“เสด็จพี่เกียเวอร์น...”...อิเรเน่ลงจากหลังม้า เดินมาหน้าขบวนแล้วย่อตัว
อลันก็ลงตามาด้วย แต่ไม่ได้เดินตามมา เขายืนจับสายจูงม้าไว้
“อ้าว...นึกว่าใครขวางขบวนข้า ที่แท้น้องสาวข้านี่เอง เ้าสบายดีมั้ย?..พี่กำลังจะไปโรงละครเพราะมีคณะละครขึ้นชื่อมาตั้ง 2 คณะ เ้าจะไปดูกับพี่มั้ย?”...เกียเวอร์นถาม
“ขอบพระทัยที่คิดถึงน้องเพคะ แต่หม่อมฉันมีเื่รบกวนใจให้ต้องตามแก้ ไปด้วยจะกระสับกระส่ายพะว้าพะวง ละครจะหมดสนุกเปล่าๆ ..เสเด็จพี่ไปดูกับพระชายาเถอะเพคะ”
“เอาเถอะ ถ้าเ้ายุ่งๆ งั้นพี่ไปก่อนนะ”...เกียเวอร์นกลับเข้ารถม้าแล้วขบวนก็เดินทางต่อ
จนขบวนผ่านพ้น

“หึ... ...รวมหัวกันขังพี่ข้าไว้ในวิหาร ยังมีหน้ามามาถามสารทุกข์สุกดิบข้า...”...อิเรเน่เชิดปากใส่ แต่ทำโดยรอให้ขบวนพ้นสายตาไปก่อน
“ข้าดูจากแววตาและเสียงการเต้นของหัวใจ ดูเขาก็เอ็นดูท่านหน่อยๆ นะ”...อลันบอก
“นั่นเพราะเขารู้ว่าข้าไม่มีสิทธิ์สืบราชบัลลังก์และหยิบจับอำนาจอะไรไงล่ะ รวมทั้งข้าเองก็ไม่ค่อยเก่งแบบพี่ของข้า พวกเขาเลยชวนข้าเล่นด้วยกันบ่อยๆจนโตมานี่แหล่ะ”....อิเรเน่อธิบาย
“แล้ว...ลำบากใจมั้ย ถ้าวันหนึ่งต้องบดขยี้พวกเขา?”
“ก็...มีบ้าง...ยังไงเขาก็ดีกับข้า แต่ข้ารับไม่ได้ที่เขาเล่นงานพี่ข้าครั้งแล้วครั้งเล่า.....ไม่สิ ถ้าเอาที่พวกเขาส่งนักฆ่ามาทำร้ายเสด็จพี่เอียนน์ มันหักลบสิ่งเล็กๆ น้อยๆที่เขาทำดีกับข้าจนติดลบด้วยซ้ำ”
“ดี! แบบนี้ค่อยอยากเดินหน้าหน่อย”
“เมื่อกี้เค้ามองมายังเ้าบ้างรึเปล่า อลัน?”
“ไม่มอง ข้าเลี่ยงๆ หลบข้างตัวม้าทำทีเป็คนจูงม้า พวกเขาคงไม่สังเกต”
ทั้ง 2 ลงจากหลังม้าเพราะี้เีขี่อีก จากนั้นเดินไปคุยไปโดยมลิเลียเดินจูงม้าตาม
“เรามาเข้าเื่ดีกว่า ทำไงพี่ชายท่านจะออกมาจากวิหารได้”
“ตอนนี้พี่ข้ามีแต่ขุนนางท้องถิ่นที่รักชาวบ้านจริงๆนั้นคอยสนับสนุน แต่นั่นไม่ช่วยเป็ฐานเสียงในที่ประชุมท้องพระโรงเลย แถมพรุ่งนี้ 1 ใน 7ผู้กล้าอาเบลจะเป็ตัวแทนอาร์นาโทสมาถึงที่นี่เพื่อเจรจาเื่ลุ่มน้ำชรายด์อีก ข้าจะทำยังไงดี”
“จริงเหรอ?”
“จริงสิ ทำไมเหรอ?”
“พาข้าเข้าวังได้มั้ย? ในฐานะวีรบุรุษของอาณาจักร แล้วข้าจะไปฉะกับพวกผู้กล้าอาเบลอะไรนั่น ถ้ามันทวงสิทธิ์บ้าบอก็จะเล่นให้หลายกลับไป ผลงานนี้น่าจะทำให้พระาาพอใจ”
“แต่ขุนนางใช่จะแต่งตั้งง่ายๆ นะ ถ้าเ้าจะขอพระราชทานปูนบำเหน็จ อย่างมากก็คงทรัพย์สินและสิทธิพิเศษต่างๆแค่นั้นแหล่ะ และเ้าคงไม่ลืมว่าตัวเองมีค่าหัวกับอาร์นาโทสนะอลัน”
“เปล่า ข้าแค่สร้างความประทับใจ และความไว้วางพระทัยจากฝ่าา ถ้าพระองค์จะทรงตอบแทน ก็จะถือโอกาสขอพระราชทานปล่อยตัวพี่ชายท่านจากวิหาร”
“แต่ท่านจู่ๆ มาขอแทนเขา มันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอ?”
“แปลกตรงไหน ข้าได้พี่ท่านยกกำลังไปช่วยทันเวลาพอดี ประชาชนรอดตาย แถมยังออกเงินสร้างซ่อมบำรุงเมือง เ้านายหน้าก็ได้เงินทุนต่อลมหายใจ ข้าแค่อยากตอบแทนเขา ถ้าบอกเหตุผลตรงๆ กับฝ่าาไป เชื่อว่าพระองค์จะให้ได้แต่นอน”
“เข้าท่า งั้นตกลงตามนี้”
“งั้นเรากลับกันเถอะ ไปเตรียมการกัน”
“มีอีกเื่ค่ะ...”
“ท่านคงไม่ลืมว่า ท่านมีค่าหัวเกินล้าน แม้จะขึ้นเงินที่นี่ไม่ได้ แต่ก็สามารถหิ้วไปขึ้นเงินที่อาร์นาโทสได้นะ เรียกว่าพลิกชีวิตได้เลย”
“แต่.. องค์หญิงเพคะ... ลำพังข้าคนเดียวบุกรังโจร พวกโจรก็รังแตกแล้ว แล้วนี่เขาเก่งขนาดจัดการข้ากับคนอื่นๆพร้อมกันได้ง่ายๆ ใครจะกล้าเล่าเพคะ ยังไม่นับที่เขาเด็ดหัวแม่ทัพปีศาจได้อีกนะเพคะ”
“เงินจำนวนมาก มากพอจะให้คนยอมเสี่ยงตายกันได้ไงล่ะ สาเหตุมีแค่นั้นแหล่ะ”
[ดูท่าเรายังไม่ทันทำให้พวกมันไม่มีความสุขในชีวิต แต่พวกมันกลับชิงลงมือตั้งค่าหัวเราจนกลายเป็เราต้องอยู่แบบคอยระแวงซะแล้ว ดีล่ะ จะได้ไม่ลังเลที่จะเอาคืนล่ะนะ ขอโต้กลับให้สมกับค่าหัว หนึ่งล้านสองแสนเกลหน่อยก็แล้วกัน]...อลันคิด
ทั้ง 3 ก็พากันกลับปราสาทองค์ชายเอียนน์
วันรุ่งขึ้น ท้องพระโรงพระราชวังของเวอร์รากีอุส
พระาาประทับบัลลังก์
“ข้ารู้ว่าท่านอาเบลมาเพราะเื่ใด”
“ทูลฝ่าา กระหม่อมมีเื่สำคัญจะกราบทูลนอกเหนือจากเื่แม่น้ำชรายด์ที่กำลังจะเจรจากันพระเ้าข้า”...ผู้กล้าอาเบลทูล
“คนร้ายที่ลอบบุกวัง เราวางรางวัลนำจับไว้ที่ 1,200,000 เกล แต่นั่นมีผลเฉพาะอาณาจักรของเรา อยากขอร้องให้ทางเวอร์รากีอุสให้เบาะแสหรือส่งตัวมาให้ทางเราพระเ้าข้า”
“ถ้าทางเราพบเขา แล้วส่งให้พวกท่าน เื่แม่น้ำพอจะให้ประโยชน์เราได้มั้ย?”...พระาาถาม
“เอ่อ...เื่แม่น้ำเราต้องหารือแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันอีกทีพระเ้าข้า ส่วนเื่ชายที่ชื่ออลันทางอาร์นาโทสเราจะมอบรางวัลให้ผู้จัดการเขาได้ และถ้าทางราชสำนักเวอร์รากีอุสช่วยเหลือส่งตัวให้ทางเรา ทางเราจะจัดบรรณาการให้อาณาจักรพวกท่านพระเ้าข้า”
...อาเบลพยามต่อรองโดยไม่เอามาปนกับแม้น้ำที่เป็ผลประโยชน์หลัก...
“แต่เขาช่วยเหลืออาณาจักรของข้าไว้เื่ส่งตัวนั้นออกจะ....”
“กระหม่อมต้องทรงขอพระราชทานอภัยโทษหากกล่าวล่วงเกิน....เท่าที่ทราบ อาณาจักรเราเองทัพที่ชายแดนก็ช่วยเมืองของท่านไว้ ก่อนที่องค์ชายเอียนน์จะส่งกำลังไปถึง หาไม่แล้ววีรบุรุษของพระองค์และชาวเมืองคงไม่เหลือแล้ว”...อาเบลแจ้ง
“....”...พระาาเงียบแล้วหอนหายใจเบา
เหล่าขุนนางฮืฮฮาเป็การใหญ่
“งั้น ท่านคุยกับเขาเองก็แล้วกัน”
กรึก กรึก กรึก....
เสียงรองเท้าคัตชูของอลันดังขึ้น การก้าวเท้าที่หนักแน่นมั่นคงก้าวออกมาจากม่านทางเข้าข้างบัลลังก์ แล้วหันไปถวายพระพรพระาาก่อนจะหันมามองอาเบล
“ท่านคงเป็อาเบล ข้า...อลัน...คนที่ท่าน้าตัว”...อลันเดินลงจากหน้าบัลลังก์ไป3-4 ขั้นบันไดพรม
“ท..ท่าน...ท่านคือ อลัน!?”....อาเบลใหนักมากพร้อมเหล่าคณะทูตที่ติดตามมา
เหล่าขุนนางของเวอร์รากีอุสเองก็เช่นกัน ชายผู้ที่อาร์นาโทสตั้งค่าหัวไว้หลักล้านกลับมาปรากฏในท้องพระโรง
“พวกท่านตั้งค่าหัวข้าขนาดนี้เพราะอะไรรู้มั้ย ไปถามเรเอมเพื่อนท่านดู เขารู้ถึงฝีมือและความอันตรายของข้า และข้าประกาศจะขยี้พวกท่านผู้กล้า เขากลัวถึงต้องตั้งค่าหัวข้าขนาดนั้น นั่นหมายถึงข้าอันตรายต่อพวกท่านแลเอาร์นาโทสมากยังไงล่ะ นับ่าข้าคือขุมกำลังให้เวอร์รากีอุสอีกทางหนึ่ง”...อลันกล่าวแล้วชายตามองลงไปยังอาเบล
“ท่านสังหารราชองครักษ์ของเรา เื่นี้ท่าจะว่ายังไง?”...อาเบลถาม
“ดูท่าในบรรดาผู้กล้าท่านจะเป็คนที่พูดจารู้เื่ที่สุด ได้!..ข้าจะบอก ... ข้าได้ข่าวอภิเษกของแตงโม นางกับข้ามาจากที่เดียวกัน ตอนนี้พ่อแม่ของนางรออยู่ที่บ้าน หวังฝากให้ข้าพานางกลับ ถ้านางแต่งงานก็จะกลับไม่ได้อีก ราชินีจะทิ้งาากลับบ้านเพียงลำพังได้ยังไง แล้วาาที่ต้องปกครองอาณาจักรจะตามนางไปอยู่ด้วยได้เหรอไง วานท่านตอบข้า?...”
“.....”...อาเบลเงียบแล้วก้มหน้าคิด...นี่เป็เหตุผลที่มองข้ามไม่ได้
“นางถึงกับขับไล่ไสส่งข้า สั่งคนจับข้า พวกมันยิงธนูใส่ข้า....ขอถามท่านอาเบล ถ้าโดนห่าธนูรุมยิงท่านจะเป็ยังไง ข้าควรทำยังไง สู้เอาตัวรอดใช่มั้ย?”
“แต่ท่านข้าพวกเขาโเี้เกินไป...นั่น”....อาเบลยังพูดไม่ทันจบ
“พวกมันชักดาบมากันกี่คน!? ถ้าตอนนั้นข้าเป็ฝ่ายโดนสับล่ะท่านจะยังว่าข้าโเี้อีกมั้ย!? ข้าไม่ฆ่าเรเอมเพื่อนท่านก็นับว่าให้เกียรติสถานะทางการเมืองของ 2อาณาจักรมากพอแล้ว!!!”
“แต่ท่านก็รุกล้ำเขตพระราชฐานของเรา เื่นั้นโทษปะา!!”
“เหอะ การป้องกันแสนจะหล่ะหลวม ใครก็เข้าไปได้ทั้งนั้น โชคดีเท่าไหร่แล้วที่คนที่บุกเข้าไปคือข้า ถ้าเป็คนอื่นล่ะก็ไม่ของคู่บ้านคู่เมืองหายก็คงได้เห็นศพคนในราชวงศ์ท่านไปแล้วมั้ง
“...!!!...”...อาเบลและเหล่าขุนนางคณะติดตามพากันอึ้ง
“แล้วที่ว่าทหารของท่านช่วยพวกข้าไว้ที่ชายแดนในศึกาาปีศาจ อย่าพูดให้ขำ!!....พวกท่านตั้งค่ายประจันกับมันตั้งนาน ยังไม่มีปัญญาสกัดมันส่งเสบียงไปบำรุงทัพใหญ่ของมันตั้งเป็ปีๆ ทั้งที่ตั้งทัพจ้องหน้ามันมาแรมปี ถ้าไม่เพราะข้าพังเขื่อนและตัดหัวแม่ทัพพวกมัน พวกท่านไหนเลยมีปัญญาบุก และที่บุก พวกท่านก็แค่ชิงฉวยจังหวะที่ได้เปรียบทางการศึกตามปกติเท่านั้น ตอนนั้นนายข้าเลดี้แอนไปเจรจาแม่ทัพของพวกท่าน พวกเราต่างทำข้อตกลงร่วมรบ ไม่มีใครเป็บุญคุณใครทั้งนั้น ทัพของท่านได้อาวุธและเสบียงจากทัพปีศาจไปไม่น้อย”
อลันสวนอย่างฉาดฉาน
“แต่..ถ้าทหารเราไม่ช่วยพวกท่าน.........”...อาเบลกับขุนนางของอาร์นาโทสกล่าว
“นี่ยังจะทวงบุญคุณเื่นี้อีกเหรอ? พวกข้ามีแค่กำลังคนหลักร้อย ถ้าอาร์นาโทสไม่ช่วยตี พวกข้าอย่างมากก็ถอนกำลังและอพยพชาวบ้านถอนร่นหนีทิ้งซเปลชั่วคราวยังได้ ส่วนพวกท่านก็จะไม่มีวันชนะ และถ้ามันยังส่งเสบียงลำเลียงกำลังพลได้ต่อ ทัพผู้กล้าของท่านมีแค่พินาศ ข้านอกจากจะปกป้องคนที่นั่นแล้ว ยังถือเป็การช่วยแตงโมด้วยหลังข้ารู้ว่านางคือผู้กล้าที่อยู่ทัพหน้า แต่ดูนางทำกับข้าสิ...!!!”
ฝั่งทูตอาร์นาโทสถึงกับสะอึก ว่ากันตามเหตุผล นี่คือความจริง ทัพใหญ่ทัพย่อยของทั้ง 2 ฝั่งประจันหน้ากันมาแรมปียังเอาชนะทัพปีศาจไม่ได้ พออลันลงมือก็รบชนะทันที การที่เขาเข้าวังจนแทบจะหายใจรดคอาาได้นั่นคือการย้ำว่าเขาคือผู้ที่บุกเข้าไปะเิเขื่อนตัวจริงเสียงจริง
การปรากฏตัวของอลันเปลี่ยนสถานการ์ได้จริงๆ
เกียเวอร์น เดินก้าวออกมา ดูท่าองค์ชายรัชทายาทอยากจะพูดอะไรบ้างแล้ว