ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่เนียะหม่าล่าขาลุย!【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 150 ปีศาจจิ้งจอก 2

            เมื่อเห็นใบหน้าเย่ชิงชิงเต็มไปด้วยความสงสัยเย่ฝูหรงก็ฉีกยิ้มด้วยริมฝีปากสีแดง “สงสัยใช่หรือไม่ว่าเหตุใดนางจึงสนิทสนมกับข้า?เพราะข้าช่วยชีวิตนางเอาไว้เป็นผู้มีพระคุณยิ่งใหญ่ของนางอย่างไรเล่า”

            ต้องกล่าวว่าอาภรณ์สีแดงสดของเย่ฝูหรงนั้นงดงามยิ่งนักริมฝีปากแดง ฟันขาวงามดุจหิมะ งดงามราวบุปผาแรกแย้มในฤดูร้อน

            เย่ชิงชิงพยักหน้าแล้วรำพึงรู้แจ้งก่อนหน้านี้เคยได้ยินคนในหมู่บ้านพูดกันว่า สกุลเย่มีรถม้าอันหรูหราเข้าออกกล่าวว่าเย่ฝูหรงช่วยชีวิตคุณหนูผู้บอบบางเอาไว้ แม้ไม่ทราบเหตุการณ์ที่แน่ชัดแต่ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง คนผู้นั้นคือเซี่ยซางจวี๋

            ใบหน้าอันงดงามประดุจหยกสลักของเซี่ยซางจวี๋ผุดขึ้นในห้วงความคิดเย่ชิงชิงจึงถามไปว่า “นางบอกเรื่องเหล่านั้นกับเจ้าเพื่ออะไรหรือ?”

            เย่ฝูหรงลูบไล้เรือนผมงดงามที่เพิ่งงอกขึ้นมาใหม่แล้วแค่นเสียงเย็นชา “นางคือผู้ที่จะมาเป็นฮูหยินของคุณชายเจ้าของห้างข้าเป็นสหายที่ดีของนางไฉนจึงไม่ควรเตือนนางเล่าว่าข้างกายคุณชายเจ้าของห้างนั้นมีหญิงสาวมากมาย?”

            “แล้วนางก็บอกเจ้าว่าข้าเป็นฝ่ายเข้าหาสกุลเผยหรือ?” เย่ชิงชิงเลิกคิ้วขึ้น

            “แน่นอน นางกับข้าไม่มีสิ่งใดปิดบังกัน” เย่ฝูหรงเอามือปิดปากหัวเราะเบาๆ“ได้ยินมาว่า แม้แต่ฮูหยินรองเผยยังทนไม่ไหวจนถึงกับออกปากเตือนเจ้ายังหน้าหนาถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? หากเป็นสตรีทั่วไปคงอับอายจนไม่มีหน้าออกมาพบใครไปแล้ว!”

            เย่ชิงชิงถอนหายใจแผ่วเบาแล้วกล่าวด้วยความผิดหวัง “นึกว่าเจ้าจะเรียกให้ข้าหยุดเพราะมีเรื่องสำคัญจะบอกที่แท้ก็แค่ถากถางหรือ? ว่าไปแล้วเจ้าก็รูปโฉมงดงามแต่เสียดายที่โง่เขลาไปหน่อย”

            ก่อนหน้านี้นางพยายามใส่ร้ายครอบครัวของพวกนางก็แล้วไปเถิดตอนนั้นยังพูดได้ว่าเยาว์วัย แต่บัดนี้นางโตเป็นสาวแล้วไฉนความคิดอ่านจึงไม่ดีขึ้นบ้าง?

            ส่วนเซี่ยซางจวี๋ตอนที่ฮูหยินรองเผยคุยกับนาง เด็กคนนั้นก็อยู่ด้วยนางแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจคำเตือนอันอ่อนโยนของฮูหยินรองเผยแต่กลับหันหลังไปซุบซิบใส่ร้ายได้อย่างไรกัน? นางไม่รู้ว่าเซี่ยซางจวี๋ผู้นั้นเป็นคนไร้เดียงสาจริงหรือแสร้งทำเพียงหวังว่าอย่าให้ใบหน้าน่าทะนุถนอมนั้นต้องเสียเปล่าเลย

            “เจ้าพูดอะไรของเจ้า!” เย่ฝูหรงโกรธจัดดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองนางอย่างอาฆาต ยิ่งมองก็ยิ่งไม่พอใจนังหน้าผุกลับไม่มีรอยแผลเป็นเลยแม้แต่น้อยทั้งครอบครัวนั้นเป็นพวกปีศาจจำแลงชัดๆ!

            เมื่อเห็นเย่ชิงชิงหันหลังจะเดินจากไปเย่ฝูหรงก็เอ่ยเสียงดัง “อีกสามวันจะเป็นวันเกิดของข้าข้าตั้งใจอนุญาตให้เจ้ามาร่วมงานมาดูสิว่าท่านพ่อจัดงานให้ข้ายิ่งใหญ่อลังการเพียงใด~”

            วันเกิดหรือ?เย่ชิงชิงโบกมือโดยไม่เหลียวหลัง “สุขสันต์วันเกิดแล้วกันขอให้มีความสุข อย่าสร้างความวุ่นวายอีกเลยนะ น้องสาว”

            “คุณชายเจ้าของห้างก็จะมาด้วย! เขาจะต้องมาแน่!” เย่ฝูหรงมองตามแผ่นหลังของนางเห็นว่ามิได้แสดงความรู้สึกใดๆ ก็โกรธจนแทบจะคลั่งทั้งที่นางต่างหากคือคนที่ได้รับความรักและเอ็นดูจากท่านพ่อและย่าเฒ่านางไม่เชื่อหรอกว่าเย่ชิงชิงจะไม่อิจฉานางเลย!

            ช่างเถิดแค่สาวน้อยอีกคนที่หลงใหลคุณชายเจ้าของห้างจนสติฟั่นเฟือน เวรกรรมจริงๆ!เย่ชิงชิงรีบเร่งฝีเท้าเดินกลับบ้านท้องฟ้ามืดมิดเช่นนี้อย่าได้ล่าช้าไปมากกว่านี้เลย

            เอ่ยคำเชิญไปร่วมงานวันเกิดอย่างเสแสร้งเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อโอ้อวดหรอกหรือ? ท่านพ่อจัดเตรียมงานด้วยตนเองเลยงั้นหรือ?แล้วอย่างไร นางดูเหมือนคนไม่มีพ่อที่น่าสงสารหรือ?

            เมื่อกลับถึงเรือนนางซูกำลังจะไปเตรียมอาหารเย็น แต่เย่ชิงชิงยังไม่กลับมานางกับเย่จื้อเฟิงร้อนใจยิ่งนัก ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วก็ยังไม่มีอารมณ์จะกินข้าว

            พวกเขาทั้งสองเตรียมจุดโคมไฟเพิ่มแล้วเดินไปตามเส้นทางเข้าเมืองเพื่อตามหาจนกระทั่งเห็นคุณชายเจ้าของห้างจูงม้าเข้ามา นางจึงถามไถ่ถึงสาเหตุแล้วค่อยๆสบายใจขึ้นมาบ้าง จากนั้นก็เริ่มเตรียมอาหารเย็นให้ทุกคน

            “ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ ข้าหิวโซเหมือนหมาเลย” เย่ชิงชิงก้าวเข้าประตูมาก็ร้องบอกว่าหิวนางซูเห็นก็ทั้งโมโหและขำไปพร้อมๆ กัน

            “โฮ่ง โฮ่ง!” เจ้าหมาลุกขึ้นยืนแล้วเห่าสองครั้งมันต่างหากที่เป็นหมา!

            “พูดจาระมัดระวังหน่อยสิ! ไม่เห็นหรือว่ามีแขกอยู่ด้วย” นางซูจ้องนางเขม็ง แต่ก็อดสงสารที่เห็นนางหิวไม่ได้จึงตักน้ำแกงถ้วยหนึ่งให้ก่อน “พวกท่านดื่มไปก่อนถ้วยหนึ่งแล้วกันเดี๋ยวกับข้าวจะตามมา”

            “ข้าต้องรบกวนแล้ว ต้องขอบคุณที่ชิงชิงเก็บข้าที่อยู่กลางทางกลับมาด้วย”เผยรุ่นจือรับถ้วยน้ำแกงพร้อมกับยิ้ม ก่อนจะกล่าวขอบคุณอีกครั้ง

            เก็บกลับมา?เย่ชิงชิงแอบหรี่ตาให้เขาขณะที่นางซูไม่เห็นเจ้าหมอนี่ไปบอกอะไรกับท่านแม่ของนางกันนะ?

            เผยรุ่นจือหันสายตาไปมองอย่างใจเย็นไม่สนใจตอบคำถามที่เย่ชิงชิงกำลังสงสัยเลยแม้แต่น้อย ท่าทางโอหังยิ่งนัก

            พอยั่วให้นางอยากรู้อยากเห็นถึงที่สุดแล้วเห็นว่านางทำหน้าบูดบึ้ง เขาก็ใจดียิ้มตอบ “ข้าบอกว่าม้าตกใจกลางทางแล้วก็สะบัดข้าทิ้งไว้ตัวคนเดียว ไม่มีหมู่บ้านอยู่ข้างหน้าไม่มีร้านรวงอยู่ข้างหลัง โชคดีที่ได้พบเจ้า เป็นอย่างไรบ้างไม่ได้ทำลายชื่อเสียงของเจ้าใช่หรือไม่?”

            “ขี้โกหก” เย่ชิงชิงกัดฟันกรอดก่อนจะยกถ้วยน้ำแกงขึ้นมาซดจนหมดในรวดเดียว แล้ววางถ้วยเปล่าลงอย่างองอาจ “ขออีกถ้วย!”

            เย่จื้อเฟิงที่เพิ่งยกกับข้าวออกมาเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าไม่หยุดก่อนจะเคาะศีรษะนาง “อย่าได้เลียนแบบหยางหลิ่วเชียว!”

            น้องสาวของเขามักจะมีท่าทางที่องอาจเช่นนี้ในบางครั้งเขาสงสัยว่านางเรียนรู้มาจากหยางหลิ่ว โชคดีที่ท่าทางเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆการให้เด็กสาวแก้ไขพฤติกรรมให้ถูกต้องนั้นดีที่สุด

            เผยรุ่นจือที่อยู่ตรงข้ามก็หัวเราะไม่หยุดขำจนตัวสั่นระริก

            หลังอาหารเย็นเผยรุ่นจือก็ขอพักค้างคืนที่นี่อย่างเป็นธรรมชาติเสื้อผ้าที่เอามาเปลี่ยนจำต้องใช้ของเย่จื้อเฟิงเป็นการชั่วคราวโชคดีที่เขาไม่เรื่องมาก และทำตัวสบายๆ ยิ่งนัก

            ก่อนเข้านอนนางซูดึงเย่ชิงชิงเข้าไปในห้อง สองแม่ลูกปิดประตูเตรียมพูดคุยกันยามค่ำคืน

            “วันนี้เจ้าไปพบคุณชายเจ้าของห้างที่ใด?”

            เย่ชิงชิงทำท่าทางเรียบร้อย“ก็ที่กลางทางนั่นแหละเจ้าค่ะ”

            นางซูมองนางด้วยสายตาไม่เชื่อ“เจ้ากลับมาทันทีที่พบเขาหรือ? เหตุใดจึงเดินทางจนท้องฟ้ามืดค่ำไปหมดเล่า?เย่จื้อเฟิงขับรถม้ากลับมาก็ไม่เห็นพวกเจ้าเลยนี่นา!”

            ให้ตายเถอะนี่เขาโกหกแล้วให้นางเป็นคนสร้างเรื่องมาเติมให้เต็มหรืออย่างไร?เย่ชิงชิงรู้สึกหดหู่ยิ่งนัก นางเอ่ยอย่างจนใจ “เหมือนพวกเราจะไปผิดทางเจ้าค่ะ”

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่เนียะหม่าล่าขาลุย!【จบ】 ที่คุณอ่าน