ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่20 เจ้าโง่แบนเนอร์


    เจมส์เฝ้ามองลูกค้าทั้งสี่คนเงียบๆ ตลอดการทานบุฟเฟ่ต์ พวกหล่อนเอาแต่พูดว่าน้ำจิ้มอร่อย และนั่นทำให้เจมส์ยิ้มจนหน้าบานต้องบอกก่อนเลยว่าถึงจะเป็นของวิเศษที่ถูกนำมาจากหนังสือ ยังคงไม่ทำให้เขาวางใจเสียทีเดียว ว่าจะอร่อยถูกปากลูกค้าไหมลิ้นใครลิ้นมันไม่เหมือนกัน ทุกคนได้รับรสที่ต่างกันออกไป ดังนั้นหากเจมส์บอกว่าอร่อยแต่คนอื่นไม่อร่อย มันย่อมเป็นที่สามารถเข้าใจได้แต่ทั้งสี่คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น้ำจิ้มอร่อย ดูเหมือนว่าเจมส์จะมาถูกทางแล้วในส่วนความสดของวัตถุดิบจากทะเล ส่วนนี้ไม่มีใครติ ทั้งยังบอกอีกว่าเนื้อปูหวานมาก กุ้งเนื้อเด้ง กั้งเนื้อฟู ชมไม่ขาดปากตลอดการรับประทานโดยเฉพาะน้ำซุปแสนกลมกล่อม มีทั้งรสหวานและเค็ม ทั้งสองรสผสานกันอย่างลงตัว ไม่มากไม่น้อยเกินไป เป็นน้ำซุปสมบูรณ์แบบในส่วนของเนื้อหมูค่อนข้างธรรมดา เพราะทุกร้านเองก็ใช้หมูแบบสำเร็จรูป จึงไม่ค่อยได้รับคำชมมากนัก.........จ่ายเงินเสร็จแตงกวาแทบอยากจะร้องไห้ หันไปหาเพื่อนสาว พลางออดอ้อนเสียงอ่อน “แอฟ...เงินกูหมดแล้วว่ะ พรุ่งนี้มึงเลี้ยงข้าวกูหน่อยได้ไหม”เนื่องจากทั้งคู่พนันกันก่อนหน้า ว่าถ้าหากหมูกระทะไม่อร่อยแอฟก็จะเป็นคนจ่าย ถ้าอร่อยแตงกวาจ่าย แต่สุดท้ายหวยกับออกที่แตงกวา เขาต้องควักเนื้อตัวเองจ่าย จนเงินในกระเป๋าแฟบหดเหมือนน้องชายไม่มีแรงแอฟอมยิ้มหน่อยนึง “เออๆ กูเลี้ยงก็ได้”“มึงนี่เป็นเพื่อนน่ารักจัง” “หึหึ ไม่ต้องมาพูดเสียงหวานให้กูฟังเลย ถ้าหากมึงไม่พนันกับกูตั้งแต่แรก มึงคงมีเงินกินข้าวพรุ่งนี้”“ก็ใครจะรู้ละว่าแม่งจะอร่อย เห็นเป็นร้านเปิดใหม่คิดว่ามันจะมาหลอก”“ฮ่าฮ่า แต่มึงก็กินคุ้มแล้วไม่ใช่เหรอ ล่อกุ้งเขาซะห้าโล ดูสิพุงออกเลย”“โธ่อีดอก แม่งจ่ายไปตั้งขนาดนั้นจะให้กูกินนิดเดียวได้ยังไง กูก็ต้องเอาให้คุ้มจริงไหมวะ แต่จะว่าไปแม่งมีแต่ของทะเลสดๆ จนกูอดคิดไม่ได้ว่าร้านแม่งจะเจ๊งหรือเปล่า หากเจอคนกินจุแบบกูหลายคน”“งั้นมาพนันกันไหมละ” แอฟเสนอ พร้อมกับหยิบแบงค์พันออกมาหลายใบปฏิกิริยาแรกที่เห็นแบงค์พันของแตงกวาคือน้ำลายสอ อยากจะหยิบเอามาจากมือทั้งหมด“พนันอะไรอีกวะ” แตงกวาถาม สายตาจดจ้องแบงค์พันไม่กระพริบแอฟสะบัดแบงค์พันในมือ กล่าวพลางหัวเราะ “ก็พนันว่าร้านหมูกระทะนายเจมส์จะอยู่ได้ถึงเดือนไหม ถ้าชนะเงินหมื่นนึงนี่เป็นของมึง” “แต่...มันตั้งหมื่นนึงเลยนะเว้ย ถ้าหากกูแพ้ขึ้นมา” แตงกวาอยากตอบตกลงเต็มแก่ แต่เมื่อลองกลับมาคิดดูเขาไม่ได้มีบ้านรวยอย่างยายแอฟ หากแพ้พนันขึ้นมา ไม่ใช่ว่ากินน้ำปลาทั้งเดือนเหรอ“งั้นมึงก็อย่าแพ้สิ แค่มึงชนะกูเงินหมื่นนึงก็จะเป็นของมึง ว่าไงจะเล่นไม่เล่น” แตงกวากัดฟันกรอด ถึงใจอยากจะบอกว่าไม่เล่นแต่พอเห็นแบงค์พันปึกนั้น ความโลภบังตาจึงตอบตกลง“ดีมากยายเพื่อนรัก งั้นหลังจากนี้เดือนนึงเราค่อยกลับมาดูว่าร้านจะอยู่หรือว่าเจ๊ง”เบลและกัสทำได้เพียงส่ายหน้า หากพูดถึงเรื่องโชคลาภ ดูเหมือนแตงกวาจะไม่ค่อยมี ซื้อลอตเตอรี่ก็ไม่เคยถูก ผิดกับแอฟที่มักได้รับโชคเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นแตงกวาก็ยังโง่ที่จะเล่น..........หลังจากกลุ่มเบลขับรถออกไปก็มีลูกค้าเข้ามาอีกเพียงห้ากลุ่มจนถึงเที่ยงคืน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยมาก ไม่ได้กำไรเลยสักนิด ยิ่งเป็นร้านหมูกระทะแบบบุฟเฟ่ต์ บางอย่างสามารถเก็บไว้วันพรุ่งนี้แต่บางอย่างเสียก็ต้องทิ้ง โชคดีที่ร้านยังไม่ค่อยมีของมาก เจมส์จึงไม่รู้สึกว่าขาดทุน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาไม่คิดอะไร เพราะหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป อย่างน้อยสักหนึ่งเดือน ต่อให้เขาหาเงินจากการขายปลามาจ่ายค่าเช่าร้าน ค่าพนักงาน ค่ารถ มันยังไม่คุ้มต่อเงินที่เสียไป จึงต้องกลับไปคิดกลยุทธ์ให้ดีๆร้านหมูกระทะแบบบุฟเฟ่ต์ที่มีอาหารทะเลสดๆเป็นๆ ไม่ใช่ว่ามีเพียงร้านเจมส์เพียงร้านเดียว โดยเฉพาะนี่คือเมืองพัทยา ร้านจำพวกนี้มีเยอะแยะโถมเถ เราจำเป็นต้องหาจุดเด่นของร้านให้เจอ ผลักดันร้านให้เป็นที่สนใจของลูกค้า ไม่งั้นคงไม่ต่างจากจ่าอี๊ดที่ต้องปิดตัวลง........หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังจากเปิดร้านหมูกระทะ เจมส์รู้สึกว่าตัวเองค่อนข้างเหนื่อย ไหนจะต้องเตรียมของช่วงบ่ายเปิดร้าน ไหนจะต้องขายปลาที่ล่าได้จากทะเล ไปส่งของเกาะล้าน ไหนจะเรียนช่วงเช้า โดยเฉพาะช่วงหลังเขาใช้งานร่างกายไม่หยุด จึงทำให้กล้ามเนื้อรับภาระหนัก อยากพักแล้วเข้าไปนวดแผนไทยดีๆ สักร้านจริงอยู่ที่ฉีดเซรุ่มหมายเลข 1 แล้ว แต่จากข้อมูลที่ถุงมือได้แสดง อย่างน้อยร่างกายต้องปรับสมดุลถึง 3 เดือน ในขณะนี้จึงเป็นช่วงพัฒนาและขยายกล้ามเนื้อ ทำให้เจมส์กลับไปคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เมย์เคยบอก เขาควรจะมีผู้ช่วยขายปลาสักคนสองคน รวมถึงคนยกของลงจากเรือ แบบนั้นจะสบายกว่า ร่างกายไม่รับภาระหนักจนเกินไป........บ่ายวันอาทิตย์เจมส์ออกล่าปลาเช่นเคย เขาไม่รีบร้อนเข้าไปร้านหมูกระทะ เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนได้พ่อครัวมาถึงสองคน ทั้งคู่เป็นผู้ชาย เคยทำงานอยู่ในร้านอาหาร จากการทดสอบของเจมส์ พวกเขามีทักษะที่ไม่เลว สามารถทำซุปหรือทำน้ำจิ้มได้ รวมถึงอาหารประเภทจานเดียวเจมส์ไม่กลัวหากสูตรน้ำจิ้มหรือน้ำซุปจะหลุด เพราะต่อให้มีสูตร ถ้าหากไม่มี'โอ่งเก็บจันทรา' 'หม้อเก้ามังกร' ก็อย่าหวังเลยว่าจะทำน้ำซุปหรือน้ำจิ้มออกมาได้ด้วยเหตุนั้นเองที่ทำให้เจมส์ไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับสูตร หรือต่อให้ทั้งคู่อยากขโมยหม้อ เห็นทีคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าหากพวกเขายังรักชีวิตน่ะนะระหว่างปล่อยเรือล่องทะเล ให้มันหาปลาโดยอัตโนมัติ เจมส์นั่งตากแดดด้านหลังเรือ ในมือมีหนังสือการ์ตูน'เจ้าหนูยอดนักตกปลา' เล่มท้ายๆ ที่พูดถึงนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องบ่อยครั้งต้องบอกก่อนว่าจอร์ส ไมรดัส มีผลกระทบต่อเนื้อเรื่องมาก เพราะเขามักจะทำให้สิ่งประดิษฐ์ของตนหลุดมายุคเจ้าหนูโฮยอนเสมอ ทำให้ช่วงหลังตัวร้ายมีสิ่งประดิษฐ์ของจอร์ส อยู่ในครอบครองไม่น้อย“เจอแล้ว อยู่นี่เองปล่อยให้หาซะจั้งนาน” หลังจากใช้เวลาตามหาสิ่งประดิษฐ์ในหนังสืออยู่ครึ่งค่อนวัน ในที่สุดเจมส์ก็เจอสิ่งที่ต้องการ ถุงมือฟ้าประทานเวลานี้เรืองแสงจ้า เพราะมันได้รับการชาร์จแบตบนเรืออยู่เสมอ สามารถดึงสิ่งประดิษฐ์ออกมาจากหน้าหนังสือเวลาไหนก็ได้เจมส์ถ่ายรูปหน้าหนังสือที่ต้องการลงบนโทรศัพท์ก่อน หลังจากนี้จะนำไปปริ้นร้านถ่่ายเอกสาร หากไม่งั้นดึงสิ่งประดิษฐ์ออกมาทั้งอย่างนั้น หน้าหนังสือจะว่างเปล่า และเขาต้องซื้อเล่มใหม่เพราะสิ่งประดิษฐ์หายไปจากหน้าหนังสือทำการบันทึกรูปเรียบร้อย เจมส์ดึงสิ่งประดิษฐ์ที่หามาครึ่งค่อนวันออกมาทันทีสิ่งที่เจมส์ดึงออกมาเป็นชายหัวโล้น อยู่ในชุดสูทสีดำ สูงราวร้อยแปดสิบกว่า ผิวขาว ดวงตาสีน้ำตาล เหมือนกับชนชาติตะวันตก'เจ้าโง่แบนเนอร์ หนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ของจอร์ส ไมรดัส มันเป็นหุ่นยนต์ทำตามคำสั่งของผู้ใช้งาน ถูกสร้างขึ้นโดยจอร์ส ด้วยแบตเตอรี่หนึ่งชุด แบนเนอร์สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 100 ปี''ข้อเสียด้านลบ เจ้าโง่แบนเนอร์ แบตเตอรี่ที่อยู่ในตัวของหุ่นจะถูกลดทอนประสิทธิภาพทันทีที่เปิดใช้งาน 50 เปอร์เซ็นต์'“เห...งั้นจากร้อยปีก็เหลือห้าสิบปีน่ะสิ” เจมส์เดาะลิ้น ค่อนข้างพอใจกับผลเสียด้านลบ หลังจากยืนพินิจพิเคราะห์เจ้ายักษ์สูงร้อยแปดสิบกว่า จึงเริ่มสแกนลายนิ้วมือด้วยการสอดนิ้วเข้าไปในปากอีกฝ่าย บันทึกข้อมูลเสียง หน้าตา ไม่นานหุ่นที่ยืนแน่นิ่ง ก็ทำความเคารพเจมส์ไม่ต่างจากมนุษย์คนหนึ่งโดยประวัติความเป็นมาของหุ่นแบนเนอร์ ในศตวรรษที่ 41 หุ่นยนต์แรงงานถือเป็นเรื่องสามัญที่ทุกบ้านจำเป็นต้องมี โดยทางรัฐบาลจะแจกจ่ายให้ฟรีๆ บ้านละตัว ซึ่งบ้านจอร์สก็ได้มาหนึ่งตัว เพียงแต่ด้วยความที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ จอร์ส ไม่แยแสต่อหุ่นที่รัฐบาลมอบให้ กับกันเขาเลือกที่จะพัฒนามันเอง จึงกลายเป็นเจ้าโง่แบนเนอร์อย่างที่เห็นส่วนทำไมเจมส์ถึงนำมันออกมาได้ ทั้งที่ความจริงไม่สามารถนำสิ่งมีชีวิตออกจากหน้าหนังสือ เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะเจ้าโง่แบนเนอร์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต เป็นเพียงหุ่นยนต์ เครื่องจักรฟังคำสั่ง“เอาล่ะเจ้าโง่ วันนี้ผมต้องการกุ้งมังกร ทำการเชื่อมต่อกับเรือ AMERIA แล้วล่ามันมาให้ผมซะ” เจมส์สั่งการหลังจากเปิดใช้งานหุ่นเนื่องจากเรือและหุ่นถูกสร้างโดยคนคนเดียวกัน ดังนั้นเจ้าโง่แบนเนอร์จึงมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับเรือ“เข้าใจแล้วครับ เจ้านาย” เจ้าโง่ผงกศรีษะ เดินไปบังคับหัวเรือทันที คันบังคับเรือยังอยู่นิ่งที่เดิม แต่เรือกับเเล่นฉิวบนผิวน้ำพร้อมล่าไปด้วย โดยการทำงานทั้งหมดออกมาจากปลายนิ้วสัมผัสของเจ้าโง่ ทำการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต ซึ่งให้ผลดีกว่ามือบังคับ แถมสมองเขายังเชื่อมต่อกับเรือโดยตรง ทำให้มองเห็นภาพในทะเลได้กว้างกว่าเจมส์ตอนใช้แว่นอัลฟ่าไม่นานเรือหยุดนิ่ง เจ้าโง่แบนเนอร์พบเป้าหมาย กุ้งมังกรที่อยู่ใกล้ๆ จุดที่จอดเรือ ด้วยคำสั่งผ่านสมองกลของเจ้าโง่ ใต้ท้องเรือทำการเปิด ปล่อยผู้ล่าลงสู่ทะเล