ตอนที่ 1
ณบ้านหลังใหญ่กลางใจเมืองสองหลังคู่ บ้านหลังแรกมีทั้งหมดสามชั้นบ้านหลังนี้มีผู้อยู่อาศัยทั้งหมดสามคน มีคุณประวิทย์ คุณขวัญนภาและลูกสาวคนเล็กอีกหนึ่งคน ซึ่งตอนนี้กำลังเรียนอยู่ต่างประเทศ
ส่วนอีกหลังถัดมาที่ตั้งอยู่คู่กันเป็บ้านสองชั้น ภายในบ้าน มีลูกชายคนโตของคุณประวิทย์และคุณขวัญนภา นั่นก็คือ...ท่องภพ พื้นที่โดยรอบบริเวณบ้านกว้างพอสมควรตามแบบฉบับบ้านในเมืองหลวงที่เน้นพื้นที่ใช้สอยเป็ตัวบ้านมากกว่าบริเวณบ้านหรือสนามหญ้าซึ่งท่องภพได้แยกบ้านออกมาอยู่ส่วนตัวและเขาได้เกิดอุบัติเหตุเสียการมองเห็นเป็เวลาครึ่งปีกว่าแล้ว
“ปัก!!ออกไป!!” เสียงปาข้าวของและเสียงตะหวาดของท่องภพดังออกมาถึงด้านนอกห้องั้แ่ที่เขาประสบอุบัติเหตุเมื่อหกเดือนก่อนจนเสียการมองเห็นเขาก็มักจะหัวร้อนอารมณ์ไม่คงที่แบบนี้อยู่บ่อยๆโดยเฉพาะเวลารำคาญที่มีคนคอยสั่งให้เขาทำโน่นทำนี่ กินนั่น ทานนี่รำคาญทุกครั้งที่มีคนคอยเ้ากี้เ้าการชีวิตของเขา
“ถึงเวลาทานอาหารแล้วนะคะ”เขามองไม่เห็น คนดูแลสาวจึงเอ่ยบอกให้เขารู้
“ไม่กินไม่หิวออกไป! เบื่อ!” คนขี้โมโหก็ไม่ได้คิดที่จะสนใจคำบอกเล่านี้สักเท่าไหร่เขาหงุดหงิดทุกครั้งที่มีคนคอยตอกย้ำบอกเขาว่าเขาตาบอดมองไม่เห็น
“ถ้างั้นหนูขอลาออกค่ะคุณภพเป็แบบนี้หนูก็เบื่อเหมือนกัน” คนดูแลสาวเอ่ยขึ้นอย่างเหลืออดใช่ว่าชายหนุ่มจะมีอารมณ์เป็คนเดียว เธอเองก็มีอารมณ์เป็เหมือนกัน โน่นก็ไม่เอานี่ก็ไม่เอา เลี้ยงยากยิ่งกว่าเด็กเสียอีก...เธอคิดในใจ
“จะไปไหนก็ไปรำคาญ”คนดูแลสาววิ่งออกจากห้องบนชั้นสองของตัวบ้านเธอวิ่งออกมาอย่างเหลืออด แต่ก็เจอเข้ากับคุณขวัญนภา คุณผู้หญิงบ้านหลังใหญ่หรือคุณแม่ของท่องภพพอดี
“เกิดอะไรกันขึ้น”คุณขวัญนภามักจะเดินมาเยี่ยมลูกชายอยู่บ่อยๆท่านกำลังเดินขึ้นมาชั้นบนพอดี ได้ยินเสียงลูกชายวัยสามสิบกว่าอาระวาดอีกแล้ว
“ก็คุณภพน่ะสิคะด่าหนูอีกแล้ว หนูหมดความอดทนแล้วค่ะ หนูขอลาออกค่ะคุณผู้หญิง” น้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แล้วหญิงสาวก็วิ่งลงบันไดไปเลยคุณขวัญนภาที่เห็นอารมณ์ของฝั่งตรงข้างไม่ค่อยดีนักครั้นจะอ้าปากขอร้องให้ใจเย็นๆก่อนก็ไม่กล้าพอเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่องภพลูกชายคนโตของท่านเป็แบบนี้แล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนดูแลท่องภพขอลาออก แต่มันนับครั้งไม่ได้แล้วต่างหาก
คุณขวัญนภารีบเปิดประตูแล้วเข้าไปต่อว่าลูกชายทันทีไม่ต้องสอบถามก็รู้ว่าลูกชายของท่านเป็คนผิด
“ภพ...ลูกอาระวาดอะไรอีก แม่ไม่ไหวจะหาคนมาอยู่เป็เพื่อนแล้วนะ” ก่อนหน้านี้ก็นับไม่ถ้วน บ้างคนเข้ามาทำงานวันเดียวออกเลยก็มีเพราะทนกับคนเ้าอารมณ์ไม่ไหว
“ผมไม่้าใครทั้งนั้นครับ”เมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็แม่เอ่ยขึ้นท่องภพจึงเบาเสียงของตัวเองลงหน่อย แต่น้ำเสียงก็ยังแข็งๆอยู่ดี
“แกอย่ามาอวดดีนะตาก็มองไม่เห็นแบบนี้จะอยู่คนเดียวได้ยังไง” ถึงท่องภพจะบอกเป็ร้อยครั้งพันครั้งว่าเขาไม่้าให้ใครมาดูแลทั้งนั้นแต่คนเป็แม่ที่ยังต้องทำงานอยู่ ถึงแม้ว่าท่านจะอายุมากแล้วก็ตามท่านอดที่จะเป็ห่วงลูกชายตัวโตของท่านไม่ได้ ท่านพยายามหาคนมาอยู่เป็เพื่อนขอแค่ให้ลูกของท่านมีคนคอยดูแล คอยอยู่เป็เพื่อนเท่านี้ท่านก็อุ่นใจแล้ว
“วันนั้นผมน่าจะตายๆไปให้มันรู้แล้วรู้รอดทุกคนจะได้มีความสุขกันมากกว่านี้” น้ำเสียงน้อยใจและคำพูดตัดพ้อเอ่ยบอกคนเป็แม่ถึงชีวิตของตัวเองจากชายหนุ่มรูปงามบ้านรวย โปรไฟล์นักธุรกิจหมื่นล้านจบนอกต้องกลายมาเป็คนพิการทางสายตา อีกทั้งยังเป็ภาระของทุกคนอีกด้วย
“นี่! แกอย่ามาประชดนะ” ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็ห่วงและอยากให้ท่องภพมีความสุขในแบบที่ควรจะเป็แต่ท่องภพกลับไม่เข้าใจเขามักจะเอาแต่ใจ อารมณ์ร้อน ชอบโมโหตัวเองและคนรอบข้างอยู่บ่อยๆ
“ผมไม่ได้ประชดผมพูดจริง คนที่มองไม่เห็นอย่างผม มันน่าสมเพชจะตาย” จากการงานที่กำลังไปได้สวยกลับต้องมาหยุดชะงักลงกะทันหันเพราะอุบัติเหตุจากความใจร้อนของเขาในครั้งนั้นและนี่จึงเป็เหตุทำให้เขาโมโหตัวเองอยู่บ่อยๆเพราะถ้าวันนั้นเขาไม่ใจร้อนขับรถด้วยความเร็วดวงตาของเขาก็คงไม่ต้องเป็เหมือนทุกวันนี้
“ภพ...ไม่มีใครสมเพชแกทั้งนั้น แกคิดของแกไปเองคนเดียวทั้งนั้น เื่ตาแม่กำลังช่วยหาทางรักษาอยู่ใจเย็นๆหน่อยได้ไหม” คุณขวัญนภารู้สึกสงสารลูกชายจับใจแต่ถ้าท่านใจดีเกินไป ท่องภพอาจจะได้ใจจนท่านหาคนมาดูแลบ่อยๆไม่ไหวเพราะทุกวันนี้ก็แทบไม่มีใครอยากจะมาทำงานตรงนี้ให้อยู่แล้วถึงแม้ว่าค่าแรงจะสูงมากกว่าปกติก็ตาม
“เมื่อไหร่ล่ะครับหนึ่งปี สองปี สามปี หรือว่าสิบปี หรืออาจจะตลอดชีวิตของผมก็ได้” ท่องภพยังคงพูดเหมือนน้อยใจในโชคชะตาชีวิตของตัวเองแบบนี้อยู่บ่อยๆแล้วการรอคอยในแต่ละวันของเขาก็ช่างยาวนานเหลือเกิน
“ชีวิตคนเรามันย่อมมีความหวังเสมอถึงแกจะมองไม่เห็นไปตลอดชีวิต แต่แกก็ไม่ได้ลำบากนี่ ฉันนี่ที่เป็คนลำบากหัดคิดถึงความรู้สึกของคนอื่นบ้างสิ แกคิดว่าแกทุกข์อยู่คนเดียวหรือไงฉันเป็แม่เห็นลูกเป็แบบนี้รู้ไหมว่าแม่รู้สึกยังไง” คุณขวัญนภาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายกับคนกำลังจะร้องไห้ท่องภพได้ยินดังนั้นเขาถึงกลับเบาลง
“คุณแม่...”
“เออ...เพิ่งนึกขึ้นได้เหรอว่าฉันเป็แม่ เกิดมาเป็ลูกผู้ชายซะเปล่าความอดทนน่ะหัดงัดเอาขึ้นมาใช้ซะบ้าง ไม่ใช่ใช้แต่อารมณ์ วันหนึ่งถ้าไม่มีแม่คนนี้แล้วอาจจะไม่มีใครเอาแกเลยก็ได้ ถ้าขืนแกยังทำตัวแบบนี้อยู่” ท่านปรามเสียงหนักถึงเวลาที่ลูกของท่านควรจะปรับปรุงตัวเองได้แล้ว
“ผม...ขอ..” (ขอโทษ)
“ปั้ง!!”เสียงปิดประตูดังขึ้นท่องภพยังพูดไม่ทันจบแต่ท่านก็ออกไปเสียแล้วทิ้งให้ท่องภพยืนอยู่ในห้องตามลำพัง เมื่อรู้ว่าผู้เป็แม่แอบร้องไห้เขาก็รู้สึกเสียใจไม่แพ้กัน
ปกติคุณขวัญนภาจะไม่ค่อยพูดกับท่องภพแรงเท่ากับครั้งนี้มาก่อนแต่วันนี้ท่านคงหมดความอดทนแล้วจริงๆ เพราะที่ผ่านมาท่านสงสารและคงตามใจท่องภพมากจนเกินไปถึงได้เสียนิสัยเหมือนทุกวันนี้
“คุณหนู...”เสียงป้าอิ่มแม่บ้านเก่าแก่ของบ้านและยังเป็ผู้ที่เลี้ยงท่องภพมาั้แ่เล็กแต่น้อยเดินขึ้นมาดูคุณหนูของแกด้วยความเป็ห่วง
“ป้าอิ่ม...”ท่องภพสนิทกับป้าอิ่มมากกว่าคุณแม่ของเขาซะอีกคุณขวัญนภาท่านเป็ผู้หญิงเก่งท่านชอบทำงานส่วนป้าอิ่มเลี้ยงท่องภพมาั้แ่ท่องภพยังตัวเล็กๆ แล้วในบ้านของท่องภพหลังนี้ก็มีป้าอิ่มและลุงมิ่งสามีของป้าอิ่มอยู่กันแค่นี้ส่วนคนอื่นๆจะอยู่ที่บ้านหลังใหญ่
“ค่ะป้าเองคุณหนูพูดอะไร ทำไมคุณผู้หญิงถึงได้เดินร้องไห้ออกไปแบบนั้น”
“ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“ท่านเป็แม่นะคะคุณหนูของป้าคนเก่าหายไปไหน ป้าคิดถึงคนนั้นจังเลย” ป้าอิ่มคงมาว่าเขาอีกคนสินะ
“ถ้าผมยังเป็แบบนี้อยู่ทุกคนจะไม่รักผมแล้วใช่ไหมครับ” ลึกๆแล้วท่องภพก็ยังคง้าความรักจากคนรอบข้างเสมอ
“ถ้ารู้ตัวแล้วก็ควรปรับปรุงสิคะเป็ลูกผู้ชายต้องอดทนให้เป็ ยอมรับความจริงให้ได้ทุกคนอยู่ข้างคุณหนูเสมอเชื่อป้านะคะ”
“แต่ผมไม่ชอบผู้หญิงพวกนั้นจู้จี้จุกจิกน่ารำคาญ”
“เธอก็แค่ทำหน้าที่ของเธอเท่านั้นถ้าไม่ชอบเดี๋ยวหาใหม่ แต่ครั้งหน้าคุณหนูต้องใจเย็นๆกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาสัญญากับป้ามาค่ะ”
“...............” ท่องภพยังคงเงียบ เขาเป็คนไม่ชอบรับปากอะไรส่งๆ ถ้าไม่แน่ใจตัวเอง
“รับปากป้ามาเดี๋ยวนี้เลยนะคะคุณหนู”ป้าอิ่มทวงเพราะรู้ว่าถ้าท่องภพได้พูดอะไรออกจากปากไปแล้วเขาก็มักจะพยายามทำให้จนได้แต่ดูเหมือนคุณหนูของป้าอิ่มจะยังไม่ยอม...
“คุณหนู...” ที่ท่านขอ ไม่ได้ให้ท่องภพทำเพื่อใครแค่อยากให้ทำเพื่อตัวเอง
“ผมจะพยายามก็แล้วกันนะครับ”ท่องภพไม่ได้รับปากเต็มปากเต็มคำ แค่ไม่ปฏิเสธท่านก็พอใจแล้ว
“ถ้าคุณหนูปรับปรุงตัวเองได้ทุกคนจะได้ไม่เหนื่อย แล้วตัวคุณหนูเองก็จะได้มีความสุขด้วยนะคะ”
“ครับ”ท่องภพตอบเสียงแ่ แต่ในใจก็ยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าจะทำได้หรือเปล่า