พยัคฆ์เขี้ยวเหล็ก
ภายในถ้ำฝึกตนแห่งหนึ่งในเขตศิษย์ในของสำนักกระบี่ดารา กู้เฉินนั่งอยู่ที่เตียงหิน สีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
นี่ก็ผ่านมาสักพักแล้ว นับั้แ่เขาถูกผู้าุโหอภารกิจพาเข้ามาที่เขตศิษย์ในและดำเนินเื่เป็ศิษย์ในให้
เขาได้เป็ศิษย์ในเป็ที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงได้รับหินลมปราณเพิ่มอีกห้าร้อยก้อน ซึ่งเป็ทรัพยากรการฝึกตนต่อเดือนที่ศิษย์ในจะได้รับ
มันชัดเจนเลยว่าทรัพยากรที่ศิษย์ในจะได้รับนั้น มากกว่าศิษย์นอกหลายเท่าทีเดียว
นอกจากนี้ เขายังได้รับกระบี่ระดับสองที่แข็งแกร่งกว่ากระบี่ระดับหนึ่ง ส่วนกระบี่ระดับหนึ่งนั้น เขาก็ถูกทางสำนักกระบี่ดารายึดคืนไป
ในเื่นี้ กู้เฉินย่อมไม่ได้พูดอะไร เพราะพูดกันตามจริงแล้ว กระบี่ระดับหนึ่ง ไม่ได้มีค่ามากนัก เมื่อได้กระบี่ระดับสองมาแทน เขาย่อมไม่มีอะไรให้พูดเป็ธรรมดา
“เขตศิษย์ในดีกว่าเขตศิษย์นอกมากทีเดียว” กู้เฉินอดพูดออกมาไม่ได้ เขาแน่นอนว่ายังคงยิ้มอยู่
เหตุผลที่เขายิ้มแน่นอนว่าอารมณ์ดี เพราะได้กลายเป็ศิษย์ในของสำนักกระบี่ดารา
ศิษย์ในของสำนักกระบี่ดารามีไม่มาก มีเพียงสองร้อยกว่าคนเท่านั้น เทียบกับศิษย์นอกที่มีมากถึงพันกว่าคนแล้ว แทบไม่มีใดเลย
แต่แน่นอนสถานะของศิษย์นอกเทียบกับศิษย์ในไม่ได้เลย ศิษย์ในแข็งแกร่งกว่า และมีสถานะสูงกว่ามาก ไม่ว่าศิษย์นอกคนใด พบเจอศิษย์ใน ล้วนจำเป็ต้องเคารพ เรียกหาศิษย์พี่อย่างนอบน้อม
“ไปที่หอภารกิจดีกว่า” กู้เฉินพลันลุกจากเตียงหิน ตั้งใจที่จะไปยังหอภารกิจ เพื่อหาภารกิจสักภารกิจมาทำ หินลมปราณที่เขามีทั้งหมดตอนนี้ รวมกันแล้วมีทั้งหมดแปดร้อยก้อน
จำนวนนี้ สำหรับศิษย์นอก อาจจะมากมาย แต่สำหรับศิษย์ในแล้ว มันก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก
หากว่าเขา้าทะลวงไปยังขั้นกลางของระดับก่อตั้งปราณ เขาจำเป็ที่จะต้องมีหินลมปราณหนึ่งพันก้อน
นี่เป็เหตุผลว่าทำไม เขาถึงตั้งใจที่จะไปหอภารกิจ เพื่อหาภารกิจมาทำ
หลังออกจากถ้ำฝึกตน กู้เฉินก็เดินตรงไปที่หอภารกิจในทันที จะว่าไปแล้ว เื่ของถ้ำฝึกตนในเขตศิษย์ในนั้นดีกว่าของเขตศิษย์นอกมาก ไม่เพียงใหญ่กว่าเท่านั้น พลังปราณที่ลอยอยู่ในอากาศยังมากกว่าด้วย
“เงียบสงบจริงๆ” ขณะที่เดินไป กู้เฉินก็พึมพำออกมา เขตศิษย์ในเงียบสงบกว่าเขตศิษย์นอกมาก เนื่องจากมีคนน้อยกว่า
ตามทางเดินไปยังหอภารกิจ เขาไม่ได้พบศิษย์ในคนอื่นมากนัก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น คาดว่าศิษย์ในส่วนใหญ่ คงจะออกไปทำภารกิจกัน ไม่ก็ปิดด่านฝึกตนอย่างแน่นอน
ในด้านของชุดศิษย์ใน แตกต่างจากชุดศิษย์นอกเล็กน้อย คือมีคำว่าศิษย์ปักอยู่ที่เสื้อและที่แขนเสื้อทั้งสองข้าง ทั้งยังมีแถบสีเงินติดอยู่ด้วย เป็ตัวบ่งบอกอย่างชัดเจนว่านี่ก็คือศิษย์ใน
กู้เฉินใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที ก็เดินมาถึงที่หอภารกิจ
หอภารกิจของศิษย์ใน ไม่ได้ใหญ่กว่าหอภารกิจของศิษย์นอก แต่ในด้านความหรูหรามีระดับนั้นกินขาดอย่างสิ้นเชิง
กู้เฉินเดินเข้ามาภายในหอภารกิจ พบเห็นศิษย์ในหลายคนกำลังเดินดูผนังภารกิจอยู่ เขาไม่ลังเลที่จะเข้าไปดูด้วย
เขา้าหาภารกิจที่ได้รับหินลมปราณเยอะๆ อย่างน้อยก็สามสี่ร้อยก้อนขึ้นไป สุดท้ายเขาก็ไปสะดุดกับภารกิจหนึ่ง เขาต้องดึงมันออกจากผนังมาดูอย่างช่วยไม่ได้
“เก็บเขี้ยวของพยัคฆ์เขี้ยวเหล็กยี่สิบอัน ผลตอบแทนคือหินลมปราณสองร้อยก้อน” กู้เฉินครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจที่จะทำภารกิจนี้
แต่ลำพังภารกิจนี้ ไม่เพียงพอให้เขาได้รับหินลมปราณตามจำนวนที่้า ดังนั้น เขาจึงมองดูผนังภารกิจต่อไป จนพบภารกิจเก็บสมุนไพรระดับสองสิบต้น ซึ่งผลตอบแทนคือหินลมปราณสองร้อยก้อน
กู้เฉินหยิบกระดาษภารกิจนี้ออกมาด้วย จากนั้นก็ไปทำเื่ขอทำภารกิจกับผู้าุโหอภารกิจ ผู้าุโหอภารกิจศิษย์ใน ดูเหมือนจะมีชื่อว่าเฝิงคง เห็นว่าเป็พี่ชายของผู้าุโเฝิงสง ที่พาเขามาที่สำนักกระบี่ดาราเมื่อสี่เดือนก่อน
ชื่อของผู้าุโคนนี้ เขาได้ฟังจากผู้าุโหอภารกิจนอกในตอนที่พาเขามาทำเื่เลื่อนขั้นเป็ศิษย์ใน ใน่เช้าที่ผ่านมา
“เ้าจะทำสองภารกิจนี้?” เฝิงคงเป็ชายชราหัวล้าน สวมใส่ชุดผู้าุโสำนักกระบี่ดารา หยิบกระดาษภารกิจจากมือของกู้เฉิน กวาดสายตามองดูผ่านๆ พลางพยักหน้าเล็กน้อย
“ตกลง แต่พยัคฆ์เขี้ยวเหล็กเป็สัตว์อสูรระดับสองขั้นกลาง อย่างไรในการเผชิญหน้ากับมันก็ระวังให้มาก ไม่อย่างนั้นเ้าอาจตายได้!”
“ขอบคุณผู้าุโเฝิง ข้าจะวัง” กู้เฉินขอบคุณเฝิงคงสำหรับคำเตือนของอีกฝ่าย หลังจากนั้นก็ขอตัวออกไป
เหตุผลที่เฝิงคงพูดเตือนกู้เฉินไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากเขาเป็สุดยอดต้นกล้าที่ดีของสำนักกระบี่ดารา นับว่าเป็คลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองในสายตาของเขา
สี่เดือนจากระดับฝึกปราณขั้นต้น มาถึงระดับก่อตั้งปราณขั้นต้นได้ ไม่อาจมองข้ามได้ ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถกลายเป็อัจฉริยะได้ ถึงโอกาสจะไม่ได้มากมายอะไรก็ตาม
กู้เฉินย่อมไม่ไปสนใจว่าเฝิงคงคิดยังไงกับเขา ตอนนี้เขาเดินออกจากสำนักกระบี่ดารา มาถึงป่าร้อยอสูรแล้ว
ป่าร้อยอสูรแม้ว่าจะเป็แห่งเดียวกันกับของศิษย์นอก แต่ที่นี่คือเขตศิษย์ใน ย่อมไม่มีศิษย์นอกให้พบเห็น จะมีก็เพียงแต่ศิษย์ในด้วยกันเท่านั้น
กู้เฉินเดินอย่างมั่นคงเข้าไปภายในป่าร้อยอสูร มือข้างหนึ่งถือกระบี่ไว้ เขามีความระวังตัวมาก ทุกฝีก้าว ไม่มีความประมาทแม้แต่น้อย
‘ระบบหาสัตว์อสูรพยัคฆ์เขี้ยวเหล็กให้กับฉันสิบตัว กับสมุนไพรจันทราสิบต้น ราคาแลกเปลี่ยนคือกระบี่ระดับหนึ่งสี่เล่ม’
เดินเข้ามาภายในป่าร้อยอสูรได้สักพัก กู้เฉินก็พูดในใจ แลกเปลี่ยนกับระบบในการหาพยัคฆ์เขี้ยวเหล็กและสมุนไพรจันทรา ย่อมง่ายกว่าการหาเองอยู่แล้ว
สมุนไพรจันทรา นี่ย่อมเป็ชื่อของสมุนไพรระดับสองในภารกิจที่เขาต้องเก็บ
[ราคาสมเหตุสมผลอยู่นะ ระบบเห็นด้วย]
เสียงระบบดังขึ้นมาภายในใจของกู้เฉิน พร้อมกับที่เขารับรู้ได้ว่ากระบี่ระดับหนึ่งสี่เล่มที่เขาได้มาครั้งก่อนในตอนออกไปทำภารกิจได้หายไป
[ทางทิศเหนือ ห่างออกไปห้าเมตร มีสัตว์อสูรพยัคฆ์เขี้ยวเหล็กอยู่]
กู้เฉินไม่รอช้า รีบเดินไปตามทางที่ระบบบอก
ไม่นานนัก เขาก็พบกับสัตว์อสูรพยัคฆ์เขี้ยวเหล็กตัวหนึ่ง มันสูงมากกว่าสามเมตร ขนสีเทาปกคลุมทั่วร่าง ดวงตาสีแดงฉาน มีเขี้ยวสองเขี้ยวที่เป็เหล็กแวววาว
“นี่ก็คือพยัคฆ์เขี้ยวเหล็ก!” กู้เฉินอดพูดออกมาไม่ได้
จบบทที่ 22