ความเจ็บแล่นผ่านสมองราวกับมีของมีคมกำลังกรีดอยู่ด้านใน เขาหายใจสะดุด ร่างกายหนักอึ้งเหมือนถูกกดทับไว้กับพื้นดินเย็นเฉียบ กลิ่นเืคาวลอยเข้าจมูกจนรู้สึกคลื่นไส้ ภาพตรงหน้าพร่ามัวจนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็ต้นไม้ อะไรเป็เงาดำ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้และความเงียบที่หนักอึ้งเกินปกติราวกับทั้งป่ากำลังเฝ้ามองเขาอยู่โดยไม่ส่งเสียงใด ๆ ความรู้สึกนั้นทำให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เขาพยายามขยับแขน แต่แรงเพียงเล็กน้อยก็ทำให้กล้ามเนื้อสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ความอ่อนแรงนี้ไม่ใช่แค่ความเหนื่อย แต่มันเหมือนร่างทั้งร่างถูกสูบพลังไปจนเกือบไม่เหลืออะไร ความทรงจำสุดท้ายยังติดอยู่ในหัวอย่างเลือนราง ห้องนอน คอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดอยู่ และแสงสีขาวที่แวบเข้ามาจนทุกอย่างดับวูบไป เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกตรงหน้าก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เขากัดฟันแน่น พยายามยันตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะทรุดกลับลงไปเหมือนเดิม ความรู้สึกแปลกแยกยิ่งชัดขึ้นทุกวินาที ลมหายใจไม่คุ้นเคย แขนขาหนักอึ้ง และร่างนี้ตอบสนองช้าจนน่าหงุดหงิด เขาพึมพำเสียงแหบ “ต่างโลกงั้นเหรอ...” แม้จะฟังดูงี่เง่า แต่ภาพตรงหน้ากลับไม่มีคำอธิบายอื่น ป่าทึบ กลิ่นดินชื้น และร่างกายที่ไม่ใช่ของเขา ทั้งหมดมันชัดเจนเกินไป
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากระยะไม่ไกลนัก จังหวะไม่เร็วไม่ช้าแต่มั่นคงพอจะทำให้สัญชาตญาณของเขาร้องเตือน เขากลั้นหายใจทันที สายตาพยายามเพ่งไปยังทิศทางของเสียงแม้ภาพจะยังพร่ามัว ความเงียบของป่าที่น่าอึดอัดอยู่แล้ว ตอนนี้กลับยิ่งกดดันหนักขึ้น เพราะเสียงนั้นชัดเจนเกินไป ชัดจนเขารู้ว่าคนที่กำลังเดินมาไม่ได้หลงทาง แต่กำลังมาหาเขา
ไม่นานนัก สองร่างก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ เสื้อผ้าแบบโบราณ ดาบห้อยเอว และแรงกดดันบางอย่างที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจน เพียงแค่มองก็รู้ว่าพวกนี้แข็งแกร่งกว่าเขาหลายเท่า ชายคนหนึ่งกวาดสายตามองเขาอย่างเฉยชา อีกคนเดินเข้ามาใกล้แล้วใช้มือจับไหล่พลิกตัวเขาขึ้นอย่างหยาบคาย แรงบีบทำให้เขาเจ็บแต่ไม่มีแรงแม้แต่จะขัดขืน
“ยังไม่ตายอีกเหรอ” น้ำเสียงนั้นไร้อารมณ์เหมือนพูดกับสิ่งของ อีกคนมองเพียงแวบเดียวก่อนจะพูดสั้น ๆ ว่า “ไม่มีลมปราณ” จากนั้นเสียงหัวเราะในลำคอก็ดังขึ้น “ขยะ” คำเดียวจบ ทุกอย่างถูกตัดสินทันทีโดยไม่ต้องรู้ที่มา ในโลกนี้คนไม่มีพลังไม่มีค่า และไม่มีค่าเท่ากับไม่มีสิทธิ์มีชีวิตอยู่
“ฆ่าทิ้งเถอะ เสียเวลา” ชายที่ถือดาบพูดขึ้นพร้อมชักอาวุธ แสงคมสะท้อนเข้าตาเขาอย่างชัดเจน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป ใกล้เกินไป และเขาไม่มีโอกาสแม้แต่นิดเดียวจะหลบ ร่างกายที่อ่อนแอทำให้เขาได้แต่นอนนิ่ง มองความตายที่กำลังเข้ามาโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย
[ระบบ AI เริ่มทำงาน]
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวอย่างชัดเจน เ็า และไร้อารมณ์ เขาชะงักทันที ความคิดเหมือนหยุดไปชั่วขณะ “อะไร...” เขาพึมพำ แต่เสียงนั้นยังคงดำเนินต่อ [ตรวจพบภัยคุกคาม กำลังประมวลผล สร้างอุปกรณ์ตอบโต้] วัตถุสีดำทรงกลมปรากฏขึ้นข้างตัวเขาโดยไม่มีสัญญาณเตือน
ชายที่ถือดาบชะงักไปเล็กน้อย มองมันอย่างไม่เข้าใจ “นี่มันอะไร—” คำพูดยังไม่ทันจบ แสงสีขาวก็วาบขึ้น เสียงะเิดังสนั่นจนป่าทั้งผืนสั่นะเื คลื่นแรงดันกวาดทุกอย่างในระยะใกล้จนแหลกละเอียด เืและเศษเนื้อกระจายออกไปพร้อมกับเสียงที่ถูกกลืนหายไปในทันที
ความเงียบกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เขานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง หูยังอื้อ แต่สติกลับชัดเจนขึ้น เขาค่อย ๆ ลืมตาแล้วมองรอบตัว ภาพตรงหน้าทำให้เขานิ่งงัน เพราะคนสองคนที่เมื่อครู่ยังยืนอยู่ตรงหน้า ตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่สภาพเดิม มีเพียงเศษซากที่แยกไม่ออกว่าเคยเป็ใคร เืซึมลงพื้นอย่างช้า ๆ ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีการดิ้นรน
[อุปกรณ์ตอบโต้: ะเิแรงดันขนาดเล็ก ผลลัพธ์: กำจัดเป้าหมาย]
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มเข้าใจ เขาไม่มีลมปราณ ไม่มีพลัง และไม่สามารถสู้แบบคนโลกนี้ได้ แต่เขามีสิ่งที่พวกมันไม่มี และสิ่งนั้นเพิ่งฆ่าพวกมันโดยไม่ให้โอกาสแม้แต่วินาทีเดียว ความคิดเริ่มเรียงตัวใหม่อย่างช้า ๆ
เขาค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้น แม้ร่างกายยังอ่อนแรงแต่สามารถยืนได้แล้ว เขากวาดสายตามองรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง ป่ายังคงเงียบ ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้ และไม่มีพยาน ทุกอย่างถูกกลืนหายไปอย่างเป็ธรรมชาติ ความเงียบแบบนี้น่ากลัว แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้เขามีโอกาสรอด
เขาเดินเข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุอย่างช้า ๆ มองซากตรงหน้าด้วยสายตานิ่ง ไม่มีความลังเล ไม่มีความรู้สึกผิด มีเพียงการประเมิน เขาเริ่มเข้าใจว่าถ้าอยากรอด เขาต้องคิดให้ต่างจากคนในโลกนี้ และต้องใช้สิ่งที่ตัวเองมีให้ได้เปรียบที่สุด
“โลกนี้แม่งไม่แฟร์เลย” เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย “แต่ก็ดีเหมือนกัน” เพราะในเมื่อมันไม่แฟร์ั้แ่แรก เขาก็ไม่จำเป็ต้องเล่นตามกฎของมัน เขาก้มลงเก็บของจากศพอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล
[คำแนะนำ: หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง ให้ความสำคัญกับการลอบสังหาร]
เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง เขาพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเข้าใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่พิสูจน์แล้วว่านี่คือทางเดียวที่เขาจะอยู่รอดได้ เขาไม่จำเป็ต้องเก่งแบบพวกมัน แค่ต้องฆ่าให้เร็วกว่าที่พวกมันจะรู้ตัวก็พอ
เขาเงยหน้ามองป่ารอบตัวอีกครั้ง สายตาที่เคยสับสนเริ่มนิ่งขึ้น เขาสังเกตทิศทางลม แสง และสภาพแวดล้อมอย่างตั้งใจ เพราะจากนี้ไปทุกอย่างสำคัญ เขาไม่ใช่จอมยุทธ์ ไม่มีลมปราณ และไม่มีวันเป็เหมือนพวกมันได้
แต่เขาไม่จำเป็ต้องเป็
เพราะในเมื่อสู้ตรง ๆ ไม่ได้ เขาก็แค่ไม่ต้องสู้ตรง ๆ โลกนี้สอนเขาแล้วั้แ่วินาทีแรก ว่าคนไม่มีพลังจะถูกฆ่าโดยไม่ต้องมีเหตุผล และถ้าเขาอยากมีชีวิตอยู่ เขาก็ต้องเป็คนที่ฆ่าก่อนที่จะถูกฆ่า
เขาหันหลังให้ซากศพแล้วเริ่มเดินลึกเข้าไปในป่า ก้าวยังไม่มั่นคงนักแต่ทิศทางชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จากนี้เขาจะไม่รอให้ใครมาตัดสินค่าเขาอีก และเขาจะไม่ยอมตายแบบขยะอีกต่อไป เพราะวันที่โลกนี้รู้ตัว ว่ามีคนธรรมดาคนหนึ่งกำลังล่าอยู่ในเงามืด
มันจะสายเกินไปแล้ว