รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์

    รักพิษรัก ตอนที่ ๕๓

    นิยายพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก   รักพิษรัก   เขียนโดย  สลักกานต์

    ตอนที่ ๕๓

            รุ่งขึ้น   วิกฤติโควิทหนักขึ้นมาก   ข่าวเคอร์ฟิวเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้น!!  

            ธุรกิจหลายอย่างอาจจะต้องปิด   จึงมีงานที่พ่อนัทจะต้องรีบสะสาง   เขาให้เขนตามนพนิตและมายด์   ให้ทั้งสองมาหาเขาที่สำนักงานเดี๋ยวนี้

            เขนโทรศัพท์คุยกับมายด์เรียบร้อย   แล้วจึงโทรศัพท์หานพนิต   ชั่วครู่นพก็รับสาย   เขนถามตรงๆ  “นพอยู่กับคุณนัทหรือเปล่า?”  

            “ไม่ครับเมื่อคืนพี่นัทไม่ได้กลับบ้านครับ”

            “งั้น..ให้นังบุษพานพมาหาท่านที่สำนักงานของท่านนะ เดี๋ยวนี้เลยนะนพท่านมีเรื่องสำคัญจะพูดด้วย” 

            “ครับคุณเขน”  

            แล้วทั้งสองก็วางสายไป  

            นพนิตรีบแต่งตัวอย่างดีและเดินทางไปกับนังบุษ   ระหว่างทาง   นพนิตก็เม้ากับนังบุษว่า ..จะมีอะไรสำคัญกว่าเรื่องที่ผ่านมาอีกหรือ?..   

            “อย่าเดาเลยค่ะคุณนพ”   นังบุษตอบ  “คุณท่านน่ะ เป็นคนเก่ง ฉลาด คิดอะไรรอบคอบ พวกเราเดาไงก็ไม่ถูกหรอกค่ะ”

            นพนิตยิ้มรับคำนังบุษ   ก็คงจะจริงอย่างมันว่าแหละ ..

            ไม่นานนัก  นังบุษก็พานพนิตมาถึงอาคารที่ทำงานของพ่อนัท   พอรถจอดเทียบ ก็มีชายชุดดำมาเปิดประตูให้นพนิตและพานพนิตไปหาพ่อนัท  

            เมื่อพบหน้า   นพนิตก็สวัสดีทักทายพ่อนัทอย่างอ่อนน้อม   พ่อนัทผายมือให้นพนิตนั่ง   แล้วคนในห้องนั้นก็ทะยอยเดินออกไป   เหลือเพียง.. พ่อนัท เขน มายด์ และนพนิต

            “พ่อมีเรื่องด่วนที่ต้องให้นพช่วย แต่ต้องทำวันนี้ ก่อนที่จะเคอฟิวส์  ตอนนี้อาการป่วยของพ่อไม่ค่อยดี พ่อเลยต้องจัดการบางอย่างให้ถูกต้องตามกฏหมาย”  

            แล้วพ่อนัทกับเขนก็ช่วยกันอธิบายคร่าวๆให้มายด์กับนพนิตเข้าใจว่า..   กลุ่มบริษัทในเครือญาติ หรือ FAAF ที่พ่อนัทเป็นประธานอยู่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์วันนี้  พ่อนัทให้เขนถือหุ้น ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ให้มายด์ถือหุ้น ๑๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วให้นพนิตถือหุ้น๑๘ เปอร์เซ็นต์เช่นกัน โดยส่วนของนพ พ่อนัทจะดูแลให้ก่อน  เมื่อสามส่วนรวมกัน  เขนก็จะได้เป็นประธานบริหาร  และพ่อนัทจะให้นัทถือหุ้น ๑๘ เปอร์เซ็นต์ 

            “ทำไมพ่อให้นพตั้งเยอะ”  

            พ่อนัทยิ้มใหนพ   “เขนรับปากพ่อแล้ว ว่าจะไม่ช่วยนัท   มายด์ก็จะไม่ช่วยนัท ถ้านพไม่เอาด้วย”   พ่อนัทเริ่มอธิบายบางอย่าง   “ถ้านัทจะกอบกู้กลุ่มธุรกิจของตระกูล  นัทต้องรวมกับหุ้นของนพและมายด์  นัทจึงจะมีสิทธิ์บริหาร”  

            นพนิตเริ่มเข้าใจวิธีคิดของพ่อนัท  พ่อนัทเอากลไกตลาดหลักทรัพย์ที่กำหนดว่า  ประธานบริหารต้องมีหุ้นในมืออย่างน้อย ๕๑เปอร์เซ็นต์    

            “เรื่องรักพ่อช่วยนพไม่ได้ ให้พ่อช่วยเรื่องนี้ก็แล้วกัน” 

            นพนิตยิ้มรับ   “แล้วถ้าพี่นัทเค้าไม่สนใจล่ะครับ”  

            “ก็ถือว่าพ่อให้  ถึงตอนแบ่งปันผลกำไร นพจะเอาเงินไปช่วยเหลือใครไปให้ใคร หรือไปทำอะไร ก็ตามใจ”  

            แล้วพ่อนัทก็ให้เขนตามพนักงานเข้ามาทำเอกสารต่างๆให้เรียบร้อย  และดำเนินการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ  คงเพราะมีการประสานงาน และมีการตำเนินการหลายอย่างไปหลายขั้นตอนแล้ว   เมื่อมีเอกสารต่างๆ ที่ทำจนเสร็จในวันนี้ส่งเข้าไป   ทุกอย่างจึงเรียบร้อยในช่วงบ่ายๆ นั่นเอง  

             

            เย็นวันนั้น   นพนิตไลน์ไปชวนพี่นัทของเขากินข้าวเย็น   พี่นัทก็ยินดีและมาตามที่นัดหมาย   ทั้งสองดินเนอร์ใต้แสงเทียนกันอย่างสวีทหวาน  

            แม้บางจังหวะ..นพนิตแอบสังเกตเห็นว่า.. พี่นัทของเขาใจลอยไปอยู่กับ.. อีกคนบ้างก็ตาม   แต่นพก็ยังยิ้มให้ด้วยความรักทั้งหมดที่เขามี

            พอจะกลับบ้าน   พี่นัทเข้ามากอดลานพ   เขาให้นพนิตกลับบ้านคนเดียว  พี่นัทบอกนพว่า..   “พี่ต้องไปค้างบ้านเพื่อนเพื่อสะสางงานให้เสร็จ”  

            นพนิตไม่เลือกที่จะโวยวายอะไร เขาทำเพียงแค่.. ยิ้มให้ด้วยรักทั้งหมด  และอวยพรให้พี่นัททำงานกับเพื่อนให้สำเร็จลุล่วง   แล้วนพนิตก็มองพี่นัทของเขาเดินจากไป  ด้วยหัวใจที่แหลกสลาย

             

            ปิ๊กไดเร็กแมสเสทหาลม   “คืนพรุ่งนี้ มีคนมีสีเค้าขอจองลมนะจ่ายเท่าเดิม น้ำละแสน ถูกใจทิปคูณสอง”  

            “ขอคิดดูก่อนนะ”   ลมตอบกลับไป ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่มีงานอะไร  ลมแค่อยากเอากะนัทให้สาแก่ใจ เลยยังไม่อยากไปเอากับใคร  

            ปิ๊กหงุดหงิดเขาเลือกเรียกร้องความเห็นใจกับลม  “ปิ๊กถูกบังคับมา ถ้าปิ๊กต้องตอบปฏิเสธกลับไป ปิ๊กก็แย่สิ”

            “เรื่องของปิ๊กไมใช่เรื่องของลม” 

            ปิ๊กโกรธจนลมออกหู   “ฉันแฉแกได้ทุกเรื่องนะ ไอ่ลม” 

            “มึงได้เปอร์เซ็นต์จากกูไปเกินพอแล้วอีแมงดา เลิกวุ่นวายกับกู แล้วถ้าท่านอะไรของมึง อยากกินกูจริงๆ ก็ให้เขาหาทางติดต่อกูเอง”  

            ปิ๊กโกรธจนหน้าดำหน้าแดง  แต่เธอก็ต้องประสานกลับไปต้นทางก่อน  เธอเลือกบอกไปว่า.. ลมไม่ให้เกียรติท่านจึงไม่รับงานนี้ ..

            อย่างน้อย..ปิ๊กก็ได้ทำอะไรสาแก่ใจบ้าง?

            แต่..สักครู่ ปลายทางก็เลือกตัดคอนเน็กชั่นกับปิ๊กทุกอย่าง  และส่งตำรวจลงพื้นที่ธุรกิจผิดกฏหมายทั้งหมดของปิ๊ก  รวมทั้งร้านนวดสองมือของน้าสองที่ปิ๊กเป็นหุ้นส่วนก็ถูกจับและถูกปิด  

            ..ความสาแก่ใจที่ปิ๊กทำไป ก็ได้แค่สะใจชั่วครู่ .. แต่.. ทำลายทุกอย่างทั้งหมดที่ปิ๊กทำมาทั้งชีวิต..

             

            แล้วก็มีการประกาศเคอฟิวส์จริงๆ  

            งานกองถ่ายฯทุกอย่างต้องหยุดทันที!!  

            ปณาลีกับอุรวีต่างช่วยกันประสานงานยกเลิกทุกอย่างที่ติดต่อไว้  และคืนคิวนักแสดงกับทีมงานทั้งหมด   

            งานการค้าทั้งนำเข้าและส่งออกของณัฐกนกก็ต้องหยุดทุกอย่าง!!  

            นัทจัดการให้ทีมการค้าของเขาประสานงานให้ทุกอย่างลงตัว   บางอย่างที่อยู่ระหว่างขนส่งก็ประสานงานให้นำเข้าหรือส่งออกให้สำเร็จ และวางบิลให้เรียบร้อย  

            ณัฐกนกต้องรีบจัดการเอกสารต่างๆให้เรียบร้อย   จากนั้น   เขาก็เช็คงานต่างๆ ที่คั่งค้างในอินเตอร์เน็ตในอีเมล์ และในจดหมายทางการต่างๆ ที่อยู่บนโต๊ะทำงาน  

            เขาจึงได้รู้ว่า   พ่อเขาจัดการแบ่งหุ้นกลุ่มบริษัทในเครือญาติของตระกูลนัทหรือ FAAFอย่างไร  และใครได้ไปคนละเท่าไหร่?   แต่นัทก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะเขาตั้งใจถอนหุ้นออกมาตั้งบริษัทใหม่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว   นัทจึงไม่ได้สนใจ  

             

            แต่..การปิดประเทศครั้งนี้   ทำให้กลุ่มบริษัทในเครือญาติของตระกูลนัทหรือ FAAF ต้องเสียค่าปรับเป็นเงินมหาศาล จากสัญญาโง่ๆที่ศศิธรเคยทำไว้ตอนที่เธอนั่งบริหาร  จนไม่เหลือเงินมาปันผลกำไรในไตรมาสนี้  

            ณัฐกนกถึงกับตกใจอย่างคาดไม่ถึง เขาไม่คิดว่า.. ศศิธรจะอ่อนด้อยในทางธุรกิจและทำได้แย่ขนาดนี้

            พ่อนัทเสียใจในความพลาดที่ตนมอบให้ศศิธรทำ จนอาการป่วยทรุดหนักลง    

             

            เขนไลน์ไปแจ้งข่าวนัท  .. “คุณนัทครับ ท่านอาการทรุดหนักลงมากนะครับมาเยี่ยมสักหน่อยดีไหมครับ” ..  

            ไม่นานนักสัญลักษณ์‘อ่านแล้ว’ก็ปรากฏขึ้น  แต่นัทก็ไม่ได้ตอบอะไร   

            ..“ตอนนี้เขนให้ท่านทำงานที่บ้าน จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางถ้าคุณนัทจะมาเยี่ยมท่าน ก็มาที่บ้านท่านได้นะครับ” .. 

            เขนรู้สึกแย่ที่นัททำตัว ‘นิ่งเฉย’ กับเขาแบบนี้  ที่ผ่านมา.. ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรกัน  นัทก็ไม่เคยเหินห่าง หรือนิ่งเฉยกับเขนแบบนี้..

            ไอ่ลม.. มึงคนเดียว!!

            เพราะมึง..พี่นัทจึงเย็นชากับกูอย่างนี้

             

            เพราะนพนิตนอนร้องไห้แทบทั้งคืน.. เขาจึงตื่นค่อนข้างสาย  เมื่ออาบน้ำแต่งตัวแล้ว.. นพมองไปทางไหนของตัวบ้านแม่อัง .. ก็มีเงาความรักระหว่างเขากับพี่นัทปรากฏชัดในความรู้สึกไปเสียทุกซอกมุม.. ย้ำให้เขาเสียใจยิ่งขึ้นไปอีก .. นพนิตก็ขับรถมาที่เรือนปาริชาต มาอยู่กับตาคำยายเล็กและพี่อินทร .. ยังไงก็ดีกว่าอยู่คนเดียวที่บ้านแม่อัง  

            พ่อนัทดูแลตัวเองทานอาหารเช้า ทานยา .. แล้วก็นั่งอยู่คนเดียวในมุมที่เคยนั่งอยู่ประจำ .. เขามองตัวบ้านทั้งหลังที่สร้างอย่างใหญ่โตหรูหรา ทุกอย่างในบ้านเป็นของเกรดเอจากทั่วโลก ..

            ..แต่ตอนนี้กลับมีแค่ตัวเขา กับคนรับใช้อีกหยิบมือ   และไม่มีใครกล้าที่จะคุยกับเขา นอกจากป้าอร ..ถ้าป้าอรไปทำงานอย่างในเวลานี้ .. ก็ไม่มีใครกล้าคุยกับเขาสักคน .. 

            พ่อนัทถอนหายใจอย่างทดท้อกับชีวิตตนเอง.. เขาจะอยู่แบบนี้ไปทำไมกัน .. แล้วเขาก็นึกถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตน  ที่เมื่อคุยกันทีไร  ก็ทะเลาะกันทุกที .. แล้ว .. ใบหน้านพนิตกลับชัดเจนใความรู้สึกพ่อนัท เขาจึงโทรศัพท์ไปหา  ..  นพนิตบอกว่าอยู่ที่เรือนปาริชาต   พ่อนัทจึงโทรศัพท์ไปหามายด์อีกคนและเดินทางไปเรือนปาริชาต

             

            “ถ้าไม่มีอะไรทำก็มานั่งเล่นที่นี่ได้นะคะ”  ยายเล็กบอกพ่อนัท

            อินทรปรุงตับห่านสูตรพิเศษของเขาเสร็จก็ถือมาให้พ่อลองชิม     

            “คุณตาลองชิมตับห่านนี่นะครับ”   มายด์นำเสนอ 

            “ตากินตับห่านไมได้หมอห้าม”   พ่อนัทบอกมายด์และทุกคน 

            “นี่เป็นสูตรใหม่ครับไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายกับท่านครับ”  อินทรบอก  “นัทก็ลองทานแล้วด้วยครับ”

            พ่อนัทพยักหน้ารับแล้วลองชิมไปคำสองคำ ก็ยิ้มออก เพราะเป็นตับห่านที่รสชาติดีมาก  

            เสียงโทรศัพท์มือถือพ่อนัทดังขึ้น   ท่านรับสาย  “ป้าอรนะคะท่าน  เด็กๆที่บ้านขอกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดเกือบหมดค่ะ จะให้ป้าอรหาคนเพิ่มหรือยังไงดีคะ” 

            “เดี๋ยวฉันโทรกลับ”   พ่อนัทเสียงเข้มขึ้นมาหน่อย  แล้วก็วายสายไป   พ่อนัทหันมาคุยกับมายด์   “หลานพักที่ไหนล่ะ” 

            “มายด์อยู่บ้านหลังเล็ก  หลังสำนักงานของน้านัทครับ  น้านัทให้มายด์อยู่กับพ่อโชครับ”  

            พ่อนัทพยักหน้ารับ   “แล้วนพล่ะ”  

            “นพอยากมาอยู่กับทวดที่นี่ครับ”    นพเลือกบอกที่ที่เขาอยากมาอยู่มากกว่าที่จะตอบว่า เคยพักที่ไหน? ก็พี่นัทเคยบอกว่า  บ้านแม่อัง เป็นเซฟเฮาร์ที่แทบไม่มีใครรู้จักนี่

            พ่อนัทยิ้ม   “เอาอย่างนี้”   แกคิดแล้วก็หันไปมองยายเล็ก   “ฉันขอเช่าลานจอดรถของเรือนปาริชาตนี่นะยายเล็กฉันจะเอาตู้คอนเทรนเนอร์ที่เป็นห้องพักมาวางที่นี่สักสองสามตู้”   พ่อนัทมองหน้านพนิต   “มาอยู่กับพ่อนะ  แล้วพวกเราจะได้อยู่ใกล้ๆ กัน”   พ่อนัทมองนพนิตกับมายด์

            “ไม่ต้องเช่าหรอกจะทำอะไรก็ทำเถอะ”   ตาคำบอก 

            “มาอยู่ใกล้ๆกัน ใกล้ๆ ลูกหลานน่ะดีแล้ว”  ยายเล็กเสริมอีกคน 

            “เขนก็ไปเก็บข้าวของตัวเองเถอะ จะได้กลับมาอยู่กับลูกชาย”   พ่อนัทบอกเขน

            “ครับท่านขอบคุณครับ”   เขนตอบและยิ้มอย่างดีใจ

            “ถ้าจะกลับไปเก็บของก็ไปเถอะ”  พ่อนัทบอกเขนอย่างอารมณ์ดี   “อ้อ..ให้ป้าอรเก็บข้าวของให้ฉันด้วยนะ แล้วก็ให้ป้าอร กับเด็กที่ไม่กลับบ้าน ให้เก็บข้าวของของตนเองมาด้วย  จะได้มาอยู่ด้วยกันเสียที่นี่เลยนะ” 

            “ครับท่าน”   แล้วเขนก็จะเดินไปขึ้นรถ 

            “อยาเพิ่งไปสิเขน”   เสียงณัฐกนกดังขึ้น   “คิดถึงจัง”  แล้วนัทก็สวมกอดเขน ต่อหน้าพ่อของเขา

            เขนเองก็ตกใจเพราะปกติ นัทแทบไม่เคยกอดเขาอย่างนี้

            พ่อนัทหน้าตึงขึ้นทันที!! 

            แต่นพนิตที่อยู่ข้างๆพ่อนัท กลับพยายามยิ้มให้นัทอย่างมีไมตรีที่สุด 

            ณัฐกนกกลับไม่เห็นนพนิต   “ถ้าพ่อจะมาอยู่แถวนี้  พ่อไปอยู่ห้องชุดที่ชั้นบนสุดของสำนักงานนัทก็ได้  นัทแต่งห้องไว้แล้ว แต่ยังไม่มีใครใช้”   ณัฐกนกมองเห็นพนิตที่นั่งอยู่ข้างพ่อเขา   “อ้าว!  นพอยู่ที่นี่เอง

            “ครับพี่นัท”   นพนิตทักทายด้วยเสียงและรอยยิ้มที่งดงาม  

            “นพมาอยู่ห้องข้างๆพ่อพี่ได้”   แล้วนัทก็หันไปบอกพ่อเขา   “ป้าอรกับเด็กๆ พวกนั้น ให้มาอยู่ที่เรือนริมรั้วที่เขนอยู่กับลูกก็ได้นะพ่อยังมีห้องว่างอยู่หลายห้อง   นัทก็จะให้ป้าอี๊ดกับเด็กที่บ้านมารวมอยู่ที่นี่ดีกว่าอ้อ.. นพ นพบอกนังบุษมาอยู่รวมกันที่นี่เลยนะ”   

            “ครับพี่”   นพนิตรับคำ แต่นำเสียงเขาสั่นเครือ  

            มายด์เอื้อมมือไปแตะตัวนพนิต  

            พ่อนัทเลือกที่จะเอามือลูกหัวนพอย่างปราณี  

            นพนิตพยายามยิ้มให้พี่นัทของเขา 

            “แล้วแกจะอยู่ที่ไหน?ทำไมไม่มาอยู่ด้วยกัน”   พ่อนัทถามเสียงเริ่มแข็งขึ้นเมื่อคุยกับลูกชาย

            “นัทอยู่กับเพื่อน”  

            “ไอ้ลมใช่ไหม?”   พ่อนัทถามเสียงแข็ง  จนนพนิตต้องเข้าไปแตะตัวเพื่อปรามให้พ่อนัทหายใจลึกๆ จะได้รู้สึกเย็นลง

            นัทพยักหน้ารับ

            เขนหน้าตึงขึ้นมาทันที!! 

            “นี่มึงจะหลงอะไรมันนักหนา!!”   พ่อนัทเหนื่อยหอบจนต้องกินยา 

            “ไม่ต้องห่วงน่าพ่อ ยังไงนัทก็ไม่ทิ้งนพหรอก  นัทรักนพ  แต่ตอนนี้ให้นพดูแลพ่อก่อน”   แล้วนัทก็หันไปสบตานพ   “นพ ดูแลพ่อพี่ดีๆ นะ”  

            นพนิตพยักหน้ารับ  เขาทำได้แค่นั้น แต่จะพูดอะไร หรือตอบอะไรก็พูดไม่ออก เพราะก้อนสะอื้น จุกอยู่ที่คอ  

            “แล้วเรื่องกลุ่มบริษัทของญาติล่ะ”   พอนัทพูดขึ้น

            ณัฐกนกนิ่งคิด

            “แกจะปล่อยให้มันพินาศอย่างนี้ใช่ไหม” 

            “เขนก็ทำอยู่แล้วนี่พ่อจะให้นัทไปทำอะไรอีก”  

            “ผมไม่ทำ”   เขนพูดขึ้นเรียบๆ   “ผมจะไม่ทำอะไรเลย”   แม้จะพูดเรียบๆ แต่ความหมายชัดเจน 

            นัทไม่เข้าใจ   “ทำไมล่ะ เขน เราตกลงกันแล้วนี่ว่าเขนจะช่วย”  

            “เขนยินดีทำทุกอย่างให้คุณนัทถ้าคุณนัทอยู่กับคุณพ่อ   แต่ถ้าคุณนัทจะไปอยู่กับไอ้ลมเขนก็จะไม่ทำอะไรเลย”  

            นัทอึ้งในใจเขาไม่พอใจที่เขนกล้ายื่นคำขาดกับเขาแบบนี้  ก็ที่ผ่านมา.. เขนไม่เคยทำให้นัทเสียใจเลยนี่นา.. นัทมองหน้าเขนด้วยความโกรธ  

            “เขนจะไม่ทำอะไรทั้งสิ้นถ้าคุณนัทไปอยู่กับไอ้ลม”  

            เขนย้ำชัดเจน!!     

    จบตอน ๕๓

    คล้ายกับเรื่องรักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์ ที่คุณอ่าน