ตอนที่9 : ระดับ
นิโคลัสรู้สึกเหมือนตนกำลังเดินอยู่ในองค์กรสายลับ่ศตวรรษที่17 ภายในสำนักงานภาคีผู้สื่อิญญาเต็มไปด้วยความพลุกพล่านผู้คนในชุดเครื่องแบบเดินสัญจรไปมาอย่างเร่งรีบ ซึ่งนิโคลัสอดสงสัยไม่ได้ว่าบุคลากรเหล่านี้เป็ผู้สื่อิญญาทุกคนหรือไม่
แผนกต่างๆถูกแบ่งออกเป็ฝ่ายอย่างเป็ระเบียบและชัดเจน แต่ััได้ถึงความลึกลับที่แผ่ซ่านไปทั่วอากาศิญญาอาวรณ์ปรากฏตัวให้เห็นเป็บางครั้ง ตลอดทางเขาเดินผ่านห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนารวมถึงแผนกบัญชาการซึ่งอยู่ชั้นลึกสุด จนตอนนี้เกือบจะเดินมาถึงชั้นพื้นผิวแล้วด้วยเทคโนโลยีของที่นี่ขณะนี้เขาแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าพวกเขาสามารถสร้างอาคารลึกลงมาใต้ดินแบบนี้ได้เช่นไร
นิโคลัสนึกย้อนถึงบทสนทนาระหว่างตนกับมิสเตอร์เอ็ดวินการเป็ผู้สื่อิญญาดูเหมือนจะเป็ก้าวสำคัญที่จะทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้และการเข้าร่วมกับภาคีก็อาจทำให้เขาได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเื้ัอันเกี่ยวข้องกับผู้มีพลังวิเศษมากขึ้นและบางทีอาจจะทำให้เขาไขปริศนาเกี่ยวกับโลกนี้และหาทางกลับสู่โลกเดิมได้
อย่างไรด็ตามสิ่งตอบแทนที่ต้องจ่ายก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาอาจมองข้ามเขายังไม่รู้ว่าตนจะต้องถูกผูกมัดกับองค์กรปริศนานี้ในระดับไหนอีกทั้งหากเขาล้มเหลวที่จะกลายเป็ผู้สื่อิญญาแม้แต่ชีวิตของตัวเองก็ไม่สามารถรักษาไว้ได้
ยังมีเื่ซากโสมมที่มิสเตอร์เอ็ดวินกล่าวถึงนิโคลัสรู้สึกว่ายังมีบางอย่างที่มิสเตอร์เอ็ดวินไม่ได้บอกเขาเกี่ยวกับพวกมันหรือเขาอาจจะแค่คิดมากไปเอง
มิสเตอร์เอ็ดวินเองก็ดูออกถึงปัญหาเหล่านี้ดังนั้นเขาจึงให้เวลานิโคลัสในการตัดสินใจซึ่งตัวเขาเองคิดว่าจะใช้่เวลานี้ในการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน รวมถึงวางแผนว่าตนจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขากลับมาใส่ใจกับปัจจุบันนิโคลัสมองไปเบื้องหน้าเขา เด็กสาวอายุประมาณ 17 - 18ปีกำลังเดินนำทางเขาไปที่อาคารฝึกซ้อม
‘ถ้าจำไม่ผิดเธอชื่อว่า เฮลีย์ สินะ’
รู้สึกว่าโรเมโร่จะแนะนำชื่อหล่อนว่าอย่างนั้นตอนที่มอบหมายให้เด็กสาวพาเขาไปส่งที่อาคารฝึกซ้อมเพื่อรับสัมภาระของเขาคืน
“เฮ้....เฮลีย์จะเป็อะไรมั้ย ถ้าฉันจะถามอะไรเธอสักหน่อย”
นิโคลัสเอ่ยเรียกเด็กสาวตรงหน้าเธอหันกลับมาหาเขา แววตาดูคล้ายจะสนใจในตัวนิโคลัสอยู่ไม่ใช่น้อย แน่นอนว่าหากมีคนแปลกหน้าที่จู่ๆ ก็เข้ามาในองค์กรและได้พบกับผู้บังคับบัญชาสูงสุดของที่นี่ ก็ย่อมไม่น่าแปลกที่มันจะกระตุ้นต่อมความอยากรู้อยากเห็นของเด็กสาว
“ได้เลยค่ะมิสเตอร์พาร์เลย์ เป็หน้าที่ของหนูในฐานะไกด์ของคุณในวันนี้อยู่แล้ว” เด็กสาวตอบกลับอย่างกระตือรือร้น
“ไม่ต้องเป็ทางการขนาดนั้นหรอกเธอเรียกฉันว่า นิโคลัส ก็ได้นะ”
นิโคลัสกล่าวอย่างเป็กันเองอาจเป็การดีกว่าถ้าเขาจะทำตัวเป็มิตรกับคนที่นี่ไว้บางทีเขาอาจจะได้ข้อมูลอะไรที่เป็ประโยชน์เพิ่มเติมกลับมาก็เป็ได้
“รับทราบค่ามิสเตอร์นิโคลัส” เฮลีย์ตะเบ๊ะมือที่คิ้วเหมือนทหารด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
นิโคลัสสังเกตถึงอารมณ์ความรู้สึกที่มองเห็นอยู่รอบตัวเฮลีย์มันเปล่งประกายไปด้วยความสดใสและจริงใจดูเหมือนเด็กสาวตรงหน้าเขาจะเป็คนที่อัธยาศัยดีไม่เลว
“เธอ...เป็ผู้สื่อิญญารึเปล่า?”
เขาเอ่ยถามตรงๆบอกตามตรงว่าตัวเขารู้สึกไม่ปลอดภัยนัก เมื่อคิดว่าทุกคนที่อยู่ในนี้เป็ผู้มีพลังวิเศษกันหมด
“เอ๋! ไม่ใช่หรอกค่ะหนูเป็แค่ผู้ฝึกหัดเท่านั้น” เด็กสาวรีบโบกมือปฏิเสธ
“ผู้ฝึกหัด?”
“พวกหนูเป็เด็กกำพร้าของโบสถ์ที่ภาคีรับมาเพื่อฝึกให้เป็ผู้สื่อิญญาค่ะโดยปกติแล้วพวกเราจะถูกเรียกว่า ‘ผู้ฝึกหัด’ ตอนนี้หนูเป็ผู้ฝึกหัดมาได้ 6 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เข้ารับบททดสอบแห่งการเกิดใหม่สักที”เฮลีย์อธิบาย น้ำเสียงของเธอดูผิดหวังอยู่เล็กน้อย
‘อย่างนี้นี่เอง’
นิโคลัสประมวลข้อมูลดังกล่าวแล้วจึงฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ดูเหมือนการรับบททดสอบแห่งการเกิดใหม่จะเป็เื่อันตรายกว่าที่เขาคิดไว้
“แล้วทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็ผู้สื่อิญญาทุกคนเลยงั้นเหรอ?” นิโคลัสถามแล้วมองไปรอบๆ
“ไม่ค่ะส่วนใหญ่ทุกคนที่นี่จะเป็คนธรรมดาที่มีสายเืของผู้สื่อิญญาหรืออาจจะเป็บุคคลที่ได้รับการทาบทามจากองค์กรให้เข้ามาทำงาน ถ้าพูดถึงผู้สื่อิญญาที่ประจำการอยู่ในเมืองยอร์คตอนนี้น่าจะมีไม่ถึง100 คน โดยร้อยละเก้าสิบเป็ผู้สื่อิญญาระดับเอนนาและระดับดีโอ”
นิโคลัสฟังแล้วรู้สึกโล่งอกขึ้นมาเล็กน้อยอย่างน้อยทุกคนที่นี่ก็ไม่ใช่ผู้มีพลังพิเศษ แต่จะว่าไปแล้ว...
“เมื่อกี้เธอบอกว่าระดับเอนนาและดีโอนี่หมายความว่ายังไงเหรอ?”
“อ้อหนูลืมไปว่าคุณยังไม่ทราบเื่นี้” เฮลีย์หัวเราะอย่างเขินๆก่อนอธิบายต่อว่า
“ผู้สื่อิญญาสามารถแบ่งออกได้เป็หลายระดับโดยระดับจะเพิ่มขึ้นไปเป็ขั้น ๆ ตามประสบการณ์ ความสามารถ และพลังวิเศษเท่าที่หนูทราบตอนนี้มีหกระดับด้วยกันก็คือ 1.ระดับเอนนา (éna) 2.ระดับดีโอ (dîo) 3.ระดับเตรียอา (trîa) 4.ระดับเต็ซเซระ (téssera) 5.ระดับเปนเด่ (pénte) และ 6.ระดับเอ็กซิ (éxi)ในชั้นเรียนหนูจำได้ว่าอาจารย์เคยสอนว่ามีระดับที่สูงกว่านี้ แต่เหมือนข้อมูลเกี่ยวกับระดับนั้นจะยังไม่จำเป็สำหรับผู้ฝึกหัดที่จะต้องทราบ”
นิโคลัสเดินฟังอย่างเงียบๆดูเหมือนข้อมูลดังกล่าวจะตรงกันกับที่มิสเตอร์เอ็ดวินเคยกล่าวกับเขาคร่าวๆเขาสงสัยว่าโรเมโร่และมิสเตอร์เอ็ดวินเป็ผู้สื่อิญญาที่อยู่ในระดับใด และในแต่ละระดับมีความแตกต่างกันขนาดไหน
จากการพูดคุยและการสังเกตของนิโคลัสเด็กสาวตรงหน้านั้นดูจริงใจและไม่มีพิษภัยแต่อย่างใด ความสดใสร่าเริงของเด็กสาวตรงหน้าทำให้เขาอดรู้สึกเอ็นดูหล่อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้นอกจากนี้เธอยังเป็แหล่งข้อมูลชั้นดีให้เขาได้อีกด้วย
ทว่าในขณะที่เขากำลังจะยิงถามคำถามต่อไปนั้นเสียงนุ่มทุ้มก็ดังขัดจังหวะขึ้น
“พ่อว่าข้อมูลเพียงเท่านี้น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับวันนี้เฮลีย์”
เมื่อหันไปตามเสียงก็พบกับชายสูงอายุในชุดบาทหลวงผมยาวประบ่าสีเทา ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนๆบรรยากาศโดยรอบให้ความรู้สึกโอบอ้อมอารี แต่ทั้งหมดนั้นกลับไม่ใช่เื่สำคัญในสายตาของนิโคลัส
สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงคือปริมาณด้ายสีแดงที่เชื่อมโยงอยู่กับตัวตนของบาทหลวงตรงหน้ามันโยงใยเป็สายนับไม่ถ้วนจนเขาเองแทบไม่อยากเชื่อสายตานับแต่ได้พลังในการมองเห็นด้ายแดงแห่งโชคชะตามาเขายังไม่เคยพบเจอใครที่มีชะตาเชื่อมโยงกับบุคคลจำนวนมากเช่นนี้
“อ๊ะ!? ท่านบาทหลวงราโมนส์” เฮลีย์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนรีบใช้มือแนบอกโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
บาทหลวงราโมนส์พยักหน้ารับก่อนหันมองมาทางนิโคลัส
“นี่คือมิสเตอร์นิโคลัสพาร์เลย์ค่ะ หัวหน้าหน่วยโรเมโร่มอบหมายให้ดิฉันพาเขาไปที่ศูนย์ฝึกซ้อมตามคำสั่งของมิสเตอร์เอ็ดวินค่ะ”
เฮลีย์รีบกล่าวแนะนำซึ่งนิโคลัสก็รีบแสดงความเคารพ
ใบหน้าของบาทหลวงราโมนส์ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มแต่สายตาของเขาที่จับจ้องมายังนิโคลัสกลับทำให้นิโคลัสรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูกความรู้สึกบอกเขาว่ามีบางอย่างแปลกๆเกี่ยวกับบาทหลวงเบื้องหน้าคนนี้
“ยินดีที่ได้พบคุณพาร์เลย์...”
ในที่สุดบาทหลวงราโมนส์ก็พยักหน้ารับเบาๆก่อนเอ่ยขึ้น
“ขออภัยที่พ่อเสียมารยาทด้วยปกติที่นี่ไม่ค่อยได้ต้อนรับบุคคลภายนอกสักเท่าไหร่ พ่อเลยอาจจะทำตัวไม่ค่อยถูก เลยคงทำให้เธอรู้สึกกระอักกระอ่วมไปบ้าง”
“ผมเข้าใจดีครับ”
นิโคลัสตอบกลับซึ่งบาทหลวงราโมนส์ก็พยักหน้ารับ
ก่อนเขาจะเดินจากไปนั้นชายในชุดบาทหลวงส่งสายตาเป็ความนัยมองไปยังเฮลีย์เล็กน้อยซึ่งเด็กสาวก็สะดุ้งโหยงก่อนจะก้มหน้าลงไหล่ตก
หลังจากที่ร่างของบาทหลวงราโมนส์ลับตาไปแล้วเฮลีย์ก็ปาดเหงื่อถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหันมากระซิบกับนิโคลัสเบาๆ
“ท่านบาทหลวงราโมนส์ขึ้นชื่อว่าเป็คนที่เข้มงวดมากๆแต่ความจริงแล้วเป็คนที่ได้ชื่อว่า นักบุญแห่งเมืองยอร์คเลยล่ะค่ะท่านมักจะใช้เงินส่วนตัวนำอาหารไปแจกจ่ายให้กับผู้คนในเขตสลัมแล้วก็เป็อาจารย์ใหญ่ของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของโบสถ์เทพแห่งความตายและการเกิดใหม่ด้วยท่านอาจจะดูเคร่งขรึมไปบ้าง แต่โปรดอย่าถือสาท่านเลยนะคะ”
‘เพราะแบบนี้บาทหลวงราโมนส์ก็เลยมีชะตาเชื่อมโยงกับผู้คนจำนวนมากขนาดนั้นงั้นเหรอ?’
นิโคลัสสันนิฐานในใจดูเหมือนทฤษฎีนี้จะมีความเป็ไปได้มากที่สุดแต่เขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียว เพราะอันที่จริงเขาเองก็ยังไม่แน่ใจถึงอัตลักษณ์ที่แท้จริงของด้ายแดงแห่งโชคชะตาว่าหมายถึงอะไรกันแน่
หลังจากนั้นเฮลีย์ก็นำเขาไปยังศูนย์ฝึกซ้อมอาจเพราะสัญญาณที่บาทหลวงราโมนส์ส่งให้เธอก่อนจากไปทำให้เด็กสาวสงบปากสงบลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะงั้นนิโคลัสจึงไม่มีโอกาสที่จะถามอะไรจากเด็กสาวเพิ่มเติมอีก
เมื่อมาถึงศูนย์ฝึกซ้อมเ้าหน้าที่ก็นำเสื้อผ้าและของติดตัวของเขาก่อนหน้าที่นิโคลัสจะสลบไปกลับมาคืนให้กับเขานิโคลัสถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อพบว่ากระจกสีเทาก็อยู่ในสัมภาระเ่าั้ด้วย
ประตูของสำนักงานเปิดออกช้าๆพร้อมกับร่างของเฮลีย์และนิโคลัสที่ก้าวเดินออกมาสู่ท้องถนนหมายเลข 3 ข้างนอก นิโคลัสเหลือบมองดูสถานที่เื้ัตนภายนอกของสำนักงานของภาคีดูผิวเผยแล้วเหมือนกับสำนักงานโทรคมนาคมธรรมดาๆซึ่งผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างไร้ที่ติใครจะไปรู้ว่าเื้ัอาคารหลังนี้จะแฝงไว้ด้วยองค์กรลับขนาดใหญ่ที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์ดูความเคลื่อนไหวของทั้งเมืองไว้
ดูเหมือนการทัวร์องค์กรลับของเขาในวันนี้จะจบลงแต่เพียงเท่านี้...
“นี่เป็เบอร์ติดต่อของสำนักงานค่ะหัวหน้าหน่วยโรเมโร่ฝากให้หนูให้กับคุณ ถ้าหากคุณพบเจอกับเหตุการณ์ไม่ปกติหรือมีเหตุฉุกเฉินก็สามารถติดต่อมาที่เบอร์นี้ได้ตลอดเวลาเลยค่ะ”เฮลีย์ยื่นนามบัตรสำนักงานให้กับนิโคลัส
“ส่วนนี้เป็เบอร์โทรศัพท์สายตรงไปที่ที่พักของหนูเองถ้ามิสเตอร์นิโคลัสอยากสอบถามอะไรก็ติดต่อมาได้นะคะ”
เธอกล่าวพร้อมขยิบตาข้างหนึ่งให้นิโคลัสแต่พอมองแล้วเหมือนกับเธอกำลังกระพริบตาปริบๆให้เขามากกว่าทำให้นิโคลัสอดหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูไม่ได้
“ขอบใจมากเฮลีย์ ไว้พบกันใหม่” นิโคลัสยกหมวกของตนขึ้นเล็กน้อยพร้อมกล่าวอำลา ซึ่งเฮลีย์โค้งตัวย่อเข่าตอบรับอย่างสดใส
…..
นิโคลัสใช้เวลาประมาณ30 นาทีก็กลับมาถึงบ้านของตน เขาเช็คที่โทรศัพท์ซึ่งอยู่ด้านหน้าใกล้กับประตูทางเข้าเทคโนโลยีโทรคมนาคมของโลกนี้ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้สามารถฝากข้อความเสียง หรือบ่งบอกแน่ชัดได้ว่าเบอร์ใดโทรเข้ามาแต่อย่างน้อยก็สามารถตรวจเช็คได้ว่าพลาดสายไปบ้างหรือไม่
เมื่อนิโคลัสตรวจดูก็พบว่ามีคนโทรมา2 สาย ซึ่งเขาเดาว่าน่าจะเป็แมรี่เลขาของเขาเนื่องจากหลังจากที่เขาได้ศึกษาเบาะแสที่มีอยู่ภายในบ้าน เขาพบว่า ‘นิโคลัส’ คนก่อน ไม่มีญาติพี่น้องหรือคนสนิทเลยดังนั้นหากจะมีใครโทรศัพท์หาเขาย่อมต้องเกี่ยวข้องกับเื่งานเป็แน่
นิโคลัสเดินขึ้นไปชั้นสองที่ห้องทำงานแล้วจึงเปิดลิ้นชักเพื่อตรวจดูตารางงานโชคดีที่ภายในอาทิตย์นี้เขายังไม่ต้องเจอกับลูกความคนอื่นๆแต่ดูเหมือนจะมีเคสที่เขาจะต้องเตรียมตัวในอีกสองสามอาทิตย์ข้างหน้ารวมถึงการประชุมในอีกหลายนัดของคดีต่างๆ แต่ทุกอย่างยังคงอยู่ในการควบคุม
ระหว่างที่เขากำลังจะเก็บตารางนัดอยู่นั่นเองนิโคลัสก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติของลิ้นชัก ไม้บริเวณด้านล่างของลิ้นชักกลางโต๊ะนั้นโปร่งเหมือนกับเป็เพียงไม้อัดบางๆ อีกทั้งความลึกของชั้น ก็ดูจะหนาเกินกว่าจะมีเพียงชั้นเดียว นิโคลัสจึงค่อย ๆ แง้มพื้นรองชั้นในออกเผยให้เห็นชั้นที่สองซึ่งซ่อนอยู่ภายใน
สมุดสีดำเล่มหนึ่งถูกวางเอาไว้ที่ด้านหน้าเขียนไว้ด้วยอักษรอูคาติซึ่งมีความหมายว่า ‘ไดอารี่’
นิโคลัสผุดตัวลุกขึ้นนั่งตัวตรงทันทีความสนใจของเขาอยู่ที่ไดอารี่สีดำเบื้องหน้า นี่อาจจะเป็ไดอารี่ของ‘นิโคลัส’ คนก่อนการที่มันถูกเก็บเอาไว้ในที่ลับเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าเขาไม่้าที่จะให้ใครได้อ่านเนื้อหาที่อยู่ภายใน
ไม่แน่ว่านี่อาจเป็เบาะแสว่าเกิดอะไรขึ้นกับ‘นิโคลัส’ คนก่อนกันแน่
นิโคลัสสูดหายใจเข้าก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดสมุดสีดำที่อยู่เบื้องหน้า
14.10.550
Nicolas Parlay
Judicial representative