บทที่11 ชายหนุ่มนิรนาม
แสงสีม่วงค่อยๆจางหายไปเมื่อแสงสีม่วงจางหายไปทั้งหมด ปรากฏชายหนุ่มสวมโค้ท ยาวสีขาวมีรูปัที่ถูกปักทอด้วยเส้นไหมสีทองขดตัวเป็วงกลมอยู่กลางหลังทับเสื้อและกางเกงสีดำสนิทจนไปถึงรองเท้า ใบหน้าที่ถูกปิดบังด้วยหน้ากากหยก เส้นผมที่ดำสนิทส่ายไสวตามแรงลม
เหล่าบรรดาผู้นำที่หยุดยืนใกล้ร่างสองผู้เฒ่าต่างนิ่งงันจดจ้องไปยังชายหนุ่มผู้มาใหม่ จักรพรรดิมรรคที่นั้งดูอาการเฒ่ามูและเฒ่าฟูม่าเอ่ยขึ้น
“เ้าคือใครกัน”
ชายหนุ่มไม่เอ่ยตอบ กลับย่อตัวลงนำมือทั้งสองข้างวางประทับกลางอกของผู้เฒ่าทั้งสอง ที่หายใจรวยรินอยู่บนพื้น ร่างผู้เฒ่าทั้งสองเมื่อโดนฝ่ามือชายหนุ่มแตะปรากฏแสงสีเขียวและน้ำเงินคลุมไว้ทั่วร่าง แขนขาที่ถูกเ้าปีศาจตัดขาดไป ได้ก่อร่างสร้างขึ้นมาใหม่รวมถึงแขนที่ขาดไปนานของผู้เฒ่าฟูม่าด้วย เหล่าบรรดาผู้นำที่ยืนอยู่ใกล้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ล้วนต่างตกตะลึงอ้าปากค้าง
“นั้นพลังเยี่ยวยาแห่งพฤกษาและวารี เป็ไปได้ยังไงกัน การรักษาขนาดนี้ต้องใช้พลังทั้งสองอย่างมหาศาลและต้องมีปรมาณที่เท่ากันห้ามขาดเกินแม้แต่น้อยไม่อย่างนั้นอาจเกิดผลที่ตรงข้ามขึ้นได้ เขาเป็ใครกันนะ”
ผู้พิทักษ์พฤกษา คาล เอ่ยขึ้น
“ท่าน คาล แม้แต่ท่านก็ไม่สามารถทำได้งั้นรึ”
ผู้พิทักษ์ปฐี อารีที่อยู่ข้างเขาเอ่ยถาม
“ใช่ นั้นเพราะข้าไม่สามารถหาผู้ที่ใช่ธาตุวารีสายรักษาและมีพลังที่เท่าเทียมกันได้นะ”
“เ้าหนุ่มนี้เป็ใครกันแน่”
เหล่าบรรดาผู้คนที่อยู่ด้านหลังเริ่มเห็นสถานะการณ์แปลกๆที่ทั้งสนามรบเงียบผิดปกติจึงมีเสียงถามไถ่เกิดขึ้น
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ไป่เป่าเอ่ยกับไอลีน ขณะจับแขนของลูเอาไว้ ไอลีนส่ายหน้าและมองไปยังเหล่าบรรดาผู้นำ ลูที่พยายามดิ้นรนให้หลุดจากสองสาวหยุดนิ่งทันทีที่สังเกตเห็นปู่ของเขาค่อยๆลุกยืนขึ้น ฟูม่าและมู ยืนขึ้นเอามือทั้งสองข้างจับแขนและขาของพวกเขาอย่างตื่นตะหนก
“แขน ขา ของข้างอกขึ้นใหม่งั้นเหรอเนี้ย”
“แขนข้างซ้ายข้าก็งอกใหม่ด้วยรึ”
เฒ่าฟูม่าตื้นเต้นอย่างมากเมื่อมองแขนและขาของเขา เฒ่ามูมองไปที่ชายหนุ่มส่งกระแสเสียงเข้าไปภายในหัวของเขา
“เดนเ้าปลุกพลังสีครามได้แล้วสินะ”
ชายหนุ่มหันมองเฒ่ามู เขาพยักหน้าตอบกลับ แล้วแหงนหน้ามองเ้าปีศาจที่ลอยอยู่บนอากาศที่มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“นี่เ้าเข้ามายังภายในม่านพลังทมิฬกักขังของข้าได้ยังไงกัน”
เ้าปีศาจเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นชายหนุ่มมองขึ้นมาแต่ในตอนนั้นเองเ้าปีศาจที่กำลังจ้องมองชายหนุ่มอยู่ เขากลับหายไปจากสายตาของมันในทันที
“ก็แค่ปีศาจ์ชั้นปลายแถวถึงกับยโสโอหังถึงเพียงนี้เลยรึ”
มีเสียงดังขึ้นด้านหลังของเ้าปีศาจ มันกลับตัวอย่างรวดเร็วไปมองแต่มันก็พบเพียงความว่างเปล่า
“มีความสามารถแค่นี้กลับจะคิดดินแดนนี้ได้ยังงั้นเหรอ”
เ้าปีศาจสีหน้าจริงจังขึ้นไม่หลงเหลือรอยยิ้มบนใบหน้าอีก
“เ้าเป็ใครกันแน่”ทันทีที่มันเอ่ยขึ้นมันเร่งพลังงานสีดำทมิฬขึ้นรอบตัวพร้อมกับเตะตวัดกลับหลังอย่างรวดเร็ว แต่แล้วลูกเตะของมันกลับถูกหยุดด้วยมือขวาเพียงข้างเดียวของชายหนุ่ม เ้าปีศาจตกตะลึงเอ่ยถามด้วยความตะหนก
“รึว่าแกเป็คนของเผ่าเทพ”
บรรดาผู้คนที่อยู่ด้านล่างทั้งหมดต่างมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง พวกเขาต่างลุกยืนขึ้นอย่างไม่รู้ตัวและมีเสียงพูดคุยถามไถ่กันไปทั่งทั้งลาน ฟูม่ามองไปยังเฒ่ามูและส่งจิตคุยกับเขา
“เ้าเฒ่าเ้ารู้ใช่ไหมว่าเ้าหนุ่มนั้นเป็ใครนะ” เฒ่ามูยิ้มอย่างภาคภูมิใจขณะมองไปยังชายหนุ่ม
“ข้ายังไม่บอกเ้าหรอกนะ ฮ่า ฮ่า”
“ไอ้เ้าเฒ่านี้ เราเป็สหายกันนะข้าไม่บอกใครหรอกน่า”
เฒ่ามูมองมายังเฒ่าฟูม่า
“ถ้าข้าจะบอกว่านั้นนะหลานหัวแก้วหัวแหวนของข้าเ้าจะเชื่อไหมละ”
“เ้าว่ายังไงนะ” เฒ่าฟูม่าเผลอะโออกมาทำให้เหล่าบรรดาผู้คนที่อยู่ใกล้ๆกับเขาหันมามอง
“ป่าวๆไม่มีอะไร ข้าแค่ใกับความสามารถเ้าหนุ่มนั้นนะ”เฒ่าฟูม่าเร่งส่ายมือไปมาพร้อมบอกกล่าวบรรดาผู้คนที่มองมายังตน
“เ้าจะแหกปากทำบ้าอะไรของเ้ากัน”
เฒ่ามูเอ็ดฟูม่าผ่านจิต
“ก็ข้าในี้ นั้นนะเหรอเ้าเดนจอมี้เีนั้นนะ”
“ไว้ข้าจะเล่าเื่ทั้งหมดให้เ้าได้ฟังทีหลังละกัน”
บนฟากฟ้าอาณาจักรพฤกษา์ เ้าปีศาจที่พยายามโจมตีชายหนุ่มกลับไม่สามารถโจมตีโดนตัวเขาได้เลย
“นี่แกมายังดาวแห่งนี้ั้แ่เมื่อไรกัน ตอนที่ข้าหลุดจากผนึกข้ายังััพลังแห่งเทพไม่ได้เลยนี้”
“ข้าไม่บอกเ้าหรอกนะ”
“แกคงคิดว่าข้าคงหมดหนทางเอาชนะเ้าได้แล้วสินะเ้าคนของเผ่าเทพ”
ในตอนนั้นเองเ้าปีศาจก็หยุดมือ และได้นำฝ่ามือทั้งสองเข้าประกบกันแพร่ออร่าสีดำไหลออกมารอบตัว เดนเห็นดังนั้นเริ่มสีหน้าแปรเปลี่ยนพุ่งตัวไปยังกลุ่มผู้คนด้านล่างอย่างรวดเร็ว เมื่อเขามาอยู่จุดศูนย์กลางผู้คน เขาจึงเร่งพลังร่ายเวย์เกิดวงแหวนเวทย์มนต์ขนาดใหญ่ขึ้นใต้เท้าของผู้คนที่รวมตัวกันอยู่
“ดวงดาราพิทักษ์สรรพสิ่ง”
เกิดเป็โดมแสงสีขาวเข้าครอบคลุมเหล่าผู้คนของอาณาจักรพฤกษา์ทั้งหมด ทันทีที่เดนร่ายเวทย์เสร็จสิ้น เสียงเ้าปีศาจก็ดังขึ้น
“มหาเวทย์อสูรกลืนกินสรรพชีวิต”
กองทัพของเ้าปีศาจอันมหาศาลนับล้านตน ทรุดตัวลงกลับพื้น ร่างกายของพวกมันะเิออกกลายเป็ลำแสงพุ่งเข้าไปหาเ้าปีศาจ ลำแสงนับไม่ถ้วนโดนเ้าปีศาจดูดกลืนทำให้เกิดดักแด้แสงสีแดงฉานห่อหุ้มตัวเ้าปีศาจเอาไว้
“เ้านั้นมันกำลังทำอะไรนะ”
เหล่าผู้คนกล่าวอย่างแตกตื่น
“พวกท่านทั้งหลายอย่าออกจากโดมแสงเป็อันขาด” เดนะโบอกผู้คน
“เ้านั้นมันดูดกลืนพลังจากสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่อยู่ภายใต้ม่านพลังสีดำนี้ไปเป็พลังของมัน แต่ม่านแสงที่ข้าสร้างขึ้นนี้สามารถปกป้องพวกท่านได้ จากนี้ไปข้าจะจัดการกับมันเอง”
ลู มองไปยังชายหนุ่มคนนั้น
“ข้าว่าคุ้นๆนะเขาคนนั้นนะ”
“แล้วเ้าว่าเขาเป็ใครกันละ” ไอลีนถามลูทันที
“ข้านึกไม่ออกแหะ แต่เขาคือแบบอย่างของข้าละ ข้าต้องเก่งแบบเขาให้ได้เลย”
ไอลีนและไป่เป่ามองหน้ากันยิ้มขึ้นมา
ดวงแสงสีแดงฉานบนฟากฟ้าเกิดรอยร้าวขึ้นและค่อยๆแตกออก ขาข้างหนึ่งก้าวออกมาจากรังดักแด้สีแดง เมื่อเ้าปีศาจปรากฏตัวทั้งหมด เหล่าผู้คนต่างเห็นรูปร่างของมันเปลี่ยนไป ร่างที่เล็กลงผอมเพียวที่ดูไร้เรี่ยวแรง ผิวที่มีสีแดงและดำผสมผสานกันปีกงอกออกมาจากกลางหลัง ใบหน้าที่เหมือนมนุษย์แต่กลับมีเขาแหลมบนศีรษะยื่นโค้งมาด้านหน้ามีเส้นผมสีแดงปลิวไสวไปมา พอมันลืมตาสีดำสนิททั้งดวงขึ้น ทำให้บรรดาผู้คนสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างทันที
“เข้ามาเ้าคนของแดนเทพ”
เ้าปีศาจเอ่ยพร้อมกับกระดิกนิ้วท้าทายให้เดนเข้าไปหา เดนพุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วเขาชกหมัดเข้าใส่เ้าปีศาจอย่างแรง เ้าปีศาจเบี่ยงตัวหลบในทันทีและชกกลับเข้าใส่เขา เดนรับด้วยมือซ้ายของเขา แขนข้างซ้ายของเดนชาทันทีที่รับหมัดเ้าปีศาจ
“พลังมันเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้เลยรึเนี่ย”
เดนตวัดมือข้างที่จับหมัดเ้าปีศาจเอาไว้เขวี้ยงไปทางผาหินสูง และเหาะตามไปเขารวมพลังสีม่วง แดง น้ำตาล น้ำเงิน ฟ้า เขียว ดำ ขาว เป็ลูกกลมหมุนวนรอบมือขวาของเขาแล้วปาไปยังเ้าปีศาจ ลูกพลังทั้งแปดพุ่งเข้าใส่เ้าปีศาจเกิดะเิเสียงดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง เ้าปีศาจใช้ม่านพลังสีดำเข้าต้านแต่มันก็กระเด็นเข้าปะทะหน้าผา ก่อนที่มันจะชนเข้ากับหน้าผามันได้ยิงแสงสีดำออกจากระหว่างเขาทั้งสองของมันใส่เดนเหมือนกัน ลำแสงสีดำพุ่งไปยังเดนที่เหาะตามเข้ามา เมื่อลำแสงจะถึงตัวของเขา เดนฟาดฝ่ามือเข้าปะทะลำแสงทำให้มันถูกปัดออกไปตกยังพื้นที่ว่างเกิดการะเิอย่างแรง การต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองเริ่มดุเดือดขึ้นอย่างมากพื้นที่โดยรอบต่างถูกทำลายอย่างต่อเนื่องเศษหินปลิวกระเด็นเข้าใส่โดมแสงสีีครามอย่างต่อเนื่อง เหล่าบรรดาผู้คนต่างอ้าปากค้าง
“นี้มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน รุนแรงเกินไปแล้วเ้าหนูนั้นยังเป็มนุษย์อยู่ยังงั้นเหรอ”
ฟูม่าที่ยืนข้างมูเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าตกตะลึง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ป้อมอัสนีข้าแกร่งกว่าเกาะอัคคีเ้าละนะทีนี้”
เฒ่ามูยืนเอามือทั้งสองไพล่หลังใบหน้ายิ้มแย้มเอ่ยขึ้น
“เสร็จจากนี้เ้าต้องเล่าให้ข้าฟังทั้งหมดเ้าเฒ่า”
เ้าปีศาจที่โดนเดนระดมหมัดอัดใส่ลำตัว พลังของหมัดทะลุไปโดนผาทำให้ผาพังถล่มลงมาทั้งหมด เ้าปีศาจเร่งพลังขึ้นกระแทกเดนให้ถอยออกไป
“อสูรทมิฬทำลายล้าง”
ลำแสงขนาดใหญ่ออกจากฝ่ามือทั้งสองของเ้าปีศาจพุ่งไปยังเดน เขาเอาแขนทั้งสองข้างเข้าผสานเป็กากบาทเข้ารับ พลังเข้ากระทบเกิดะเิขึ้นทำให้เขาลอยกระเด็นจมไปในพื้นดิน เ้าปีศาจขว้างบอลสีดำสองลูกตามลงไปเกิดการะเิอย่างรุนแรงทำให้แผ่นดินสั่นะเืไปทั่ว หลังจากฝุ่นควันหายไปปรากฏหลุมใหญ่ขึ้นเดนที่ยืนอยู่ตรงกลางหลุมค่อยลุกขึ้นยืน ชุดที่เขาใส่ตอนนี้เหลือแต่หน้ากากกับกางเกง ส่วนบนล้วนหายไปทั้งหมด
ผู้เฒ่ามูที่ยืนดูอยู่สีหน้าเริ่มเคร่งเครียดขึ้น
“นั้นชุดัฟ้าที่ป้องกันการโจมตีอย่างรุนแรงได้ถึงกลับโดนทำลายเลยรึ”
“เ้าปีศาจนั้นน่ากลัวเกินไปจริงไม่”
“ชุดัฟ้าที่เ้าได้มาจากสถานโปราณพิภพนั้นนะรึ”
ฟูม่าเอ่ยถามมูขึ้น
“อืม ข้าสั่งให้อัสนีม่วงมอบให้เ้าเดนเมื่อมันออกจากการฝึกนะ”
“ชุดัฟ้ายังโดนทำลายคงไม่มีเกราะป้องกันไหนทนพลังเ้าปีศาจได้อีกแล้วละ”
“ข้าเบื่อที่จะเล่นกับเ้าแล้วจบสิ้นไปชะเ้าคนของแดนเทพ”
เ้าปีศาจปลดปล่อยพลังทั้งหมดของมันแล้วชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัว สร้างลูกพลังสีดำขนาดใหญ่อย่างมากขึ้นรอบๆลูกพลังมีไอพยาบาทสีแดงห่อหุ้มอีกชั้น
บรรดาผู้คนเมื่อเห็นต่างทรุดร่างลงกับพื้น
“เฒ่ามูเ้าคิดว่าเดนจะต้านไอ้เ้านั้นไหวรึไม่”
ฟูม่าถามผู้เฒ่ามูสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ข้าไม่แน่ใจถ้าต้านไม่ได้พวกเราคงต้องลาจากโลกนี้แล้วละ”
ลู ไอลีนและไป่เป่าได้เดินเข้ามายังเหล่าผู้นำทั้งหลาย ลูเดินไปหาพ่อและปู่ของเขา
“ท่านปู่ ท่านพ่อ ข้าขอโทษด้วยที่ไม่ฟังคำของพวกท่าน”
ฟูม่าย่อตัวลูบหัวของเขา
“เ้าไม่น่ามาเลยนะ ลูเอ๊ย แต่ถึงยังไงถ้าเ้าปีศาจนั้นชนะไม่ว่าเราจะไปอยู่ที่ไหนก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดีละนะ”
ไอลีนเดินไปหาพ่อของนาง “ท่านพ่อ”
ผู้พิทักษ์ คาลดึงไอลีนเข้ามาโอบกอด
“อยู่ใกล้พ่อไว้นะไอลีน”
ฑูตจางเดินมาหาไป่เป่า “ข้าต้องขอโทษเ้าด้วยจริงๆที่ต้องพาเ้ามาพบกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายยังงี้ ข้าน่าจะพาเ้าหนีไปเมื่อยังมีโอกาศ”
“ท่านอย่าพูดเช่นนั้นเลยท่าน จาง ถึงพวกเรารอดแต่คงไม่นานหรอกที่ทวีปเหมันต์อัคคีจะโดนเ้าปีศาจนั้นเข้าทำลายถ้าเกิดครั้งนี้มันได้ชัย”
“ไอ้เ้าปีศาจบ้านั้นจะทำลายทั้งทวีปเลยยังงั้นเหรอ ไม่มีทางชะหรอก”
“ข้าคงต้องเสี่ยงปลดปล่อยพลังงานศิลาเทพละนะ”
เดนเอ่ยพึมพำ เขาเริ่มสงบนิ่งมีออร่ามีครามอ่อนๆไหลออกมาจากร่างของเขา ออร่าสีครามจากที่อ่อนๆเปลี่ยนเป็เข้มขึ้นและปะทุคลุมร่างของเขาในที่สุด ดวงตาที่เคยเป็สีดำแปรเปลี่ยนเป็สีคราม
“ได้สัก5%คงพอละ กำลังกายของข้ายังไม่พร้อมใช้พลังงานของศิลาเทพจริงๆรึนี่”
“ตายไปให้หมดชะเ้าพวกสวะทั้งหลาย”
“หมื่นมารล้างผลาญสรรพสิ่ง”
เ้าปีศาจเหวี่ยงแขนทั้งสองลง ทำให้ลูกพลังเคลื่อนตัวไปทางเดน
บรรยากาศรอบๆลูกพลังงานสีดำที่เคลื่อนตัวลงมา เกิดการะเิของสายฟ้าสีดำเข้าทำลายทั่วพื้นที่ แต่โดมแสงยังป้องกันเหล่าผู้คนเอาไว้ได้อยู่
เดนที่อยู่กลางหลุมใหญ่รวบรวมพลังไว้ที่ระหว่างฝ่ามือทั้งสองของเขา
“มหาเวทย์ทำลายดวงดาราเก้า”
เดนะโก้องพร้อมผลักฝ่ามือไปทางลูกพลังสีดำทมิฬ วงแหวนเวทย์มนต์ปรากฏขึ้นในอากาศระหว่างฝ่ามือทั้งสองของเขาลำแสงสีครามพุ่งออกจากวงเวทย์เข้าปะทะกับลูกพลังของเ้าปีศาจ อย่างรุนแรงพื้นที่รอบข้างถูกทำลายเป็วงกว้างจากคลื่นพลังที่เข้าปะทะกัน เหล่าผู้คนในโดมแสงต่างตัวสั่นสะท้านขึ้นเมื่อััได้ถึงพลังทำลายล้างของคนทั้งสอง สายพลังของเดนผลักดันพลังของเ้าปีศาจกลับไปอย่างต่อเนื่อง
“เ้าบ้านี่ทำไมพลังงานมันมหาศาลขนาดนี้กัน” เ้าปีศาจทุ่มพลังทั้งหมดของมันผลักพลังกลับไปแต่มันทำได้เพียงต้านให้พลังงานทั้งสองค้างกลางอากาศเท่านั้น
เดนมีเส้นเืปูดนูนขึ้นทั่งร่างของเขา
“พลังของศิลาเทพมันเกินกำลังกายของข้าถึงเพียงนี้เลยรึนี่เพียงแค่5%เองนะ ถ้าไม่รีบจัดการกับมันข้าได้ซวยแน่”
ทันใดนั้นเดนจึงฝืนเร่งพลังขึ้น
“หายไปชะเ้าปีศาจ!!!”
ลำแสงสีครามที่รุนแรงขึ้นในชั่วพริบตาผลักดันลูกพลังงานสีดำกลับไปที่เ้าปีศาจอย่างรวดเร็วเข้ากลืนกินร่างของมันในทันที
“เป็ยังงี้ไปได้ยังไงกัน เ้าบ้าเอ้ยยย”
เ้าปีศาจได้แยกจิติญญาส่วนหนึ่งของมันออกจากร่างหนีออกจากลำแสงสีครามหายไปก่อนที่
ลำแสงสีครามพุ่งเข้าทำลายล้างเ้าปีศาจจนไม่หลงเหลือแม้แต่เถ้าถุลีลำแสงยังคงทะลวงต่อไป โดมแสงสีดำถูกทำลายลงทันทีและแล้วลำแสงสีครามพุ่งหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอยใดๆ เดนล้มตัวลงกับพื้นทันทีเมื่อพลังสีครามที่คลุมตัวสลายไปดวงตากลับมาเป็สีดำตามเดิม
“ขะ..ขยับร่างกายไม่ได้เลยแหะ”
เหล่าบรรดาผู้คนที่อยู่ภายในโดมแสงต่างนิ่งงันไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาจากพวกเขาแม้แต่น้อย พากันยืนอ้าปากค้างตกตะลึงอยู่เนินนาน จ้องมองไปยังฟากฟ้าที่เคยดำมืดสนิทแต่ตอนนี้กลับมีแสงสว่างสดใสขึ้นมาแทน