บทที่ 2 พลั้งมือ
แสงไฟสลัวๆดวงเล็กๆถูกประดับรอบลาน กลีบกุหลาบสีแดงปนขาวถูกเด็ดโรยตามทางเดิน
พนักงานบริการต่างเป็คนของเขาที่รู้นอกรู้ในเป็อย่างดี...
ห้องอาหารสุดหรูในเรือสำราญลำใหญ่ ถูกสั่งจองเหมาลำ เพื่อแผนนี้โดยเฉพาะ
เวลาสองทุ่มตรง
นักการเมืองวัยกลางคน ที่คนในวงการนี้ต่างรู้ดี ว่าเขาเป็เหมือนมาเฟียจีนเทาครองถิ่น
"ยัยนักแสดงนั่นมารึยัง " เขาเอ่ยถามเป็ประโยคแรกั้แ่มาถึง
"เธอยังไม่มาครับ" พนักงานบริการรีบสวนตอบกลับทันควัน เพราะไม่อยากเป็ที่ระบายอารมณ์ของผู้ใหญ่
"บ้าเอ๊ย!! อย่าบอกนะว่า ฉันกำลังจะโดนเบี้ยว!!"
วิลเลี่ยมชาง อารมณ์ฉุนเฉียวเหมือนพายุกรด แหกปากตะคอก ถีบยันโคมไฟประดับจนแตกละเอียด
"ฮัลโหล!! เงินก็โอนไปแล้ว ทำไมคนยังไม่มา คุณคิดจะผิดนัดผมงั้นเหรอ "
ลูกน้องก็เสียวหลังวูบวาบ อยู่ไม่เป็สุข เพราะเ้านายอารมณ์แปรปรวน เดาใจไม่ถูก รีบต่อสายหาฟ่านยี้เร็วที่สุด
เพราะความใจร้อน วิลเลี่ยมแย่งมือถือมาพูดเอง
"ตอนนี้ฉันกำลังเดินทางไปค่ะ คุณลูกค้าใจเย็นลงหน่อยนะคะ"
ฟ่านยี้พยายามพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ ทั้งที่ปลายสายพูดจากระโชกโฮกฮาก ข่มขู่ไม่หยุด
หลังจากนั้นไม่นานเกินรอ รถตู้สีดำจอดเทียบท่าเรือ ฟ่านยี้และม่านกู่แต่งตัวเรียบง่าย ลงเรือไปพร้อมกันโดยไม่เอะใจ
พลังงานบริการทุกคนที่มีส่วนรู้เห็น ปิดปากเงียบ เก็บพิรุธได้ดี นำทางเธอไปที่ห้องอาหาร โดยกันตัวฟ่านยี้ออกไป
"เดี๋ยวนะ ทำไมต้องพาเธอออกไปด้วยล่ะ "
"เธอเป็ผู้จัดการส่วนตัวของฉัน อีกทั้งยังเป็เพื่อนสนิทของฉันด้วย "
"ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องแยกเธอออกไป " ม่านกู่รู้สึกแปลกๆเริ่มเถียงฉอดๆ
"ไม่เป็ไรหรอกม่านกู่ รีบไปเถอะ ฉันจะรอเธอที่ห้องอาหารข้างๆ "
"บางทีลูกค้าอาจจะ้าความเป็ส่วนตัว อยู่กับเธอและครอบครัว เธอก็รู้ว่าฉันไม่ใช่ดารานักแสดงที่มีชื่อเสียง แค่ผู้จัดการส่วนตัวเท่านั้น" ฟ่านยี้พูดให้เพื่อนสบายใจ ก่อนจะยอมแยกออกไปอีกทาง
แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็อย่างที่คิด พนักงานบริการพาฟ่านยี้ออกจากเรือสำราญ ไม่เป็ไปตามที่ตกลงกันไว้แต่แรก
ห้องอาหารหรูไม่มีใครเลยนอกจาก ชายวัยกลางคน สวมสูทผูก คีบบุหรี่ควันขโมง
"ไหนล่ะ แม่ของคุณ" ม่านกู่ชิงถามด้วยสีหน้าเจื่อนๆ
"ว่าไงนะ" วิลเลี่ยมทิ้งก้นบุหรี่บนพื้นพรม กดปลายรองเท้าขัดมันบี้บดให้บุหรี่หมดไฟ
"ฉันพูดว่า แม่ของคุณที่เธอป่วยเป็มะเร็งอยู่ที่ไหน" ม่านกู่เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยถามย้ำอีกรอบ
"เหอะ ยัยผู้จัดการนั่นคงโกหกอะไรเธอมาแน่ๆ "
"แม่ของผมเสียไปสิบกว่าปีแล้ว "
"ที่นี่ไม่มีใคร นอกจากคุณและผม เลิกถามหาคนที่ไม่เกี่ยวข้องได้แล้ว" วิลเลี่ยมชางเดินเข้าหาเธอด้วยแววตาเสือดุกระหายเหยื่อ
เหตุการณ์เริ่มผิดปกติไม่เป็อย่างที่คิด ม่านกู่ไหวตัวทันเดินหันหลังกลับ ออกแรงผลักประตู แต่มันถูกล็อคแน่นจากด้านนอก
"ไม่ต้องพยายามหรอก ยังไงคุณก็ต้องอยู่ที่นี่กับผม "
"จะบอกให้นะ ว่าผมจ่ายเงินไปเยอะมาก กว่าจะได้อยู่กับหลิวม่านกู่ คนที่ผมคลั่งไคล้นักหนา แบบสองต่อสอง"
"มาเถอะที่รัก อาหารชั้นเลิศพวกนี้ ผมเตรียมไว้ให้คุณ มันเกือบจะเย็นชืดหมดแล้ว"
วิลเลี่ยมชางประคองม่านกู่เบาๆไปนั่งหัวโต๊ะ ข้างๆกัน ร่วมทานอาหารปกติ เหมือนไม่มีอะไรซับซ้อน
หลังจากนั้นเพียงสิบห้านาที...
ม่านกู่เริ่มมีอาการวิงเวียน เหมือนคนถูกวางยา วิลเลี่ยมชางไม่รอช้า รีบฉวยโอกาสััเนื้อตัวดาราสาว
เริ่มจากลูบไล้หน้าตัก ล้วงลึกเข้าไปใต้กระโปรง มืออีกข้างบีบคลึงหน้าอกแบบหน้าด้าน ๆ
"อ๊าก ปล่อยนะ ปล่อยฉัน!!"
เธอพยายามส่งเสียงดัง ร้องขอความช่วยเหลือ หวังว่าเพื่อนสนิทที่รออยู่ข้างห้องจะได้ยิน
"แหกปากร้อง ก็ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก !! "
"คนบนเรือ ั้แ่พนักงานบริการยันคนขับเรือ เป็คนของฉันทั้งหมด!! "
พอพูดจบประโยค เขาเข้าซุกไซ้หลังหูเธออย่างรีบร้อน ไม่เพียงเท่านั้นยังประกบจูบปากสาวน้อยอย่างรุนแรง
ม่านกู่พยายามรวบรวมสติ ควานมือคลำหาของมีคม กระทั่งจับส้อมได้ถนัดมือพอดิบพอดี ออกแรงเสียบเข้าข้างแก้มของเขาจนทะลุ
"นังนี่!! ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก"
"ฉันให้แกเป็คุณหนู ไม่ชอบ ชอบให้ฉันทำเหมือนแกเป็โสเภณีหรอ!!"
เืสดๆอาบข้างแก้มด้านซ้าย นั่นไม่ทำให้เขาสะทกสะท้าน ถุยน้ำลายรดหน้าเธอ พร้อมดึงส้อมยาวเควี้ยงทิ้งต่อหน้าต่อตา ที่เขาทำแบบนี้ได้ไม่ใช่ว่าเก่งหรืออึดอะไร แต่เพราะไอ้นักการเมืองชั่วหวังแอ้มม่านกู่ให้เข็ด ดื่มยาชูกำลังหลายขนาน คึกคักเหมือนม้าดีด บวกกับแอลกออฮอล์จำนวนมากที่เขาดื่มแบบไม่ยั้ง ทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้ สุดท้ายพลั้งมือรุนแรงจนเธอแน่นิ่งไป คิดเออเองว่าเธอตายด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวชั่ววูบ
"เห้ย เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งนิ่งไปแบบนี้!! ฉันยังไม่หมดสนุกเลย!!" วิลเลี่ยมเขย่าร่างเล็กๆหลายครั้ง แต่ไม่มีการตอบสนอง
เขาตบหน้าเธอเรียกสติหลายที จนเบ้าตาปูดบวม ที่แท้ม่านกู่ได้รับยากล่อมประสาทเกินขนาดจนหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว
จากที่กำลังคึกๆ เ้าปิกกาจู๋น้อยก็ดันหดเหี่ยวลงซะดื้อๆเพราะกลัวความผิด วิลเลี่ยมชางมึนหัวเพราะเสียเืมาก เริ่มยืนไม่นิ่ง โซเซง่นเง่น ต้องได้ใช้มืออีกข้างค้ำยันขอบโต๊ะอาหาร
"เด็กๆ !!!"
"รีบจอดเรือเทียบฝั่งเร็ว"
"อยู่ไม่ได้แล้ว อีนี่มันเป็ดาราดัง ถ้ามีใครสืบได้ว่าเป็ฝีมือฉันล่ะก็ เื่นี้ต้องยุ่งยากเกินความควบคุมของเราแน่"
ถึงจะเป็มาเฟียใหญ่ ก็เกมโอเว่อร์ได้เหมือนกัน เพราะทุกวันนี้สื่อโซเซี่ยลมันไปไว ข่าวสารต่างๆขับเคลื่อนด้วยชาวเน็ตกันทั้งนั้น
"แล้วศพของเธอ เอายังไงต่อดีครับ" ลูกกระจ๊อกรอคำสั่งจากนายใหญ่
"ช่างเถอะ พวกแกมักจะทำงานไม่เรียบร้อย ขืนปล่อยไว้ เื่ซวยๆมีหวังสาวมาถึงตัวฉันแน่"
วิลเลี่ยมชางยกหูโทรหาบุคคลปริศนา ที่มีโอกาสได้รู้จักกันโดยบังเอิญ
เขาคนนั้นคือ หลุนเซ่อ
คนที่สร้างภาพลักษณ์ภายนอกให้เหมือนพนักงานบริษัทไส้แห้งคนหนึ่ง แต่ที่จริงแล้วทุกคนในวงการต่างรู้จักกันดี ว่าเขาคือเทวทูตเดินดิน พ่อค้าคนกลางที่จำหน่ายอวัยวะมนุษย์ให้ผู้มีอิทธิพลและเศรษฐีต่างชาติ
ในห้องเช่าเล็กๆเหม็นคาวไปด้วยกลิ่นสาปเื
เขายืนกอด-อกมองลูกน้องสองคนบรรจุอวัยวะที่ต้องจัดส่ง ด้วยแววตาสุดเืเย็น เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นรบกวนชวนให้เขาหัวเสีย แต่ทันทีที่เห็นว่าเป็เบอร์ของใคร เขากลับเผยรอยยิ้มปีศาจออกมาแบบไม่รู้ตัว
"ว่าไง... ผมรอสายของคุณมานานมาก ไม่คิดว่า วันนี้ผมจะโชคดีได้รับสายมาเฟียใหญ่อย่างคุณ"
น้ำเสียงเย็นๆ ชมเชยปลายสายั้แ่เขายังไม่ได้เปิดปากพูด
"หลุนเซ่อ วันนี้ฉันไม่มีเวลามาเล่นลิ้นกับแกหรอกนะ "
"ช่วยมาเก็บศพคนให้ฉันที งานนี้ต้องเก็บให้ละเอียด อย่าทิ้งไว้แม้แต่ร่องรอยเดียว "
"ศพนี้ ฉันให้แกไปฟรีๆ ไม่ถือเป็การซื้อขาย แต่มีข้อแม้ว่าแกต้องมาจัดการให้เร้วที่สุด"
น้ำเสียงของเขาฟังดูแปลกประหลาด สั่นเครือรีบร้อน เหมือน้าปกปิดอะไรบางอย่าง
ทันทีที่เขาตอบตกลง ต่อมเผือกทำงาน หลุนเซ่อไม่รอช้า ถือกระเป๋าคู่ใจ ที่ดูเผินๆเหมือนกระเป๋าใส่เอกสารของคนทำงาน แต่ในนั้นบรรจุอุปกรณ์หั่นศพ พร้อมมีดแหลมคมหลายเล่ม รีบไปที่เรือสำราญเพียงลำพัง
มุมเม้ามอย
อ๊าก!!! ใครอยากจะกรี้ดดังๆเหมือนกันบ้าง หมั่นไส้อิฟ่านยี้มาก อย่าให้เจออยู่ตลาดสดนะเห้ย เดี๋ยวแม่จะฟาดด้วยเปลือกทุกเรียน
เห็นเงินดีกว่าเพื่อน ส่วนนางเอกก็ดันใจอ่อนตามใจเพื่อน เป็ไงล่ะ บรรลัยเลยทีนี้
ว่าแต่ตัวละครปริศนา อย่างหลุนเซ่อนี่เป็ใครกันนะ ทุกคนพอจะเดาออกไหมว่าเขาจะมาไม้ดีหรือไม้ร้าย
ปล. เม้ามอยกันต่อในเม้นนะคะ ฮิฮิ