ฤทธิ์กระบี่เทพมารราคะสยบปฐพี..!!

    บทที่38 ลอบเข้าสำนักสตรีหยกสวรรค์

            ภายในสำนักสตรีหยกสวรรค์ยามนี้ เตียวเหม่ยกำลังหลับตานั่งโคจรพลังวัตรเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากพิษที่โดนไป๋ฟู๋ลอบทำร้ายอยู่ แต่ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็มิอาจขับพิษภายในร่างได้เลย แถมดูเหมือนจะยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ จู่ ๆ เตียวเหม่ยก็พลันลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะกระอักเลือดออกมา เว่ยหลินบุตรสาว และศิษย์คนอื่น ๆ ในสำนักพากันตกใจก่อนที่จะรีบเข้ามาดูนาง เตียวเหม่ยรีบยกมือขึ้นเชิงจะบอกว่าไม่ต้องห่วงนางไม่ได้เป็นอะไรมาก

            

            

            "พวกเจ้าไม่ต้องตกใจไป ข้าไม่เป็นไร" เตียวเหม่ย กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม แต่ใคร ๆ มองดูก็รู้ว่าใบหน้าของนาง ยามนี้ซีดเผือดแถมมีเหงื่อแตกออกมาเต็มไปหมด เตียงเหม่ยเพียงแค่แค่นฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้บุตรสาว กับลูกศิษย์วิตกกังวลเท่านั้น ก่อนที่นางจะหันไปคุยกับเว่ยหลินเบา ๆ

            

            

            "ฟังแม่ให้ดีนะ เว่ยหลิน หากแม่เป็นอะไรไปเจ้าจะต้องรับตำแหน่งเจ้าสำนักรุ่นต่อไป และปกป้องคัมภีร์เก้าเตียงให้ดีที่สุด…" พอเว่ยหลินฟังมารดาของนางกล่าวเช่นนั้น นางก็เหมือนร้องไห้ และรีบส่ายหน้าพร้อมบอกว่าเตียวเหม่ยจะต้องไม่เป็นอะไร มารดาของนางจะเผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมาก่อนจะเอามือลูบหัว "เจ้าเนี่ยนะ เมื่อไรจะโตสักที เลิกร้องไห้ได้แล้ว แบบนี้พวกศิษย์น้องเจ้าจะเสียขวัญเอาได้นะ" เว่ยหลินพยักหน้าก่อนจะปาดน้ำตา จากนั้นเตียวเหม่ยจะหันหน้าไปยังทางเข้าสำนักก่อนจะครุ่นคิดในใจว่าควรจะทำอันใดต่อดี หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปทุกคนคงแย่แน่ แต่ทว่า..ในตอนนั้นเองก็ได้มีใครบางคนปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางเหล่าศิษย์ในสำนักสตรีหยกสวรรค์ที่นั่งอยู่

            

            

            "เข้ามาได้โดยที่พวกมันไม่รู้ตัวจริง ๆ ด้วย วิชานี่ช่างวิเศษยิ่งนัก" เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งกล่าวขึ้น ทุกคนในห้องล้วงดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงโดยเฉพาะ เตียวเหม่ย เว่ยหลิน และเย่วฉาง

            

            

            "จะ…เจ้า…!!"

            

            

            "แกมันเจ้าเด็กเมื่อตอนนั้นนี่ ลูกของนางแพศยาฟางเหนียง…" เตียวเหม่ยที่บาดเจ็บจ้องมองเว่ยเซี่ยด้วยแววตาโกรธแค้น แต่นางบาดเกินไปจนไม่อาจหยิบกระบี่ไหว จึงเตรียมจะออกคำสั่งให้ศิษย์ในสำนักคนอื่น ๆ เล่นงานมันแทน เว่ยเซี่ยถึงกับต้องรีบอธิบายเหตุผลที่มันเข้ามาในทันที แน่นอนว่าสิ่งที่เว่ยเซี่ยบอกกล่าวฟังดูมีเหตุผล แต่ทว่า…ความเกลียดชังของเตียวเหม่ยที่มีต่อฟางเหนียงนั้นกลับมีมากกว่า นางไม่คิดที่จะหลบหนีไปพร้อมกับคัมภีร์เก้าเตียงเพื่อล่อให้พวกพรรคมารราคะตามไป

            

            

            

            "หึ ฝันไปเถอะข้าขอยอมตายดีกว่า จะใช้วิธีการของนางแพศยานั่น" เตียวเหม่ยกล่าวเสียงแข็งก่อนที่นางจะทรุดลงพร้อมกระอักเลือดออกมาอีก

            

            

            "ท่านแม่ ท่านแม่ ทำใจดี ๆ ไว้!" เว่ยหลินกล่าวอย่างร้อนรน พร้อมทั้งขอร้องให้เว่ยเซี่ยทำอะไรสักอย่าง มันเองก็จนปัญญาเช่นกัน

            

            

            

            "บ้าจริงในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ก็ยังถือทิฐิไม่เลิก เช่นนั้นข้าคงต้องขอล่วงเกินแล้ว" เว่ยเซี่ยกล่าวพึมพำออกมาก่อนที่มันจะจี้สกัดจุดเตียวเหม่ยให้นางตัวแข็งมิอาจขยับเขยื้อนได้ หากเป็นก่อนหน้านี้ราว ๆ หนึ่งเดือน วิชาจี้สกัดจุดของเว่ยเซี่ยคงโดนนางคลายออกโดยง่าย แต่ยามนี้วรยุทธ์ของมันก้าวหน้าขึ้นจากการสั่งสอนของหยวนซิงก้าน บวกกับอาการบาดเจ็บภายในร่าง จึงทำให้เตียวเหม่ยมิอาจแก้ได้

            

            

            

            "เจ้าเด็กสารเลวคลายจุดให้ข้าเดี๋ยวนี้ข้าจะฆ่าเจ้า…!! แม้กายจะมิอาจขยับแต่ฝีปากนางยังคงดีอยู่ เว่ยเซี่ยรีบยกสองมือขึ้นประสานก่อนจะค้อมตัวกล่าวขอขมาที่ทำโดยพลการ

            

            

            "ขออภัยท่านป้า ข้ามิมีทางเลือกอื่นจริง ๆ "

            

            

            

            "ปะ ป้า…งั้นรึ..!!" ใบหน้าของเตียวเหม่ยแดงก่ำด้วยความโกรธบวกกับความอาย หากนับกันตามอายุจริง นางพึ่งจะสามสิบกว่า ๆ อ่อนกว่าฟางเหนียงอยู่ราว ๆ หนึ่งปีด้วยซ้ำ การที่ถูกเรียก ป้า จึงน่าโมโหมากสำหรับสตรีวัยนี้

            

            

            "ใครเป็นป้าแกไอ้เด็กบ้า ข้ายังไม่แก่ขนาดนั้น และข้าก็ไม่มีวันนับญาติกับลูกของนางแพศยาเช่นเจ้าด้วย ถอนคำพูดซะ ไม่งั้นถ้าคลายจุดได้เมื่อไร ข้าจะตบปากเจ้าหนึ่งพันครั้ง" เตียวเหม่ยตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่เว่ยเซี่ยนั้นไม่คิดถอนคำพูด แถมมันยังหมดความอดทนแล้วด้วยที่ เตียวเหม่ยเอาแต่ความแค้นเป็นหลัก ไหนจะเรียกมารดาคนงามของมันว่า แพศยาอีก

            

            

            "เช่นนั้นรึ? งั้นข้าไม่เรียกท่านว่าป้า ก็ได้…ไหน ๆ ท่านก็เคยเป็นภรรยาของพ่อข้าก็เท่ากับมีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของข้าสินะ งั้นข้าเรียกท่านว่า แม่เล็กก็คงได้สินะ ฮ่าๆๆๆๆๆ " เว่ยเซี่ยจงใจจะปั่นประสาทเตียวเหม่ยคืนการที่มันบอกว่านางเป็นเมียของเว่ยถังนั้นไม่ผิด แต่ผิดตรงที่บอกว่าเป็นเมียน้อยนี่แหละ เตียวเหม่ยถึงกับอับอาย และโกรธถึงขั้นสุดจนอยากจะหยิบกระบี่ขึ้นมาสับเว่ยเซี่ยให้เป็นหมื่นชิ้น ๆ แต่ก็ทำไม่ได้

            

            

            

            "หึหึ ดูท่าทางท่านแม่เล็ก..คงอยากจะฆ่าข้ามากสินะ ย่อมได้แต่เอาวันหลังก็แล้วกัน วันนี้ข้าขอช่วยคนก่อน" เว่ยเซี่ยกล่าวขึ้นด้วยท่าทางยียวนก่อนที่มันจะหมุนตัวเข้าไปโอบกอดเย่วฉางกับเว่ยหลิน และใช้วิชา ฝ่าเท้ามารราคะท่องวายุ พาทั้งสองออกไปด้านนอกท่ามกลางสายตาของเตียวเหม่ย และ ศิษย์คนอื่น ๆ เตียวเหม่ยได้แต่กัดฟันส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ ระหว่างที่กำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศด้วยความเร็วดุจพายุดู เหมือนสองมือของเว่ยเซี่ยจะไปสัมผัสโดนบริเวณใต้ราวนมของเด็กสาวทั้งสองคนอย่างไม่ตั้งใจ เว่ยเซี่ยยามนั้นไม่ได้มีความคิดจะล่วงเกินพวกนางในหัวเลยสักนิด แต่ใช่ว่าเย่วฉาง กับเว่ยหลินจะไม่รู้สึกว่ามือของเว่ยเซี้ยโดนส่วนไหนของร่างกายพวกนางอยู่ แต่จะให้พูดอันใดได้กันเล่าจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจ เจ้าเว่ยเซี่ยก็พาเด็กสาวทั้งสองมาพบกับมารดาของมัน

            

            

            

            "เว่ยเซี่ยเจ้ากลับมาแล้ว สองคนนี้คือ…? " ฟางเหนียงแย้มยิ้มอย่างโล่งอกที่เห็นบุตรชายอีกครั้ง แต่ก็มุ่นคิ้วด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นเว่ยเซี่ยพาเด็กสาวหน้าน่ารักสองคนมาด้วย เว่ยเซี่ยคลายกอดพวกนางก่อนจะแนะนำให้ฟางเหนียงรู้จัก มันกล่าวว่าคนด้านขวาคือ เย่วฉาง หรือก็คือหญิงสาวที่มันเคยบอกฟางเหนียงไว้ก่อนจะเข้าไป จากนั้นจึงหันมาด้านซ้ายก็จะอ้ำอึ้งเล็กน้อย แต่ฟางเหนียงก็รับรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือ เว่ยหลิน บุตรสาวอีกคนของ สามีนางกับเตียวเหม่ย ฟางเหนียงส่งยิ้มบาง ๆ ให้ เว่ยหลินซึ่งนางก็ยกสองมือขึ้นประสานก่อนจะกล่าวทักทายฟางเหนียงอย่างมีสัมมาคารวะ ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้าน หรือ แสดงกิริยารังเกียจเหมือนที่เตี้ยวเหม่ยเป็นแม้แต่น้อย

            

            

            

            พอทุกคนทำความรู้จักกันเว่ยเซี่ยก็ขอตัวกลับไปช่วยเตียวเหม่ย มันบอกกับมารดาคนงามว่า พอช่วยเตียวเหม่ย ออกมาได้แล้ว มันจะล่อพวกพรรคมารราคะไปทางอื่น ให้ฟางเหนียงพอเย่วฉาง กับเว่ยหลินไปรอในเมืองใกล้ ๆ ก่อน พอเสร็จธุระแล้วมันจะตามไปสมทบ ก่อนจะไปพรรคมารราคะต่อ ฟางเหนียงดูเป็นห่วงบุตรชายของนางมาก การกระทำเช่นนี้ดูจะบ้าบิ่นไปหน่อย แต่ก็มิมีหนทางอื่น

            

            

            

            "เช่นนั้นก็ระวังตัวด้วยนะลูกแม่ แม่จะไปหลบรออยู่ที่โรงเตี๊ยมในเมืองแล้วพบกันนะ" ฟางเหนียงส่งยิ้มสดใสให้บุตรชายของนาง ซึ่งเว่ยเซี่ยก็พยักหน้า ก่อนที่น้องสาวต่างมารดาของมันจะกล่าวขึ้นบ้าง

            

            

            

            "ขะ ข้า…ฝากท่านแม่ด้วยนะ พะ พี่ เว่ยเซี่ย…" น้ำเสียงของเว่ยหลินดูตะกุกตะกักแต่ที่ทำเอาเว่ยเซี่ยถึงกับดวงตาเบิกกว้างก็คือนางเรียกมันว่า พี่ชาย

            

            

            "นะ แน่นอน ข้าจะพาแม่ของเจ้ากลับหาอย่างปลอดภัยแน่นอน" เว่ยเซี่ยกล่าวขึ้นด้วยแววตาท่าทางมุ่งมั่นก่อนที่มันจะหันไปเห็นเย่วฉาง ซึ่งเหมือนใบหน้าของเธอจะแดงระเรื่อพูดอันใดไม่ออก เดาว่าคงจะเขินอายอยู่จากการโดนเว่ยเซี่ยโอบกอดเมื่อสักครู่ ไม่อายก็แปลกแล้ว นางเป็นถึงองค์หญิงของอาณาจักร การโดนชายหนุ่มถูกเนื้อต้องตัวเป็นครั้งแรกจึงถือเป็นเรื่องใหญ่ เว่ยเซี่ยนั้นจึงมิรู้พื้นเพของนาง มันจึงคิดว่าเป็นเรื่องปรกติธรรมดาของสาววัยแรกรุ่น มันก็อยากกล่าวขอโทษนางอยู่ แต่ยามนี้มิมีเวลาแล้ว มันจึงบอกลาทุกคนก่อนจะกลับเข้าไปในสำนักเพื่อช่วยเตียวเหม่ยทันที..

            

            จบบท

            บทต่อไป 5/3/65

            

            แอบสปอยนิดนึง..เดี๋ยวคนอ่านจะหาว่าเน้นแต่เรื่องต่อสู้ แก้แค้น ไม่มีเรื่อง แบบนั้นให้ลุ้น มีแน่ครับน่าจะตอนหน้านี่แหละ เว่ยเซี่ยพาแม่เล็ก หรือ แม่เลี้ยงคนงาม หุ่นแซ่บ ไปซ่อนตัวในถ้ำ ก่อนที่จะ….กัน หึ หึ รอติดตามได้เลย

    คล้ายกับเรื่องฤทธิ์กระบี่เทพมารราคะสยบปฐพี..!! ที่คุณอ่าน