อาคารสีครีมอ่อนสูง8ชั้นรูปทรงสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มหน้าตาหล่อขั้นเทพ เชื้อสายไทย-จีนผู้นี้รู้สึกไม่อยากก้าวเดินเข้าไปสักเท่าไรนักเขาบอกกับตัวเองว่า...หากไม่จำเป็จริง ๆ เขาจะไม่ย่างกรายเข้ามาในสถานที่แห่งนี้อีกแต่หากเพราะความจำเป็ที่ต้องเร่งค้นคว้าหาข้อมูลต่าง ๆ ทั้งจากวิทยานิพนธ์สารนิพนธ์ งานวิจัย หนังสือตำราทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์และข้อมูลข่าวสารด้านการโรงแรมที่บรรณารักษ์ได้เก็บรวบรวมไว้ เพื่อใช้เป็ข้อมูลในการทำรายงานโปรเจกต์จบและเป็ฐานข้อมูลเพื่อเตรียมเข้าไปดูงานที่โรงแรมทีดีทีเอสพาร์ก ทำให้ชายหนุ่มต้องจำใจกลับมาเยือนสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง
หอสมุดแห่งนี้...ทำให้เขานึกถึงดวงิญญาสาวที่น่าสงสารจากการะโตึกฆ่าตัวตายดวงนั้นและลูกน้อยในท้องของเธอ...
ต้องกล้าฝืนใจเดินเข้าไปข้างในเขาตั้งใจว่า วันนี้เขาจะรีบค้นคว้าหาข้อมูลต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด จะไม่อยู่ในหอสมุดแห่งนี้จนใกล้เย็นย่ำเกือบค่ำมืดเฉกเช่นครั้งก่อน...
...เพราะเขาไม่้าจะเผลอหลับฝันเห็นดวงิญญาดวงนั้นที่มาขอความช่วยเหลือจากเขา ชายหนุ่มไม่้ารู้สึกผิดคิดว่าตัวเขาเองเป็คนแล้งน้ำใจที่ไม่ยอมช่วยเหลือเธอ...ยามเมื่อเธอมีความทุกข์และ้าความช่วยเหลือจากเขา...
มุมอ่านหนังสือในวันนี้ของต้องกล้าจึงเป็มุมใหม่คนละฝากฝั่งกับที่นั่งอ่านหนังสือเมื่อครั้งก่อนและมองไม่เห็นตึกคณะศึกษาศาสตร์ที่เกิดเหตุอันสยดสยองเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน...
เขาได้จองห้องประชุมกลุ่มที่อยู่ในหอสมุดไว้ และชักชวนเจตรินและภูผา มาค้นคว้าข้อมูลโปรเจกต์จบของแต่ละคนด้วยกัน แต่เจตนาที่แท้จริงของชายหนุ่มคือ...หวังให้เกลอรักทั้งสองชวนเขาพูดคุยสนทนากันเป็พักๆ เพื่อเป็กันชน ป้องกันไม่ให้เขาง่วงนอนจนเผลอผล็อยหลับไหลไปในที่แห่งนี้เหมือนเช่นคราก่อน
...เป็ความตั้งใจของเขาที่จะหลบเลี่ยงที่จะเจอกับดวงิญญาดวงนั้นทุกวิถีทางที่เขาจะทำได้
แต่นัดใครไม่นัด...เช่นเคยตัวเลขดิจิทัลบอกเวลาที่อยู่บนเรือนนาฬิกายี่ห้อดังของสหายรักทั้งสองของต้องกล้าไม่เคยมีความหมาย...
“โห!...นัดกันแปดโมงครึ่ง มาถึงกันจะเที่ยงวันแล้ว กูไม่อยู่เย็นด้วยนะว้อยบ่ายสองโมงกูจะกลับบ้านแล้ว เนี่ยดูสิ ต่อเวลาขอใช้ห้องนี้ไปสองรอบแล้วโชคดีที่พี่บรรณารักษ์ใจดี ไม่มีใครเข้ามาใช้ห้องต่อ เลยได้ใช้ห้องนี้ยาวทั้งวันได้นัดไม่เคยเป็นัดเลยพวกมึง กูกินบ๊วยคอยจนจะเป็โรคไตแล้ว”
ต้องกล้าบ่นกระปอดกระแปดเพราะตนเองเกือบจะเผลอหลับไปหลายครั้งจากความง่วงหงาวหาวนอนจากการนอนดึกเมื่อคืนและตื่นแต่เช้าตรู่เขาแอบกินบ๊วยที่ลักลอบเอาเข้ามาใส่ช่องลับในกระเป๋าไปเกือบหมดกระปุกเพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองฟุบหลับไปกับโต๊ะ
“ขี้บ่นจริงโว้ย !แปลกจริง ไปกินรังแตนมาจากไหนวะไอ้ต้อง” เจตรินแอบงงเพราะปกติต้องกล้าไม่เป็คนขี้บ่นอะไรง่าย ๆเขาและภูผามาสายจนเป็กิจวัตรที่ต้องกล้าชาชินแล้วและต้องกล้าไม่เคยบ่นเลย
“เออ!จริงด้วย กูว่ามึงแปลก ๆ ว่ะไอ้ต้องพวกกูก็มาสายเสมอต้นเสมอปลายั้แ่เรียนปี 1 จนปี 4 มึงก็ไม่เคยบ่น แต่ครั้งนี้ทำไมมึงบ่นวะ มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่าวะเล่าให้พวกกูฟังได้นะ” ภูผาเริ่มสงสัยในพฤติกรรมที่ผิดปกติของต้องกล้าเช่นกัน
“เออๆ กูขอโทษว่ะ กูเครียดไปหน่อย กูกลัวทำโปรเจกต์จบไม่ทันแล้ววันนี้กูติดธุระจะรีบกลับตอนบ่ายสองโมงด้วย เดี๋ยวเที่ยงไปกินส้มตำ น้ำตกไก่ย่างร้านป้าศรีร้านโปรดของพวกมึงที่ศูนย์อาหารกัน กูเลี้ยงพวกมึงเองเป็การไถ่โทษ” ต้องกล้ารู้ตัวว่าตนเองโมโหจนเกินเหตุเนื่องจากความกลัวที่ไม่้าจะหลับจนฝันเห็นสิ่งที่ไม่้าเห็น
เจตรินและภูผามองสบตากัน พวกเขารู้สึกได้ว่าชายหนุ่มรูปงามที่นั่งอยู่ตรงหน้ามีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สบายใจเกิดขึ้น และกำลังปิดบังพวกเขาอยู่ ปกติพวกเขาทั้งสามไม่เคยมีความลับใดๆ ต่อกัน หากใครมีปัญหาหรือมีความทุกข์ใด ๆ ก็จะระบายเล่าให้กันฟังและช่วยแก้ปัญหาให้กันและกันเสมอตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
“กูขอกินคอหมูย่าง3จาน กับไก่ย่างอีก 2 จานนะถือว่าเป็การไถ่โทษจากมึง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เจตรินชายร่างอวบอ้วนผู้มีหน้าตาดีหัวเราะเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศระหว่างเพื่อนไม่ให้อึมครึมจนเกินไป
“ส่วนกูขอเบียร์Z3 กระป๋องใหญ่ก็แล้วกัน มึงค่อยเอามาให้กูวันหลัง ห่อกระดาษใส่ถุงมาด้วยนะกูไม่อยากให้ใครมาเห็น เดี๋ยวจะเสียภาพลักษณ์กูหมด ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ภูผาชายหนุ่มผู้มีผิวเข้มและคอแข็งได้ที ขอเบียร์นำเข้าหายากจากต่างประเทศหวังแกล้งหยอกต้องกล้าให้คลายเครียด
“โห!ไอ้ภูผา ตะวันยังไม่ตกดินเลย มึงนึกถึงแอลกอฮอล์ล้างคอแล้วเหรอวะฮ่า ฮ่า ฮ่า” ต้องกล้าอดที่จะแซวเพื่อนรักไม่ได้ สามสหายหัวเราะออกมาพร้อมกัน
หลังจากที่ทุกคนเร่งรีบทำเวลารับประทานอาหารกลางวันกันอย่างรวดเร็วที่ร้านโปรดของชายหนุ่มทั้งสามแล้วพวกเขาก็รีบกลับเข้ามายังหอสมุดภายในเวลา 13.00 น.เพื่อค้นคว้าข้อมูลทำรายงานของแต่ละคนอย่างขะมักเขม้น ถึงแม้ภาพลักษณ์ภายนอกของพวกเขาจะเป็คนเฮฮาปาร์ตี้แต่หากเื่การเรียนหรือการทำงานแล้ว พวกเขาตั้งใจทำสิ่งนั้นอย่างเต็มที่เสมอ...แม้ว่าบางคนจะมาสายอยู่บ่อยครั้งก็ตาม
ต้องกล้าตัดสินใจขอบรรณารักษ์ต่อเวลาใช้ห้องประชุมกลุ่มออกไปถึงเวลา16.00น. เพราะเขายังหาข้อมูลไปไม่ถึงไหนและอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันนัดดูงานที่โรงแรมทีดีทีเอสพาร์กแล้วด้วย
เวลาผ่านไปไม่นานนักหลังจากพวกเขากลับเข้ามายังหอสมุด ด้วยอิทธิฤทธิ์ของข้าวเหนียวไก่ย่างและคอหมูย่าง หรือด้วยเหตุผลกลใดไม่อาจทราบได้ ทำให้พวกเขาทั้งสามเผลอฟุบหลับไปกับโต๊ะโดยไม่รู้ตัวและ...ไม่มีใครเตือนใครให้ตื่น...
นาฬิกาข้อมือและโทรศัพท์มือถือของต้องกล้าได้สั่นร้องปลุกเตือนแล้วเมื่อเวลา15.00น. แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงปลุก และไม่รู้สึกถึงความสั่นะเืที่เขาได้ตั้งระบบสั่นไว้เพื่อใช้ปลุกยามเผลอตัวนอนหลับอีกทางหนึ่ง
ต้องกล้าหลับใหลไม่ได้สติในห้วงความฝัน...เขาเห็นหมอกควันจาง ๆ บนดาดฟ้าของตึกคณะศึกษาศาสตร์ มีร่างผู้หญิงผมยาวยืนร้องไห้อยู่บนยอดตึกภาพนี้เขาเคยฝันเห็นแล้วเมื่อคราก่อน...
“นับดาวคุณนับดาวใช่มั้ยครับ” ชายหนุ่มถามออกไปในความฝัน
ร่างหญิงสาวผมยาวที่น้ำตาเจิ่งนองอาบใบหน้าเนื้อตัวเต็มไปด้วยเืเต็มกาย พยักหน้าตอบรับ
“ผม...ผมขอโทษด้วยนะครับ...ที่ผมไม่สามารถช่วยเหลืออะไรคุณได้เลย”ต้องกล้าพูดจาตะกุกตะกัก ยกมือไหว้ดวงิญญาที่อยู่ในความฝันด้วยความรู้สึกผิด
“ช่วยยยย...ด้ายยยยยย...”เสียงแหบพล่าของิญญาสาวพูดแ่เบา ด้วยความเหนื่อยล้าอ่อนแรง
พลันร่างของหญิงได้หายแวบไปภาพที่เขาเห็นในความฝันกลายเป็ตัวอักษรสีดำใหญ่หนาปรากฎอยู่...แล้วเลือนวับหายไปอย่างรวดเร็ว...
ต้องกล้าสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วเขามองไปรอบตัว ร่างชายอวบอ้วนผิวขาวใส และชายหนุ่มรูปร่างผอมสูง ผิวคมเข้มกำลังนอนหลับฟุบบนโต๊ะมีเสียงกรนเบา ๆ ออกมาเป็ระยะ ๆ
“เฮ้อ!หวังให้มาช่วยปลุกเราแท้ ๆ สุดท้าย...ไม่ได้ช่วยอะไรกูเลย หึ หึ หึ”ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ หันไปมองร่างของเพื่อนรักทั้งสองพลางส่ายหัวไปด้วยความเบื่อหน่าย
“เฮ้ย!ตื่น ๆๆๆๆ ได้แล้วว้อย จะสี่โมงเย็นแล้วหมดเวลาใช้ห้องประชุมกลุ่มแล้วว้อย” ต้องกล้าพูดเสียงดังเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ห้องประชุมกลุ่มที่อยู่ข้างๆ ได้ยิน พร้อมเขย่าร่างเพื่อนรักทั้งสองให้ตื่นจากภวังค์
“อะไรวะกูหลับไปั้แ่เมื่อไรวะเนี่ย” เจตรินสะดุ้งตื่น สูดน้ำลายที่ไหลยืดออกมาขยี้ตาด้วยความงวยงง
“ไอ้ภูผาตื่นได้แล้วโว้ย !”ต้องกล้าเอามือป้องปากะโใส่หูของภูผา
“ไอ้เป็ด!ใครมาทำร้ายกูวะ” ภูผาสะดุ้งตื่นอย่างรวดเร็ว ด้วยคิดว่าใครเอาประทัดมาจุดที่หู
“วันหลังนะกูไม่ชวนพวกมึงมาแล้ว หาข้อมูลไปไม่ถึงไหนเลย แถมกูหลับยังไม่ช่วยปลุกดันมานั่งหลับเป็เพื่อนกูอีก เฮ้อ ! อย่าหาทำอีกนะต้องกล้า”ต้องกล้าบ่นพึมพำ พร้อมรีบเก็บข้าวของและหนังสือเข้ากระเป๋าเนื่องจากใกล้เวลาเลิกใช้ห้องประชุมกลุ่มแล้ว และจะใกล้เวลาเย็นแล้วด้วยเขาไม่อยากอยู่หอสมุดนี้ถึงเวลาเย็นโพล้เพล้อีก...
ต้องกล้าเดินแยกจากเพื่อนๆ มายังลานจอดรถใกล้หอสมุด
“พจน์...”
“พจน์...ใครวะ...พจน์”ชายหนุ่มพึมพำท่องตัวหนังสือที่เขาฝันเห็นเมื่อสักครู่ออกมา...