ครืน ครืน
สภาพอากาศที่แปรปรวนและท้องฟ้าที่มืดครึ้มพื้นที่โล่งกว้างและแห้งแล้งที่ถูกรายล้อมไปด้วยหุบเขา
เสียงเดินทัพและเสียงปลุกระดมที่เคยดังกังวาลบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยเสียงคำรามของัที่อยู่บนฟากฟ้า
แต่แปลกที่ทั้งสองกองทัพต่างก็ไม่แสดงท่าทีใเลยแม้แต่น้อยราวกับว่าพวกเขารู้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดขึ้น
'พวกเขาไม่ใเลยหรอที่มีัตัวเท่าฟ้าปรากฎตัวขึ้น?'
ัตัวนั้นเลื้อยไปมาท่ามกลางหมู่เมฆซักพักก่อนจะมองลงมา
ด้วยขนาดที่โหญ่ทำให้ไม่รู้เลยว่ากำลังจ้องมองสิ่งใด
ทันใดนั้นมันเปลี่ยนตัวเองเป็สายฟ้าพุ่งทะยานลงมายังผืนดินที่อยู่เบื้องล่างระหว่างสองกองทัพด้วยความเร็วสูงก่อกำเนิดเป็เสียงดังสนั่นกังวาลไปทั่วผืนพิภพ
ซู่วว เปรี้ยง ตู้มมมมมมม!!!
ท่ามกลางฝุ่นควันที่ลอยฟุ้งมีเงาของเด็กตัวเล็กผมยาวลงมาจนเลยตัวกำลังลอยอยู่เหนือพื้น
และจู่ๆก็มีเสียงหนึ่งลอดเข้ามาในหัวของชายหนุ่มและทุกคนในกองทัพ
[ฝ่ายใดที่ชนะในศึกนี้จะได้รับสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโลกไปในทิศทางที่เ้า้า]
เป็เสียงที่ทั้งใสและนุ่มนวลทำให้แยกไม่ออกเลยว่านี่เป็เสียงของผู้ชายหรือผู้หญิง
[ส่วนฝ่ายที่พ่ายแพ้จะถูกลบเรือนให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์และโลกใบนี้ตลอดกาล]
ฝุ่นควัญที่ลอยฟุ้งค่อยๆอันตธารหายไปเผยให้เห็นร่างของเด็กผมสีฟ้ายาวดวงตากลมโตคล้ายกับอัญมณีสีฟ้าคราม
แม้จะเป็เด็กแต่ก็งดงามประดุจพระเ้าเลือกสร้าง
ชายหนุ่มถึงกับถูกสะกดอยู่ซักพักก่อนจะได้สติกลับคืนมา
ในวินาทีที่ชายหนุ่มกระพริบตาภาพก็ตัดไปยังตอนที่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!!!!
จอมเวททั้งสองฝั่งต่างร่ายเวทที่สร้างความเสียหายเป็วงกว้างเพื่อหวังจะจัดการศัตรูให้ได้มากที่สุด
เฮฮฮฮฮฮฮฮ!!!!!!
เหล่าอัศวินที่อยู่แนวหน้าต่างก็รีบกรูเข้าหาศัตรูโดยไม่คิดชีวิตเพื่อที่จะเด็ดหัวข้าศึก
ตึง ตึง ตึงงง!!!
เหล่าคนั์เพียงแค่เดินก็สามารถสังหารศัตรูได้เป็จำนวนมากไม่แพ้กับจอมเวท
แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่ทำให้เชื่องช้าและตกเป็เป้าได้ง่าย
เพียงไม่นานก็ล้มหงายหลังเพราะโดนเวทมนตร์ของฝ่ายอสูรเข้ากลางอกอย่างจัง
แต่ก็ได้ค้อนช่วยพยุงเอาไว้ทำให้ไม่ล้มลงไปทับกองทัพตัวเอง
ในขณะที่คนั์กำลังเสียท่าก็ได้มีอสูรตนหนึ่งพุ่งทยานขึ้นมาพร้อมกับดาบขนาดใหญ่เพื่อหวังจะทำลายดวงตาของยักตนนี้
'เสร็จข้า!!'
วู่มมม!!!
แต่แผนดังกล่าวก็ถูกขัดโดยทูต์ตนหนึ่งที่ขว้างหอกหมายจะปิดชีวิต
แต่ก็น่าเสียดายที่อสูรตนนั้นหลบได้
"ฮิฮิ ไม่โดน-อั๊ก"
ระหว่างที่อสูรตนนั้นกำลังชะล่าใจหอกที่เคยพุ่งออกไปก็พุ่งกลับมาด้วยความเร็วแสงแทงทะลุหัวใจของอสูรตนนั้นจนสิ้นชีพ
าเป็ไปอย่างดุเดือดต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร
ภาพตรงหน้าชายหนุ่มในตอนนี้นั้นได้เป็มากกว่าความฝันไปซะแล้ว
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังชมภาพาอันน่าตื่นเต้นนี้เด็กผมฟ้าที่ลอยอยู่ไม่ไกลก็ได้บังเอิญหันมาจ้องมองชายหนุ่มด้วยดวงตาที่เบิกโพลง
[เ้า...?]
[ได้ยังไงกัน..]
'หืม เขามองเห็นเราหรอ?'
ชายหนุ่มคิดมาตลอดว่าไม่มีใครสามารถมองเห็นตนได้เพราะนี่เป็เพียงความฝันและชายหนุ่มก็ลอยอยู่เหนือพวกเผ่าที่บินได้ไม่มากนัก
หากพวกมันมองเห็นชายหนุ่มจริงก็คงสังเกตุเห็นและหันมามองตั้งนานแล้ว
แต่พวกมันไม่
ายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆและเด็กผมฟ้าคนนั้นก็ยังคงจ้องมองชายหนุ่มโดยไม่กระพริบตา
[เ้าเงียบทำไม หรือความเงียบคือคำตอบของเ้า?]
ชายหนุ่มอยากจะตอบกลับไปจนใจจะขาดแต่ก็ทำไม่ได้
เพราะตอนนี้ร่างกายของชายหนุ่มถูกปกคลุมไปด้วยพลังลึกลับสีดำั้แ่เท้าจนถึงปากทำให้ทำได้เพียงแค่มองและขยับคอเล็กน้อยเท่านั้น
'สรุปคือเด็กคนนั้นเห็นเราจริงๆสินะ'
[เ้า..ข้าถามก็ตอบสิ]
ชายหนุ่มไม่รู้จะทำยังไงเลยค่อยๆเหลือบตาไปมอง
โดยธรรมชาติแล้วชายหนุ่มมักจะทำสายตาที่นิ่งและเ็าอยู่ตลอดเวลา
นั่นเลยทำให้เด็กคนนั้นเข้าใจผิดว่าชายหนุ่มกำลังมองเหยียดตนอยู่เลยบันดารโทษะใส่ชายหนุ่มทันที
[เ้ามันโอหัง ตายซะ]
ครืนนน
เมฆดำเคลื่อนที่มาอัดแน่นอยู่ตรงจุดๆเดียวอย่างรวดเร็ว
มันหวังที่จะปลิดชีวิตของชายหนุ่มด้วยการอัดแน่นพลังไฟฟ้าและโจมตีให้ตายในทีเดียว
'ซวยละ!!'
ชายหนุ่มใสุดขีดและพยายามที่จะหนีออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดแต่ก็ไม่เป็ผลเพราะชายหนุ่มไม่สามารถขยับตัวได้เลยแม้แต่น้อย
[ไม่คิดจะหนีเลยหรอใจกล้าดีนี่]
ในตอนนั้นชายหนุ่มคิดว่าตัวเองต้องตายแน่ๆแต่จู่ๆท้องฟ้าก็มืดครึ้มยิ่งกว่าเดิมอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
เป็ความมืดที่ใครเห็นก็เป็อันต้องหวาดกลัวไปหมด
ครืด...
ท้องฟ้าค่อยๆแยกออกเป็สอง
ในความมืดมิดที่ปกคลุมสนามรบมีความมืดมิดที่ยิ่งกว่าซ่อนอยู่ในรอยแยกนั้น
ความสนใจของทุกคนมารวมอยู่ตรงรอยแยกนั้นเป็จุดเดียว
แม้แต่เด็กผมฟ้าและตัวชายหนุ่มเองก็ยังต้องมอง
เมฆครึ้มที่อยู่บนหัวพลันอันตธารหายไปในพริบตาราวกับไม่เคยมีมาก่อน
สนามรบที่เคยเสียงดังสนั่นบัดนี้กลับเงียบสนิท
'อะไรกัน..'
ความไม่รู้คือความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกลงไปในแทบจะทุกเผ่าพันธ์
หลายๆคนต่างพยายามหาข้อพิสูจน์และคำตอบให้กับความไม่รู้เ่าั้เพื่อที่จะสยบความกลัวให้อยู่หมัด
แต่ในสถานการณ์ตรงหน้ามันช่างยากเหลือเกินที่จะทำเช่นนั้น
ดวงตาขนาดมหึมาที่ราวกับสามารถจ้องมองโลกได้ทั้งใบ ท้องฟ้าอันมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงเดือนแสงตะวัน
ทุกสิ่งถูกสยบให้อยู่ภายใต้ความหวาดกลัวของความไม่รู้ในชั่วพริบตา
แม้แต่ตัวเด็กผมฟ้าและชายหนุ่มเองก็ด้วย
มันกลอกตามองไปรอบๆเหมือนกับกำลังมองหาบางสิ่ง
แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่ซะยิ่งกว่าัที่ปรากฏตัวในตอนต้นมากทำให้ไม่รู้เลยว่ามันกำลังมองอะไรอยู่กันแน่
กระทั่งมันเจอชายหนุ่ม