ผมขอแนะนำตัวเองแบบคร่าวๆ ก่อนนะครับ ผมเป็คนกรุงเทพฯเกิดและโตที่นี่ เรียนโรงเรียนชายล้วนมาั้แ่เด็กๆทำให้ผมค่อนข้างจะคุ้นเคยกับการอยู่กับผู้ชายเป็กลุ่มใหญ่ๆและก็อาจจะเป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมไม่เคยมองผู้ชายในแง่อื่นเลยนอกจากความเป็เพื่อน เป็พี่ เป็น้อง
ผมเป็คนผิวสองสี สูงประมาณ 180 เิเ หุ่นค่อนข้างนักกีฬา เพราะผมชอบออกกำลังกายมาั้แ่เด็กๆเล่นบาส เล่นบอล ว่ายน้ำ แทบทุกอย่างที่ผู้ชายเล่นกัน ผมก็ลองมาหมดแล้วสมัยเรียนมัธยมผมก็ค่อนข้างป๊อปปูล่าในหมู่สาวๆ นะครับ มีแฟนมาก็หลายคนแต่ก็ไม่เคยคบใครจริงจังสักที เหมือนเป็ความสัมพันธ์แบบฉาบฉวยมากกว่า
ส่วนไอ้ภัทร เพื่อนสนิทของผมมันเป็คนเชียงใหม่ ผิวขาว สูงโปร่ง ประมาณ 185 เิเหน้าตาคมๆ สไตล์หนุ่มเหนือแท้ๆ แรกๆ ที่เจอกันผมก็แอบคิดว่ามันหยิ่งๆแต่พอได้คุยกันจริงๆ ถึงรู้ว่ามันเป็คนตลก เฮฮา และใจดีมากๆเราสองคนมาเจอกันที่คณะสถาปัตยกรรม ตอนปี 1 วิชา Drawingครับ ตอนนั้นผมทำแบบฝึกหัดไม่ได้สักทีวาดอะไรก็ไม่เป็รูปเป็ร่างสักอย่าง จนไอ้ภัทรที่นั่งอยู่ข้างๆเห็นเข้าก็เลยอาสาเข้ามาช่วยสอน ผมก็เลยได้รู้จักกับมันั้แ่นั้นมา
หลังจากวันนั้น เราก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นครับด้วยความที่เราเรียนคณะเดียวกัน ทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกันทำให้เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันบ่อยมาก
จนขึ้นปีสองเราก็เลยตกลงกันว่าจะย้ายออกมาอยู่หอนอกด้วยกัน ตอนนั้นค่าหอในก็ปรับขึ้นพอดีเลยเป็ใจให้เราตัดสินใจง่ายขึ้นการที่ได้แชร์ห้องกันก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลยครับแถมผมยังมีติวเตอร์ส่วนตัวอยู่ด้วย ผมอ่อน Drawing มากๆโชคดีที่ไอ้ภัทรเก่งเื่นี้สุดๆ
จะว่าไปไอ้ภัทรมันอดทนติวให้ผมแบบไม่บ่นสักคำทั้งๆ ที่บางทีผมก็วาดอะไรไม่รู้เื่ ผมจำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งผมวาดเส้นเบี้ยวไปเบี้ยวมาจนไอ้ภัทรถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่แต่สุดท้ายมันก็ยังใจเย็นสอนผมต่อ การที่ได้ไอ้ภัทรเป็รูมเมตและติวเตอร์ส่วนตัวทำให้ผมรู้สึกดีกับมันมากๆ ครับ รู้สึกเหมือนมีพี่ชายที่คอยดูแลและช่วยเหลือ
พูดถึงเื่ทั่วไปบ้าง เวลาผมกับไอ้ภัทรอยู่ด้วยกันก็เป็แบบผู้ชายทั่วไปเลยครับไม่มีอะไรต้องปิดบังกัน อาบน้ำก็แก้ผ้ากันปกติ ไม่มีอะไรต้องอายกันอยู่แล้วก็อยู่กันมาตั้งปีกว่าแล้วนี่ครับ จะให้มาเขินอายอะไรกันอีก
บางทีเวลามันเมาๆ หน่อย มันก็จะคึกเป็พิเศษชอบทำ ท่าทางตลกๆ โชว์กล้าม โชว์อะไรของมันไปเรื่อยเปื่อยบางทีก็ทำท่าทางเหมือนนายแบบถอดเสื้อผ้า เดินแบบอยู่หน้ากระจก ทำหน้าทำตาหล่อๆผมก็ขำมันนะ แต่บางทีก็แอบหมั่นไส้ในความมั่นใจของมันเหมือนกันซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับมันเกินเพื่อนจริงๆ ครับ ถึงมันจะหน้าตาดี หุ่นดีและชอบถอดเสื้อผ้าให้ผมดูบ่อยๆ ก็ตาม
ผมจำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นที่เราดูมวยคู่หยุดโลกด้วยกันที่ห้องบรรยากาศตอนนั้นมันคึกคักมาก เราสั่งเบียร์มาหลายขวด กินไปดูมวยไปเชียร์กันเสียงดังลั่นห้อง ตอนนั้นไอ้ภัทรมันอินกับมวยมากถึงขนาดลุกขึ้นมาทำท่าทางตามนักมวยบนจอ โชว์กล้ามแขน โชว์กล้ามท้อง ผมก็เลยแซวมันไปว่า
“กล้ามแค่นี้เอง จะไปสู้ใครได้วะ”
มันก็ตอบกลับผมทันที
“หรือมึงจะลองมั้ยละ”
แล้วจากนั้นเราก็ปล้ำกันเล่นแบบที่เพื่อนผู้ชายเล่นกันครับสาบานจริงๆ ว่าตอนนั้นมันเป็ความคิดแบบนั้นจริงๆและระหว่างที่เรากำลังออกแรงสู้กันอยู่นั้น แก้วเบียร์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นก็ดันหกพรวดลงบนกางเกงของมันตรงเป้าพอดีเป๊ะ! ตอนนั้นผมเห็นสีหน้ามันเปลี่ยนไปทันที จากที่กำลังจะกดผมได้ มันก็รีบลุกลี้ลุกลนทำหน้าเหยเกเพราะความเย็นผมนี่หลุดขำออกมาทันที เพราะมันคงจะเย็นวาบไปถึงไหนต่อไหน
ตอนนั้นในห้องเปิดแอร์ค่อนข้างเย็นด้วยไอ้ภัทรมันก็เลยต้องรีบแก้กางเกงออกทันทีภาพตอนนั้นมันตลกมากครับ กางเกงมันเปียกเป็วงใหญ่ตรงเป้าพอดี แถมข้างในก็…อย่างที่รู้กัน แต่มันก็ทำหน้าทะเล้นๆ เช็ดๆงวงช้างของมันที่กำลังพองตัวสู้มือต่อหน้าต่อตาผม แล้วก็หัวเราะอย่างเนียนๆมันพยายามกลบเกลื่อนความเขินอายด้วยการหัวเราะแต่ผมดูออกว่ามันก็แอบเขินอยู่เหมือนกัน
หลังจากนั้นเราก็ดูมวยกันต่อแต่บรรยากาศมันก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากที่เชียร์กันเสียงดังลั่นห้องก็กลายเป็เงียบๆ กันไปพักหนึ่ง ถึงจะบอกว่าเคยเห็นของมันบ่อยๆแต่ก็ไม่เคยใกล้และชัดเจนเท่าครั้งนี้
เหตุการณ์วาบหวิวของผมกับมันไม่ได้มีแค่นี้นะครับผมจำได้ว่ามีอยู่วันหนึ่ง หลังจากที่เราเล่นบาสกันเสร็จผมก็ถอดเสื้อเพื่อเช็ดเหงื่อตามปกติไอ้ภัทรที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นมาลอยๆ ว่า
“เฮ้ยไอ้นนท์ หลังมึงมีแต่เหงื่อเต็มเลย มาๆกูเช็ดให้”
แล้วมันก็เอื้อมมือเอาผ้าของมันมาเช็ดเหงื่อให้ผมจริงๆครับ ตอนนั้นผมรู้สึกแปลกๆ เหมือนกันที่มันมาถูกเนื้อต้องตัวผมแบบนี้แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ตอนที่มันเช็ดเหงื่อให้ผมผมก็เหลือบไปเห็นกางเกงบาสสีขาวของมันที่เปียกเหงื่อจนแนบเนื้อเห็นรูปร่าง่ล่างของมันชัดเจน ผมก็เลยแซวมันกลับไปว่า
“กางเกงมึงนี่นะ…จะอ่อยกูรึไง”
ไอ้ภัทรก็หน้าทะเล้นหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วบอกว่า
“ก็เห็นกันจนชินแล้วมีอะไรให้ต้องปิดบังกัน”
ก็จริงอย่างมันว่าเราสองคนเห็นของกันและกันมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้วครับ ตอนอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าหรือทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน มันเป็เื่ปกติของเราไปแล้วเพียงแต่เรายังไม่เคยเห็นตอนที่มัน “พร้อมใช้งาน” ของกันและกันก็เท่านั้น