็เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่สูงกว่าฝุ่นเล็กน้อย เขาคนนั้นแต่งตัวดีดูภูมิฐานไม่น้อย และฉันไม่คุ้นหน้าเขาด้วย ส่วนอีกสองคนเป็เ้าของบ้านที่ยืนอยู่ข้างกัน และมันเคยเป็ที่ของแม่ฉัน...ไม่สิ แม่บอกว่ามันไม่เคยเป็ที่ของแม่เลยสักครั้ง เพราะในใจผู้ชายคนนั้นไม่เคยมีแม่เลย นี่คงเป็สาเหตุที่ฉันไม่อยากเจอผู้ชายคนนั้น พวกเขาเดินเข้ามาใกล้รถ ฝุ่นเปิดประตูให้ผู้ชายคนนั้นขึ้นมานั่งบนเบาะด้านหลัง แต่พอเจอกับกองหมอนรองคอที่น่ารักของฉัน ฝุ่นก็หันมาตีหน้าดุใส่
“ขอโทษด้วยนะครับ รถอาจจะรกไปนิดนึง” ฝุ่นเอ่ยบอกผู้ชายคนนั้น มือก็จับหมอนรองคอเรียงไว้ที่เบาะด้านหนึ่ง เพราะเ้าตัวรู้ว่าถ้าโยนไปด้านหลังคงถูกฉันงอน
“ไม่เป็ไรครับ ขอบคุณครับ” ผู้ชายคนนั้นขึ้นมานั่งบนรถเบาะด้านหลังคนขับ ฝุ่นเปิดประตูฝั่งคนขับพร้อมกับมองฉันดุ ๆ คนที่ยืนด้านหลังฝุ่นชะโงกหน้ามามองดูฉัน แต่ฉันน่ะไม่อยากจะเห็นเขาในสายตาเลยสักนิด จึงเมินหน้าหนีพร้อมกับปีนไปนั่งเบาะด้านหน้าคู่คนขับ ไม่ยอมเปิดประตูรถลงไปหรอกนะ ก็บอกแล้วว่าจะไม่ลง
“แอบไปเที่ยวไหนมา” เมื่อฝุ่นขึ้นมานั่งบนรถและกำลังเคลื่อนรถออกจากบ้านหลังนี้เ้าตัวก็เอ่ยถาม อย่างเป็ปกติ
“ไปบางแสนมา เงียบมากคนไม่ค่อยมีเลย” ฉันเอ่ยเล่า
“วันนี้ซื้อมากี่ใบ?”
“เจ็ด”
“งดชาบูหมูกระทะเจ็ดวัน”
“ฮะ!? มันไม่ได้ มันงดไม่ได้นะ” ฉันเถียงเสียงดังทันทีเมื่อได้ยินบทลงโทษ ไม่ได้จริง ๆ หมูกระทะชาบูมันต้องคู่กับฝันทิวาเท่านั้น! อย่ามาใจร้ายกับฉันนะ
“อย่าเสียงดังมีแขกมาด้วย”
“โอ๊ะ ขอโทษค่ะ” ฉันหันกลับไปยกมือไหว้อีกฝ่าย ลืมไปเลยว่ามีแขกมาด้วย ก็เขาเงียบจนไม่รู้สึกเลยนี่นาว่ามีเขาอยู่บนรถ
“ไม่เป็ไรครับ”
“ฝัน นี่คุณ ยูเมะ เป็แขกของพี่เองแหละ เราจบคุณยูเมะก็จะเข้ามาช่วยสอนงานด้วย”
“สวัสดีค่ะ ฝัน ทิวาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“ผมยูเมะครับ เรียกว่ายูก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ แต่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ” พอได้มองเขาใกล้ ๆ เขาหล่อแล้วก็ดูดีมากเลยนะ หล่อแบบลูกครึ่งอ่ะ ดูสะอาด ภูมิฐานดี เสียงเขาก็ทุ้มนุ่มน่าฟัง บ้าจัง อยู่ดี ๆ ก็ใจเต้นแรง
“คะ?”
“ชอบหมอนแบบนี้เหรอครับ” เขาถือวิสาสะหยิบน้องหมอนรองคอฉันขึ้นมาประกอบการพูด
“ก็ค่ะ ชอบ น่ารัก น้องน่ารัก น่าบีบ”
“คนอื่นน่าจะเรียกว่าบ้าครับไม่ใช่ชอบ” ฝุ่นเอ่ยแซะ ฉันยกมือตีที่ต้นแขนฝุ่นแรง ๆ ทันที
“อย่ามามองหน้างอนะ บอกแล้วนี่ว่าไม่ให้ซื้อ”
“มันไม่รู้ตัวเลย จู่ ๆ ก็ได้น้องมาแล้วอ่ะ”
“ตลอด เถียงตลอด นั่งดี ๆ เดี๋ยววันนี้คุณยูเมะจะไปทานมื้อเย็นกับเราด้วยนะ”
“จ้า ได้หมดเลยจ้า” ฉันแอบประชดพี่ชาย ก่อนจะเลิกสนใจเสียงบ่นของพี่ชายและสนใจกับคนที่นั่งด้านหลังแทน
“ผมมีบริษัทในเครือที่ผลิตหมอนรองคอด้วยนะครับ อยากไปดูไหม?”
=================
กรี๊ด!!! คุณตำหนวด! มีคนล่อลองลูกสาวเราด้วยหมอนรองคอช่วยด้วยค่า