“ทะเลาะเื่อะไรกันอีกล่ะครับ” วาทีถามด้วยท่าทีไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แม่กับปู่ทะเลาะขัดใจกันเป็เื่ปกติสำหรับเขาไปเสียแล้ว
“ไม่ได้ทะเลาะ วันนี้จู่ ๆ ปู่แกก็เรียกลูก ๆ ไปหา และคุยถึงเื่บริษัท คุยไปคุยมาอีท่าไหนไม่รู้ สรุปคือหลาน ๆ ของแกยังไม่มีทายาทเลยสักคน”
“ไม่มีแล้วทำไมครับ” วาทีเลิกคิ้วมองคนเป็แม่อย่างงง ๆ
“แกกลัวไม่มีคนสืบทอดกิจการเลยออกปากมาว่าถ้าใครมีหลานคนแรกให้แกได้จะยกบริษัทให้”
คราวนี้วาทีที่ทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวถึงกับชะงัก เพราะบริษัทที่ว่าก็คือบริษัทที่เขาดูแลอยู่ในตอนนี้ “เล่นขายของกันอยู่หรือไงครับ” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อย
“ใช่ไหมล่ะ บริษัทที่แกทุ่มเทดูแลขนาดนี้ จู่ ๆ จะตกไปอยู่ในมือตาเรย์มันไม่ได้ ใคร ๆ ก็รู้ว่ามันผลาญเงินจนพ่อแม่มันจะล่มจมอยู่แล้ว แกต้องทำอะไรสักอย่าง” นางนิลมณีมองหน้าลูกชายอย่างมีความหวัง อย่างที่รู้กันเรวันต์ซึ่งเป็หลานชายอีกคน อายุมากกว่าวาทีแต่เื่ทำงานด้อยกว่ามาก อีกทั้งยังมีนิสัยใช้เงินฟุ่มเฟือย ส่วนมากหมดไปกับผู้หญิง และแน่นอนว่าตอนนี้มีเมียไปแล้ว และกิ๊กอีกนักบไม่ถ้วน เื่ลูกจึงมีโอกาสมากกว่าวาทีเกือบร้อยเปอเซ็นต์ ทว่าวาทีกลับไม่ได้อยากสานความหวังนั้นของนางเลยสักนิด “ทำอะไรล่ะครับ แค่งานผมก็ยุ่งจนไม่มีเวลาแล้ว จะให้มาเล่นาแย่งสมบัติเนี่ยนะ”
“หรือแกจะยอมเสียบริษัทนี้ให้ตาเรย์ไป” นางนิลมณีเริ่มเสียงเข้ม มองลูกชายที่มีท่าทีไม่หือไม่อือกับเื่ที่นางเล่าให้ฟังอย่างไม่พอใจ
“แล้วแม่จะให้ผมทำยังไงล่ะครับ” วาทีเลิกคิ้วมองคนเป็แม่
“แกต้องแต่งงานและมีลูกให้เร็วที่สุด”
“ไม่เด็ดขาด” วาทีตอบปฏิเสธแทบจะทันที “ถ้าคุณปู่อยากให้บริษัทที่สร้างมาอย่างยากลำบากเจ๊งเพราะพี่เรย์ก็ลองดูสิครับ” ชายหนุ่มท้าทายพร้อมกับลุกขึ้นยืน
“นี่หมายความว่าแกจะทำตามที่แม่บอกอย่างนั้นเหรอ” นางนิลมณีลุกขึ้นตวาดถามลูกชายเสียงดัง แต่ใช่วาทีจะใส่ใจ
“ทำงานมาเหนื่อยทั้งวันขอตัวไปอาบน้ำกินข้าว แล้วก็นอนพักดีก่อนนะครับ” พูดจบก็เดินผละจะขึ้นห้อง แต่ก็โดนคนเป็แม่เดินตามมารั้งเอาไว้
“นี่แกกำลังจะโดนแย่งบริษัทอยู่นะ แกก็รู้ว่าตาเรย์น่ะเ้าชู้แค่ไหน คุณปู่เอ่ยปากมาอย่างนี้ เชื่อเลยว่าไม่นานลูกมันต้องโผล่มาแน่ ๆ” นางบอกอย่างเป็กังวล
“ช่างเขาเถอะ แม่ไม่ต้องไปดิ้นตามปู่นักเลยนะครับ แค่คนแก่ว่างเลยหาอะไรตื่นเต้น ๆ ทำแค่นั้นเอง” วาทีบอกอย่างไม่ใส่ใจ
“ถ้าปู่แกเอาจริงขึ้นมาล่ะ” นางนิลมณีกัดริมฝีปากแน่น
“ถ้าปู่ใจแข็งพอจะนั่งดูบริษัทล้มจ่มก็ลองดูสิครับ” วาทีกดยิ้มแล้วเดินขึ้นห้องไป “วาที! วาทีนี่แกจะไม่อะไรจริง ๆ เหรอ” นางนิลมณีะโตามหลังลูกชาย แต่ก็ไร้การตอบรีบ นางจึงได้แต่ทิ้งตัวลงนั่งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเจ็บใจ แม้สิ่งที่ลูกชายพูดมาไม่อาจจะจริง แต่ถ้าท่านทำจริงล่ะลูกชายของนางจะทำยังไง สมบัติพัสถานอย่างอื่นมีมากมายไม่น้อย แต่บริษัทนี้วาทีทุ่มเทกับมันมาก แทบจะขายิญญาให้มันอยู่แล้ว จู่ ๆ จะมีคนมาชุบมือเปิบไปแบบง่าย ๆ นางไม่มีวันยอมเด็ดขาด