เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สำหรับรองแม่ทัพลู่ที่ต้องจัดการงานที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทุกๆ วันเขาจะจมอยู่กับการจัดการเื่ราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ ั้แ่การแก้ไขปัญหาคดีความ การสืบสวนเื่ราวการค้าของเถื่อน ไปจนถึงการปราบปรามขุนนางที่คอร์รัปชัน รวมไปถึงการจัดการแผนการที่ลึกซึ้งเพื่อจัดการกับขุนนางฏที่กำลังขยายอำนาจในหยางโจว
รองแม่ทัพลู่แทบจะไม่ค่อยมีเวลาไปที่เรือนของตัวเองเลย เขามักจะอยู่ที่กรมทหารหรือแอบปลอมตัวในยามค่ำคืนเพื่อเข้าไปแทรกซึมในแวดวงการค้าของเถื่อนที่กำลังขยายตัวในเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยการลักลอบค้าสินค้าเถื่อนและการรับสินบนจากขุนนางบางกลุ่มที่หวังสร้างฐานอำนาจของตนเอง
ในแต่ละวัน รองแม่ทัพลู่จะต้องรับมือกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป เขามักจะอยู่ในสภาพที่ยุ่งเหยิง เมื่อได้รับรายงานจากเ้าหน้าที่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของขุนนางที่ต้องสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการค้าของเถื่อน เขาจะต้องลงมือทันทีโดยไม่ให้ใครรู้ตัว การจัดการกับขุนนางที่เกี่ยวข้องกับเื่โกงและคอร์รัปชันนั้นซับซ้อนและเสี่ยงอันตราย
ทุกครั้งที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการกับขุนนางฏในหยางโจว จะต้องปลอมตัวไปในชุดของพ่อค้า เพื่อเข้าไปเจรจากับพวกเขาอย่างลับๆ เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับแผนการของขุนนางเ่าั้ การเดินทางไกลและการเผชิญกับอันตรายจากทั้งศัตรูและภัยธรรมชาติในระหว่างการปลอมตัวนั้นทำให้เขาต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง
ชีวิตเต็มไปด้วยภารกิจที่ไม่รู้จักจบสิ้น เมื่อไม่้าให้ใครรู้ว่าผลลัพธ์ของการสืบสวนจนนำไปสู่การเปิดเผยเื่ราวของพวกขุนนางที่คอร์รัปชัน เขาจึงไม่ค่อยกลับไปที่บ้าน จนเหนื่อยจากงานจริงๆค่อยกลับบ้านเพราะที่นั้นไม่มีใครคอยพูดคุยหรือถามไถ่เกี่ยวกับงานที่เขาทำ ทุกอย่างเงียบสงบและเป็ระเบียบ ตามที่เขา้า แม้จะเป็เพียงเวลาสั้นๆ
ในคืนหนึ่งหลังจากที่ไม่ได้กลับเรือนมาหลายวัน รองแม่ทัพลู่ก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เงียบสงบแต่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ เขาเข้ามาในเรือนด้วยชุดทหารที่ยังเปื้อนฝุ่นจากการเดินทางไกล สายตาของเขายังคงเ็าเหมือนเคย แต่ในแววตานั้นแฝงความเคร่งเครียดจากงานหนักที่เขาต้องเผชิญ
พ่อบ้านและคนงานในเรือนรีบออกมาต้อนรับเงียบๆ โดยไม่มีคำพูดใดๆ พวกเขารู้ดีว่าการทักทายหรือถามไถ่อาจจะรบกวนความคิดของนายท่าน และนางที่นั่งอยู่ในห้องของตัวเองก็ได้รับแจ้งจากพ่อบ้านว่า “นายท่านกลับมาแล้ว” คำสั้นๆ แต่กับทำให้นางใจเต้นรัวด้วยความกังวลและหวาดหวั่นเพราะปกติจะไม่มีใครมาบอกว่านายท่านกลับมา หรือการกลับมาครั้งนี้อาจมีคำสั่งหรือเื่บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวนาง
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นนอกห้อง นางเงยหน้ามองบานประตูด้วยความประหม่า เมื่อประตูถูกผลักเปิดอย่างช้าๆ ร่างสูงของเขาปรากฏขึ้นในเงามืด ก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง เสียงเข้มเย็นของเขาดังขึ้น
“ข้ามีงานให้เ้าทำ” เขากล่าวโดยไม่เสียเวลาอธิบายความรู้สึกหรือถามถึงสภาพความเป็อยู่ของนาง เพียงปลายตามองนางเล็กน้อยเท่านั้น
นางลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างรวดเร็ว เดินเข้ามาใกล้เขาก้มศีรษะอย่างนอบน้อม น้ำเสียงของนางสั่นเครือ “นายท่านโปรดสั่ง”
รองแม่ทัพลู่เดินเข้าไปใกล้มากขึ้น ทั้งสองห่างกันเพียงแค่โต๊ะไม้กั้น สายตาของเขาจ้องมองนางนิ่งๆ เหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง ก่อนที่เขาจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นและจริงจัง
“ข้า้าให้เ้าเข้าไปในเรือนของขุนนางจาง เ้าเป็ผู้หญิง น่าจะง่ายที่จะทำตัวกลมกลืน พวกนั้นชอบหลงใหลในความงามและความสามารถของผู้หญิงเช่นเ้า”
คำพูดนั้นทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกกดทับ ความหวาดกลัวในใจของนางยิ่งเพิ่มขึ้น แม้จะยังไม่รู้แน่ชัดว่าภารกิจนี้มีความเสี่ยงแค่ไหน แต่เพียงแค่คำสั่งให้เข้าไปในเรือนของขุนนาง นางก็รู้ได้ทันทีว่าชีวิตของตนอาจไม่ปลอดภัย แต่ก็พยัคหน้ารับโดยดี
“เ้าจงจำไว้ให้ดี...” รองแม่ทัพลู่พูดต่อ “ถ้างานนี้สำเร็จ ข้าจะให้ค่าตอบแทนอย่างงาม และจะปล่อยเ้า ไปใช้ชีวิตที่เ้า้า แต่ถ้าเ้าหักหลังหรือทำอะไรผิดพลาด ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าอยู่ก็ไม่ต่างจากตาย”
คำพูดนั้นนี้ดังขึ้นมาอีกแล้วเหมือนคมมีดที่กรีดลงในใจของนาง ทำไมต้องข่มขู่ด้วย ท่านกลัวข้าหักหลังขนาดนั้นเลยหรอ ท่านเคยช่วยข้าไว้ ข้าจะหักหลังท่านได้ยังไง แม้ว่าท่านจะจำข้าไม่ได้แล้วก็ตาม นางพยักหน้าเบาๆ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจอธิบายได้
“เตรียมตัวให้พร้อม อีกสามวันข้าจะส่งเ้าไปที่นั่น” รองแม่ทัพลู่กล่าวจบแล้วหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง นางได้แต่มองแผ่นหลังแข็งกร้าวนั้นหายลับไปกับความเงียบของห้อง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
ลมหายใจหนักอึ้งถูกปล่อยออกมาอย่างยาวนาน ความเหน็บหนาวค่อยๆ ซึมผ่านผิวกายไปถึงกระดูก ราวกับทุกอย่างรอบตัวกำลังบีบคั้นให้นางต้องเดินต่อไปในเส้นทางที่ไม่อาจปฏิเสธได้...
บรรยากาศในวันต่อมา
รองแม่ทัพลู่ยังคงยุ่งอยู่กับการเตรียมการ ทุกอย่างถูกวางแผนอย่างรอบคอบ เขาไม่ได้สนใจที่จะพูดคุยหรืออธิบายเพิ่มเติม สำหรับเขาคือมันไม่จำเป็ เขาทุ่มเทให้กับการตรวจสอบข้อมูลและการประเมินความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด แล้วรีบจบเื่นี้ให้เร็วที่สุดเพราะยังมีอีกหลายงานรอให้เขาต้องแก้ไขอีก
หลานชิงและหลานเย่ องครักษ์คู่ใจของเขา ทั้งสามเติบโตมาด้วยกัน แม้กระทั่งมาเป็ทหารก็ติดตามกันออกมา มักจะคอยมองดูนายของตนอยู่เงียบๆ คอยส่งรายงานและจัดการงานตามที่ได้รับมอบหมาย พวกเขาเห็นชัดเจนว่านายตนเองทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักแต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้เอ่ยคำปลอบใจใดๆ เพราะรู้ดีว่านายตนไม่ใช่คนที่ยินดีรับฟังคำพูดเช่นนั้น ทำได้เพียงแค่ช่วยแบ่งเบางานในมือนาย