ฮูหยินแสนร้ายของท่านแม่ทัพ [ จบ ]

    บทที่ 31 แผนแยบยลปกป้องชีวิต

    ในยามค่ำคืน ลมเย็นพัดผ่านร่างบาง อาภรณ์ชมพูพลิ้วไหวตามแรงลม คืนนี้เป็นอีกคืนที่หยู่ถงรู้สึกเป็นกังวลสามีของตนอยู่ไม่น้อย ท่านแม่ทัพเลือกที่จะอยู่ข้างตน ฮ่องเต้คอยมีสายรายงานอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ต้องรู้เรื่องนี้เป็นแน่ หยู่ถงถอนหายใจแรง ก่อนจะหยิบเอาขวดยาเล็กๆ ขวดหนึ่งออกมาดู

    แววตาที่เคยเป็นประกายตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเป็นกังวล ยานี่ นางตั้งใจปรุงมันขึ้นมาเพื่อใช้ในยามคับขัน ยามนี้นางกำลังตั้งครรภ์อยู่มิอาจใช้ยานี่ได้ เมื่อคิดได้เช่นนั้น จึงเก็บขวดยานั่นไว้ใต้อาภรณ์เหมือนเดิน

    มู่หยางยืนหลบใต้ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกล นัยน์ตาจับจ้องไปที่การกระทำของนางอย่างไม่ละสายตา เหลียนเปาเพิ่งจะมารายงานให้เขารู้ว่า ฮ่องเต้ได้ถ่ายทอดคำสั่งให้ทหารจำนวนห้าพันออกตามหานางอยู่ พรุ่งนี้เช้าทหารของราชสำนักจะต้องตามมาถึงที่นี่เป็นแน่

    “เจ้าเป็นกังวลเรื่องอันใดอยู่รึ ? ถงเอ๋อร์” แขนแกร่งโอบกอดรอบเอวบางเบาๆ นางไม่มีอาการตกใจเลยแม้แต่น้อย กลิ่นจากกายของมู่หยางที่โชยมาตามสายลม ทำให้นางรู้ได้ว่าใครกำลังขยับเข้ามาใกล้ตน

    “ฮ่องเต้กำลังให้ทหารออกตามล่าตัวข้าใช่หรือไม่ ? ท่านอยากจะให้ข้าหลบไปที่หนานเจียงเพียงคนเดียวจริงๆ รึ”

    เสียงใสไพเราะเอ่ยถาม สายตาพลางทอดมองขึ้นไปบนท้องฟ้า หากพรุ่งนี้เกิดอะไรขึ้นกับท่านแม่ทัพ นางกับลูกจะมีชีวิตอยู่ต่อได้เยี่ยงไร จะปล่อยให้ลูกไม่มีพ่อมิได้ !

    “ถงเอ๋อร์ ข้าสัญญา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะต้องกลับไปหาเจ้ากับลูกให้จงได้”

    มู่หยางควบม้ากลับไปที่เมืองเจ้อเจียงตั้งแต่คืนนั้น เหลียนเปา หยงโห่วและเจียอี คอยอยู่ดูแลหยู่ถงให้นางได้หลบหนีไปที่เมืองหนานเจียงให้ปลอดภัย

    อาเฉี่ยวจากที่มืดเดินออกมาหยุดข้างๆ หยู่ถง ก่อนจะหันไปมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย นางคือสตรีที่แกร่งและฉลาดที่สุดที่เขาเคยพบเจอมาในยุคนี้ ที่นางยอมไปหลบที่หนานเจียง ย่อมต้องมีแผนสำรองเป็นแน่

    “รัชทายาทรู้ดีใช่หรือไม่ ? หากรัชทายาทคิดที่จะหักหลังหม่อมฉัน รัชทายาทจะไม่ได้แผนผังสร้างเรือสุดท้ายที่หม่อมฉันได้วาดไว้ ถึงครานั้น แคว้นหนานเจียงอาจจะไม่มีอยู่บนผืนแผ่นดินนี้อีกต่อไป!”

    อาเฉี่ยวคลี่ยิ้มบางกับคำขู่ของสตรีที่ยืนอยู่ข้างๆ ตนในยามนี้ นางยังคงเป็นนาง ไม่เกรงกลัวอะไรเลยแม้แต่น้อย อาเฉี่ยวหยิบเอาหยกประจำกายของตนออกมา แล้วยื่นไปตรงหน้าให้กับหยู่ถง

    “สิ่งนี้จะเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าข้าจะไม่คิดที่จะหักหลังเจ้า”

    สายตาที่เรียบนิ่งเย็นชา จ้องมองไปที่หยกประจำตัวของอาเฉี่ยวอย่างไม่ลดละ แม้จะรู้ว่าหยกนี้ทรงอิทธิพลเพียงใดแต่นางไม่ใช่เชื้อราชวงศ์ ถึงจะได้หยกนี้มาก็ไร้ประโยชน์เสียเปล่า

    “รัชทายาทเก็บไว้เถิดเพคะ หม่อมฉันมีวิธีที่จะจัดการกับรัชทายาทได้ดีกว่านี้เพคะ”

    หยู่ถงส่งยิ้มสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปข้างใน เตรียมของที่จะออกเดินทางไปที่หนานเจียง นางเชื่อในฝีมือของท่านแม่ทัพสวามีของตน เขาจะต้องมีวิธีรับมือกับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

    บนยอดเขา บรรยากาศเงียบสงบ เหล่าทหารที่กำลังนอนพักอยู่ได้ยินถึงการเคลื่อนไหวของม้า จึงรีบลุกขึ้นตั้งท่าพร้อมสู้รบ เมื่อเห็นว่าเป็นใคร พวกเขาจึงรีบโค้งศีรษะทำความเคารพทันที

    “คารวะท่านแม่ทัพ” เสียงดังพร้อมเพียงดังขึ้น มู่หยางพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปข้างในด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม

    “ท่านแม่ทัพขอรับ ทหารที่ท่านแม่ทัพให้ไปดักซุ่มตามจุดต่างๆ เพื่อเอื้ออำนวยให้ฮูหยินเดินทางไปที่หนานเจียงได้อย่างปลอดภัย ดักซุ่มตามที่ต่างๆ ตามที่ท่านแม่ทัพสั่งการแล้วขอรับ”

    “ดี แล้วผังกลยุทธ์ที่จะใช้รับมือในอีกไม่กี่วันนี้ล่ะ ?” เสียงเข้มเอ่ยถามทหารที่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่เขามานานขึ้น หากวันนั้นไม่ได้ทหารนายนี้คอยช่วยเขาหลบหนีมารักษาตัวที่นี่ เขาคงสิ้นใจตายไปนานแล้ว

    “อยู่ข้างในขอรับ” ทั้งสองเดินเข้าไปข้างใน เห็นแผนผังที่อยู่บนกระดานนั่น คิ้วหนาถึงกับขมวดชนกันอย่างสงสัย

    “นี่มัน ...” มู่หยางมองแผนผังสลับไปมากับสหายของตน

    “ฮูหยินฝากให้เหลียนเปานำแผนผังกลยุทธ์ไว้สู้กลับทหารราชสำนักมาให้ข้าเมื่อไม่กี่วันก่อน ฮูหยินเหมือนจะคาดเดาเหตุการณ์ได้ ไม่อยากให้ทหารล้มตายไปมากกว่านี้ ฮูหยินจึงได้ฝากแผนผังนี้มาขอรับ”

    มู่หยางเดินไปหยุดที่หน้ากระดาน นัยน์ตาคมกวาดมองแผนผังที่อยู่ตรงหน้าอย่างพินิจ ฮูหยินของตนไม่เคยก้าวขาออกจากจวนไปที่ใดไกลเลยสักครั้ง ไฉนถึงรู้ที่ลับ เขตชายแดน และภูมิศาสตร์ได้ดีเช่นนี้ นางไปรู้ที่ลับที่จะรอดไปได้เยี่ยงไรกัน ? คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวเขาไม่หยุด มู่หยางไม่อยากคิดอะไรไปมากกว่านี้ ไล่ตามองแผนผังอย่างใจจดใจจ่อ

    ครู่นั้น ริมฝีปากหนาก็ผุดยิ้มขึ้น ฮูหยินของตนเจ้าเล่ห์เสียจริง หากคนอื่นไม่ไล่สังเกตดูให้ดีอาจจะตกหลุมพรางของนางได้ เส้นสีดำบางๆ ที่ชี้ไปตามจุดต่างๆ หากมองดูผ่านๆ อาจจะคิดว่ามันคือกลยุทธ์ที่ดี สามารถชนะศัตรูได้ แต่...หากสังเกตดูให้ดีจะรู้ได้ว่ามันคือค่ายกล

    “ท่านแม่ทัพขอรับ ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะบอกให้ท่านได้รู้”

    “มีเรื่องอันใดรึ ? ” มู่หยางเอ่ยถาม แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่แผนผังไม่ลดละ

    “ฮ่องเต้สั่งให้ทหารจับตัวใต้เท้าผู่เย่วไปขังไว้ที่คุกใต้ดินขอรับ หากจับฮูหยินกลับไปได้อาจจะลงโทษตัดศีรษะทั้งสองขอรับ”

    นัยน์ตาคมกระตูกวูบ เมื่อได้ยินว่าฮูหยินของตนมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย หากฮ่องเต้ได้สั่งให้ทหารจับตัวท่านพ่อไปลงโทษ เกรงว่าฮ่องเต้อาจรู้เรื่องของเขาแล้วก็ได้

    “ท่านแม่ทัพ แต่ว่า...ท่านใต้เท้าสิ้นใจแล้ว ท่านถูกวางยาพิษขอรับ”

    สหายเพิ่งจะพูดจบ มู่หยางรีบหันไปมองหน้าอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่ตนเพิ่งจะได้ยิน ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หากไม่ใช่ฝีมือของฮูหยินของตน แล้วจะเป็นฝีมือของใครไปได้ สิ่งที่เขาสงสัยที่สุดในยามนี้ ฮูหยินของตนวางยาพิษท่านพ่อตั้งแต่เมื่อใด ?

    “ซิ่วอิงกำลังอยู่ที่ใด ? นางหานางหลบหนีไปแล้วหรือยัง? ”

    น้ำเสียงเจือความเป็นห่วงเอ่ยถามนิ่งๆ มู่หยางรู้มานานแล้ว ว่าสาวรับใช้ข้างกายของลู่จื้อมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับท่านใต้เท้า เมื่อไม่กี่วันก่อน หยงโห่วได้มาบอกกับตนว่า ซิ่วอิงกำลังตั้งครรภ์ หากท่านพ่อรู้เรื่องนี้คงไม่เอาซิ่วอิงไว้ข้างกายเป็นแน่ และ...ฮูหยินของตนที่สุดแสนจะร้ายกาจ มีหรือจะปล่อยซิ่วอิงไปง่ายๆ

    “นางหายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วขอรับ”

    “แล้วลู่จื้อล่ะ ? ” มู่หยางหันไปถามสหายของตนอีกครั้ง ในหัวพลางครุ่นคิดวิเคราะห์ถึงแผนการต่อไปของหยู่ถง

    “คุณหนูลู่จื้อหายไปด้วยอีกคนขอรับ” คำตอบเหมือนดั่งฟ้าผ่า ทำให้มู่หยางแน่นิ่งไปครู่นาน ใบหน้าคมคายหันไปมองที่แผนผังอีกครั้ง

    “ข้าจะเปลี่ยนแผนในการรับมือครั้งนี้”

    ระหว่างทางไปที่หนานเจียง

    เส้นทางมุ่งหน้าสู่แคว้นหนานเจียงค่อนข้างที่จะขรุขระ หยู่ถงคอยกุมท้องตัวเองอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากว่านางกำลังตั้งครรภ์อยู่ จึงมิอาจควบม้าเองได้ การเดินทางที่คาดการณ์ไว้ว่าจะใช้เวลาราวๆ สองวัน คงต้องยืดเวลาไปนานอีกหนึ่งถึงสองวัน

    ระหว่างทาง จะพบเจอกับอุปสรรคอะไรบ้างนั้น หยู่ถงก็มิอาจรู้ได้ เหลียนเปาและเจียอีได้แต่มองหน้ากันด้วยความสงสัยไปมา เส้นทางที่ดีกว่านี้ ฮูหยินกลับไปยอมเดินทางผ่านเส้นทางนั้น พวกเขาได้แต่สงสัยมิกล้าถามนางออกไป

    หยู่ถงนั่งในรถม้า หลับตาสนิทพลางครุ่นคิดถึงแผนการต่างๆ จุดที่ตนหมายไว้บนแผนผังนั้น หวังว่าท่านแม่ทัพจะอ่านความคิดนางออกแล้วนำทหารมารวมตัวกันที่จุดนั้น หยู่ถงใช้แผนผังสร้างเรือใหม่แลกกับกองกำลังทหารลับของรัชทายาทหนานเจียงหนึ่งหมื่นนาย นางรู้ว่ามู่หยางมีกองกำลังทหารลับที่แอบฝึกวรยุทธ์มากกว่าหนึ่งหมื่นนาย หากรวมกับทหารที่นางแลกกับรัทายาทมากได้ พวกเขาก็จะมีกองกำลังลับแข็งแกร่งพอที่จะสู้กับกองกำลังราชสำนัก

    มู่หยางต้องการโค่นบัลลังก์ ให้ฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ ส่วนหยู่ถง ต้องการที่จะคิดบัญชีให้กับเจ้าของร่างเดิม...ที่นางเลือกเดินทางไปที่หนานเจียงด้วยเส้นทางนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยและรักษากองกำลังทหารที่มู่หยางส่งมาแอบซุ่มปกป้องตนอยู่ห่างๆ ไว้ หากเกิดการปะทะขึ้น ก็เท่ากับสูญเสียกองกำลังไป

    เดินทางไปได้สักพัก หยู่ถงก็ได้บอกให้เหลียนเปาหยุดพัก ตนอยากจะพักอยู่จุดนี้ จุดที่มีเขาสูงชันและป่าที่หนาทึบ ตนจะได้คิดแผนสำรองไว้ได้ เจียอีเห็นร่างบางกอดร่างตัวเองไว้ จึงเดินไปหยิบเสื้อคลุมหนาของตนยื่นให้กับหยู่ถง

    “ข้าไม่เป็นไร เจ้าคลุมร่างตัวเองเถิด” เสียงใสหวานเยิ้มเอ่ยบอก พลันมองดูแวดล้อมที่อยู่ตรงหน้า

    “ฮูหยิน ท่านกำลังตั้งครรภ์อยู่นะเจ้าคะ ปล่อยให้ร่างกายหนาวเย็นไม่ได้นะเจ้าคะ”

    แววตาของหยู่ถงสั่นไหวเล็กน้อย นางลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้นางไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป เมื่อคิดได้เช่นนั้น มือเล็กจึงยื่นมือออกไปหยิบเอาเสื้อคลุมจากมือเจียอีขึ้นมาสวมใส่ เจียอิคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินหายไป

    อีกไม่ไกล นางก็จะเดินทางไปถึงที่เขตชายแดนแคว้นหยงชิงและแคว้นหนานเจียง ในหัวพลันนึกคิดถึงมู่หยาง นางรู้ว่าเขาไม่ได้กลับไปที่เจ้อเจียง การกระทำของท่านแม่ทัพยิ่งใหญ่นัก รักและเป็นห่วงฮูหยินของตนอยู่ตลอดเวลา หากเจ้าของร่างเดิมรู้ว่าท่านแม่ทัพรักตนมากเพียงใด คงดีใจอยู่ไม่น้อย

    ตกดึก อยู่บนยอดเขาบรรยากาศเหน็บหนาว ร่างกำยำยืนอยู่ที่ริมหน้าผา สายตาทอดมองไปข้างหน้า ภายในใจรู้สึกสับสนเป็นกังวล ป่านนี้แล้ว มู่หยางก็ยังมิอาจรู้ได้ว่าฮูหยินของตนคิดที่จะทำอะไร ครู่นั้น มือหนาได้หยิบเอาผ้าเช็ดหน้าที่หยู่ถงเคยให้ไว้ออกมาดม ทุกครั้งที่ได้กลิ่นหอมจากผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ ทำให้มู่หยางรู้สึกดียิ่ง

    “ท่านแม่ทัพ ทหารรายงานมาว่า ฮูหยินไม่ได้เดินทางผ่านเส้นทางนั้นขอรับ อีกเรื่องหนึ่ง ทหารราชสำนักกำลังมุ่งหน้าไปที่เขตชายแดนหนานเจียง ฝ่าบาทคงทราบเรื่องแล้วขอรับ”

    มู่หยางเลิกคิ้วสงสัย ภายในใจหวาดหวั่น กลัวว่าหยู่ถงกับลูกจะได้รับอันตราย ไม่รีรอช้าเขารีบสาวเท้าฉับๆ เดินกลับเข้าไปข้างใน นัยน์ตาดั่งดมมีดไล่มองที่แผนผังอย่างพินิจอีกครั้ง...ใช่แล้ว นี่คือแผนของนาง ! นางแนบแผนผังภูมิศาสตร์ หยงชิงและกลยุทธ์ลับให้กับฮ่องเต้

    หยู่ถงหลอกให้ฮ่องเต้ถ่ายทอดคำสั่งให้ทหารราชสำนักติดกับไปรวมกองกำลังที่นั่นเพื่อตัดกองกำลังพล ใช้ป่าหนาบนเขาเป็นที่ซุ่มโจมตีสังหารทหารราชสำนัก จุดที่นางล่อให้ไปรวมกองกำลังที่นั่นคือที่โล่งแจ้ง นางรู้ว่ากองกำลังทหารของเขาฝึก ช้อมดักซุ่มโจมตีเป็นหลัก นางจึงคิดที่จะจบสงครามที่นั่นอย่างนั้นรึ ? หากเป็นอย่างที่ตนคิดจริง กองกำลังทหารของเขามีเพียงหนึ่งหมื่น จะสู้ทหารราชสำนักได้อย่างไร?

    ครุ่นคิดอยู่ครู่นาน มู่หยางจึงฉุกคิดได้ว่า คนอย่างหยู่ถง ไม่มีทางลงมือวางแผนสิ้นคิดเช่นนี้ นางจะต้องมีแผนสำรองเป็นแน่ หยู่ถงรู้สถานะที่แท้จริงของรัชทายาทหนานเจียงตั้งแต่วันแรกที่พบ นางจะต้องวางแผนไว้ตั้งแต่วันนั้นแน่ รัชทายาทหนานเจียงมีกองกำลังทหารอยู่ในมือนับห้าหมื่น เพื่อแลกกับแผนผังสร้างเรือที่แกร่งกว่าตระกูลหม่า รัชทายาทหนานเจียงย่อมต้องยอมแลกทหารกับแผนผังสร้างเรือ

    “บอกทหารเตรียมตัว เราจะมุ่งหน้าไปที่เขตชายแดนหนานเจียงบัดเดี๋ยวนี้ !!!”

    มู่หยางสั่งการเสียงเข้ม สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างน่ากลัว ไม่คิดว่าสงครามจะเกิดขึ้นเร็วเช่นนี้ เขารู้ลึกถึงแผนการของนางแล้ว จะไม่มีทางปล่อยให้นางลงสนามรบเองแน่ เขายอมตายแทนนางได้ แต่นางกับลูกในท้องจะต้องปลอดภัยมีชีวิตรอด ...