ทะลุมิตินำความโชคดีมาสู่ตระกูลหยาง (จบแล้ว)

    บทที่44. เริ่มต้นเข้าหา

    44.เริ่มต้นเข้าหา


    ตำหนักหยกเหมันต์….


    ร่างสูงโปร่งนั่งอ่านหนังสือพร้อมทั้งนั่งอิงหมอนใบใหญ่อยู่ที่เก๋งศาลารับลมอย่างเงียบๆมีองครักษ์และนางกำนัลค่อยรับใช้อยู่ห่างๆ หลังจากกลับมาจากอารามจี๋ซิ่งเสวี่ยซีชางก็ไปหาเสด็จแม่ที่ตำหนักเสวี่ยอ๋องตอนนี้ท่านอ๋องเสวี่ยซีหมิงและพระชายาโรแชล ย้ายมาอยู่ที่เมืองโจวเจียงแล้วเนื่องจากท่านอ๋องได้รับมอบหมายจากฮ่องเต้ให้ดูแลเรื่องการขยายท่าเรือที่เมืองโจวเจียง


    ดังนั้นจึงสร้างตำหนักขึ้นมาใหม่ที่เมืองโจวเจียงซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตำหนักหยกเหมันต์ของเสวี่ยซีชางมากนักเมื่อครั้งก่อนที่ซีชางจะเดินทางไปหาท่านตาที่เมืองชาวตาฟ้านั้นได้ขอให้เสด็จพ่อสร้างตำหนักที่เมืองโจวเจียงไว้ให้เพราะเขาไม่อยากอยู่ที่เมืองหลวงอย่างน้อยที่นี่ก็เป็นเมืองท่าเรือซึ่งยังสามารถพบเก็บชาวตาฟ้าที่มีรูปลักษณ์ที่ไม่ต่างจากเขามากนักซึ่งมันทำให้เขาไม่รู้สึกว่าตนเองแตกต่างจากคนอื่นนั้นเอง และนั้นคือความคิดของเขาในยามนั้นจึงทำให้เกิดตำหนักหยกเหมันต์ขึ้นมา


    “เรียนซื่อจื่อพ่ะย่ะค่ะ ข่าวที่ให้สืบได้ข้อมูลเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”จิ้งหรูองครักษ์เดินเข้ามารายงานทันทีที่ทำงานที่ได้รับมอบหมายเรียบร้อย


    “อืม ว่ามา”


    “สกุลหยางยามนี้มีชื่อเสียงเรื่องการปลูกผักผลไม้หลากหลายชนิดและยังมีผลไม้แปรรูปต่างๆรวมทั้งเฉาก๊วยน้ำเต้าหู้ที่ขึ้นชื่อมากด้วยพ่ะย่ะค่ะสกุลหยางมีบุตรชายบุตรสาวรวมทั้งหมด 4 คนคุณหนูหยางหมิงเยว่เป็นบุตรคนที่สอง และมีชื่อเสียงที่ดีงานอีกทั้งคุณหนูคุณชายสกุลหยางเป็นที่ชื่นชมและเป็นที่หมายปองของตระกูลต่างๆมากมายที่อยากจะเกี่ยวดองจึงทำให้มีหลายตระกูลส่งแม่สื่อเข้าทาบทามอยู่ตลอดอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะแต่ยังไม่มีจวนใดหรือสกุลใดสามารถดองกับสกุลหยางได้สำเร็จเพราะนายท่านสกุลหยางนั้นรักและหวงบุตรสาวบุตรชายอย่างมากพ่ะย่ะค่ะ


    “อืม” ร่างสูงนั่งฟังอย่างสงบ


    “อีกเรื่องตอนนี้ดูเหมือนสกุลหยางได้ลงชื่อเพื่อจองพื้นที่ร้านค้าท่าเรือที่จะเปิดในเดือนหน้าด้วยพ่ะย่ะค่ะ”


    “เช่นนั้นหรือ”


    เรื่องเปิดพื้นที่ร้านที่ท่าเรือให้คนมาซื้อที่จับจองเพื่อขายของที่ท่าเรือ เป็นเรื่องที่เขาเสนอต่อเสด็จพ่อมาทางจดหมายเมื่อยามที่อยู่ที่เมืองตาฟ้านั้นเองซึ่งตอนนี้ก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้วและได้รับความสนใจจากคนมากมายเพราะที่นั่นสามารถทำเงินจากการค้าได้มากมายอย่างแน่นอนแต่ก็มีพวกชอบใช้อิทธิพลของตนกว้านซื้อร้านแล้วเอามาปล่อยขายต่อให้กับเหล่าพ่อค้าเพื่อเก็งกำไรอีกต่อด้วยราคาที่สูงลิบซึ่งเรื่องนี้เขาก็ได้หารือกับเสด็จพ่อและหาทางป้องกันเรียบร้อยแล้ว


    หลังจากกลับมาอยู่โจวเจียงเมื่อไม่กี่วันก่อนซีชางก็รีบเข้าไปพบเสด็จพ่อและเสด็จแม่ที่ตำหนักทันทีเพราะอยากจะพบหน้าน้องสาวของเข้าที่อายุได้ 5หนาวนามว่าเสวี่ยซีอันด้วยนางช่างน่ารักมากดวงตาสีน้ำเงินเหมือนกับผู้เป็นพี่ชายและเสด็จแม่แต่สีผลกลับเป็นสีดำสนิทเงางามเช่นเสด็จพ่อ ช่างเป็นเด็กที่งดงามมากยิ่งนักซึ่งเสด็จพ่อก็ทั้งรักทั้งหวงน้องสาวมากทีเดียว


    เสด็จพ่อและเสด็จแม่ยังรักใคร่กันดีและยังถามถึงเขาว่ามีสตรีที่หมายตาบ้างหรือไม่เพราะอายุก็เข้า 15 ปีแล้วควรมีคู่หมั้นคู่หมายได้แล้วแต่พวกท่านก็ไม่ได้บังคับ ปล่อยให้เขามีสิทธิตัดสินในเรื่องคู่ครองด้วยตนเอง


    ซีชางคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ อยู่ๆเข้าก็ลุกขึ้นแล้วเอ่ยกับคนของเขา


    “ข้าจะไปข้างนอกให้คนเตรียมรถม้า”


    “พ่ะย่ะค่ะ” เมื่อได้รับคำสั่งแล้วก็รีบเดินออกไปทันที


    ร่างสูงขึ้นนั่งรถม้าเมื่อใกล้ถึงที่หมายแล้วก็สั่งให้หยุดรถแล้วลงเดินเองโดยมีเพียงจิ้งหรูองครักษ์คนสนิทเพียงคนเท่านั้นที่ตามมา

    เดินไม่นานก็พบเป้าหมายที่อยากเจอนางกำลังพูดคุยกับลูกค้ายิ้มแย้มแจ่มใสอย่างมีมิตรไมตรี ขายาวๆรีบก้าวเข้าไปที่ร้านไฉเฟิงทันที

    ด้านหมิงเยว่เมื่อรู้สึกว่ามีลูกค้ามายื่นด้านหน้าตรงเฉ่าเหมยแต่กลับไม่เอ่ยส่งเสียงหรือสั่งซื้อใดๆก็เงยหน้าขึ้นจากการจัดผลไม้ให้สวยงามทันที


    “อ่ะเป็นท่านนั้นเอง ” หมิงเยว่ตกใจเมื่อเงยหน้ามาเจอท่านเทพงดงามอีกครั้งทั้งที่พึ่งเจอกันไปเมื่อวันก่อนที่อารามจี๋ซิ่งเองไม่คิดว่าวันนี้ก็จะได้เจอกันอีกแล้ว จึงยิ้มให้อย่างห้ามตัวเองไม่อยู่แถมหัวใจยังเต้นแรงอีกต่างหากเมื่อคนตัวสูงตรงหน้ายิ้มอ่อนโยนมาให้  นางยังไม่กล้าเรียกเขาว่า ชาร์ลแม้ว่าเจ้าตัวจะอนุญาตแล้วก็ตามขอเรียกเช่นนี้ไปก่อนแล้วกัน


    “เชิญด้านนี้ก่อนเจ้าค่ะ”หมิงเยว่พาซีชางไปนั่งที่ชั้นสองซึ่งมีห้องที่เอาไว้ทำงานและมีห้องรับรองแขกที่สำคัญอยู่ด้านบนนั้นไม่มีใครเพราะวันนี้วันนี้หมิงเยว่เข้าร้านคนเดียว จึงมีเพียงนาง ซีชางและสาวใช้คนสนิทของนางและคนสนิทของซีชางเท่านั้น เมื่อนั่งแล้วก็ให้คนนำผลไม้และเฉาก๊วยน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋มาให้แขกได้ลองชิมดูเพราะก่อนนี้เห็นบอกว่าพึ่งกลับมาอยู่โจวเจียงแสดงว่าเขาต้องยังไม่เคยได้กินของจากที่ร้านนางเป็นแน่


    “ท่านลองชิมดูเจ้าค่ะ นี้เป็นของขึ้นชื่อของร้านข้าเชียวอร่อยมากเลยนะเจ้าคะ” มือบางเลื่อนจานผลไม้และน้ำเต้าหู้ไปให้ทันที


    “ได้” เมื่อได้ลองชิมก็ต้องยอมรับว่าแปลกใหม่และอร่อยมากจริงๆเขาชอบเฉาก๊วยน้ำเต้าหู้งาดำมากกินไปก็จ้องมองคนตัวเล็กที่นั่งหน้าแดงอยู่ตรงหน้าไปด้วยเพราะสายตาเหลือบไปเห็นด้ายถักสีแดงบนข้อมือขาวของบุรุษตรงหน้า


    “เจ้าหิวหรือไม่”


    “หืม”


    “นี้ก็ยามอู่ (11.00-12.59) แล้วข้าจะชวนเจ้าไปกินข้าว”


    “เอ่อเจ้าค่ะเช่นนั้นไปที่เหลาโจวซินกันเจ้าค่ะเป็นของสหายข้าเองอาหารที่นั่นอร่อยมากเลยนะเจ้าคะ”


    “ได้ ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น ข้าตามใจเจ้า”ตอบพร้อมทั้งส่งยิ้มให้แววตาพราวกรุ้มกริ่มจนหมิงเยว่ใจกระตุก ประโยคนี้นางได้ยินท่านพ่อพูดกับท่านแม่อยู่ทุกวันเลย


    หมิงเยว่เดินไปก็แอบเหล่ตามองคนตัวสูงไปเดินคู่กันเช่นนี้เขาช่างโดดเด่นยิ่งนัก พร้อมทั้งคิดทบทวนท่าทีฝ่ายตรงข้ามไปด้วยนางมีชีวิตมาสองชาติภาพชีวิตก่อนอายุก็ 29แล้วชีวิตนี้ก็มีคนเข้าหามากมายเหตุใดนางจะดูไม่ออกว่าวาจาและท่าทีของท่านเทพงดงามดูเหมือนจะต้องการเข้าหานาง 


    แต่คนเราก็ควรจะต้องเปิดใจทำความรู้จักกันก่อนอีกอย่างตอนนี้หมิงเยว่นางพึ่งอายุ 12หนาวเท่านั้น ยังไม่ปักปิ่นเลยช่วงนี้หากทำความรู้จักศึกษากันไปก่อนก็ไม่เสียหายอันใดนี้นาหรือหากนางคิดไปเองก็คบหาเป็นสหายกันได้ ไม่มีสิ่งใดเสียหายอยู่แล้วคิดได้ดังนั้นก็ฉีกยิ้มหวานหยดให้พร้อมทั้งตอบกลับไป


    “เช่นนั้น ดีเจ้าค่ะ”





    คล้ายกับเรื่องทะลุมิตินำความโชคดีมาสู่ตระกูลหยาง (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน