Love Status : รัก..แบบไหน?

    Love Status : รัก..แบบไหน ?  |  EP. 7

    ​ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน..ว่ามันเริ่มขึ้นตอนไหน หรือมันเกิดขึ้นเมื่อไหร่..? แต่พอผมรู้ตัวอีกที ตอนนั้น.. สายตาของผมที่เคยว่างเปล่า มันกลับมองตรงไปที่คนๆเดียว..แล้วไม่เคยเหลียวไปมองคนอื่นอีก~

    ผมตกหลุมรักให้กับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมมานานแล้วครับคนที่กลับมาเจอกันอีกครั้ง แถมอุทานเสียงดังกลางห้องประชุมใหญ่คนตัวบางตาโตที่แสนสดใสคนที่ทำให้ผมกลับมารู้สึกหัวใจสั่นไหว....คนที่ชื่อ ดรีม ~..ครั้งแรกที่ผมเจอกับดรีม มันเป็นวันเปิดเทอมวันแรกในปีการศึกษาสุดท้ายของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 อย่างผม .. มันเป็นเพียงวันธรรมดาๆ..แถมดูไม่ต่างจากวันอื่นๆเท่าไหร่ ตื่นนอน กินข้าว ออกจากบ้าน ขับรถไปมหาลัยฯ แต่ในวันนั้นไม่รู้ว่าเพราะโชค หรือพรหมลิขิตอะไร มันกลับทำให้ผมเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดในชีวิตไปตลอดกาลเมื่อได้เจอกับดรีม..ผมถูกรถชนท้ายขณะกำลังขับรถคันเก่งไปส่งโปรเจคจบที่มหาลัยฯ แถมยังต้องส่งซ่อมและรออะไหล่ยกใหญ่จากเมืองนอกเพื่อมาสับเปลี่ยนกันยาวนานหลายเดือน .. หลังจากจัดการเคลียร์กับคู่กรณีเสร็จ ผมก็กระโดดขึ้นรถไฟฟ้ามาใช้บริการขนส่งมวลชนเดินทางไปมหาวิทยาลัยฯแทนแต่เพราะแบบนี้แหละครับมันเลยทำให้ผมโชคดีสุดๆที่ได้เจอกับคนที่ผมตกหลุมรักเขามาตลอด..กับเหตุการณ์ง่ายๆในเช้าวันนั้นผมยังคงจำได้ดี..ทุกที่นั่งในขบวนรถไฟฟ้าถูกจับจองไปหมดแล้ว ผมยืนหลับตาฟังเพลงเบาๆผ่านหูฟังสีขาวที่ควานหาได้จากกระเป๋า ก่อนจะเดินเข้ามาในขบวนรถไฟฟ้าพร้อมกับยืนพิงผนังขบวนอยู่แถวๆรอยต่อระว่างโบกี้....“คุณป้านั่งเลยครับ..” เสียงเด็กหนุ่มคนนึงดังลอดหูฟังที่เปิดเพลงเบาๆของผมเข้ามา“ไม่เป็นไรจ่ะ.. หนูนั่งเถอะๆ” เสียงหญิงมีอายุตอบกลับ“คุณป้านั่งเถอะนะครับ ยืนถือของแบบนี้หนักแย่เลย แถมผมก็ลุกให้คุณป้าแล้วด้วยอ่าาา.. ถ้าคุณป้าไม่นั่ง ผมจะกลายเป็นคนหน้าแตกแบบละเอียดยิบไปเลยนะครับ คุณป้าไม่สงสารผมเหรอ~” เสียงเด็กหนุ่มพูดจาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเหอะ..ผมล่ะอดขำกับคำพูดซื่อๆของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ แถมยังรู้สึกว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมาอีกต่างหาก เพราะแบบนี้..เลยทำให้ผมลืมตาหันไปมองหาต้นเสียงแทบโดยไม่รู้ตัว..“เอ้าาา.. นั่งก็นั่ง..ขอบใจจ่ะลูกเอ้ยยย..น่ารักซะจริงๆ” คุณป้าที่ดูมีอายุแถมถือของพะรุงพะรังอยู่เต็มมือพูดพร้อมกับยิ้มกลับไปให้เด็กหนุ่มคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ“เย่~ ม่ะผมช่วยนะคร้าบ..ฮ่าๆๆๆ” เด็กหนุ่มตัวขาวตาโตตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นกัน พลางช่วยประคองให้คุณป้านั่งลงแทนที่เดิมของตัวเอง...จริงของคุณป้าท่านนั้นพูดเลยครับเขาน่ารักมากจริงๆ~...ถึงแม้ว่านี่อาจเป็นเหตุการณ์ง่ายๆ และพบเจอได้บ่อยครั้งในการเดินทางช่วงเวลาเช้าแบบนี้ แต่สำหรับผม.. มันทำให้ผมประทับใจในตัวเด็กคนนี้จริงๆครับ อาจเพราะความซื่อๆที่ผมสัมผัสได้ ความร่าเริงของเค้า เวลาที่เขายิ้มพร้อมกับตาหยีๆ มันโคตรน่ารักสำหรับผมเลย ดรีมทำให้ผมรู้สึกสดใสตามไปด้วยแม้ว่าผมจะได้แค่ยืนมองอยู่ห่างๆแบบนี้เท่านั้นก็ตาม..ขนาดตัวของดรีมนั้นเตี้ยกว่าผมอยู่พอสมควร แต่ก็มีใบหน้าที่น่ารักมากในสายตาผม น้ำเสียงพูดไม่ได้ห้าวอะไรมากนัก ทั้งยังยิ้มง่าย มันยิ่งทำให้หัวใจของผมที่ราวกับดินแห้งแล้งมาเนิ่นนาน หวนกลับมาได้น้ำหล่อเลี้ยงจนมีชีวิตชีวาอีกครั้งยังไงอย่างงั้น.. หัวใจเต้นตุบๆพร้อมจะกระโดดออกมาข้างนอกให้คนทั่วไปได้รับรู้จนแทบเก็บอาการไม่อยู่จนตัวผมเองก็ยังแปลกใจ..ทำไมกันนะ..ทำไมถึงน่ารักได้ขนาดนี้วะ....ทำไมผมถึงใจเต้นได้ขนาดนี้ ~...และนี่ก็เป็นครั้งแรก คนแรก และคนเดียวจริงๆครับ ที่ทำให้ผมมองข้ามไปเลยว่า เขาคือผู้ชายเหมือนกันกับผม~...“เฮ้ย.. ไอ้ควอตซ์” เสียงใครบางคนเรียกผมจากข้างหลังขณะที่ผมได้แต่เดินตามดรีมอยู่ห่างๆจนมาถึงมหาลัยฯของผมเองใช่แล้วครับ..!ดรีมก็เรียนที่เดียวกับผมเหมือนกันแต่แปลกแฮะ.. ทำไมเรื่องแค่นี้ยิ่งทำให้หัวใจผมพองโตขึ้นไปอีกนะ....“มึงจะไปหาอาจารย์มนตรีปะ? กูไปด้วย..” ไอ้อาร์ต เพื่อนสนิทของผมที่เรียนที่มหาลัยฯนี้ด้วยกันร้องถาม ก่อนวิ่งเหยาะๆมาทางผม“หะ..มึงว่าไงนะ?”“กูถามว่า..มึงจะไปหาอาจารย์มนตรีรึเปล่า? กูจะได้ไปด้วย” ไอ้อาร์ตถามซ้ำ“อ๋อ.. เออ..ๆ ไปดิ” ผมตอบก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเช้านี้ต้องไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อส่งปริญญานิพนธ์โปรเจคจบให้ท่านตรวจความคืบหน้า แต่พอหวนกลับมามองทางเดินด้านหน้าอีกครั้ง ดรีมก็ดันหายตัวไปซะแล้วครับโถ่โว้ยยย~ !!ผมล่ะโคตรจหงุดหงิดไอ้อาร์ตมันเลยจริงๆ~ = =“..“มึงเป็นอะไรเนี่ยะ?” สงสัยผมจะคิดเสียงดังไปหน่อยล่ะมั้ง?“เปล่า..กูไม่มีอะไร”“เออ.. ว่าแต่..เย็นนี้มึงสนใจไปแดกเหล้าที่ห้องไอ้พีร์ปะ? ไอ้พีร์บอกให้กูมาชวนมึงเนี่ยะ” ไอ้อาร์ตพูดชวน“อืม.. กูสน” อย่างน้อยวันนี้ผมก็ไม่ได้ขับรถกลับบ้านเองอยู่แล้ว อยู่ต่อแดกเหล้ากับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานในช่วงปิดเทอมก็ไม่ได้แย่อะไรเท่าไหร่นัก ผมคิดอย่างนั้น..“โอเค.. งั้นเย็นนี้มึงไปกับกู..”.....การเรียนการสอนของวันเปิดเทอมวันแรกก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ หลังจากส่งตรวจปริญญานิพนธ์โปรเจคจบรอบที่แสน พวกผมก็ต้องเอามันกลับมาแก้ไขรอบที่ล้านเหมือนอย่างเคย .. สำหรับบางวิชาที่แย่งชิงกันลงทะเบียนเรียนตอนช่วงปิดเทอมกันแบบเอาเป็นเอาตายไปแล้วนั้น ตอนนี้อาจารย์ก็เริ่มทำการเรียนการสอนเข้าเนื้อหาไปบ้างละครับ..แต่ส่วนใหญ่นักศึกษาปี 4 แบบพวกผม ก็ใช้เวลาไปกับการปั่นโปรเจคจบซะมากกว่า.......จนมาถึงช่วงเย็นของวัน ~..มหาวิทยาลัยของผมก็เหมือนทุกๆที่นั่นแหละครับ เวลายามเย็นแบบนี้มันเป็นช่วงเวลาเข้ากิจกรรมเชียร์ที่เต็มไปด้วยเสียงบูมของเด็กปี 1 จากแต่ละคณะจนดังระงมไปทั่ว.. แต่ละตึก แต่ละอาคาร ล้วนมีเด็กนักศึกษาหน้าใหม่ที่ไม่คุ้นตาเดินผ่านไปมาอยู่เต็มไปหมดรวมถึงตึกคณะของผมด้วยเช่นกัน..ผมกับไอ้อาร์ต นั่งรอไอ้พีร์เจ้าภาพงานแดกเหล้าเย็นนี้อยู่ใต้ตึก 5 คณะวิศวะกรรมศาสตร์ และคณะไอทีที่ใช้เรียนรวมกัน.. พนังปูนถูกทาทับไปด้วยสีแดงเลือดหมูแทบทั้งตึก บนโต๊ะไม้ของพวกผมเต็มไปด้วยกองเอกสาร และหนังสือพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ขั้นสูงที่หยิบยืมมาจากห้องสมุดในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา ก็เอามาทำโปรเจคจบของผมกับไอ้อาร์ตมันนี่แหละครับผมมองออกไปทางสวนหย่อมกลางตึกเพื่อพักสายตาหลังจากนั่งจมกับการอ่าน การพิมพ์ และการเถียงกับไอ้อาร์ตมันมาตลอดทั้งบ่าย .. มองเห็นพวกเด็กปี 1 ทั้งชาย และหญิงในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมสีขาวสะอาดกำลังนั่งแถวตอนลึกมองเพื่อนรุ่นเดียวกัน 2-3 คนที่ถูกดันให้ออกมายืนเรียงหน้ากระดานตรงหน้าแถวกันแบบเขินๆ หางตามองเห็นรุ่นน้องปี 2 ของพวกผมยืนขนาบข้างอยู่ด้วย ดูๆแล้ว.. เหมือนพวกมันกำลังสวมบทบาทเป็นพี่ระเบียบทำหน้าโหดโคตรจริงจังนำกิจกรรมฯให้พวกเด็กใหม่กันอยู่สินะ....“ส่งตัวแทนแต่ละสาขาออกมา.. ถ้าไม่ได้ดาวเดือนในวันนี้.. พวกน้องก็ไม่ต้องกลับบ้าน!” รุ่นน้องปี 2 คณะไอทีผู้นำกิจกรรมแผดเสียงดังสนั่นเสียจนลอยมาถึงที่ๆพวกผมกับไอ้อาร์ตนั่งกันอยู่...“เห็นพวกแม่งแล้วคิดถึงตอนอยู่ปีหนึ่งเลยว่ะ” ไอ้อาร์ตพูดขึ้น สรุปมันก็มองไปทางเดียวกันผมสินะ..ผมไม่ได้ตอบอะไรมัน ยังคงนั่งเหม่อมองไปทางเด็กปีหนึ่งพวกนั้นเหมือนเดิม....แต่ในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้น~!!อยู่ๆผมก็รู้สึกเหมือนตกจากที่สูงจนใจเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้งสายตาของผมไปสะดุดเข้ากับคนๆหนึ่งจนอกมันสั่นสะเทือนอีกหน....คนที่ผมได้เจอกับเขาเมื่อเช้านี้ !..ผมมองเห็นดรีม กำลังถูกเพื่อนๆพยายามทั้งพลัก ทั้งถีบ ให้ออกมาหน้าแถวเพื่อเป็นตัวแทนคัดดาวเดือนของคณะ .. มองไปก็อดยิ้มไปด้วยไม่ได้จริงๆ ไม่รู้ว่าใครจะสังเกตุเห็นหรือเปล่า แต่เหมือนฟ้าเข้าข้างเลยแฮะ .. เรียนมหาลัยฯเดียวกัน แถมยังเรียนคณะเดียวกับผมอีก .. นึกว่าคลาดกันตอนเช้าจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกซะแล้ว .. แบบนี้ก็พอจะหายเคืองไอ้อาร์ตขึ้นมาได้บ้างแล้วล่ะ....ไอ้ควอตซ์เอ้ยยย..นี่แม่งโคตรจะเป็นโชคดีของมึงแล้วนะเว้ยยย~..และในปีนั้น.. ดรีมก็ได้เป็นเดือนสาขาคอมเกมฯด้วยครับ ถึงจะไม่ได้เป็นเดือนมหาลัยฯ ก็แง๋ล่ะ.. ผมว่าดรีมมาทางน่ารักมากกว่าหล่อ ตำแหน่งเดือนมหาลัยฯเลยตกไปเป็นของไอ้เพื่อนตัวสูงที่ชอบอยู่กับดรีมตลอดเวลานั่นแทน เห็นว่าชื่อไอ้กงไอ้ก็อตอะไรนี่แหละ จริงๆผมล่ะหงุดหงิดชะมัดเวลาที่เห็นมันอยู่กับดรีมบ่อยๆ ไม่รู้ว่ามันจะชอบดรีมรึเปล่า? นี่ขนาดฝึกงานแล้วมันก็ยังไม่เลิกทำตัวติดหนึบกับดรีมอีกนะ....“กูยังจำวีรกรรมที่มึงให้กูเป็นเดือนได้อยู่นะเว้ยยย~” ไอ้อาร์ตรำลึกความหลังเกี่ยวกับตัวมันและผม“นั่นกูทำไปเพราะหวังดี..” ผมตอบมันไปแต่ตายังคงมองที่ดรีมอยู่เช่นเดิม“เอออออออ.. หวังงงงดี.. กูรู้ว่าที่มึงไม่ลงประกวดต่อก็เพราะพวกดาวเค้าตบกันแย่งมึง แต่กูก็ไม่คิดว่าหวยมันจะออกที่กูแทนไง แล้วมึงรู้มั้ย.. กูต้องเหนื่อยประกวดแทนมึงตั้งขนาดไหน ?” ไอ้อาร์ตบ่นซะยืดยาวเป็นปู่รหัสรำลึกวันเก่าๆ“แต่มึงก็ได้เป็นเดือนมหาลัยฯแล้วนี่ ไม่ดีเหรอวะ?”“เดือนมหาลัยฯที่ฮอตน้อยว่าเทพมหาลัยฯอย่างมึงอ่ะนะ กูว่าถ้าปีนั้นมึงยังลงประกวดต่อ มึงคงชนะขาดลอยแบบไม่ต้องให้คนทั้งภาคแห่กันไปซื้อดอกกุหลาบมาโหวตแบบกูหรอก” ไอ้อาร์ตเริ่มทำท่าค้อนผมเข้าให้จริงๆผมว่าไอ้อาร์ตมันก็หล่อมากในแบบของมันนะครับ บางครั้งผมล่ะยังอิจฉาความเนี๊ยบของมันเลย ถึงจะตัวขาวไปหน่อยเมื่อเทียบกับผม แต่หน้าตาไปทางญี่ปุ่นแบบมัน คิ้วเข้ม ตัวสูง ไม่อ้วน ไม่ผอม สมส่วนในแบบนักกีฬาประจำคณะ สะอาดสะอ้าน ก็ดูจะเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาสาวๆในมหาลัยฯได้อย่างไม่มีปัญหาอยู่แล้วแต่ก็นั่นแหละ.. แม้จะมีคนอื่นในมหาลัยฯรวมถึงตัวมันเองที่ชอบบอกว่ามันหล่อน้อยกว่าผมมากมายก็ตาม แต่การที่ไอ้อาร์ตได้เป็นเดือนมหาลัยในปีนั้น ทุกคนก็คิดว่ามันเหมาะสมที่สุดแล้วในบรรดาผู้เข้าประกวดที่ยืนเรียงกันอยู่ทั้งหมด....ในขณะที่ไอ้อาร์ตยังคงย้อนวีรกรรมวันวานของตัวเองไปเรื่อยๆ แต่เสียงของมันกลับค่อยๆเลือนหายไปจากโสตประสาทของผม คงเพราะความสนใจเดียวตอนนี้มันตกไปอยู่ที่คนตัวเล็กตรงหน้าจนหมดแล้ว ในหัวของผมจึงเอาแต่คิดหาสารพัดวิธีว่าจะเข้าไปคุยกับคนที่ผมกำลังนั่งมองเค้าอยู่ห่างๆจากตรงนี้ยังไงดีมากกว่า..ไม่อยากให้โอกาสนี้หลุดไปอีกครั้ง..บอกตรงๆว่าตอนนั้น..ผมโคตรอยากรู้จักชื่อน้องเค้าเลยครับ.. อยากเริ่มคุย อยากทักทาย อยากได้ยินเสียง อยากทำความรู้จักกันสักหน แต่จะให้อยู่ดีๆพุ่งเข้าไปถามชื่อ ขอไลน์ ขอไอจี.. แถมยังเป็นผู้ชายเหมือนกันอีก มันจะดูไม่แปลกไปหน่อยเหรอวะ?เออ..ผมว่าแปลก!!!ตอบเองก็ได้ครับไอ้คำถามแบบนี้.. ผมว่าน้องคงตกใจแน่ๆถ้าผมทำแบบนั้น.. ‘กูจะเอายังไงดีวะ..?’ ในขณะที่คิดหาคำตอบให้ตัวเอง ผมก็พลันนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันแรกของการเปิดเทอม.. และนี่.. ก็ชั่วโมงเชียร์ด้วย~..เด็กปี 1 มันห้อยป้ายชื่อเว้ย..ไอ้ควอตซ์ !!!..“เดี๋ยวกูมานะ” ผมพูดตัดบทไอ้อาร์ตก่อนตัดสินใจตบโต๊ะ ลุกขึ้นเดินไปหาดรีมในที่สุด.....ตึง ตึงงง~ ( เสียงผมเคาะตู้กดน้ำอัดลมหยอดเหรียญใต้ตึกคณะ )..ถ้าจะบอกว่าเจ้าตู้กดน้ำอัดลมนี่มันเสียก็ไม่น่าจะผิดแผกอะไรนัก แต่ทุกๆคนที่เรียนที่นี่มาเกิน 1 ปี จะรู้กันดีว่าเมื่อไหร่ที่หยอดเหรียญกดซื้อน้ำอัดลมตรงตู้ใต้ตึกคณะแล้วมันไม่ออก จะต้องมาเคาะตรงไหนของตู้ กระป๋องมันถึงจะไหลลงมาก็เท่านั้น..ผมเคาะไปบริเวณข้างตู้ในจุดที่คุ้นเคยสองสามที พอดีกับดรีมที่กำลังยืนทำหน้าเหว๋ออยู่หน้าตู้กดน้ำอัดลมที่ดูพังแหล่ไม่พังแหล่นี่....“รางมันฝืดน่ะ อ่ะ..นี่ของมึง” ผมก้มหยิบน้ำแดงขึ้นมาจากช่องรับสินค้าแล้วยื่นให้ดรีม คงชอบกินน้ำแดงสินะ~“ค..ครับ ขอบคุณครับพี่” มันเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นดรีมใกล้ๆขนาดนี้ แก้มชมพูใสจนน่าหยิก ทำให้น้องแม่งน่ารักเชี่ยะๆสำหรับผมไปเลยครับ..น้องมันจะจับได้มั้ยว่าผมแอบชอบเข้าให้แล้วจริงๆ....“ปีหนึ่งสินะมึงอ่ะ” ผมถามดรีมไปด้วยเสียงเข้ม กลบเกลื่อนความรู้สึกสั่นไหว“ใช่ครับพี่ ผมพึ่งเข้ามาเรียนที่นี่คณะไอที สาขาคอมเกมฯครับ” คนตัวเล็กตอบด้วยยิ้มแย้มจนตาหยี“พวกพี่เชียร์เค้าปล่อยพวกมึงแล้วเหรอวะ..เมื่อกี้กูยังเห็นพวกมึงนั่งหาดาวเดือนกันอยู่เลย?”“อ๋อ..พี่เค้าให้พัก 10 นาทีน่ะพี่ แหะๆ”“อืมมม..” ทำได้เพียงแค่ยืนมอง“เอ่อออ.. คือออ.. เมื่อกี้พี่เคาะตรงไหนเหรอครับ?” ดรีมพูดพลางก้มๆเงยๆหาตำแหน่งที่ผมเคาะตู้แบบเด็กอยากรู้อยากเห็น “เดี๋ยวผมไปเขียนกระดาษมาแปะบอกคนอื่นๆไว้ดีกว่า จะได้รู้ด้วยว่าให้เคาะตรงไหนมันถึงออกมาอ่ะพี่.. เกือบได้อดกินน้ำซะแล้วเนี่ยะ.. ถ้าพี่ไม่มาช่วย”“มึงไปเขียนว่าเครื่องเสียแล้วมาแปะไว้ละกัน ช่างแม่งจะได้ซ่อมสักที”“เออ..จริงด้วยพี่ ฮ่าๆๆๆ~” ดรีมพยักหน้าหงึกๆ พร้อมหัวเราะ...“ชื่อมึงนี่เหมือนผู้หญิงเลยเนอะ” ผมอ่านป้ายชื่อที่ห้อยคอของดรีม น้องชื่อดรีมครับ จะว่าไปชื่อดรีมก็เหมือนผู้หญิงสำหรับผมจริงๆนั่นแหละแต่คนอะไรวะ..เป็นผู้ชายที่เข้ากับชื่อนี้ฉิบหายแค่มองหน้าก็รู้สึกเหมือนผมอยู่ในฝัน~“โฮ่..พี่ ชื่อนี้ผู้ชายก็มีปะ?”“แต่ที่กูรู้จักคนชื่อนี้มา..แม่งก็มีแต่ผู้หญิง เหอะ.. แปลกดีว่ะ” เหมือนจะเห็นดรีมทำหน้าค้อนให้ผมนิดๆด้วยนะครับ ฮ่าๆๆๆ..เป็นคนที่คิดอะไรก็แสดงออกมาเลยสินะ“มาว่าแต่ผม.. ชื่อพี่นี่ไม่ค่อยจะแปลกเลยเนอะ” ดรีมเริ่มย้อนบ้างแล้วล่ะครับ“นี่มึงรู้จักกูด้วยเหรอ?” ผมถามดรีมอย่าทึ่งๆแต่ต้องเก็บอาการไว้“ก็..พอได้ยินมาบ้างอ่ะพี่ แหะๆ” ดรีมตอบพร้อมรอยยิ้ม“ก็พอได้ยินมาบ้าง..งั้นเหรอวะ?” ผมทวนคำ แกล้งทำท่าคิ้วขมวดแบบหาเรื่องกลับไป ดรีมรนรานใหญ่เลยครับ“เอ้ยพี่..อย่าเข้าใจผิดนะ..คือ..ผมได้ยินมาในทางที่ดีนะ แบบ..ผมได้ยินจากพวกเพื่อนผู้หญิงเค้าเพ้อถึงพี่กันน่ะ แค่นั้นเอง.. จริงๆนะพี่.. แล้วพอเจอพี่ใกล้ๆแบบนี้ พี่ก็หล่อสมคำล่ำลือจริงๆนั่นแหละ”“..........” ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ได้แต่มองหน้าดรีมนิ่งๆแบบเก็บอาการอยู่อย่างนั้น..“ว่าแต่..ผมขอถ่ายรูปพี่ได้ปะ อยากเอาไปอวดเพื่อนอ่ะ เพื่อนผมคงคลั่งแน่ถ้ามันรู้ว่าผมได้รูปพี่”“อะไรของมึงวะ..?” จริงอยู่ที่โตมาผมมักโดนขอถ่ายรูปด้วยบ่อยๆ แต่กับดรีมแบบนี้มัน..“นี่ผมพูดจริงๆนะ.. น้าาาา..พี่ ผมขอถ่ายรูปพี่หน่อยดิ นะ”..“ถ้ามึงอยากได้รูปกู.. มึงก็มาถ่ายคู่กับกูสิ~!”.....“ควอตซ์คะ.. ควอตซ์” เสียงแพร์รี่เรียกผมขณะที่เรานั่งอยู่ในร้านอาหารด้วยกันหลังจากดูหนังในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เสร็จ“ครับ..? เอ่อ.. ว่าไงนะครับ..?”“เป็นอะไรคะเนี่ยะ..เหม่อจัง สั่งเครื่องดื่มค่ะ พี่เค้ารออยู่นะ?” เธอบอกพร้อมกับพยักหน้าไปทางคนรับออเดอร์ที่ตอนนี้มองมาทางผมด้วยใบหน้ายิ้มๆ...“อ๋อ.. เอ่อ.. งั้นผมเอา......................... น้ำแดงครับ~”