“ทำไม?” เยี่ยซางมองฉี่ิอย่างเ็าเขารู้ว่าเป็ไปได้ยากที่จะฆ่าฉินไห่ในวันนี้ หากไม่อาจจู่โจมอีกฝ่ายได้สำเร็จอย่างคาดคิดก็ยากที่จะหาโอกาสเข้าไปจัดการในหุบเขาโอสถ
“ในระหว่างพิธีคัดเลือกศิษย์ของหุบเขาโอสถทุกคนไม่ได้รับอนุญาตให้ต่อสู้!” ฉี่ิกล่าว
“ไม่อนุญาตให้ต่อสู้แล้วข้าได้รอยเท้าเหล่านี้มาได้อย่างไรเล่า?” เยี่ยซางถือหอกในมือขวาก่อนจะชี้ไปยังรอยเท้าที่เอวและซี่โครงด้วยมือซ้าย
“นั่นเป็อุบัติเหตุเราหยุดไม่ทัน แต่ตอนนี้เ้าไม่อาจลงมือได้อีก ผู้คนจำนวนมากกำลังดูอยู่เ้าไม่สามารถละเมิดกฎของหุบเขาโอสถได้” ฉี่ิปล่อยมือที่จับหอกเหล็กดำและอธิบาย
เยี่ยซางพยักหน้าเขารู้ว่าคงไม่มีประโยชน์ที่จะยืนกรานในเวลานี้หาก้าเข้าสู่หุบเขาโอสถก็ต้องปฏิบัติตามกฎของหุบเขาโอสถ
“เยี่ยซางข้าไม่เลิกราแค่นี้แน่!”ฉินไห่ที่ยืนขึ้นกระอักเืออกมาขณะจ้องเยี่ยซางอย่างดุร้าย รากฐานการบ่มเพาะของเยี่ยซางยังต่ำการเตะครั้งเดียวไม่อาจทำลายตันเถียนของเขาได้ แต่ตนเองก็ได้รับาเ็หนักเช่นกันกระดูกไหปลาร้าของเขาหัก ส่วนตันเถียนของเขาก็ไม่มั่นคงยามนี้เขาแทบไม่มีโอกาสในการทดสอบด่านที่สี่เลย
“ฝากไว้ก่อนเถิดเ้าจำไว้ให้ดี อย่าให้ข้ามีโอกาสอีก” เยี่ยซางกลับมารวมกลุ่ม
“อาจารย์อาทั้งสองชายหนุ่มคนนี้หุนหันพลันแล่นเกินไป เขาควรถูกตัดสิทธิ์หรือไม่?” ชายชุดสีฟ้าที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กล่าวเขาเป็ตัวแทนของยอดเขาวั่งอวิ๋น
“ศิษย์น้องหลูจิ้งมันไม่เหมาะสมที่เ้าจะตัดสินเขาแบบนั้น เป็ไปได้หรือไม่ที่เ้าจะยินยอมถูกเตะและทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น? ศิษย์เช่นนั้นไม่มีอนาคตหรอกถึงเขาจะโเี้มากเกินไป แต่มันก็เป็เื่จริงเช่นกัน”ก่อนที่หยานเป่ยจี๋และหลิ่วหยางอวี่จะพูดฉู่หลิงเซียวก็กล่าวขึ้นด้วยความรู้สึกชื่นชมเยี่ยซาง
การทดสอบที่สามจบลงแล้วการกระทำของเยี่ยซางอยู่ในสายตาของพวกเขาทั้งหมด ในการทดสอบที่สองนั้นยากการจะผ่านการทดสอบได้สำเร็จจึงทำได้เพียงต้องยอมรับอาการาเ็ที่แขนเท่านั้นส่วนการทดสอบที่สามกลับยืดหยุ่นกว่ามาก ด้วยพลังระดับเลี่ยนชี่ขั้นสามของเยี่ยซางการวิ่งด้วยความเร็วให้ทันกลุ่มแรก มันไม่ใช่แค่เื่ความอดทนแต่ยังแสดงถึงความพยายามและคุณภาพของเขาด้วย
“นิสัยแย่เกินไป? เปิ่นจั้วไม่คิดว่ามันเกินไปสำหรับบุรุษแก้แค้นสิบปีก็ไม่สาย หากมีโอกาสเขาควรรีบคว้าเอาไว้น่าเสียดายที่เขาทำไม่สำเร็จ” หลิ่วหยางอวี่ผู้ที่นั่งเงียบมาตลอดเหลือบมองหลูจิ้งแล้วกล่าวขึ้น
หลูจิ้งโค้งกายคำนับให้หลิ่วหยางอวี่และหยานเป่ยจี๋ที่ไม่ได้ยืนขึ้นก่อนเขาจะนั่งลงไม่ต้องพูดถึงตัวเขาแม้จะเป็หยวนไท่ที่เป็ประมุขยอดเขาวั่งอวิ๋นก็ยังต้องไว้หน้าหลิ่วหยางอวี่เนื่องจากหลิ่วหยางอวี่เป็คนที่แข็งแกร่งยิ่งในหุบเขาโอสถแม้แต่เ้าสำนักก็ต้องให้ความเกรงใจอยู่บ้างเช่นกัน
ฉู่หลิงเซียวลุกขึ้นยืนและประกาศรายชื่อคนที่ผ่านการทดสอบเยี่ยซางเป็หนึ่งในนั้นด้วยเช่นกันและเป็คนสุดท้ายอาจกล่าวได้ว่ามีเพียงกลุ่มแรกเท่านั้นที่ผ่าน ส่วนคนอื่นๆ ที่อยู่หลังจากนั้นก็ถูกคัดออกทั้งหมด
“อาจารย์อาทั้งสองวันนี้ก็เย็นแล้ว ทั้งยังมีผู้ได้รับาเ็อีกสองคนท่านให้พวกเขาพักสักคืนก่อนแล้วค่อยทดสอบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ดีหรือไม่?” ฉู่หลิงเซียวพูดขณะที่สายตาของเขาเหลือบมองเยี่ยซางเขาให้ความสำคัญกับเด็กหนุ่มจึงไม่้าให้เยี่ยซางที่ได้รับาเ็ต้องเข้าการทดสอบที่สี่ด้วยสภาพเช่นนี้เพราะจะมีผลต่อร่างกายของเขา ส่วนฉินไห่นั้น...เขาไม่แสนจะชังหน้ามันเหลือเกิน
“เื่นี้เ้าจัดการเองเถิด” หลิ่วหยางอวี่หลับตาลงหลังจากพูดราวกับว่าเื่พิธีคัดเลือกศิษย์ไม่เกี่ยวข้องกับเขา
“อาจารย์อาหยานท่านคิดอย่างไร?” ฉู่หลิงเซียวมองไปที่หยานเป่ยจี๋
“เอาละคนที่เหลือล้วนเป็ต้นกล้าชั้นดี ศิษย์หลานเ้าส่งคนไปตรวจตราที่เมืองเฉ่ากู่อย่าให้มีปัญหาโดยไม่จำเป็” หยานเป่ยจี๋ลุกขึ้นยืนหลังจากแสดงความคิดเห็นแล้วเขาก็พาฉินเจินจากไป
หยานเป่ยจี๋จากไปแล้วฉู่หลิงเซียวจึงยืนขึ้นและประกาศการตัดสินใจ การทดสอบที่สี่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ขณะเดียวกันก็โยนขวดโอสถให้ฉี่ิ เพื่อให้เขามอบมันให้กับแต่ละคน“วันนี้เ้านำผู้คุ้มกฎไปที่เมืองเฉ่ากู่เพื่อลาดตระเวนด้วยข้าไม่้าให้เกิดเื่ที่ส่งผลต่อการทดสอบในวันพรุ่งนี้”
หลิ่วหยางอวี่ลุกขึ้นและจากไปโดยไม่สนใจคนอื่น
ฉี่ิมาที่เขตวงแหวนก่อนจะมอบยาในมือให้ฉินไห่แล้วก็ส่งขวดยาให้เยี่ยซาง
“กลับไปเถิดพวกเ้าทั้งคู่จงรักษาแผลของเ้าให้ดี อย่าได้รอช้า พรุ่งนี้ยังมีการทดสอบอีกไม่ว่าจะเป็ัหรือหนอนแมลงก็ขึ้นอยู่กับการทดสอบครั้งสุดท้ายในวันพรุ่งนี้นอกจากนี้ข้าขอเน้นว่าพวกเ้าควรปล่อยวางความแค้นใดๆ ที่มีอยู่หากมีปัญหาใดเกิดขึ้นแสดงว่าพวกเ้าจะไม่ไว้หน้าข้า และข้าจะไม่เกรงใจเ้าเช่นกันข้าไม่สนใจว่าพวกเ้ามาที่นี่เพราะเหตุใด แต่อย่าได้สร้างปัญหา”ท้ายที่สุดฉี่ิก็กล่าวกับผู้ชม
เยี่ยซางเปิดขวดยาและเหลือบมองมันเขาพบว่าในขวดมียาอยู่สามเม็ด เขาทำได้เพียงคำนับฉี่ิเด็กหนุ่มััได้ถึงความเมตตาของอีกฝ่าย
“นี่คือยาทงลั่วเ้ากินเพียงหนึ่งเม็ด อาการาเ็ก็คงหายดีแล้ว นี่เป็ยาที่ดีมากข้าอยากเก็บไว้เองจริงๆ” ฉี่ิพูดกับเยี่ยซางด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณ”เยี่ยซางแสดงความขอบคุณอีกครั้งเขาได้ยินคำพูดของฉู่หลิงเซียวที่บอกให้ฉี่ิมอบยากับเขาและฉินไห่คนละหนึ่งเม็ดส่วนอีกสองเม็ดนั้นฉี่ิควรเก็บไว้เอง แต่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอย่างนั้น
“การทดสอบพรุ่งนี้จะยากขึ้นความเข้มแข็งก็เป็ส่วนหนึ่ง ยังมีการทดสอบด้านอื่นๆ ด้วยจำไว้ว่าเ้าต้องอดทนและอดทน ไม่ต้องกลัวเจ็บหุบเขาโอสถจะมีคนคอยประเมินผู้เข้าร่วมการทดสอบอยู่เสมอ”คนที่มาดูการทดสอบทั้งหมดและกลุ่มผู้คุมกฎได้ออกไปแล้ว ฉี่ิจึงกล่าวกับเยี่ยซาง
“ข้าจะทำให้ดีที่สุด”เยี่ยซางพยักหน้ายามนี้เยี่ยซางเข้าใจว่าหุบเขาโอสถจะแจกจ่ายสมุนไพรเพื่อรักษาผู้ที่ได้รับาเ็ระหว่างการทดสอบ
ฉี่ิพาเยี่ยซางกลับไปที่โรงเตี๊ยมในเมืองเฉ่ากู่เมื่อมาถึงไม่ไกลจากโรงเตี๊ยมนักฉี่ิก็หยุดและกล่าวกับเยี่ยซางให้เขากลับเข้าโรงเตี๊ยมไป
เมื่อกลับถึงที่พักเยี่ยซางก็ทักทายชิวเจินและถังเทียนหลังจากนั้นเขาก็กินยาทงลั่วที่ฉี่ิให้มาเพื่อปรับลมปราณและรักษาอาการาเ็ภายในเขา้าปรับสภาพร่างกายของตนเองให้ดีที่สุด อย่างไรแล้วพรุ่งนี้ก็เป็การทดสอบที่สำคัญที่สุด
ในขณะที่เยี่ยซางกำลังปรับลมหายใจของเขาโรงเตี๊ยมก็มีแขกผู้หนึ่งซึ่งเป็ศิษย์หุบเขาโอสถเขาสวมเสื้อคลุมสีขาวและมีสัญลักษณ์หม้อโอสถสีเงินบนขอบแขนเสื้อ
เมื่อเห็นผู้นี้ฉินซานซึ่งเพิ่งพันกระดูกไหปลาร้าของฉินไห่ก็รู้สึกตื่นเต้นมากแล้วก้าวไปข้างหน้าเพื่อทักทาย“ญาติผู้พี่”
“เอาละพาข้าไปดูเสี่ยวไห่” ชายคนนั้นพยักหน้าและโบกมือให้ฉินซาน
ในห้องของฉินไห่ชายคนนั้นตรวจสอบอาการาเ็ของฉินไห่ แล้วสีหน้าของเขาก็ดูมืดมน
“เป็การลงมือที่โเี้จริงๆ”
ชายคนนี้คือพี่ชายคนโตของฉินไห่...ฉินจั้น! เขาเข้าสู่หุบเขาโอสถเมื่อหกปีที่แล้วตอนนี้เขาเป็ศิษย์ชั้นยอดและยังมีตำแหน่งในการจัดอันดับหยวนปั่งอีกด้วย
หลังจากมาถึงหุบเขาโอสถฉินไห่ได้ส่งจดหมายถึงฉินจั้นเขาเพิ่งกลับมาวันนี้เพราะภารกิจของนิกาย จึงไม่รู้เื่ความขัดแย้งใดๆระหว่างฉินไห่และเยี่ยซาง
“พี่ใหญ่ท่าน้าแก้แค้นให้ข้า” ฉินไห่กัดฟันพูด
“การทำร้ายเ้าเท่ากับตบหน้าข้าไม่ว่ามันจะเป็ใคร ข้าจะไม่ปล่อยมันไป มันอยู่ที่ใด?” ฉินจั้นลุกขึ้นแล้วถาม
“มันอยู่ในโรงเตี๊ยม”ก่อนที่ฉินไห่จะตอบ ฉินซานก็พูดขึ้น
ฉินจั้นพาฉินไห่และฉินซานออกจากห้องพวกเขาเดินไปที่ห้องของเยี่ยซางภายใต้การนำทางของฉินซาน
“ศิษย์น้องฉินเ้ามีเื่อะไรหรือไม่?” ในเวลานี้ฉี่ิก็ปรากฏตัวขึ้น
ฉี่ิรับผิดชอบความปลอดภัยของเมืองเฉ่ากู่โดยเขาจะดูแลที่โรงเตี๊ยมซึ่งคนของนครชื่อเหยียนพักอยู่เป็หลัก