บทที่ 14 การพบเจอที่เรียกว่าโชคชะตา…ก็คงได้มั้ง?
“ว่าแต่แฮนนาหายไปไหนเนี่ยนานจัง?”
“เห็นว่าพี่สาวบอกไปห้องน้ำเดี๋ยวจะรีบกลับมา ต้องขอโทษแทนพี่สาวด้วยค่ะ”
“เดี๋ยวสิ! ฉันไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อยแค่ถามหน่อยเองนะ”
ก็นั่งคุยไปเรื่อยระหว่างรอทีน่ารองชุดอยู่ ตอนแรกก็คิดว่าแค่ทีน่าไปรองชุดเดียวทำไมนานจังก็โดนฮันนาบอกว่า ‘เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้นะคะ’ แล้วบอกว่าคงอีกนานเลยกว่าจะสงบลง …ก็ผู้หญิงทุกคนเื่ซื้อเสื้อผ้านานเป็เื่ปกติอยู่ละนะ ส่วนผู้ชายต้องทำใจแล้วเตรียมจ่ายเงินไปเท่านั้นและนะ
“ฮันนาเธอพูดขอโทษแทนทั้งที่แฮนนายังไม่ได้ทำผิดอะไรอย่างนี้ เหมือนฉันเป็ตัวร้ายเื่มากน่ารำคาญเลยไม่ใช่หรือไง”
ถึงจะเป็ตัวร้ายจริงๆอยู่แล้วก็เถอะ…แต่ไม่เื่มากน่ารำคาญนะ!
“ไม่หรอกค่ะ ในฐานะสาวใช้ประจำตัวแล้วการมาให้เ้านายต้องรออย่างเป็เื่ที่ใช้ไม่ได้ค่ะ ในฐานะที่ฉันเป็น้องสาวจะเป็คนจัดการเองคะไม่ต้องถึงมือนายท่านหรอกค่ะ”
“…ไม่ใช่แค่อยากเอาคืนที่โดนว่าว่าตอนที่พวกฉันน้ำชาหกเหรอ?”
“ไม่หรอกคะ ในฐานะเมดสาวประจำตัวของท่านเอมเบรสแล้วไม่มีทางทำเื่เช่นนั้นหรอกคะ”
“ถ้าจะตอบอย่างนั้นช่วยหันหน้ามาทางนี้ด้วยสิ”
เล่นตอบแบบหันหน้าหนีแถมมีรอยยิ้มที่มุมปากชัดเจนอีกด้วยนะ นี้ก็เอาคืนเต็มที่เลยไม่ใช่เหรอ!?
แต่เอาเถอะช่วยไม่ได้นี่นะ ทั้งฮันนาและแฮนนาเป็พี่น้องที่รักกันมากั้แ่ที่เจอครั้งแรกแล้วในวันนั้น
ตอนนี้ผมกับฮันนาไม่ได้อยู่ที่บ้านใหญ่แล้วในขณะที่ทีน่าแฮนนายังอยู่บ้านใหญ่เลยทำให้สองพี่น้องไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไร อุตส่าห์ได้เจอกันทั้งทีจะแกล้งกันเล่นนิดหน่อยตามประสาพี่น้องรักกันคงจะห้ามไม่ได้ละนะ แต่อย่างน้อยช่วยอย่าเอาผมไปเป็ข้ออ้างจะได้ไหมเสียหายยังไงไม่รู้
“ฮันนาอยู่กับทีน่าไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปดูแฮนนาหน่อยไม่รู้เกิดเื่อะไรหรือเปล่า”
“ไม่ต้องหรอกคะนายท่าน เดี๋ยวฉันไปดูให้เองดีกว่า…”
“ไม่ละ เธอรอที่นี่กับทีน่าดีแล้ว เผื่อน้องฉันอยากช่วยอะไรเพิ่มหรือความเห็นเื่เสื้อผ้าอย่างเนี่ย ฉันไม่ถนัดเท่าไรยังไงก็ฝากด้วยนะ”
ว่าแล้วก็เดินออกมาปล่อยฮันนาที่พยายามห้ามไว้อย่างนั้นในร้าน
“รู้สึกจะทางนี้”
ถ้าจำไม่ผิดแฮนนาที่ขอแยกทางก่อนจะเข้าร้านนี้เห็นเดินไปเข้าห้องน้ำทางนั้นนะ
ระหว่างเดินหาก็มองรอบๆเต็มร้านค้าและแผงลอยต่างๆที่เปิดเรียงรายกันไปหมด แม้ตรงนี้จะเป็โซนเสื้อผ้าก็ตามแต่ก็มีแผงลอยพวกน้ำและของกินเล่นตามทางเต็มไปหมดเช่น คงไว้สำหรับคนที่เดินเลือกซื้อเป็เวลานานจะได้มีอะไรรองท้องไม่ก็เป็ที่สำหรับนั่งรอข้ามเวลา
ส่วนร้านค้าเสื้อผ้านั้นมีชุดหลากหลายหลายระดับให้ลูกค้าเลือก ไม่ว่าจะเป็ร้านสั่งตัดชุดโดยเฉพาะที่ทั้งขนาดใหญ่ดูหรูหรามีราคา หรือจะเป็ร้านชุดทั่วเล็กๆราคาถูกสำหรับผู้มีรายได้น้อยสำหรับใส่ไปทำงาน ยังมีพวกผ้าดิบสำหรับสั่งตัดชุด กับพวกเครื่องประดับหรือเครื่องสำอางสำหรับคุณผู้หญิงให้เื่จนจุใจ และอื่นๆมากมาย ก็เป็ที่ครบครันเื่การแต่งตัวจริงๆ
อืมมม……
ก็ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกมีเสียงซุบซิบๆรอบๆตัวมากมายรอบตัวก็ไม่รู้ เท่าที่มองมีทั้งเ้าของร้านยันลูกค้าที่อยู่ในร้านกำลังจ้องมองทำที่ผมกันหมดเลยนี่เราเด่นขนาดนั้นเลยเหรอ!?
วันนี้ผมก็แต่งตัวสบายๆเช่นเดิมเสื้อคอกลมสีขาวกางเกงขาสั้นสีแดงเข้มสวมเสื้อคุมตัวเก่งสีแดงที่พึ่งผ่านศึกไม่นานมานี้กับรองเท้าหนังสีน้ำตาล ก็ดูเป็ชุดธรรมดาไม่มีอะไรถ้าที่ในโลกแฟนตาซีนี้ถ้าจะเด่นก็คงเพราะสีแดงเพียงอย่างเดียว…
“นั้นใช่ลูกขุนนางคนนั้นใช่เปล่าอะแก”
“ใช่ๆคนนั้นและที่กำลังดังใน่นี้แหละครับ”
“ลูกดยุกที่สร้างเื่ไว้อะนะ ไม่นึกเลยว่ามาแถวนี้”
“คนนั้นคือคนในข่าวลือนั้นเหรอคะ แหม่คนนี่นี้เอง”
อื้ม ดูเหมือนจะไม่ใช่เื่ชุดแล้วละ
สงสัยตอนแรกอยู่ด้วยกัน 4 คนเลยไม่สังเกตพอมาอยู่คนเดียวถึงได้รู้ว่าผมหรือเอมเบรสนั้นดังขนาดนี้! ถึงจะไม่ใช่ทางที่ดีก็เถอะ…เอมเบรสแกนี้สร้างปัญหาให้ฉันได้ตลอดเลยนะเฮ้ย!
“ตอนนี้หาแฮนนาต่อดีกว่า”
เื่ซุบซิบปล่อยก่อนไปเถอะ ยังไงรีบหาแฮนนาให้เจอก่อนแล้วไปรวมคนอื่นดีกว่าจะไปจากแถวนี้ซะที ให้เดินไปฟังคนซุบซิบไปตลอดทางถึงตัวเองอย่างนี้ก็ไม่ไหวอะนะ
นี้ก็เดินหามาสักพักแล้วยังหาไม่เจอ เลยไปถามร้านที่อยู่แถวห้องน้ำเื่แฮนนาดูชุดเมดยังไงมันก็เด่นสะดุดตาไม่มีทางที่คนจะไม่เห็น ซึ่งพอถามก็เป็ตามที่คิดเ้าของร้านบอกเห็นออกมาจากห้องน้ำแล้วเดินไปทางนั้นพร้อมชี้ทางให้ ผมกล่าวขอบคุณก่อนเดินหาแฮนนาต่อ
ทางที่ชี้มานี่มันคนละทางกับร้านเสื้อผ้าที่พวกเราอยู่เลย จำได้บอกไปแล้วนี่ว่าเจอกันที่ร้านนั้นแล้วทำไมแฮนนาถึงทางนี้?
“หลบไป! หรืออยากจะโดนด้วยห๊ะ!”
“ไม่หลบ เื่แค่นี้ไม่เห็นต้องใช้กำลังเลย!”
เสียงของแฮนนานิ!?
ฟังจากน้ำเสียงดูเหมือนกำลังมีเื่กับใครอยู่! เสียงทะเลาะดังมาจากคนมุงกลุ่มใหญ่ข้างหน้านี้ ไม่รอช้าผมรีบวิ่งไปดู
หลังจากแหวกคนมุงไปได้ก็เจอเมดสาวผมดำยาวหรือแฮนนากำลังยืนเผชิญหน้าไม่กลัวกับชายร่างท้วมสวมผ้ากันเปื้อนที่กำลังหัวร้อนยืนกร่างพร้อมไม้หน้าสามในมือ ด้านหลังแฮนนามีเด็กสามคนดูซอมซ่อยืนหลบอยู่จากเสื้อผ้าน่าจะเป็เด็กจรจัด
จากที่ดูเด็กชายหญิงสองคนน่าจะประมาณ ป.ต้น ส่วนเด็กชายอีกคนดูจะเด็กกว่าสองคนแรก เด็กชายกำลังยืนกล้าไม่กลัวเหมือนจะสู้แม้อีกฝ่ายจะใหญ่กว่า ส่วนเด็กผู้หญิงกำลังกอดปลอบเด็กอีกคนกำลังสั่นกลัวสุดอยู่
ดูเหมือนแฮนนาจะเข้าไปยุ่งปัญหาที่ไม่ควรไปยุ่งเข้าให้แล้ว
“บอกให้หลบไปไง ยังไงวันนี้และต้องจัดการพวกเด็กเวนนี้ให้ได้!”
“นี้คิดจะใช้กำลังกับพวกเด็กน้อยตัวแค่เนี่ยนะ? แถมใช้ไม้หน้าสามอีกจิตใจทำด้วยอะไรกัน!”
“เออ! ก็แกพูดง่ายไม่ได้โดนอย่างข้านิ เพราะพวกเด็กเวนนี้ทำให้ข้าร้านอาหารขายของไม่ได้ไม่มีใครมาเข้าร้าน”
ชายร่างท้วมว่างั้นพร้อมชี้ไปที่แผงลอยหนึ่ง แผงลอยนั้นเป็แผงลอยขายฮอทดอกธรรมดาดูไม่พิเศษอะไร เ้าของร่างท้วมหันกลับพร้ะโกนกล่าวหาเด็กทั้งสามที่อยู่ด้านหลังแฮนนา
“เพราะเ้าพวกเด็กสกปรกนี้ชอบไปป่วนเปี้ยนแถวร้านเป็ประจำเลยไม่มีใครเข้ามาซื้อของร้านข้าเลยจนของเหลือขายไม่ออก แถมไอ้เด็กพวกเนี้ยชอบคุ้ยหาของในถังขยะกินอีกจนคนที่เดินผ่านมาเห็นทำเอาจะอ้วกกันหมดจนไม่มีใครซื้อของร้านข้ากิน ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเด็กนี้จะใครอีก!”
เสียงร้องใช่ๆดังขึ้นรอบๆ จากที่ฟังคือเด็กพวกเป็เด็กจรจัดมาคุยขยะหาอะไรกินแถวร้านจนทำร้านขายไม่ออก จากที่ฟังเสียงและสีหน้ารอบๆแล้วดูเหมือนที่มีหลายร้านประสบปัญหาเดียวกัน เพราะงั้นคงไม่มีใครคิดจะไปช่วยพวกเด็กเลยนอกจากแฮนนา
“แต่นี้ถึงกับใช้กำลังกับเด็กเลยเหรอ!? ยังไม่แน่ว่าที่ร้านขายไม่ดีจะเป็เพราะพวกเขาซะหน่อย”
“ไม่ใช่ได้ไง ดูสิฮอทดอกร้านข้ายังคามืออยู่เลย!”
มือของเด็กทั้งสามต่างถึงฮอทดอกที่กัดแล้วคนละชิ้นสองชิ้นแถมดูแล้วยังไงๆก็มาจากร้านของชายร่างท้วมแน่ ตัวฮอทดอกซอดและกระดาษที่ห่อเหมือนที่อยู่หน้าร้านเปี๊ยบ
เรียกได้ว่าหลักฐานคามือ ไม่มีใครเห็นใจต่างเห็นด้วยกับชายร่างท้วมกันหมดทำให้สถานการณ์แย่ลงแฮนนาที่เห็นคนรอบข้างเห็นด้วยกับชายร่างท้วมก็ถึงกับหน้าเสีย
เธอคงไม่คิดว่าจะเป็เช่นนี้ก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร ใครหลายคนคงมองแค่เด็กจรจัดจัดพวกนี้เป็แค่ตัวสกปรกเกะกะไม่มีค่าอะไรที่ต้องไปสนใจ ไม่จำเป็ต้องสนใจ สีหน้าของเด็กที่ชินชาเื่พวกนี้บอกได้ว่าคงเจอมาเยอะจริง
แฮนนาได้แต่ทำหน้าเจ็บใจและสิ้นหวังกับภาพตรงหน้า ใบหน้านั้นผมเข้าใจความหมายเป็อย่างดี
“อะไรของแกวะ อยู่ดีๆมาแทรก!”
“นายท่าน…”
เพราะเข้าใจเป็อย่างดี ถึงได้ปล่อยไปเชยๆไม่ได้
“ดูเหมือนเมดของฉันจะไปสร้างปัญหาสินะ ยังไงๆก็ปล่อยผ่านไปหน่อยจะได้หรือเปล่า คิดซะว่าเห็นแกฉันคนนี้ละกัน”
“เห็นแกแกงั้นเหรอ? นี้คิดว่าตัวเองเป็ใคร…!?”
ชายร่างท้วมที่กำลังจะหาเื่ผมแทนพอเขามองหน้าผมดีๆแล้วก็ดูเหมือนจะชะงักไปทันที ไม่ใช่แค่เขาคนอื่นก็ชะงักไปเช่นกันดูเหมือนชื่อผมนี้เป็ที่รู้จักดีจริงนั้นและ
“นั้นสินะ การไม่แนะนำตัวก่อนถือว่าเสียมารยาทในฐานะขุนนาง ข้ามีนามว่าเอมเบรส คัดเดิล ซี วอร์ม เป็ลูกของดยุก… จากที่ดูเหมือนจะรู้กันอยู่แล้วละนะ”
เมื่อประกาศอย่างชัดเจนสีหน้าทุกคนก็เปลี่ยนไปทันที โดยเฉพาะเ้าของร้านร่างท้วม เสียงซุบซิบของลูกขุนนางร้ายที่เป็ที่รู้จักคนดังนั้นคงดังไปทั่วเรียบร้อยอย่างไม่ต้องสงสัย ครั้งนี้ถือเป็ประโยชน์สำหรับผมในการนำมาใช้
และดูเหมือนจะไปด้วยดีสะด้วยต้องแสดงเป็ตัวร้ายซะหน่อยผมทำการฉีกยิ้มให้สมกับเป็ตัวร้ายเอมเบรสเหมือนที่ดูในอนิเมะก่อนเดินเข้าไปหาอย่างไม่เกรงกลัว
“ในเมื่อรู้จักกันแล้วก็ดีอย่างนี้ขอถามหน่อย อย่างที่เห็นสาวใช้คนนี้เป็คนของคนหวังว่านายคงไม่ได้ทำอะไรหรือว่าอะไรที่ทำร้ายจิตใจเธอหรอกใช่ไหม?”
“มะ–ไม่แน่นอนครับ”
หน้าซีดกลัวเหงื่อแตกพลั่กขาสั่น ไม่ต้องสงสัยเขากลัวสุดๆกลัวต่ออำนาจของขุนนางร้ายที่เป็ลือลั่นไปทั่ว แค่นี้คงพอแล้วละถือซะว่าเป็บทเรียนเท่านี้เขาคงไม่คิดจะทำอะไร…
“โควายเดี๋ยว!”
!?
สิ้นเสียงะโใเด็กสาวที่หลบอยู่หลังแฮนนา ได้มีเด็กตัวน้อยวิ่งออกผ่านผมกับชายร่างท้วมไปอย่างรวดเร็วไม่หันกลับมามอง เขาคือเด็กชายที่อายุน้อยสุดในสามคนที่ตอนแรกยังอยู่กลัวอ้อมกอดของเด็กสาว ตอนนี้กลับวิ่งออกไปอย่างไม่ลืมหูลืมตาด้วยรวดเร็วจนน่าใ จนผมและคนอื่นๆได้มองดูแล้วได้แต่สงสัยว่าอยู่ดีๆเกิดอะไรขึ้น?
กุบกับๆ… กุบกับๆ…
เสียงกุบกับ? …เดี๋ยวนะเสียงนี้มัน!?
ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้นผมก็นึกออกทันทีก่อนรีบออกตัววิ่งทันทีอย่างร้อนรน
เสียงกุบกับๆเป็ที่คุ้นเคยเป็อย่างดีถ้านึกดีใครก็คงรู้จัก มันเป็เสียงของเกือกม้าที่กำลังกระทบกับอย่างรวดเร็วและรุนแรงหรือก็คือเสียงม้ากำลังวิ่งอยู่ด้วยความเร็วบวกกับเสียงล้อวิ่งอยู่ทำให้ได้ว่ากำลังจะมีรถม้าวิ่งผ่านซอยข้างหน้านี้ด้วยความเร็ว และปัญหาคือมันเป็ทางเดียวกับที่เด็กน้อยกำลังวิ่งไปด้วย แย่แล้ว!
แม้แต่เสียงเรียกของเด็กชายหญิงสองคนที่มาด้วยกันยังไม่หันมามองผมะโห้ามไปก็คงไม่มีความหมาย เด็กน้อยคนนั้นกำลังวิ่งออกโดยไม่ลืมหูลืมตาไม่มีทางมองเห็นรถม้าที่กำลังผ่านมาแน่ มีแต่ผมที่คิดได้ทันวิ่งไล่ตามมาคนเดียวคงมีแต่ที่หยุดได้ทัน แต่ว่า…
“แฮ่กๆ แฮ่กๆ”
ไอ้ร่างกายบ้านี้ของเอมเบรสตอนนี้อันอ่อนแอเกินไปที่จะวิ่งไล่ให้ทัน นี้ก็วิ่งสุดชีวิตแล้วเนี่ย!
กุบกับๆ! กุบกับๆ!
เสียงฝีเท้าม้าดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆเด็กน้อยนั้นก็ใกล้จะออกถนนใหญ่แล้วด้วย จากที่ฟังเสียงดูแล้วน่าจะชนกันพอดีเด็กน้อยตัวแค่เนี่ยถ้าชนกับรถม้าที่วิ่งด้วยความเร็วไม่รอดแน่ ถึงจะรู้แต่ระยะห่างกับเวลานี่ถ้าวิ่งไปอย่างนี้ไม่ทันแน่ มีแต่ต้องใช้เวทช่วยเท่านั้น!
สมาธิ… รวบรวมสมาธิ—!
ยืนมือไปหน้าตั้งสมาธิร่ายวงแหวนเวทออกมา ต้องรวบรวมมานาที่มีน้อยนิดในร่างกายใช้ออกมาให้หมดที่เดียวนึกให้ออกสิ ในตอนนั้นที่แชลลี่ใช้เวทตอนที่เกิดเื่ร้านอาหาร เวทเคลื่อนที่[Dash]
ยังไม่เคยฝึกใช้หรือนึกจากความทรงจำเอมเบรสเวทเคลื่อนที่เลยแต่ตอนนี้มันไม่มีเวลานึกอะไรแล้วงั้นลอกมาเลย! ไม่จำเป็ต้องนึกหรือคิดอะไรแค่ลอกตามมาเลยลอกมาให้หมดเลย นึกให้ออกสิเวทที่แชลลี่ใช้ตอนนั้นวงแหวนเวทตอนที่พุ่งผ่านตัวผมไปภาพในตอนนั้น… เวลาในตอนนั้น ่วินาทีนั้น… วิธีใช้มานานั้นลอกมาให้หมด!
ขอให้ได้ผลทีเถอะ!
“เอ๊?”
เด็กน้อยที่ออกซอยมาบนถนนใหญ่ร้องขึ้นอย่างใกับภาพทางขวาที่กำลังเข้ามาใกล้ รถม้าที่กำลังวิ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วอย่างไม่คาดคิด เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรได้แต่ยืนนิ่งหวาดกลัวทำอะไรไม่ เขาควรจะทำไงดีจะทำอะไรดีเขาคิดไม่ออกเลย ได้แต่มองรถม้าที่กำลังเข้ามาอย่างไม่อาจทำอะไรได้
“[Dash]!!!”
เสียงะโชายหนุ่มดังออกจากในซอยที่เด็กหนุ่มวิ่งมาพร้อมมือของชายหนุ่มหนึ่งที่พุ่งกอดเข้าไว้ไม่ทันตั้งตัว แม้จะมีรถม้ากำลังวิ่งมาชนตัวเขาอาจถึงแก่ชีวิตก็เป็ได้แต่เด็กน้อยกลับสนใจชายหนุ่มกำลังกอดเข้าอยู่มากว่า
ดูยังไงรู้เข้าเป็ชั้นสูงอย่างไม่ต้องสงสัยเสื้อผ้าและรองเท้าดูมีราคาแพงกลับมากอดตัวเขาที่สวมเสื้อสกปรกซอมซ่อไม่กลัวเปรอะเปื้อน ใบหน้าที่งามสง่าดูมีราศีและดวงตาแนวแน่กำลังปกป้องอยู่เขารู้สึกได้จากออมแขนที่กอดอยู่ สำหรับเด็กน้อยมันชั่งแปลกประหลาดนักกับการกระทำของชายหนุ่มชั้นสูงนี้
‘ทำไมถึงช่วยเขากัน เขามีค่าให้ควรช่วยด้วยเหรอ’ คำถามนี้ดังขึ้นในใจของเด็กน้อย
บ้าเอ๊ย พลังเวทไม่พอ!
รู้ว่ายังไงก็วิ่งไม่ทันเลยใช้เวทเคลื่อนที่[Dash]พุ่งเข้าไปหาเด็กน้อยเพื่อหลบรถม้าที่กำลังมา แต่ไม่นึกถึงว่าจะหลบไม่พ้นเพราะพลังมานาในร่างกายมีไม่พอแม้จะรีดออกมาทั้งหมดแล้ว คิดว่าจะไปได้ไกลเหมือนที่แชลลี่ซะอีกคำนวณพลาดซะแล้วสิ
“แฮ่กๆ แฮ่กๆ”
แรงก็หมดมานาก็หมดไม่ไหวไม่มีแรงจะพาหลบ ไม่มีเวลาแล้วรถม้าเข้ามาใกล้กำลังจะประชิดแล้วจะผลักไปก็ไม่รู้จะพ้นทางไหมเลยตัดสินใจกอดไว้แน่นเอาหลังบังรถม้าไว้หวังว่าช่วยกันแรงกระแทกได้…
“[Cyclone]!”
สิ้นคำร่ายก็เกิดเวทพายุขนาดเล็กใต้พวกเราพัดพาพวกเราลอยขึ้นเหนือพื้นหลบรถม้าที่วิ่งความเร็วได้ทันฉิวเฉียดเลย เฮ้อ~รอดไปที
เวทพายุค่อยๆเบาลงส่งผมและเด็กน้อยลงพื้นอย่างนุ่มนวล พอลงสู่พื้นผมเช็คมองเด็กน้อยดูตามตัวเพื่อไว้ว่าเป็อะไรไหมก็ดูไม่เป็ไร
“เวท[Cyclone]?”
เวทธาตุลมพายุหมุนเวทระดับกลางสารพัดประโยชน์[Cyclone] เป็เวทที่ยอดนิยมสำหรับนักเวทธาตุลมใช้กันเลยก็ว่าได้ด้วยที่สามารถใช้โจมตี,ป้องกัน,เพิ่มกำลังหรือความเร็ว,หรืออื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ความสามารถและความชำนาญของผู้ใช้เวทธาตุลม เพราะมันสามารถทำได้หลายอย่างถึงได้เรียกว่าเวทสารพัดประโยชน์
ถึงจะบอกว่าเป็เวทสารพัดประโยชน์แต่ก็ไม่ได้ใช้กันง่ายๆอย่างที่เห็น ถ้าคนใช้ความสามารถหรือฝีมือไม่ถึงแล้วฝืนใช้อาจทำอันตรายให้ตนเองหรือคนรอบข้างได้ง่าย มันเป็เวทที่ต้องใช้อย่างระวัง
“แต่เวทพายุเมื่อกี้นี้มัน…”
เวท[Cyclone]ก็ไม่ใช้เวทที่นึกจะใช้ก็ใช้ได้ทันทีมันต้องมีเวลาการเตรียมอยู่เหมือนกัน แต่จากที่ดูเหมือนผู้ใช้เวทจะใช้เวทนี้จนชำนาญจนร่ายได้ทันทีแถมการควบคุมเวทก็สุดยอดทำให้พวกเราลอยขึ้นอย่างทันทีแต่ไม่กระเด็นไปไหนยังประคองอยู่ในพายหมุนเล็กก่อนจะค่อยปรับความเร็วพายุลงโดยไม่ได้รับาเ็อะไรเลย ทั้งที่เวทพายุขนาดเล็กแท้ๆมันต้องแรงลมอย่างมากพอถึงส่งพวกเราขึ้นได้แท้ๆ
คนที่ใช้เวทธาตุลมได้คล่องแคล่วดังแขนขาตนเองขนาดนี้มีเพียงไม่กี่คนในอาณาจักรนี้ แถมสายลมที่ััเมื่อกี้นี้มันชั่งคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดดังเคยได้ััมาก่อนแต่ไม่ได้นุ่มนวลอย่างนี้ แต่มันรุนแรงและอันตรายกว่านี้หลายเท่านัก
“ไม่ถึงว่าจะมีวันที่ฉันต้องใช้เวทช่วยคนอย่างนายเลยนะ เอมเบรส”
!!!?
เสียงของเด็กสาวนี้มัน ใช้แล้วละเสียงที่แสนเ็าไร้ความเยื่อใยนักทุกครั้งที่ได้เจอกัน จากความทรงจำเอมเบรสและประสบการณ์การดูอนิเมะ‘เกิดใหม่ครั้งนี้ขอใช้ชีวิตให้มันเทพสุดๆไปเลย’ทำให้จำได้และไม่มีวันลืมเด็ดขาด เสียงของเด็กสาวที่เหมือนดังเ้าหญิงน้ำแข็งที่ทิ่มแทงเข้ามาในใจแฟนอนิเมะมานัดต่อนัด 1 ใน 5 นางเองหลักของอนิเมะเื่‘เกิดใหม่ครั้งนี้ขอใช้ชีวิตให้มันเทพสุดๆไปเลย’ ที่ครองใจแฟนอนิเมะเื่นี้จนเป็ที่นิยมมาตลอดนางเองลำดับที่ 5
“คลูเรียน่า เอซานเดียร”