เสียงกระดิ่งลมดังกรุ้งกริ้ง หัสนัย ปีนข้าม ระเบียงมายืนข้างเตียงของมิรา รู้สึกเอ็นดูเมื่อเห็นเ้าวิฬาร์ (แมว) โยดานอนขดอยู่ข้างๆ มิรา มองใบหน้างามละมุนนั้นรู้สึกว่า คนนอนตรงหน้าช่างสวยไร้ที่ติต่างจากเด็กหญิงตัวน้อย ที่ชอบร้องไห้ขี้มูกโป่งที่เคยถูกเขาแกล้ง
“พี่หาดอย่าแกล้งมิรา” เขาไม่ชอบใจนักกับคำเรียกขานแบบนั้น
“ใครบอกให้เรียกชื่อพี่ผิด” เขาคว้าลูกโป่ง์ในมืออ้วนป้อม ก่อนจะปล่อยให้ลอยไปติดกิ่งไม้สูงของต้นปีบ สุดเอื้อมมือ มิราวิ่งร้องไห้กลับบ้านไปฟ้องแม่
เขารู้สึกผิดพยายามปีนต้นปีบสูง เพื่อนำลูกโป่งกลับคืนมาให้ได้ แต่ก็พลาดตกจากต้นไม้ อาการสาหัส เืคลั่งในสมองจนครอบครัว ต้องพาไปผ่าตัดยังต่างประเทศ และเรียนที่นั่นจนได้เป็หมอศัลยกรรมมือดี แต่ความทรงจำของเขายังมีเด็กหญิงตัวน้อยที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ในความฝัน ถึงขนาดที่ต้องไปปรึกษาจิตแพทย์
หัสนัยนั่งลงจ้องมองใบหน้าสวยหวานนั้น เขาใช้เวลาถึงสองปีตามหามิรา ที่ทุกอย่างเหมือนงมเข้มในมหาสมุทร มิราเหลือตัวคนเดียว พ่อแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ มีเพียงตึกแถวห้องนี้ที่เป็ที่พำนัก และร้านดอกไม้ ครั้งแรกที่พบกันมิรามีปัณภัทรข้างกาย แต่กับผู้ชายใจโลเล ที่เลิกรากันไปพบ คนใหม่ เขาเห็นหยาดน้ำตาของมิราในวันฝนตกแทบจะทนไม่ไหวอยากไปตะบันหน้า นายปัณภัทรนั้นให้ล้มคว่ำอยู่ตรงนั้น มืออุ่นเขี่ยปอยผมที่ร่วงลงมาปิดใบหน้า ก้มลงจุมพิตหน้าผาก มิราจะจำเขาได้ไหม หัสนัยคิดว่ามิราคงลืมเขาไปแล้ว เพราะไม่มีทีท่าว่าเธอจะจำเขาได้แม้แต่น้อย เขาลงทุนมาซื้อตึกห้องข้างๆ ทั้งที่ตัวเองมีบ้านหลังใหญ่ในกรุงเทพ แต่เขายอมมาทนอยู่ที่นี่เพื่อที่จะได้ปกป้องมิรา และได้อยู่ใกล้ๆ เธอ
อากาศยามเช้าแสนสดชื่นเ้าแมวโยดา นอนบิดี้เีอยู่บนที่นอนของหัสนัย เมื่อคืนหัสนัยอุ้มมันกลับมาด้วย แต่กับนอนขี้เซาจนไม่รู้ตัวตื่น
หัสนัยยืนผูกเนกไทอยู่หน้ากระจก ถ้าหากเป็ห้องคนสวยเ้าโยดายิ้มเ้าเล่ห์อาจได้เห็นอะไรดีดี เบ้ปาก ก่อนจะร้องง้าวดังๆ หัสนัยหันมามอง
“แกนี่ร้ายนะ มาไม่กี่วันแอบไปนอนกับแฟนฉัน เสียได้” โยดาหลุบตาต่ำเกลียดพวกมนุษย์รู้ทัน
“หิวแล้วใช่ไหม อ๋อคราวหลังก็ไปอยู่เป็เพื่อนมิราเขาได้นะ เขาเหงาฉันยุ่งมาก่นี้ อยากคุยก็เขาจะตายแต่ห้ามแอบจูจีบแฟนฉันนะ555” หัสนัยพูดแทงใจดำเ้าวิฬาร์โยดา ยิ้มมุมปาก
รับรองจะดูแลให้อย่างดี จะคอยกันท่าเ้าัให้ด้วย หากนายยังไม่มีเวลาใจสาวอายไขว้เขว่ และจะจูบลาให้ก่อนนอนทุกคืน
หัสนัยชะโงกหน้าไปที่ระเบียง มองลงไปด้านล่าง รถ คันหรูของัจอดอยู่หน้าร้านดอกไม้ของมิรา เขายังมีเวลาอีกนิดหน่อยไปทักทายเ้ามังกือเสียหน่อย ว่าแล้วก็เดินลงไปชั้นล่างเปิดประตูหน้าบ้าน เดินเลี้ยวเข้าร้านดอกไม้ของมิราโยดาตามไปติดๆ
“มาพอดีเลยคุณหัดเยอรมันเฮ้ย หัสนัย ฉันมีเื่คุยกับนาย” มิราไม่อยู่ตรงนั้น
“เหมือนกัน ฉันก็มีเื่คุยกับนายเหมือนกันนายมังกือ ออกมาคุยกันข้างนอก” ไม่น้อยหน้ากันเลยโยดามองเห็นสายตาพิฆาตจากทั้งคู่
“ว่ามา” พูดขึ้นพร้อมกันเดินออกมาจากร้านดอกไม้
“นายก่อน” ัพูด
“ฉันไม่อ้อมค้อม นาย มีทุกอย่างทั้งเงินทองทั้งชื่อเสียง ทั้งสาวๆ ไม่เข้าใจว่าคนอย่างนายจะ มีความจริงใจกับมิราหากนาย้าแค่เล่นๆ กับมิราฉันอยากให้นายเลิกล้มความคิดเสีย เพราะฉันจะไม่ยอมให้นายทำแบบนั้นแน่นอน” ัยิ้มรู้สึกเจ็บแปลบในใจ
“ฉันจะเลิกมาที่นี่หากนาย ดูแลมิราได้ดี ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอันตราย” หัสนัยขมวดคิ้ว
“นายหมายความว่าอย่างไร”
“ปัณภัทร กลับมานิรมนไม่ชอบใจนัก เธอมาคาดโทษมิราไว้” หัสนัยเดินวนไปมาหากทางแก้ปัญหา
“นายเพียงแค่ปกป้องมิรา ฉันขอแค่นั้น” ัเดินไปตบไหล่หัสนัย แล้วก็เดินจากไปขึ้นรถ รถเลื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว
ั แทบจะทรงตัวไม่อยู่สึกเจ็บจน ไม่อาจบรรยาย
หัสนัยยืนงง สิ่งที่เขาพูดกับคิดก่อนหน้านั้น ถูกเปลี่ยนความคิดไปจนหมด มังกือมาไม้ไหนอย่างไรกันแน่ทำไมถึงเปลี่ยนท่าทีได้ขนาดนี้
มาไม้ไหนมองไม่รู้ดูไม่ออก
ไม่มาหลอกแต่จริงใจไฉนหนอ
แล้วที่ทำเหมือนกับคนบ้าบอ
โอ้ละหนอทำไปทำไมกัน (หัสนัยรู้สึกผิดกับมังกืออีกแล้ว)