เช้าวันรุ่งขึ้นทุกคนต่างพากันเตรียมข้าวขอกัน หนุ่มๆดูจะเสร็จเร็วกว่าเพื่อนๆ เหลือก็แค่สอสาวเท่านั้นที่ยังไม่ลงมา
การเดินทางสำหรับเมสซิอาห์นั้นถือว่าง่ายมาก เพราะตราเฟลอร์เดอลี่บนตัวของพวกเขาคือเครื่องหมายยืนยันฐานะว่าเป็เมสซิอาห์ เครื่องหมายเฟลอร์เดอลี่ทางสถาบันจะประทับอยู่เพียงแค่3จุดคือ ลำคอ ฝ่ามือ และหัวไหล่ มันเป็ใบผ่านทางอย่างดีที่สามารถจะพาพวกเขาไปยังที่ไหนก็ได้ แม้นแต่ในที่ๆห้ามเข้าไปก็ตาม
“ว่าจะนินทามันให้ฟังไอ้รีเซ่นะ” อยู่ดีๆเดเรสก็เปิดประเด็นซึ่งแน่นอนว่าเซรอสต้องหันมาฟัง
“วีรกรรมอะไรละ”
“เปล่าเลย จะนินทาว่ามันนะทำตัวไม่สมกับเป็ผู้หญิงมากกว่า แกรู้ไหมถ้าเป็ที่สถาบันนะ ห้องพวกฉันนี้ไม่ต่างอะไรกับห้องมันเลย เสื้อผ้าของใช้มันมาซุกไว้ที่ห้องตลอด ไม่พอยังไล่พวกฉันไปนอนพื้นอีก”
เซรอสเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ
สงสัยเขาจะต้องคุยกับแม่ตัวดีเสียหน่อยแล้วละมั้ง
“ขี้ฟ้องหวะ”
เสียงของผู้ถูกนินทาดังสวนมาจาก้า แม้นเ้าตัวจะยังไม่งลงมาก็ตาม
“ฟ้องก็ดี ถ้ารู้ว่าทำอีกได้เห็นดีกันแน่ๆ” เซรอสขู่
“เห๊อะ!!!”
รีเซ่ส่งเสียงประชดประชันก่อนจะมีเสียงปิดประตูดังโครมใหญ่ตามมา
ประตูบ้านคงได้พังเข้าสักวัน
วันนี้ทุกคนอยู่ในชุดที่ทะมัดทะแมง และแน่นอนว่ารีเซ่ยังคงแต่งกายตามฉบับของเธอซึ่งดูจะคัดใจยูนะไม่น้อย เสื้อยืดสีขาวแขนกุดเผยให้เห็นตราเฟลอร์เดอลี่ที่ต้นแขนขวาและกางเกงขาสั้นกับรองเท้าลำลองมีสายรัดข้อแบบง่ายๆเส้นผมสีน้ำตาลแดงก็รวมสูงแบบลวกๆ วันนี้เพราะอากาศติดจะร้อนเธอจึงมัดชายเสื้อขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นเอวบางผิวขาวนั้นก็ดูน่ามอง
โป๊!
ไวกว่าความคิดเซรอสเดินมาดึงปมที่มัดชายเสื้อออกทันทีเเล้วรีบดึงปิดเอวทันที
“เป็บ้าอะไรของนาย” รีเซ่บ่น
“มันโป๊” เซรอสดุเสียงเขียว
“มันร้อน” คนตัวเล็กังคงเถียง
“ชุดอื่นเธอก็มีไหมละ” คราวนี้คนตัวโตเริ่มขมวดคิ้ว
“ก็ปกติฉันใส่แบบนี้ อยู่กับไอ้พวกนี้ก็ใส่แบบนี้ตลอด ไม่เห็นจะเป็อะไรตรงไหน”
“แต่ตอนนี้เป็แล้ว และอยากจะขึ้นไปเปลี่ยนดีๆหรือต้องให้พาไปเปลี่ยนใหม่??”
เท่านั้นละสาวเ้ารีบหันหลังก้าวเท้าฉับๆกลับขึ้นไปแบบไม่ต้องคิดเลย ซึ่งนั้นก็เรียกเสียงหัวเราะจากเหล่าเพื่อนๆได้ไม่น้อย ไม่นานนักรีเซ่ก็ลงมาพร้อมกับเสื้อตัวใหม่ซึ่งเป็เสื้อสีดำคอวีแขนกุดขนาดพอดีตัว ดวงหน้างามนั้นก็ยังคงบอกบุญไม่รับเช่นเดิม
“แบบนี้ค่อยดีขึ้นหน่อย” ยูนะพูดไปก็อดแอบขำไม่ได้
สำหรับพวกเดเรสแล้วยูนะดูต่างกับรีเซ่มากทั้งนิสัยและสไตล์การแต่งตัว ไม่มีอะไรเหมือนกันเลยซักนิด แต่องคนนี้ก็ดันสนิทกัน รีเซ่เปนสายลุยแต่งตัวง่ายๆไม่สนใจว่าโป๊ไม่โป๊ เน้นทะมัดทะเเมงเคลื่อนไหวสบายไว้ก่อน แต่ยูนะเป็สายหวานอย่างเช่นตอนนี้เธอสวมเสื้อและกางเกงขายาวสีขาวคลุมด้วยเสื้อเชิ้ตยีนต์กับผ้าใบสีสมพูอ่อน
โคตรต่าง!!
“แล้วจะไปไหนก่อน”รีเซ่ถาม
“แม่น้ำอามูร์ที่ริเวียร่า ถ้ำอโครโพลิสที่เอเธน่า และป่าพรีเพรียดในไฟล์ เราจะแวะพักตามทางเอาจะได้ไม่เสียเวลาวนไปวนกลับ“ ยูซีทตอบ
การเดินทางครั้งนี้พวกรีเซ่โดยสารด้วยรถไฟฟ้าซึ่่งเป็รถไฟไฟฟ้าสายด่วนพิเศษ
“ขออณุญาติตรวจตั๋วด้วยครับ”
พนักงานหนุ่มในชุดเครื่องแบบของสถานีรถไฟฟ้าขอตรวจตั๋วการเดินทาง รีเซ่ถกแขนเสื้อให้ดูที่หัวไหล่มนนั้นมีตราเฟล่อร์เดอลี่ประทับอยู่ซึ่งเพื่อนๆที่เหลือก็เพียงพลิกหลังฝามือให้เห็นตรานั้นเช่นกัน
“ท่าน..เมสซิอาห์..ขออภัยครับ เชิญด้านในเยครับเรามีห้องพิเศษว่างอยู่หลายห้อง”
พนักงานตรวจตั๋วฝายมือเป็การเชื้เชิญอย่างให้เกียรติ
รถไฟสายด่วนพิเศษใช้เวลาเดินทางเพียงสองชั่วโมงครึ่งก็ถึงที่สถานีฟอเรสต์ ด้านหน้าป่าเรด ฟอเรสต์ซึ่งเป็ทางเข้าไปยังแม่น้ำอามูร์ จากที่เห็นป่าเรด ฟอเรสต์เป็ป่าที่มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่นแต่ต้นไม้ทุกต้นล้วนเป็สีน้ำตาลอมแตง มีลำน้ำใสสะอาดไหลผ่านตลอดสาย
แต่ทันทีที่มาถึงหน้าป่า ความรู้สึกไม่ดีก็ท่ากลับถาโถมเข้ามาหารีเซ่ เลโอสังเกตุเห็นจึงถามขึ้น
“เป็อะไร?”
“ไม่มีอะไร ฉันแค่รู้สึกไม่ค่อยดี..ซักเท่าไหร่”
น้ำเสียงที่ตอบออกมานั้นดูไม่น่าจะเป็อย่างนั้นเพราะตอนนี้สีหน้าของรีเซ่นั้นดูซีดเซียวลง เซรอสหันไปมองอย่างไม่เข้าใจ
“ความพิเศษอีกอย่างของรีเซ่คือเซ็นต์มันแรง ถ้างานไหนเสี่ยงมันจะมีอาการบางอย่างที่แสดงออกมา และเพราะอย่างนี้พวกฉันถึงได้รอดบ่อยๆแม้นจะหวุดหวิวบ้างก็เถอะ” เดเรสอธิบาย
”เเต่ครั้งนี้มันแปลกไป ฉันรู้สึกเหมือนมีใครเรียกฉันอยู่ตลอดเวลา”
รีเซ่ใช้สองมือจับที่ขมับ เธอรู้สึกปวดหัวอย่างแรงและเวียนหัวมาก ยิ่งเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ความทรมานก็ยิ่งทวีคูณ เซรอสจึงเข้ามาพยุงเธออย่างเป็ห่วง
หลังจากเดินเท่ากันมาเกือบ5กิโล ทุกคนก็หาจุดี่จะหยุดพัก เมื่อมาถึงจุดพักรีเซ่ก็ทรุดลงเซรอสรีบรั้งร่างบางก่อนจะพไปนั่งที่ลงริมขอนไม้ เสียงหอบและเหงื่อที่ผุดตามใบหน้านั้นทำให้เพื่อนๆประหลาดใจเพราะปกติเดินเท้าแค่ไม่กี่กิโลมันสบายมากสำหรับเธอแต่นี้เพียงห้ากิโลก็ถึงหอบแทบตายแล้ว
“ฉันว่าแกควรกลับออกไปรอข้างนอกก่อน”เลโอตัดสินใจให้รีเซ่กลับออกไป
“ไม่ ฉันไม่ไป ฉันคิดว่ามันต้องมีอะไรซักอย่างแน่ๆ อะไรที่มันค่อยเรียกหาฉันอยู่ตลอดเวลา”
รีเพูดด้วยสีหน้าที่เ็ปมือหนึ่งบีบเข้าที่ขมับอย่างหวังว่าจะให้มันบรรเทาความปวดลงอีกมือก็กำชายเสื้อของเซรอสราวกับเป็ที่พึ่งสุดท้าย
‘เด็กน้อยของข้า..ถึงเวลาแล้วที่เซริวจะลงมือ เธอผู้นั้นต้องทำพันธะสัญญา’เสียงเข้มที่ดูทรงอำนาจนั้นยังคงดังอยู่ในจิตเขา
“แกไหวแน่นะ”เร็งกะเริ่มไม่แน่ใจ
“อืม”
รีเซ่ตอบสั้นๆและพยามตะเกียดตะกายลุกขึ้นเพื่อที่จะเดินต่อแต่ก็ล้มลงอีกเหมือนคนไม่มีแรง ดีที่เซรอสรับเธอไว้ได้ทันก่อนที่จะล้มลงพื้น
“ขี่หลังฉันไปแล้วกัน” เซรอสเอ่ยพร้อมก้มลงเตรียมให้เธอขี่หลังเขา
“เดินไหวน่า” รีเซ่ยังรั้น
“อย่ามางี่เง่าตอนนี้น่าเดินแบบนี้คงได้ถึงชาติหน้าพอดี”
เซรอสเริ่มดุ จนในที่สุดเธอก็ต้องขี่หลังเขาจนได้เพื่อที่จะเดินทางต่อไปให้ถึงแม่น้ำอามูร์
“อย่ามาบ่นว่าหนักแล้วกัน”
“ไม่บ่นหรอก” เซรอสขำออกมาเล็กน้อย
เมื่อเดินเท้าต่อมาอีกเกือบ30กิโลทุกคนก็เห็นปราสาทโบราณอยู่กลางลำน้ำใส มีป้ายเหล็กเล็กๆติดชื่อแม่น้ำอามูร์ไว้ด้านข้าง ทำให้ทุกคนรู้ได้ว่าพวกเขามาถึงกันแล้ว แม่น้ำอามูร์เป็อย่างที่เดเรสว่าไว้จริงๆ เป็แค่ธารหินตื้นๆที่ไม่มีดินโคลนเลยด้วยน้ำที่นี่จึงใสแจ๋วจนมองเห็นไปถึงด้านล่างของแม่น้ำ แสงแดดที่สาดส่ลงมาก็ส่องถึงพืชใต้น้ำทำให้พืชน้ำที่มีอยู่มากมายหลากสีอย่างพวกมอสกับสาหร่ายสารพัดชนิดเติบโตเต็มที่ มันดูสวยราวกับต้องมนต์ หากมองดีๆแล้วแม่น้ำอามูร์ก็ราวกับแม่น้ำสีรุ้ง บวกกับอากาศที่ติดจะเย็นและลมพัดอ่อนๆมันทำให้สถานที่แห่งนี้ควรค่าแก่การพักผ่อนไม่น้อย แต่ถึงแม้นบรรยากาศจะดีเพียงใดคนที่อยู่บนบ่าเขาก็กลับมีอาการที่แย่ลงไปอีก เสียงหอบหายใจที่ดูรวยรินและเหงื่อที่ซึมออกมาตามใบหน้าและลำตัวที่ซีดเผือก ไหนจะตัวที่เย็นเฉียบ
“พักอยู่นี้นะยัยตัวเล็ก อย่าพึ่งไปไหนจนกว่าพวกฉันจะกลับมา”
เซรอสย่อตัวลงก่อนจะหันไปรับร่างบางที่ดูหมดฤทธิ์ดื้อให้มาพิงกับต้นไม้ใหญ่ที่ใกล้กับโคดหินริมน้ำ
“ฉันจะดูแลเอง” ยูนะพูดขึ้นซึ่งเซรอสก็พยักหน้ารับ
“ฝากด้วยแล้วกัน พวกฉันจะเดินสำรวจกันกันซักพักแล้วจะกลับมา เผื่อจะมีอะไรบางอย่างที่เป็ต้นเหตุของอาการรีเซ่ก็ได้”
“อื้อ” ยูนะพยักหน้ารับ
“ส่วนเธอ ห้ามไปไหน เข้าใจนะ และที่สำคัญอย่าพยามที่จะถอดสร้อย”เซรอสย้ำ
“ทำไม” เสียงที่แ่เบานั้นยังคงถาม
“ห่วง”
เซรอสตอบกลับไปสั้นแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากรีเซ่อีกแล้วเธอเพียงพยักหน้าเบาๆให้เขาเท่านั้นก่อนที่จะหลับตาลง เซรอสมองดูคนตรงหน้าอย่างชั่งใจก่อนที่จะเดินผละออกไป
รีเซ่ปรือตาขึ้นมาอีกครั้งมองเซรอสและเพื่อนๆที่เดินจากไป เธอไม่ชอบแบบนี้ เพราะั้แ่ที่ตราสติกมาตาปรากฏขึ้น เธอััได้ว่าเธอนั้นอ่อนแอลงมาก เดินแค่ไม่กี่กิโลก็กลับเหนื่อย ััพลังงานบางอย่างก็แบบจะหมดเรียวแรง แต่ในทางกลับกันภาระหน้าที่ก็ดูสูงมากขึ้น
“พักสักหน่อนนะ..อ้าวหลับซะแล้ว” ยูนะตั้งใจจะบอกให้เพื่อนสาวพักแต่เ้าตัวก็กลับหลับไปก่อนที่เธอจะพูดเสียอีก
‘จงเอ่ยนามของข้าเด็กน้อยรีเซ่..จงเอ่ยนามข้า..’
ในความฝันของรีเซ่ มีเสียงหนึ่งเรียกชื่อของเธอ รอบตัวเธอนั้นรายล้อมไปด้วยพื้นน้ำและไอหมอกจางๆ อากาศที่ติดจะเย็นนั้นทำเอาร่างบางสะท้านเล็กน้อย
เสียงนั้นบอกให้เธอเรียกชื่อเเต่เธอจะรู้ไหมว่าต้องเรียกชื่ออะไรถึงจะถูก
หมอกค่อยๆหนาขึ้นจนรีเซ่เริ่มเห็นสิ่งรอบตัวไม่ค่อยชัด ทัศนวิศัยจัดอยู่ในชนดที่เรียกว่าแย่มาก เธอเห็นแต่เพียงเงารางๆของอะไรบางอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ในหมอกนั้น.อะไรบางอย่างที่ใหญ่มากเสียด้วย แสงสีฟ้าค่อยสาดแสงอ่อนๆออกมาจากหมอกหนาพลัดไล่หมอกนั้นให้จางลง ซึ่งเผยให้เธอเห็นว่าตรงหน้าของเธอนั้นคืออะไร สิ่งที่อยู่ตรงหน้าขอเธอนั้นมันมีลักษณะที่เหมือนสัตว์หลายๆชนิดผสมผสานกัน ลำตัวยาวเหมือนงู มีเขี้ยวขนาดใหญ่หนึ่งคู่อยู่ที่บริเวณขากรรไกร้า มีหนวดยาวเหมือนกับไม้เลื้อย ั์ตากลมโตนั้นสีฟ้าใสราวกับอความารีนและมีแผงคอคล้ายกับขนของสิงโตอยู่บนคอ,คางและข้อศอก มีเกล็ดสีเขียวเข้มแกมฟ้าทั่วทั้งบริเวณลำตัวมี สันหลังทอดยาวไปตามหลังและหางเป็หนามสีทองยาวและสั้นสลับกัน มีขา4ขาและกรงเล็บใหญ่ที่ดูแข็งแรง
หนึ่งในสี่จตุรเทพ?!!
“จงเอ่ยนามของข้า..”
“…!!”
รีเซ่ทำหน้าไม่แน่ใจเพราะเธอไม่รู้ว่าสิ่งตรงหน้านั้นจะให้เธอเรียกขานนามของเขาทำไม แต่ที่แน่ๆคือเธอรู้แล้วว่าสิ่งนี้คืออะไร หนึ่งในสัตว์สี่จตุรเทพ ‘ั’ เป็ตัวแทนของพลังที่ยิ่งใหญ่แห่งธรรมชาติ พลังอำนาจสูงสุดของโลก ทรงพลังและศักดิ์สิทธิ์แห่งฟ้าและดิน ัสามารถปัดเป่าิญญาที่ชั่วร้าย ปกป้องผู้บริสุทธิ์และทำให้รอดพ้นจากพยันตรายต่างๆนานา ทั้งยังได้รับการกล่าวกันว่ามีความเป็มิตรมากกว่าความร้ายกาจ เป็สัญลักษณ์ที่นำมาซึ่งความสุข และความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง
.”เด็กน้อยเ้าคือสายเืแห่งข้าและข้ารู้ว่าเ้าเองก็รู้ว่าข้าคือใคร จงเอ่ยนามของข้าพันธะสัญญาจึงจะสมบูรณ์”
“พันธะอะไรกัน ฉันไม่ได้เป็ายเืของคุณแน่นอน” รีเซ่ปฏิเสธ
“ย้อนกลับไปราว2,000ปีก่อนัเพศผู้และเพศเมียเคยแต่งงานกับมนุษย์และลูกหลานของพวกข้าก็กลายมาเป็นายหญิงแห่งตระกูลใหญ่ของโมบิลนามว่า โรส พีเดอร์สัน สืบสาวต้นตระกูลของตนเองย้อนหลังไปจนถึ128รุ่นได้กระมั้ง ซึ่งรุ่นสุดท้ายจะต้องจบที่ ริเรีย พีเดอร์สันมารดาผู้ให้กำเนิดเ้านั้นละเด็กน้อยเพราะสายเือของเผ่าเรานั้นนับวันก็ยิ่งอ่อนลงจนไม่สามารถเป็ผู้รักษาพันธะสัญญาแห่งเทพได้”
แม่..
“แม่ติดค้างอะไรท่าน”
“หาไม่ เป็ข้าต่างหากที่ติดค้างนาง นางช่วยเหลือข้ายามที่คับขัน ข้าเอ่ยถามถึงสิ่งที่นาปราถนาเพื่อเป็การตอบแทน แต่นางเพียงขอร้องให้ข้าปกป้องเ้า ด็กน้อยผู้ถูกเลือกให้มาเป็ผู้ทำลายแห่งกาลสมัย”
ความเงียบเข้าครอบงำ ความรู้สึกต่างๆประเดประดังเข้าสู่หัวใจของเธอ เธอไม่รู้จักแม่กับพ่อด้วยซ้ำ เพราะเท่าที่รู้ว่าท่านทั้งสองเอาชีวิตเข้าแรกเพื่อปกป้องเธอในวัยเด็กจนตัวตาย
“แล้วตอนนั้น..ท่านทำอะไรอยู่ถึงไม่ช่วยแม่ของฉัน..ทำไมถึงปล่อยให้แม่กับพ่อต้องตาย..” รีเซ่เอ่ยเสียงสั่น ั์ตากลมโตของเทพแห่งทิศตะวันออกนั้นฉายแววเมตตา
“หากเพียงข้าทำได้..นางคงไม่ตาย การาดอฟสาปข้าและเบียคโกะสองในสี่ของสี่จตุรเทพได้ มันกักพลังของพวกข้าไว้เพื่อมุ่งหวังให้แผนการล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นสำเร็จ”
“มีทางไหนที่จะปลอดปล่อยท่านได้บ้าง”
“ทำได้สิเด็กน้อย เพราะเ้าคือผู้ที่ถูกเลือกให้เป็ผู้ทำลายแห่งกาลสมัย”
“ฉันต้องทำยังไง” รีเซ่ยังคงถาม
“จงเอ่ยตามข้าเด็กน้อย…ด้วยอำนาจแห่งข้าผู้สืบสันดรพีเดอร์สัน ของรับพันธะผู้รักษาพันธะสัญญาแห่งเซริวเทพทิศตะวันออกด้วยเกียรติ”
รีเซ่เอ่ยตามพลันร่างทั้งร่างก็ส่องแสงสว่างว้าบ
ยูนะเห็นร่างของรีเซ่ส่องแสงสีเขียวอมฟ้าก่อนที่จะค่อยลอยขึ้น ร่างบางนั้นยังคงดูราวกับคนที่อยู่ในห้วยนินทรา
“รีเซ่!!!!!!”
ยูนะะโเรียกรีเซ่อย่างสุดเสียง เพื่อหวังให้เธอมีสติ ร่างบางค่อยรู้สึกตัวซึ่งนั้นทำให้ยูนะใจชื้นขึ้นมา แต่ทว่าแต่สายตาและน้ำเสียงกลับไม่ใช่ของรีเซ่อย่างที่เธอคิด น้ำเสียงที่เข้มดุดัน กับั์ที่ดูแข็งกร้าวจนน่ากลัวนั้นมันไม่ใช่ของเพื่อนเธอแน่ๆ
”อย่าเข้ามายุ่งกับพิธีกรรมของข้า”
ยูนะไม่รู้จะทำยังไงเพราะตอนที่เธอรนไปหมดจึงร่ายเวทย์เป็ใช้แส้สีขาวสบัดรัดร่างของรีเซ่ไว้แต่ก็ถูกแรงสบัดวูบเดียวจากเพื่อนสาวจนกระเด็นไปกระแทกต้นไม้อย่างแรง ความเจ็บแล่นพล่านไปทั่วร่าง ยูนะมองรีเซ่ที่กำลังค่อยๆจมลงไปในแม่น้ำอามูร์ เธอพยามที่จะใช้แส้ดึงขึ้นมาแต่ก็ถูกเหวี่ยงให้ไปกระแทกกับโบราณสถานกลางน้ำอีกจนได้
โครม!!
“กรี๊ดดดดด!!!”
เสียงกรี๊ดของยูนะทำเอาพวกเซรอสที่กำลังเดินสำรวจถ้ำหลังน้ำตกต่างใ เลโอพุ่งกลับออกไปเป็คนแรกและไวกว่าทุกคน เซรอสที่กำลังจะตามไปนั้นถูกรั้งด้วยข้อมือของเร็งกะ
“สำรวจต่อเพราะฉันว่าฉันพอจะอ่านภาษาพวกนี้ออกแลถ้าให้ฉันะเดารีเซ่เธออาจจะมีสายเืของวารีอยู่ ดังนั้นการอัญเชิญเซริวจึงจำเป็มาก และฉันเชื่อว่าเราจะได้เจอเธอแน่ๆ”
เซรอสอดเป็ห่วงไม่ได้แต่หวังว่าเธอจะปลอดภัย เพราะเธอบอบช้ำมามากเหลือเกินในช่วยหลังๆมานี้ แผลเก่ายังไม่ทันหายแผลใหม่ก็จะเพิ่มมาโดยตลอด
เลโอที่ตรงดิ่งกลับไปหายูนะก็เห็นเธอสลบอยู่จึงรีบรุดเข้าไปประคองร่างบางก่อนที่จะเขย่าตัวเพื่อเรียกเธอ
“ยูนะ!! เฮ้!! ได้ยินฉันไหม” น้ำเสียงเขาดูกังงล
ร่างบางลืมตาขึ้นก่อนจะร้องโอ้ยขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับใช้มือจับไปที่ชายโครง
ซี่โครงอาจจะหัก..
เลโอคาดว่าเธออาจจะซี่โครงหัก ตามร่างกายมีาแเพียงเล็กน้อย ร่างสูงทำการสรางม่านพครอบร่างของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าไว้ แต่ท่ากลับมีกระแสพลังานบางอย่างกำลังต่อต้านพลังของเขา กระเเสพลังสีฟ้านั้นช็อตเปรี้ยะไปทั่วทั้งม่านพลังของเขาเหมือนไม่ยอมรับในพลังที่ไม่รู้จัก เลโอพยามทำการสมานซี๋โครงและแผลตามตัวยูนะแต่ทว่ามันกลับกลับไม่สำเร็จ เขาทำได้เพียงยื้อความเ็ปให้เธอเท่านั้น
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!
เมื่อทุกคนพากันออกมาข้างนอกก็เห็นเลโอกำลังกางม่านพลังครอบร่างของยูนะไว้ จากรูปการณ์แล้วเลโอกำลังพยามสมานแผลให้ยูนะอยู่แต่ดูท่าจะไม่สำเร็จ “นี้มันอะไรกันเลโอ ทำไมตั้งนานแล้วนายยังรักษายูนะไม่ได้” เดเรสถามขึ้นเสียงพูดคุยจอแจทำให้หญิงสาวที่ให้ไหล่ของเซรอสต่างหมอนนั้นตื่นขึ้น เจ้าหล่อนที่เห็นภาพของเพื่อนสาวที่นอนแน่นิ่งหมดสภาพถึงกับลุกพรวด แต่เพราะลุกเร็วนั้นละเธอจึงเวียนหัวมือบางยันไหล่ของเซรอสไว้เป็นหลักพิง“อย่าลุกไว”เซรอสดุ“ฉันจะไปดูยูนะ”รีเซ่เอ่ยอย่างร้อนรน“ก็ไปด้วยกันนี้แหละ แล้วเธอนั้นแหละที่ต้องรักษาเพราะเซริวเล่นงานยูนะหนักมือปหน่อย”เซรอสฟ้อง แต่เซริวจิ๋วถึงกับหันมาขู่เขาฟ่อๆ ซึ่งเขาก็เพียงแค่ยักไหล่“เซริว!!ไอ้มังกรบ้า!!!!” รีเซ่โวยวายทันทีที่เห็นสภาพเพื่อนสาว เธอดูสะบักสะบอมมากพอตัว เจ้าหล่อนถึงกับหันควับส่งสายตาอาฆาตไปยังเทพอสูรของตน“ก็ข้านึกว่านางจะมาขัดขวางพิธี ข้าก็ต้งรีบสะบัดนางออกก่อน แต่อาจจะเพราะด้วยพลังของข้ากับนางอาจจะโดยปลายหางของข้าแผลจึงไม่หาย” เทพอสูรตอนนี้กำลังกลายเป็นจำเลย เลโอหันมามองเซรอสและรีเซ่ที่บัดนี้มีเอสูรปปรากฏขึ้น เขาดูไม่แปลกใจเท่าใดและเริ่มเข้าใจถึงอาการของยูนะว่าทำไมแผลถึงไม่หาย“วิธีแก้ละว้อย! วิธีแก้นะ วิธีแก้!!” รีเซ่เริ่มโวยวายใหญ่ รังสีอำมหิตเริ่มแผ่ขยายจนเทพอสูรเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเขาตัดสินใจถูกไหมที่เลือกเธอมาเป็นผู้รักษาพันธะสัญญาดุยิ่งกว่าเบียคโกะเสียอีก!!“ใช้พลังของข้าในตัวเจ้า แผลนางเกิดจากข้าก็ต้องใช้พลังของข้าเพื่อรักษา” เซริวตอบแต่ก็ยังระเเวงสายตาอำมหิตของรีเซ่อยู่ดี“ห้ามทำเพื่อนฉันอีก ไม่งั้นฉันจะจับไปย่างเป็นมังกรปิ้งคอยดู!!”รีเซ่ขู่เทพอสูรเจ้าปัญหาเเต่ก็ไม่วายที่จะเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหายูนะด้วย ร่างบางประสานอินเป็นสัญญลักษณ์จิน(jin)ประกบฝ่ามือทั้งสองข้างก่อนจะผายฝ่ามืออกโโยให้นิ้วชี้และนิ้วโป้งเชื่อมต่อกัน นัยน์ตาสีทับทิมนั้นค่อยๆกลายเป็นสีน้ำเงินใส ไอสีฟ้าอ่อนก็ค่อยๆแผ่ขยายออกมาจากฝ่ามือของเธอราวกับไอหมอก“ถอนม่านพลังซะเลโอ” รีเซ่เหลือบตาไปมองเลโอ นัยน์ตาของเธอบัดนี้กลับดูทรงพลัง เลโอตัดสินใจลดม่านพลังที่ปกคลุมยูนะลง ไอหมอกสีฟ้านั้นก็ค่อยๆรวมตัวกันไปที่ยูนะ บาดแผลรอบตัวของเธอค่อยๆสมานขึ้นทีละแผลสองแผลจนในที่สุดก็ไม่หลงเหลือบาดแผลใดๆ นัยน์ตาสีน้ำเงินใสนั้นดูไม่เจ้าใจ เพราะถึงแม้นจะรักษาแผลได้แล้วเเต่สีหน้าของยูนะก็กลับยังคงไม่สู้ดีมากเท่าที่ควรจะเป็นเจ็บตรงไหนอีกนะหรือเธอพลาดตรงไหน แต่รอบตัวของเธอก็ไม่ได้มีแผลแล้วนี้นารีเซ่ยังคิดคิดไปต่างๆนาๆด้วยคงสัย จนเลโอเอ่ยขึ้น“ซี่ โครง ซ้าย หัก” เลโอเน้นคำเท่านั้นละเหมือนเสียงฟ้าผ่าลงกลางใจเซริว เพราะเเม่เจ้าประคุณหันตวับมามองเขาด้วยความพิโรธระดับ 50 ริกเตอร์ เล่นเอาเทพอสูรถึงกับขวัญผวา“ไอ้มังกรงี่เง่า!!!” คำด่าที่ไม่มีการนับถือกันอีกต่อไปเริ่มออกมาจากปากแม่ตัวดี เซริวถึงกับเอาหางตวมาปิดหน้าปิดตารีเซ่หายใจเข้าออกช้าๆอย่างพยามสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ก่อนจะใช้มือทั้งสองที่มีกำไลสีฟ้าใสประดับอยู่ที่ข้อมือนั้นสัมผัสไปที่ข้างลำตัวด้านซ้ายของยูนะ“อดทนนิดเดียวนะ เดี๋ยวเธอก็หายแล้ว เดี๋ยวไว้ฉันจะจะการไอ้มังกือบ้านั้นเป็นการลงโทษที่ทำเธอเอง” รีเซ่พูดไปพรางแสงสีฟ้าอ่อนก็สว่างว้าบออกมาจากมือของเธอ แสงสีฟ้านั้นทำให้ทุกคนสัมผัสได้ถึงความเย็นอ่อนๆ สีหน้าของยูนะดูดีขึ้นมาก ซึ่งรีเซ่คาดว่ากระดูกซี่โครงคงจะสมานกันดีแล้ว แต่ที่ยังคงหลับอยู่อาจจะเป็นเพราะพิษบาดแผล รีเซ่กระพริบตาเล็กน้อยนัยน์ตาของเธอก็กลับมาเป็ทับทิมดังเดิม“งานนี้ได้มีย่างมังกรแน่ๆ” เบียคโกะที่นั่บนหัวของเซรอสเอ่ยขึ้นอย่างสะใจ ก็แน่ละ ผู้รักษาพันธะสัญญาคนนี้ของเซริวดันดุยื่งกว่าคนไหนๆที่ผ่านมา เหนือฟ้าก็ยังมีฟ้าเหนือเทพอสูรเซริวก็คงเป็นผู้รักษาพันธะสัญญาคนนี้กระมั้งเด็กน้อยของเขายังดูเรียบร้อยกว่าเธอมากนักเบียคโกะคิดพรางยิ้มบขัน“ขำอะไร” เซรอสเงยหน้าเล็กน้อยเพื่อถามเทพอสูรที่นั่งอยู่บนหัวของเขา“ข้าแค่ขำเซริวงานนี้เจอผู้รักษาพันธะสัญญาที่ดุที่สุดในประวัติการณ์..แต่ต่อให้ดุแค่ไหนก็คงแพ้เด็กน้อยของข้า…ข้าพูดถูกใช่ไหมละเซรอส”“พูดมากน่า” เซรอสขำออกมาเบาๆกับคำแซวของเทพอสูรเบียคโกะก็จริงอย่างที่เบียคโกะบอก เซริวแพ้ทางรีเซ่แต่คนดื้อๆแบบรีเซ่ก็ต้องเจอคนแบบเขาถึงจะเอาอยู่…ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ข้าก็หวังให้เจ้ามีความสุข…เซรอส..เด็กน้อยของข้าเบียคโกะเพียงคิดก่อนที่จะถอดสายตาไปยังรีเซ่เเละเซริว ที่บัดนี้มังกรจิ๋วกำลังถูกลงโทษอย่างหนักหน่วงแต่ทว่าจู่ๆรีเซ่ก็ก็ทรุดตัวลง เดเรสรั้งร่างของเธอไว้ได้ทันควัน เขาทรุดตัวลงกับพื้นตามแรงล้มของเพื่อนสาว ใจคอเริ่มกลับมาไม่ค่อยมั่นคงอีกรอบ เซรอสวิ่งตามมาเห็นใบหน้านวลเริ่มซีดเผือกอีกครั้งก็ตกใจ“เบียคโกะ เซริว นี้มันอะไร ทำไมเธอทรุดลงอีกไหนว่าทำพันธะสัญญาแล้วไง”เซรอสถามพร้อมกับรับร่างบางมาจากเดเรส ทุกคนตกใจแต่เบียคโกะและเซริวกลับดูสบนิ่ง“นางแค่กำลังอยู่ในช่วงปรับพลังธาตุ พลังธาตุในตัวนางกับพลังธาตุของข้ามันกำลังต่อต้านกัน อีกสักพักถึงจะคงที่” เซริวบอก “แต่ฉันไม่เห็นจะเคยเป็นนี้” เซรอสแย่ง“เจ้านะถูกปรับพลังธาตุมาตั้งแต่กำเนิดแล้ว ซึ่งต่างกับนาง”