บทที่ 18: แยกไม่ออกระหว่างจริงและปลอม
ความเย็นะเืไม่ได้เป็แค่ไอหมอกที่เกาะกินในกระดูกสันหลังอีกต่อไป มันซึมลึกเข้าไปในจิตใจ ผมนั่งอยู่บนเตียงในห้องตัวเอง แสงสลัวจากหลอดไฟส่องไปกระทบเงาของตัวเองบนพื้น ราวกับว่าผมกำลังนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างสองโลก โลกที่เพิ่งจากมาในห้อง 0 และโลกใบนี้ที่กำลังยืนยันว่าผมคือ อ๊อด ตัวจริง
แต่ผมใช่ อ๊อด ตัวจริงอย่างที่คิดหรือเปล่า? คำถามนั้นวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อน มันเริ่มกัดกินความมั่นใจจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ภาพของเมย์ในโลกที่บิดเบี้ยว รวมถึงภาพของเพื่อนบ้านคนอื่นที่ผมเห็นถูกแทนที่นั้นชัดเจนเกินไป มันตอกย้ำความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ว่า การถูกแทนที่นั้นเกิดขึ้นได้จริง และอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้
ผมเดินไปที่กระจกบานใหญ่ในห้อง จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเอง ใบหน้าเหนื่อยล้า ดวงตาโรยรา ผมยกมือขึ้นััใบหน้าในกระจก อุณหภูมิของผิวกายนั้นเย็นเยียบกว่าปกติเล็กน้อย หรือผมคิดไปเอง? ทุกลมหายใจ ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ รู้สึกเหมือนกำลังถูกเฝ้าดู เหมือนมีอีกคนกำลังหายใจอยู่ข้างๆ ผมตลอดเวลา
ความทรงจำเริ่มปะปนกัน ผมจำได้ว่าเมื่อเช้าผมลืมกระเป๋าสตางค์ไว้บนโต๊ะอาหาร แล้วผมก็เดินกลับไปหยิบมันมา แต่แล้วก็มีภาพอีกภาพหนึ่งผุดขึ้นในหัว ภาพที่ผมเห็นกระเป๋าสตางค์วางอยู่บนเตียงั้แ่แรก ไม่เคยลืมไว้ที่ไหนเลย ภาพไหนคือเื่จริง? ภาพไหนคือสิ่งที่ผมทำ? หรือเป็สิ่งที่ "อ๊อดอีกคน" ได้ทำไปแล้ว?
ผมพยายามนึกถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน สิ่งที่รู้กันแค่ระหว่างผมกับตัวเองเท่านั้น ผมจำได้ว่าผมมีแผลเป็เล็กๆ ที่ข้อมือซ้ายจากการโดนมีดบาดเมื่อตอนเด็ก ผมเปิดแขนเสื้อขึ้นดู มันยังคงอยู่ตรงนั้น รอยแผลจางๆ ที่เป็เครื่องยืนยันตัวตน แต่แล้วความรู้สึกหนึ่งก็แล่นเข้ามา นั่นคือความรู้สึกที่ว่า "อ๊อดอีกคน" อาจจะมีรอยแผลเป็เหมือนกันทุกอย่างก็ได้
ความหวาดระแวงค่อยๆ คืบคลานเข้ามายึดครองจิตใจ ผมมองไปรอบห้อง ของใช้ส่วนตัววางอยู่บนชั้นวางหนังสือ คอมพิวเตอร์ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน เสื้อผ้าแขวนอยู่ในตู้ ทุกอย่างดูเหมือนเดิม เหมือนกับเมื่อหลายวันก่อนที่ผมยังเป็อ๊อดคนเดิมที่ย้ายเข้ามาที่นี่ แต่กลับรู้สึกเหมือนทุกอย่างถูกจัดเรียงไว้อย่างประดิษฐ์ประดอย เพื่อหลอกลวงผม
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พยายามจะพิมพ์ข้อความหาเมย์อีกครั้ง แต่แล้วนิ้วก็ชะงัก คราวนี้ไม่เหมือนเดิม ผมรู้ว่าคนที่ตอบกลับมาไม่ใช่เมย์ตัวจริง แต่เป็ "อีกคน" ของเธอ ผมจะถามอะไร? จะบอกอะไร? ในเมื่อแม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่ากำลังสื่อสารกับใครอยู่
ความคิดของ "อ๊อดอีกคน" เริ่มเข้ามาแทรกซึมในหัว เหมือนเสียงกระซิบที่แสนเบา ผมจินตนาการถึงมันที่กำลังเดินไปมาในโลกของผม ทำสิ่งต่างๆ ที่ผมเคยทำ แต่ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไป มันคงรู้สึกถึงความหน่วงของเวลาที่ผมกำลังััอยู่ แต่มันกลับยอมรับมันได้ มันใช้ชีวิตอยู่กับความผิดปกตินั้นอย่างเป็ธรรมชาติ
ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามรวบรวมสติ แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ ทุกอย่างก็ยิ่งเลือนลางมากเท่านั้น ผมเคยมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน แต่ตอนนี้มันเหมือนถูกลบเลือนไปหมดสิ้น ผมเคยมีความรู้สึกนึกคิดที่เป็ของตัวเอง แต่ตอนนี้ทุกความคิดที่ผุดขึ้นมา ผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อยืนยันว่ามันมาจากผมจริงๆ
หรือว่าความรู้สึกที่กำลังทรมานผมอยู่นี้ ความรู้สึกไม่มั่นคงในตัวตน ความกลัว ความหวาดระแวง ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ "อ๊อดอีกคน" กำลังรู้สึก? หรือว่ามันคือการพยายามสร้างความสับสนให้ผม เพื่อให้ผมยอมแพ้ และยอมรับการแทนที่โดยสมบูรณ์?
ผมเดินไปเปิดหน้าต่างบานเล็กๆ ในห้อง มองออกไปเห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองยามค่ำคืน เสียงรถยนต์วิ่งผ่านไปมาเบาๆ ผู้คนกำลังใช้ชีวิตอย่างปกติสุขข้างนอกนั่น โดยไม่รู้เลยว่าในหอพักเก่าๆ แห่งนี้ มีบางสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบงัน
ผมนึกถึงตอนที่ผมเห็น "เงา" ของตัวเองในห้อง 0 มันจ้องมองผมด้วยแววตาที่ว่างเปล่า แต่มันก็เหมือนกับผมทุกประการ ทุกอย่างเหมือนกันหมดจนน่ากลัว ถ้ามันข้ามมาได้สำเร็จ ใครจะรู้ว่าผมคือของจริง หรือมันคือของจริง?
ผมหลับตาลง พยายามขับไล่ภาพเ่าั้ออกไป แต่ก็ไร้ประโยชน์ ในความมืดมิดของเปลือกตา ผมยังคงเห็นเงาของตัวเองซ้อนทับอยู่ ผมไม่รู้ว่านี่คือภาพหลอนที่เกิดจากความเครียด หรือเป็บางสิ่งที่ "อ๊อดอีกคน" กำลังส่งมาให้ผม มันเป็เกมจิตวิทยาที่กำลังทำให้ผมบ้าคลั่ง
ผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง มองไปยังมือของตัวเองที่กำลังสั่นเทา ผมพยายามตั้งสมาธิ พยายามนึกถึงความทรงจำที่เก่าแก่ที่สุด ความทรงจำที่ไม่อาจถูกแก้ไขได้ ผมจำได้ถึงเสียงหัวเราะของแม่ ภาพตอนที่พ่อสอนผมปั่นจักรยาน ทุกลมหายใจรู้สึกหนักอึ้ง
แต่แม้กระทั่งความทรงจำเ่าั้ก็ยังรู้สึกแปลกไป เหมือนมีบางอย่างถูกตัดออกไป เหมือนมีใครบางคนกำลังเล่าเื่ราวชีวิตของผมให้ฟังอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ด้วยน้ำเสียงของผมเอง
ผมเป็ตัวจริง หรือผมคือเงา?
ผมค่อยๆ ยกมือขึ้นััใบหน้าตัวเองอีกครั้ง คราวนี้ผมรู้สึกถึงความสั่นะเืเล็กน้อยที่ปลายนิ้ว ราวกับว่าิัของผมเป็เพียงภาพที่กระพริบไหว และเมื่อผมก้มลงมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ผมเห็นดวงตาคู่หนึ่งจ้องกลับมา ไม่ใช่ดวงตาที่เคยคุ้น แต่เป็ดวงตาที่ว่างเปล่าและเ็าเหลือเกิน…ราวกับไม่ใช่ของผมเอง