จิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม

    บทที่ 56.1: หัตถ์เทวะสยบมังกร

    แสงแดดยามสายสาดส่องลงบนหลังคากระเบื้องเคลือบของตำหนักฉือหนิงจนเกิดประกายระยิบระยับ หลินเอ๋อร์ เดินตามหลัง หานซี เข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในด้วยท่วงท่าที่สงบเสงี่ยมเช่นเคย ในมือของนางถือกล่องไม้แกะสลักที่บรรจุเข็มเงินและสมุนไพรล้ำค่าสำหรับการถวายการรักษาพระพันปีหลวงเป็นครั้งที่สาม

     

    เส้นทางที่นำไปสู่ตำหนักฉือหนิงในเช้าวันนี้ดูแตกต่างไปจากเมื่อวาน เหล่านางกำนัลและขันทีที่เดินผ่านไปมาต่างมองมาทางหลินเอ๋อร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ข่าวลือเรื่อง "หมอหญิงเทวะ" ที่สามารถทำให้พระพันปีหลวงทรงพระเกษมสำราญได้อย่างรวดเร็วได้แพร่กระจายไปทั่วพระราชวังแล้ว บางคนแอบกระซิบกันเบาๆ เมื่อเห็นนางเดินผ่าน บางคนก็ก้มหน้าลงอย่างเคารพนับถือ

     

    หานซีสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้และรู้สึกพอใจอย่างยิ่ง การที่หลินเอ๋อร์ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วเช่นนี้ย่อมหมายถึงการที่ตำแหน่งของนางเองในฐานะหมอหลวงจะมั่นคงยิ่งขึ้น นางเดินนำหน้าด้วยท่าทีที่ภาคภูมิใจ ขณะที่หลินเอ๋อร์ยังคงรักษากิริยาที่สงบนิ่งและเรียบง่ายเช่นเคย

     

    ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่โถงกลางของตำหนัก บรรยากาศที่ควรจะเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความกดดันที่ทรงอำนาจ เหล่านางกำนัลและขันทีต่างหมอบกราบอยู่กับพื้นอย่างพร้อมเพรียง หานซีชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อยก่อนจะรีบก้มหน้าลงต่ำ เมื่อเห็นร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์มังกรประทับอยู่เคียงข้างพระแท่นของพระพันปีหลวง

     

    บรรยากาศภายในตำหนักในเช้าวันนี้แตกต่างจากที่เคยเป็นอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงแต่พระพันปีหลวงจะทรงมีพระพักตร์ที่สดใสขึ้น แต่ยังมีการประทับของฮ่องเต้ด้วยพระองค์เอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก การที่พระองค์เสด็จมาเยี่ยมเยียนพระพันปีหลวงในยามเช้าแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความสนพระทัยในพระอาการที่ดีขึ้นของพระมารดา

     

    "ถวายพระพรฝ่าบาท ถวายพระพรพระพันปีหลวงเพคะ/พะยะค่ะ" ทั้งสองย่อกายลงถวายบังคมอย่างนอบน้อม

     

    "มากันแล้วหรือ... หานซี หลินเอ๋อร์" พระพันปีหลวงตรัสด้วยน้ำเสียงที่สดใส พระพักตร์ของพระองค์ดูอิ่มเอิบขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ฝ่าบาท... นี่อย่างไรเล่า หมอหญิงที่หม่อมฉันเล่าให้ฟังว่ามีหัตถ์เทวะและศาสตร์การรักษาที่อัศจรรย์นัก"

     

    พระพันปีหลวงทรงหันไปทางฮ่องเต้ด้วยพระพักตร์ที่เปล่งปลั่งด้วยความดีใจ "เมื่อคืนหม่อมฉันหลับสนิทเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกสดชื่นและมีพลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถุงหอมที่หลินเอ๋อร์ปรุงให้นั้นช่างมีฤทธิ์อัศจรรย์จริงๆ"

     

    ฮ่องเต้ซึ่งกำลังทรงประคองพระหัตถ์ของพระพันปีหลวงอยู่ ทรงหันสายพระเนตรมาทางผู้มาใหม่ พระองค์ทรงจำได้ว่านี่คือหมอหญิงที่พบที่ตำหนักกุ้ยเฟยเมื่อวานนี้ แต่ในตอนนั้นนางก้มหน้าตลอดเวลาจนพระองค์เห็นเพียงรูปร่างที่บอบบาง ความอยากรู้อยากเห็นที่เกิดขึ้นเมื่อคืนหลังจากที่ทรงเห็นผลงานของนางกับกุ้ยเฟยทำให้พระองค์ทรงต้องการมองเห็นใบหน้าของหมอหญิงผู้นี้ให้ชัดเจน

     

    "เงยหน้าขึ้นเถิด... ข้าอยากเห็นหน้าหมอหญิงที่ทำให้เสด็จแม่ทรงพระเกษมสำราญได้ถึงเพียงนี้ชัดๆ สักครั้ง" ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

     

    หลินเอ๋อร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ ตามพระบัญชา ในใจของหลินเฟิงรู้ดีว่าวินาทีนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เขาได้เตรียมการมานานแล้วสำหรับการเผชิญหน้าครั้งนี้ การใช้ศาสตร์การปรับแต่งรูปโฉมจากอนาคตผสมผสานกับปราณจิ้งจอกทำให้ใบหน้าของเขาในร่างหลินเอ๋อร์งดงามจนเกินธรรมชาติ

     

    วินาทีที่ใบหน้าของนางปรากฏสู่สายพระเนตรของมังกร บรรยากาศรอบกายคล้ายจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ฮ่องเต้ทรงชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด ดวงพระเนตรที่เคยดุดันและเย็นชาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตะลึง

     

    ภายใต้แสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ใบหน้าของหลินเอ๋อร์ดูงดงามราวกับภาพวาดที่ไม่มีอยู่จริง ผิวพรรณของนางขาวผ่องและเนียนละเอียดประหนึ่งหยกมันแพะชั้นเลิศ ดวงตากลมโตที่ดูใสซื่อแต่กลับมีเสน่ห์ลึกลับบางอย่างที่ดึงดูดให้ผู้มองถลำลึก เครื่องหน้าทุกส่วนถูกจัดวางอย่างลงตัวจนยากจะหาที่ติ แม้จะอยู่ในชุดหมอหญิงที่เรียบง่าย แต่นางกลับแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายที่สูงส่งและสะอาดสะอ้านจนทำให้สตรีทุกคนในวังหลังดูหมองหม่นไปในทันที

     

    ไม่เพียงแต่ความงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีออร่าบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวนาง มันเป็นการผสมผสานระหว่างความบริสุทธิ์และความลึกลับ ความอ่อนน้อมและความมั่นใจ ทำให้ผู้ที่มองเห็นรู้สึกถึงความแตกต่างจากสตรีทั่วไป แม้แต่เหล่านางกำนัลที่ยืนอยู่รอบๆ ก็ต่างแอบชำเลืองมองด้วยความอิจฉาและความชื่นชม

     

    ฮ่องเต้ทรงนิ่งอึ้งไปนานกว่าปกติ จนพระพันปีหลวงทรงสังเกตเห็นและแย้มพระสรวลเบาๆ "ฝ่าบาท... ทรงตะลึงในรูปโฉมของนางเหมือนที่หม่อมฉันเคยเป็นใช่หรือไม่เพคะ? นอกจากฝีมือการรักษาแล้ว นางยังมีกิริยามารยาทที่เรียบร้อยน่าเอ็นดูยิ่งนัก"

     

    พระพันปีหลวงทรงพอพระทัยในหมอหญิงคนนี้อย่างมาก ไม่เพียงแต่เพราะฝีมือการรักษาที่ยอดเยี่ยม แต่ยังเพราะท่าทีที่สุภาพและไม่เย่อหยิ่ง แม้จะมีรูปโฉมที่งดงามเหนือธรรมดา แต่นางก็ไม่เคยแสดงท่าทีที่อวดดีหรือพยายามดึงดูดความสนใจ สิ่งนี้ทำให้พระองค์รู้สึกว่านางเป็นคนที่มีจิตใจดีและน่าไว้วางใจ

     

    ฮ่องเต้ทรงกระแอมเบาๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา แต่สายพระเนตรยังคงไม่ละไปจากใบหน้าของหลินเอ๋อร์ "อืม... งดงามสมคำร่ำลือจริงๆ"

     

    ในใจของพระองค์เกิดความรู้สึกประหลาดขึ้น มันไม่ใช่เพียงแค่การชื่นชมในความงาม แต่เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น พระองค์ทรงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทรงเผยสีพระพักตร์ที่ดูอ่อนล้าออกมาเล็กน้อย "เสด็จแม่... อันที่จริง ช่วงนี้หม่อมฉันเองก็มีอาการปวดพระเศียรอย่างรุนแรงเรื้อรังมาหลายวัน หมอหลวงหลายคนถวายยาแล้วแต่ก็ยังไม่ทุเลาลงเลยพะยะค่ะ"

     

    การที่ฮ่องเต้ทรงเผยให้เห็นถึงความอ่อนล้าของพระองค์ต่อหน้าคนอื่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น พระองค์ทรงเป็นผู้ที่รักษาพระอิริยาบถที่เข้มแข็งและไม่แสดงจุดอ่อนออกมาให้ใครเห็น แต่ความเจ็บปวดที่เรื้อรังมานานหลายเดือนนี้เริ่มส่งผลต่อการทรงงานและพระอารมณ์ของพระองค์อย่างมาก การนอนไม่หลับ การตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดศีรษะที่รุนแรง และความเครียดจากภาระราชกิจที่หนักหน่วงทำให้พระองค์รู้สึกเหนื่อยล้าจนทนไม่ไหว

     

    พระพันปีหลวงทรงมีสีพระพักตร์กังวล "เช่นนั้นหรือฝ่าบาท? ถ้าอย่างนั้น เมื่อหลินเอ๋อร์ถวายการรักษาให้หม่อมฉันเสร็จแล้ว ฝ่าบาททรงให้นางตามไปถวายการรักษาที่ตำหนักทรงงานดีหรือไม่เพคะ? ฝีมือของนางอาจจะช่วยบรรเทาอาการของฝ่าบาทได้"

     

    พระพันปีหลวงทรงเป็นห่วงพระโอรสอย่างมาก พระองค์ทรงสังเกตเห็นว่าฮ่องเต้ดูเหนื่อยล้าและมีพระอาการที่ไม่สบายมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ด้วยพระลักษณะที่เข้มแข็งของฮ่องเต้ทำให้พระองค์ไม่ค่อยทรงบ่นหรือแสดงความอ่อนแอออกมา การที่วันนี้พระองค์ยอมเผยให้เห็นถึงความทุกข์ทรมานจากอาการปวดศีรษะแสดงว่าอาการนั้นรุนแรงมากจริงๆ

     

    ฮ่องเต้ทรงพยักพระพักตร์ช้าๆ สายพระเนตรที่มองหลินเอ๋อร์เปลี่ยนเป็นความคาดหวัง "เป็นความคิดที่ดีพะยะค่ะเสด็จแม่... หลินเอ๋อร์ หลังจากเจ้าเสร็จธุระที่นี่แล้ว จงตามข้าไปที่ตำหนักหยางซิน ข้าอยากรู้ว่าหัตถ์เทวะของเจ้าจะรักษาอาการปวดศีรษะของข้าได้เหมือนที่รักษาพระพันปีหรือไม่"

     

    ในใจของฮ่องเต้เกิดความหวังขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน หมอหลวงทุกคนที่เคยถวายการรักษาให้พระองค์ต่างก็ไม่สามารถบรรเทาอาการปวดศีรษะที่เรื้อรังนี้ได้ บางคนถวายยาสมุนไพร บางคนใช้การฝังเข็ม บางคนใช้การนวด แต่ไม่มีวิธีใดที่ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ อาการปวดศีรษะยังคงกลับมาหลังจากการรักษาเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่ผลงานที่เห็นจากพระพันปีหลวงและกุ้ยเฟยทำให้พระองค์เกิดความเชื่อมั่นในฝีมือของหมอหญิงคนนี้

     

    "เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันจะตั้งใจถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถเพคะ" หลินเอ๋อร์ก้มหน้าลงตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ทว่าในใจของหลินเฟิงกลับลอบยิ้มอย่างผู้ชนะ

     

    นี่คือสิ่งที่เขารอคอยมานาน การที่ฮ่องเต้เป็นฝ่ายขอให้เขาไปถวายการรักษาเองนั้นดีกว่าการที่เขาต้องหาทางเข้าถึงมากนัก มันแสดงให้เห็นว่ามังกรเริ่มต้องการเขาแล้ว และเมื่อเขาได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกับฮ่องเต้ เขาจะสามารถใช้ 'ปราณจิ้งจอกฝันสลาย' เพื่อฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความฝันลงในจิตใต้สำนึกของพระองค์ได้

     

    หมากตัวสำคัญที่สุดกำลังจะเดินเข้าสู่กระดานที่เขาวางไว้ และครั้งนี้... เขาจะไม่ได้เพียงแค่รักษาอาการทางกาย แต่เขากำลังจะวางรากฐานเพื่อควบคุมจิตวิญญาณของมังกรผ่านความฝันที่เขาสามารถบงการได้ดั่งใจนึก

     

    การรักษาที่ตำหนักฉือหนิงในวันนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น หลินเอ๋อร์ใช้เทคนิคการฝังเข็มและการนวดที่ผสมผสานกับปราณจิ้งจอกเพื่อช่วยเสริมสร้างพลังชีวิตให้พระพันปีหลวง พระองค์ทรงรู้สึกสดชื่นและมีพลังมากขึ้นหลังจากการรักษาแต่ละครั้ง ผิวพรรณของพระองค์เริ่มมีเลือดฝาดและดูอ่อนเยาว์ขึ้น

     

    ขณะที่หลินเอ๋อร์กำลังเก็บอุปกรณ์การแพทย์ พระพันปีหลวงทรงมองนางด้วยความเอ็นดู "หลินเอ๋อร์... เจ้าช่างเป็นคนดีจริงๆ ไม่เพียงแต่มีฝีมือการรักษาที่ยอดเยี่ยม แต่ยังมีจิตใจที่อ่อนโยนและใส่ใจในผู้อื่น หม่อมฉันรู้สึกโชคดีที่ได้พบเจ้า"

     

    "พระองค์ทรงสรรเสริญเกินไปเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงหมอหญิงธรรมดาที่ทำหน้าที่ของตนเท่านั้นเพคะ" หลินเอ๋อร์ตอบด้วยความถ่อมตน

     

    ฮ่องเต้ที่ทรงนั่งเงียบฟังการสนทนาระหว่างพระมารดาและหมอหญิงรู้สึกประทับใจในความสุภาพและความไม่เย่อหยิ่งของหลินเอ๋อร์ แม้จะได้รับคำชมเชยจากพระพันปีหลวง แต่นางก็ไม่แสดงท่าทีที่ภูมิใจเกินควรหรือพยายามเอาเปรียบสถานการณ์ สิ่งนี้ทำให้พระองค์รู้สึกว่านางเป็นคนที่มีคุณธรรมและน่าไว้วางใจ

     

    "เสด็จแม่... บัดนี้หม่อมฉันขออนุญาตตัวไปถวายการรักษาฝ่าบาทที่ตำหนักหยางซินเพคะ" หลินเอ๋อร์กราบทูลขออนุญาต

     

    "ไปเถิด... ดูแลฝ่าบาทให้ดีด้วยนะ" พระพันปีหลวงตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย

     

    ---

     

    ภายในตำหนักหยางซินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหมึกและกระดาษราชการ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม ฮ่องเต้ ประทับอยู่บนพระเก้าอี้มังกร พระหัตถ์ข้างหนึ่งนวดคลึงขมับที่เต้นตุบๆ ด้วยความเจ็บปวด สายพระเนตรที่ทอดมองกองฎีกาเบื้องหน้าแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด

     

    ตำหนักหยางซินเป็นสถานที่ที่ฮ่องเต้ใช้ในการทรงงานและพิจารณาราชกิจสำคัญต่างๆ ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่สง่างาม มีชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยคัมภีร์โบราณและเอกสารราชการ โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้มะค่าแกะสลักลวดลายมังกรวางอยู่ตรงกลางห้อง บนโต๊ะมีกองเอกสารที่รอการพิจารณาสูงเป็นภูเขา แสดงให้เห็นถึงภาระงานที่หนักหน่วงของผู้ครองแผ่นดิน

     

    การปกครองแผ่นดินใหญ่เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ฮ่องเต้ต้องพิจารณาเรื่องราวต่างๆ มากมาย ตั้งแต่การบริหารราชการ การทหาร การเงินการคลัง การต่างประเทศ การแต่งตั้งข้าราชการ การพิจารณาคดีความสำคัญ และอื่นๆ อีกมากมาย พระองค์ต้องตื่นแต่เช้าตรู่และทำงานจนดึกดื่นเป็นประจำ ความเครียดและความกดดันจากการตัดสินใจที่ส่งผลต่อชีวิตของคนนับล้านทำให้พระองค์มีอาการปวดศีรษะเรื้อรังมานานหลายเดือน

     

    เมื่อ หลินเอ๋อร์ ก้าวเข้ามาพร้อมกับกล่องเครื่องมือแพทย์ นางไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหรือพยายามประจบเอาใจ แต่กลับรักษากิริยาที่สงบนิ่งและเป็นมืออาชีพอย่างที่สุด นางย่อกายถวายบังคมอย่างพอเหมาะพอดี ก่อนจะเริ่มจัดเตรียมอุปกรณ์อย่างเงียบเชียบ

     

    การที่หลินเอ๋อร์ไม่แสดงความตื่นเต้นหรือความประหม่าเมื่อเข้ามาในตำหนักส่วนพระองค์ของฮ่องเต้ทำให้พระองค์รู้สึกประทับใจ หมอหลวงคนอื่นๆ มักจะแสดงความกังวลหรือความเครียดเมื่อต้องเข้ามาถวายการรักษาพระองค์ แต่หมอหญิงคนนี้กลับดูสงบและมั่นใจในฝีมือของตนเอง

     

    "ฝ่าบาท... หม่อมฉันขออนุญาตตรวจชีพจรและสัมผัสบริเวณที่ทรงพระประชวรเพื่อประเมินอาการนะเพคะ" เสียงหวานใสที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจทำให้ฮ่องเต้ทรงรู้สึกผ่อนคลายลงอย่างประหลาด

     

    น้ำเสียงของหลินเอ๋อร์มีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกสงบและไว้วางใจ มันไม่ใช่เสียงที่เย้ายวนหรือพยายามดึงดูดความสนใจ แต่เป็นเสียงที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญและความห่วงใยอย่างจริงใจ ฮ่องเต้ที่เคยมีประสบการณ์ไม่ดีกับหมอหลวงบางคนที่พยายามเอาเปรียบหรือแสดงท่าทีที่ไม่เหมาะสมรู้สึกว่าหมอหญิงคนนี้แตกต่างออกไป

     

    "อนุญาต..." ฮ่องเต้ตรัสสั้นๆ พลางหลับพระเนตรลง

     

    หลินเอ๋อร์ขยับเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ดูสะอาดสะอ้านจากร่างของนางโชยเข้าสู่โสตประสาทของมังกร มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมที่ฉุนกะทัดรัด แต่เป็นกลิ่นที่คล้ายกับดอกไม้ป่าหลังฝนตกที่ช่วยให้จิตใจที่ว้าวุ่นสงบลงได้ทันที นางค่อยๆ วางปลายนิ้วที่เรียวบางและอุ่นนุ่มลงบนขมับของพระองค์อย่างแผ่วเบา

     

    กลิ่นหอมที่ลอยมาจากร่างกายของหลินเอ๋อร์นั้นเป็นผลจากการที่หลินเฟิงใช้สูตรน้ำหอมพิเศษที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีจากอนาคตและปราณจิ้งจอก กลิ่นนี้มีฤทธิ์ในการทำให้จิตใจสงบและเกิดความรู้สึกไว้วางใจ มันทำงานในระดับจิตใต้สำนึกโดยที่ผู้ที่ได้กลิ่นไม่รู้ตัว แต่จะรู้สึกผ่อนคลายและมีความรู้สึกที่ดีต่อผู้ที่เป็นแหล่งกำเนิดของกลิ่นนั้น

     

    วินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวพระพักตร์ ฮ่องเต้ทรงรู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นบางอย่างที่แล่นผ่านเข้าสู่ร่างกาย มันไม่ใช่ความร้อนแรงที่คุกคาม แต่เป็นความนุ่มนวลที่ค่อยๆ ซึมลึกเข้าไปในเส้นประสาทที่ตึงเครียด หลินเอ๋อร์เริ่มใช้นิ้วมือนวดคลึงตามจุดชีพจรสำคัญบนพระเศียรอย่างชำนาญ ท่วงท่าของนางดูละเมียดละไมและมั่นคง จนความระแวงในพระทัยของฮ่องเต้ที่มีต่อ 'คนแปลกหน้า' ค่อยๆ มลายหายไป

     

    การสัมผัสของหลินเอ๋อร์นั้นแตกต่างจากหมอหลวงคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง มือของนางอุ่นและนุ่มนวล การนวดของนางมีจังหวะที่สม่ำเสมอและแรงกดที่พอเหมาะ ไม่หนักจนเจ็บ แต่ก็ไม่เบาจนไม่รู้สึก ที่สำคัญคือนางดูเข้าใจจุดที่ปวดและวิธีการบรรเทาอาการได้อย่างแม่นยำ ฮ่องเต้ที่เคยไม่ชอบให้คนอื่นสัมผัสร่างกายของพระองค์กลับรู้สึกสบายและผ่อนคลาย

     

    ในขณะที่การนวดดำเนินไป หลินเฟิงลอบโคจร 'ปราณจิ้งจอกฝันสลาย' อย่างแนบเนียน พลังปราณสีม่วงจางๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าค่อยๆ ไหลผ่านปลายนิ้วเข้าสู่จุดรวมประสาทของฮ่องเต้ เขาทิ้ง 'เมล็ดพันธุ์แห่งความฝัน' ไว้ในส่วนลึกของจิตใต้สำนึกของมังกรอย่างระมัดระวัง เพื่อรอเวลาที่จะกระตุ้นให้มันเติบโตขึ้นในยามที่พระองค์เข้าสู่ห้วงนิทรา

     

    'ปราณจิ้งจอกฝันสลาย' เป็นศาสตร์ลับที่หลินเฟิงพัฒนาขึ้นจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีจากอนาคตและพลังจิ้งจอกโบราณ มันสามารถแทรกซึมเข้าไปในจิตใต้สำนึกของเป้าหมายโดยไม่ถูกตรวจพบ และสร้างความฝันที่สามารถควบคุมได้ตามต้องการ เมล็ดพันธุ์ที่เขาฝังไว้จะค่อยๆ เติบโตและสร้างช่องทางเชื่อมต่อระหว่างจิตใจของเขาและฮ่องเต้ ทำให้เขาสามารถส่งผลต่อความคิดและอารมณ์ของมังกรผ่านความฝันได้

     

    "ฝ่าบาททรงตรากตรำราชกิจหนักเกินไปเพคะ เส้นพระประสาทบริเวณนี้ตึงเครียดจนส่งผลต่อการไหลเวียนของโลหิต" หลินเอ๋อร์เอ่ยเบาๆ ขณะที่เริ่มฝังเข็มเงินลงบนจุดสำคัญ "อาการเรื้อรังเช่นนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในครั้งเดียว หม่อมฉันจำเป็นต้องถวายการรักษาอย่างต่อเนื่องอีกหลายครั้ง เพื่อปรับสมดุลภายในร่างกายให้กลับมาเป็นปกติเพคะ"

     

    คำพูดของหลินเอ๋อร์แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในสาเหตุของอาการและแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง ฮ่องเต้ทรงรู้สึกว่านางไม่ใช่หมอหญิงที่จะสัญญาสิ่งที่ทำไม่ได้เพื่อเอาใจ แต่เป็นผู้ที่ให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมาและสมจริง สิ่งนี้ทำให้พระองค์เกิดความไว้วางใจมากขึ้น

     

    ฮ่องเต้ทรงรู้สึกว่าความเจ็บปวดที่เคยบีบคั้นหัวใจค่อยๆ ทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์ ความหนักอึ้งบนพระเศียรถูกแทนที่ด้วยความเบาสบายที่พระองค์ไม่ได้สัมผัสมานานหลายเดือน พระองค์ทรงลืมพระเนตรขึ้นมองหมอหญิงเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความตะลึงในรูปโฉมเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเลื่อมใสในฝีมือ

     

    "เจ้าพูดถูก... ข้ารู้สึกดีขึ้นมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน" ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง "ถ้าเช่นนั้น ข้าจะให้เจ้าเข้าวังมาถวายการรักษาข้าที่นี่ทุกๆ สองวัน จนกว่าอาการจะหายขาด"

     

    การที่ฮ่องเต้ทรงตัดสินใจให้หลินเอ๋อร์เข้าวังมาถวายการรักษาอย่างสม่ำเสมอนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ระมัดระวังและไม่ค่อยไว้วางใจคนแปลกหน้าง่ายๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้รับจากการรักษาครั้งนี้ทำให้พระองค์รู้สึกว่าหมอหญิงคนนี้มีความสามารถที่แท้จริงและน่าไว้วางใจ

     

    "รับด้วยเกล้าเพคะฝ่าบาท" หลินเอ๋อร์ก้มหน้าลงรับคำ รอยยิ้มที่มุมปากถูกซ่อนไว้ภายใต้ความสำรวม

     

    ในใจของหลินเฟิงเต็มไปด้วยความพึงพอใจ แผนการของเขาดำเนินไปได้อย่างราบรื่นเกินคาด ไม่เพียงแต่เขาจะได้มีโอกาสเข้าใกล้ฮ่องเต้อย่างสม่ำเสมอ แต่ยังได้รับความไว้วางใจจากพระองค์อีกด้วย การที่เขาสามารถฝัง 'เมล็ดพันธุ์แห่งความฝัน' ลงในจิตใต้สำนึกของมังกรได้สำเร็จในครั้งแรกนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการควบคุมที่ยิ่งใหญ่

     

    เมื่อการรักษาเสร็จสิ้น หลินเอ๋อร์ถอยออกมาอย่างสงบ ทิ้งให้ฮ่องเต้ประทับอยู่เพียงลำพังในตำหนักที่บัดนี้ดูเหมือนจะสว่างไสวขึ้นในสายพระเนตรของพระองค์ มังกรทรงมองตามแผ่นหลังบางที่เดินจากไป พร้อมกับความรู้สึกประหลาดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในพระทัย... ความรู้สึกที่โหยหาการสัมผัสที่แสนนุ่มนวลนั้นอีกครั้ง

     

    ฮ่องเต้ทรงนั่งอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน พระองค์ทรงรู้สึกว่าจิตใจสงบและร่างกายเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมานานแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เหมือนกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปภายในตัวพระองค์ แต่พระองค์ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร

     

    ในคืนนั้นเอง เมล็ดพันธุ์ที่หลินเฟิงฝังไว้ก็เริ่มทำงาน ฮ่องเต้ทรงเข้าสู่ห้วงนิทราที่ลึกที่สุดในรอบปี และในความฝันนั้น... พระองค์ทรงพบว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ในสวนบุปผาที่เต็มไปด้วยหมอกสีม่วงจางๆ โดยมีร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่ลักษณะคล้ายหมอหญิงหลินเอ๋อร์ผู้มีใบหน้างดงามราวกับเทพธิดายืนรอพระองค์อยู่ท่ามกลางม่านหมอกนั้น

     

    ความฝันนั้นสวยงามและน่าหลงใหล ฮ่องเต้ทรงรู้สึกสงบและมีความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น พระองค์ยังคงจำความฝันนั้นได้อย่างชัดเจน และเกิดความรู้สึกอยากพบหมอหญิงหลินเอ๋อร์อีกครั้งอย่างแรงกล้า

     

    นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมล็ดพันธุ์แห่งความฝันที่หลินเฟิงฝังไว้กำลังเริ่มงอกงามและแผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วจิตใจของมังกร ไม่ช้าไม่นาน ฮ่องเต้จะกลายเป็นหุ่นเชิดในมือของจิ้งจอกผู้ชั่วร้าย และราชวงศ์ที่มีมาหลายร้อยปีจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์

    คล้ายกับเรื่องจิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม ที่คุณอ่าน