ความรักของยัยปลาทอง

    หนอนบ่อนไส้เป็นคนใกล้ตัวกว่าที่คิด 1

    ปานลินยัดธนบัตรสีแดงใส่มือน้องชายไปสี่ใบ แล้วไล่ให้เขาหาทางกลับเอาเอง หรืออยากจะไปเที่ยวเล่นที่ไหนก็ไป ส่วนตัวเธอก็กระดี๊กระด๊าไปซื้อมื้อเที่ยงสำหรับพลอยขวัญกับพ่อพระเอกชลธีของเธอ ยังลงทุนซื้อรองเท้าผ้าใบดีไซน์สวยที่ใส่ทำงานออฟฟิศได้อย่างไม่อายใครแต่สวมใส่สบายมาด้วยหนึ่งคู่ มันเป็นร้านรองเท้าของเพื่อนสมัยมหาลัยคนหนึ่ง เธอแค่โทรกริ๊งเดียวก็สามารถไปจ่ายเงินและรับของมาได้เลย อภิสิทธิ์ของเพื่อนเจ้าของมันดีอย่างนี้นอกจากข้าวมันไก่ที่คุณน้องชายบอกว่าเขาชอบ เธอยังแวะกลับมาสั่งกาแฟดำที่ร้านคุณน้องชายอีกครั้งด้วย เธอจำได้ว่าตอนนั้นเขาจิบกาแฟอยู่แก้วนึง ทำสีหน้าพึงพอใจมาก เขาน่าจะชอบ แน่นอนว่าเพื่อนที่แสนดีคนนี้ก็ยังไม่ลืมสั่งชาเขียวปั่นหวานน้อยให้พลอยขวัญด้วย“คุณชายน้องบอกว่าเขาเกลียดของหวาน แต่ของหวานมันดีต่อสมองนะ ยิ่งเวลาเครียดๆ มันช่วยได้มากเลย” ปานลินมองจ้องตู้ที่ใส่บรรดาขนมหวานมากมายอย่างลังเล สุดท้ายก็ตัดสินใจซื้อมาด้วยสองสามอย่าง“ห้าโมงสามสิบแล้ว...”ปานลินเปิดโลเคชั่นที่พลอยขวัญส่งมาในแช็ตแล้วตรงดิ่งไปทันที จากร้านก็ดูจะไม่ไกลเท่าไหร่ น่าจะไปทันเที่ยงตรงอยู่นะ
    12.01เวลาเลยเที่ยงมาหนึ่งนาที ชายหนุ่มที่กำลังนั่งทำงานอย่างเคร่งเครียดเหลือบมองนาฬิกาที่มุมโน้ตบุ๊กยี่ห้อดังเป็นรอบที่สาม เขาเปิดจอมือถือดูอีกครั้งก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยเลขาอย่างพลอยขวัญเห็นเจ้านายดูเวลาหลายครั้งก็เริ่มกระวนกระวาย ยกข้อมือดูนาฬิกาแล้วก็ร้อนใจ นี่มันก็เที่ยงแล้วทำไมปานลินยังไม่มาสักทีนะ ที่เจ้านายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาบ่อยๆ อาจจะเพราะเริ่มรู้สึกหิวแล้วก็ได้ และคงกำลังรออยู่ว่าเมื่อไหร่เลขาอย่างเธอจะเอาอาหารมาให้สักที“ไอ้ปลาแกไปทำอะไรอยู่เนี่ย พ่อพระเอกของแกทำท่าจะพ่นไฟใส่ฉันแล้ว...” พลอยขวัญเดินไปเดินมาตรงทางเดิน ไม่กล้ากลับเข้าห้องเลยเจ้านายหนุ่มจัดโต๊ะทำงานของเธอไว้ในห้องข้างประตู แต่ไม่ได้มีเรื่องชู้สาวอย่างแน่นอน เพราะกำแพงห้องมันเป็นกระจกที่ใสแจ๋ว มองเห็นด้านนอกด้านในได้อย่างชัดเจน มีเพียงม่านทึบเอาไว้ปิดเวลาที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเท่านั้นการที่ให้เลขาอย่างเธอไปนั่งอยู่ในห้องใกล้ๆ มันง่ายต่อการเรียกใช้งานเป็นอย่างมาก เธอเพิ่งเข้ามาใหม่และทำงานวันนี้วันแรกด้วย ยังมีเอกสารมากมายที่เธอต้องทำความเข้าใจ รวมถึงพวกงานที่เลขาคนก่อนทำค้างเอาไว้ ไหนจะต้องเอางานเก่าๆ มาศึกษาอีก เจ้านายอย่างคุณชลธีทำงานเก่งมาก และก็ใช้งานเก่งมากด้วยเธอยังไม่ทันได้เข้าใจถึงงานของตัวเองดี เขาก็สั่งงานใหม่ให้เธอทำแล้ว ยังมีเอ่ยชมด้วยนะ ว่าถ้าทำงานได้แบบนี้ เขาจะเพิ่มเงินเดือนให้อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์อยากจะก้มกราบเลย!แต่เป็นการกราบขอร้องว่าอย่าใช้งานเธอแบบนี้ทุกวันเลย เธอต้องตายก่อนอย่างแน่นอน เรื่องเงินเดือนอะไรนั่นไม่ต้องเพิ่มให้เธอก็ได้ แค่นี้เธอก็พอใจมากแล้วไอ้ปลาเอ๊ย พ่อพระเอกของแกไม่ได้เป็นพระเอกอย่างที่คิดว่ะ
    12.15 น.ยิ่งเวลาผ่านไปพลอยขวัญก็ยิ่งกังวล กำลังจะโทรหาปานลินอีกครั้ง แต่คนที่เธอรออยู่กลับโทรมาพอดี“แกอยู่ที่ไหนฮะ!” พลอยขวัญกรอกเสียงลงไปทันที“อยู่หน้าตึกแล้ว แกคุยกับคนที่แผนกต้อนรับหน่อย” ปลายสายเปลี่ยนเป็นอีกคนพูด “สวัสดีค่ะ”พลอยขวัญเริ่มเข้าใจสถานการณ์ รีบอธิบายกับคนที่ชั้นล่างว่าเป็นคำสั่งของคุณชลธี เจ้าของมือถือเอาอาหารเที่ยงมาส่งให้กับเจ้านาย ปลายสายรับทราบ ได้ยินเสียงดังลอดมาว่าให้ติดป้ายชั่วคราวเอาไว้ด้วย“กำลังขึ้นไป แต่พนักงานที่นี่ยุ่งยากชะมัด”“เร็วเลย พระเอกของแกกำลังจะกลายร่างเป็นตัวร้ายด้วยความโมโหหิวแล้ว” พลอยขวัญเร่ง “เขาเอาแต่มองเวลาทุกๆ สิบวิเลยนะ”“ขนาดนั้นเลยเหรอ?” ปลายสายถามอึ้งๆ “อยู่ในลิฟต์แล้ว วางสายก่อนนะ”พลอยขวัญมองมือถืออย่างอึ้งๆ ยายนี่กล้าตัดสายเธองั้นเรอะไม่กี่นาทีต่อมา ปานลินก็วิ่งออกจากลิฟต์มา พลอยขวัญตีแขนคนช้าไปหนึ่งที แล้วรีบเดินนำไปที่ห้องทำงาน“ทำไมเขาทำหน้าแบบนั้นล่ะ?” ปานลินมองผ่านกระจกห้องเข้าไป เห็นเขาเหลือบมองบางอย่างอยู่พอดี ใบหน้านิ่งมาก อย่างกับกำลังอารมณ์เสียอยู่เลย“ก็บอกแล้วว่า...”“ช่างเถอะ ฉันไม่กลัวหรอก อันนี้รองเท้าของแก ส่วนอันนี้ข้าวกล่อง ฉันซื้อชาเขียวจากร้านคุณน้องชายมาให้ด้วยนะ แต่ไม่คิดว่าจะใช้เวลานานขนาดนี้ มันละลายหมดแล้ว” ปานลินยื่นชาเขียวปั่นที่กลายเป็นน้ำเหลวๆ ให้“เออ ไม่เป็นไรหรอก ขอบใจมาก งั้นฉันไปกินข้าวก่อนนะ” พลอยขวัญรับเอาของมาแล้วชิ่ง “...ส่วนนั่นน่ะ แกจัดการเองก็แล้วกัน”ปานลินมองเพื่อนหันหลังไป เธอเรียกกำลังใจก็จะเคาะประตูก๊อกๆๆ“เชิญครับ”แอ๊ด...“คุณธีคะ กินข้าวกันเถอะ” ปานลินโผล่หัวเข้าไป ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง มีความประหลาดใจอยู่ในแววตา ปานลินยกมือที่ถือถุงต่างๆ ให้ดู เข้ามาในห้องแล้วปิดประตูเบาๆปานลินเอาของไปวางที่โต๊ะหน้าโซฟาที่มุมห้องอีกด้าน พวกจานหรือช้อนส้อมเธอก็จัดการซื้อมาด้วย ก่อนจะมายังขอให้พนักงานร้านกาแฟของคุณน้องชายจัดการล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย ดูสิว่าเธอรอบคอบมากแค่ไหน“พักงานแล้วมากินข้าวก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวหมดช่วงพักเที่ยงซะก่อนนะ” ปานลินเดินไปหาคนที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานอย่างซุกซน เห็นเขาเงียบไม่พูดจาก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี ได้แต่เดินมองเขาไปมาชลธีถอนหายใจ ปิดแฟ้มเอกสารที่เพิ่งลงชื่อลงไป อดที่จะเหลือบมองที่มือถืออีกครั้งไม่ได้ ปานลินไม่เข้าใจ หรือเขากำลังรอสายใครอยู่ อาจจะเป็นงานสำคัญก็ได้ชายหนุ่มเดินมานั่งลงที่โซฟา มองถุงที่ใส่กับข้าว พวกจานหรือช้อนอยู่อีกถุง ท่าทางจะหนัก แล้วเงยหน้ามองหญิงสาวที่วุ่นวายกับการแกะถุงต่างๆ แล้วเทพวกมันใส่จาน“ขอโทษที่มาช้านะคะ คุณหิวมากไหม? ปลาคิดว่าจะมาทันตอนเที่ยงพอดี แต่มีรถชนกันทำให้รถติดนานมากๆ ปลายังเกือบจะขับรถชนคันข้างหน้าแล้ว”ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็มองสำรวจหญิงสาวอย่างละเอียดเร็วๆ โดยที่อีกคนไม่รู้ตัว เห็นหญิงสาวปกติดีจึงชักสายตากลับมา“ข้าวมันไก่กับหมูกรอบค่ะ” หญิงสาวเลื่อนจานที่มีข้าวมันไก่จัดไว้อย่างน่ากิน อีกจากยังมีหมูกรอบด้วย ทั้งหมดล้วนเป็นของโปรดของเขาเรื่องที่ปานลินเอาข้าวเอาน้ำมาให้นี่ก็ไม่ได้แปลกใจนัก เพราะรู้ว่าต้องเป็นเลขาของเขาแน่ที่เปิดโอกาสให้เธอ แต่ที่แปลกใจก็คือไม่คิดว่าเธอจะมา และยังมาพร้อมของชอบของเขาอีกด้วย“คุณยังไม่ได้กินข้าว?”“คะ?” ปานลินแปลกใจเล็กน้อย “อ๋อ ปลารอกินพร้อมคุณค่ะ กินข้าวคนเดียวมันเหงาจะตาย มีคนกินด้วยจะทำให้อาหารอร่อยขึ้นนะคะ”ชายหนุ่มตักข้าวมันไก่ใส่ปาก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย“อร่อยล่ะสิ” ปานลินกระเซ้า “ร้านนี้เป็นร้านอร่อยที่ปลาไปเจอโดยบังเอิญตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยค่ะ ร้านก็ไม่ได้ใหม่อะไรมาก แต่กับข้าวที่นั่นอร่อยทุกอย่างเลย เสียดายที่มันอยู่ไกลไปหน่อย พอเรียนจบแล้วย้ายที่อยู่ใหม่ก็ไม่ค่อยได้ไปเท่าไหร่ ปลาเรียกร้านนั้นว่าร้านสุดยอดอาหารไทยเลยน้า เจ้าของร้านก็ใจดีมากๆ เลยด้วย ปลากับป้าแกสนิทกันมากเลย ไปซื้อทีไรแกก็จะแถมให้จนล้นทุกที”