ตอนที่ 4
“จะไปไหนก็ไป!” อุ๊ย!! น้ำเสียงของเขาทำให้ผมรู้สึกกลัวอันที่จริงแค่ใบหน้ารกๆของเขาที่เห็นอยู่ตอนนี้ ผมก็รู้สึกกลัวจะแย่อยู่แล้ว
“ถ้าคุณรำคาญ ผมจะอยู่เงียบๆแต่ถ้าคุณ้าผมเมื่อไหร่ก็เรียกนะครับ ผมจะอยู่ตรงนี้” คำว่าผมจะอยู่ตรงนี้ทำให้ท่องภพคิดถึงใครบางคน เพราะคนคนนั้นก็เคยพูดคำนี้กับเขาเหมือนกันแต่เขาคนนั้นกลับไม่รักษาคำพูดแต่ถึงอย่างนั้นคำพูดของเนวินกลับทำให้ท่องภพรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย
คุณภพนั่งอยู่ที่โซฟานิ่งๆไม่แม้นแต่จะขยับไปไหนเหมือนหุ่นหรือรูปปั้นเลยหรืออาจจะเป็เพราะดวงตาของเขาที่มองไม่เห็น เมื่อไม่เห็นอะไรก็เหมือนคนหลับตานั่นเอง ซึ่งไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ผมก็ยังคงเห็นเขานั่งอยู่ที่เดิมเฉยๆ เหมือนกับคนที่รอให้เวลามันหมุนผ่านไปวันๆ
สักพักใหญ่ๆ ป้าอิ่มเดินขึ้นมาชั้นบนพร้อมกับถาดอาหารในมือ
“คุณหนูคะ ป้าเอาอาหารเช้ามาให้ค่ะวันนี้มีของโปรดของคุณหนูด้วยนะคะ” สายตาอยากรู้ของผมรีบยื่นหน้าเข้าไปดูว่าอาหารที่เขาชอบมันคืออะไรแล้วในถาดนั้นก็มีผัดกระเพาหมูสับกับไข่ดาว...ผัดกระเพานี่นะนึกว่าจะชอบอะไรที่พิเศษมากกว่านี้เสียอีก
“ขอบคุณครับ”
“คุณวิน ไปค่ะ ไปทานอาหารเช้ากัน” ป้าอิ่มหันมาชวนผมซึ่งผมก็ยังไม่ได้ทานข้าวเช้ามาเหมือนกัน ตื่นสายด้วยแถมรถบนท้องถนนก็ติดจนไม่น่าให้อภัย
“ครับ ผมหิวพอดีเลย” ผมทำท่าลูบท้องแล้วหันไปมองคุณภพผมกำลังคิดว่าต้องป้อนหรือเปล่า ก็เขาตาบอดแต่ป้าอิ่มก็พูดขึ้นมาซะก่อนที่ผมกำลังจะคิดไปไกลว่า…
“มาเถอะค่ะ คุณหนูของป้าช่วยเหลือตัวเองได้”
“ครับ” ป้าอิ่มเดินนำออกไปโดยมีผมเดินตามไปติดๆ
คุณภพดูเข้าถึงยากยังไงก็ไม่รู้ ส่วนหน้าตาของเขานั้นผมนั่งมองมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่ก็มองไม่ออกสักที ก็หนวดเครารกรุงรังซะขนาดนั้น...แล้วทำไมเขาถึงไม่โกนมันออกนะ
ในขณะที่ผมเดินตามป้าอิ่มลงมา ป้าอิ่มก็พูดกับผมว่า...
“คุณหนูเปลี่ยนคนดูแลมาเยอะแล้วค่ะป้าไม่อยากให้คุณหนูของป้าโดนคุณขวัญดุอีก ป้าอยากให้คุณวินอยู่ที่นี่นานๆอย่าเพิ่งถอดใจนะคะ” บรรยากาศที่ผมได้ััเมื่อสักครู่ผมไม่แปลกใจเลยที่ป้าอิ่มพูดแบบนี้ ถึงผมจะรู้สึกกลัวแต่ยังไงผมก็จะไม่ถอดใจง่ายๆเด็ดขาด
“ผมก็อยากอยู่นานๆครับ แต่ดูคุณหนูของป้าสิเขาไม่ค่อยต้อนรับผมสักเท่าไหร่เลยนะครับ”
“ป้ายืนยันว่าคุณหนูของป้าเป็คนใจดี อ่อนโยนแต่หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น คุณหนูก็เปลี่ยนไปอาจจะเป็เพราะมองไม่เห็นเหมือนแต่ก่อนมั้งค่ะ” อันที่จริงเื่นี้ก็ทำให้ผมแอบรู้สึกสงสารเขาอยู่มากเหมือนกัน
“แล้วผมต้องทำตัวยังไงเวลาอยู่กับเขาครับ” ผมคิดว่าผมควรจะรู้นะ ผมจะได้ปรับตัวถูก
“ให้เขาช่วยเหลือตัวเองค่ะคุณหนูคงไม่ชอบให้คนอื่นมาสงสารหรือคิดว่าเขาเป็ภาระ แล้วก็พยายามอยู่เงียบๆข้อนี้ป้าดูจากที่คุณหนูชอบบ่นว่ารำคาญนะ”
“คุณภพทำอะไรเองได้บ้างครับ ผมหมายถึงช่วยเหลือตัวเองน่ะครับ”
“ทำได้ทุกอย่างเลยค่ะ แต่ในแบบมองไม่เห็นนะคะ” แล้วป้าแกก็หัวเราะเบาๆ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ว่าป้าแกหัวเราะอะไร
“มีเดินชนสิ่งกีดขวางบ้างไหมครับ” ข้อนี้ผมไม่น่าถาม
“ชนปกติค่ะ” ป้าอิ่มหัวเราะเบาๆอีกครั้ง จากนั้นแกจึงพาผมมานั่งทานข้าวที่โต๊ะโดยมีลุงมิ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ซึ่งผมก็รู้สึกว่าคนที่นี่ดูเป็มิตรกับผมดียกเว้นคนที่อยู่้า
หลังจากมื้ออาหารจบลง ผมเดินไปเอาประเป๋าในรถที่ผมจอดไว้ที่โรงจอดรถหน้าบ้านหลังใหญ่โน้นผมเอากระเป๋าขึ้นมาเก็บบนห้อง ห้องที่คุณท่านบอกว่าเป็ห้องของผมหลังจากที่ผมจัดการเก็บข้าวเก็บของเข้าที่เรียบร้อยแล้ว
ผมจึงเดินเข้าไปหาเขาที่ห้องข้างๆกำลังจะจัดการยกถาดอาหารลงไปเก็บให้แต่แล้วผมก็ต้องทึ่งเมื่อเขาทานได้เรียบร้อยมาก ไม่หกไม่หล่นเลยสักนิด
“เดี๋ยว…” อยู่ๆเขาก็เรียกซึ่งผมไม่คิดว่าเขาจะคุยด้วย
“ครับ”
“ต่อไปนี้ทุกมื้ออาหาร นายต้องเป็คนเอาขึ้นมาเองป้าอิ่มท่านแก่แล้ว ขาแข้งไม่ค่อยดี” ประโยคนี้ที่เขาพูดกับผมดูเหมือนว่าเขาจะเปิดใจให้ผมแล้วใช่ไหม หรือว่าผมคิดไปเอง
“ครับ” เมื่อรับคำเสร็จผมจึงเดินลงไปที่ชั้นล่างเอาถาดไปล้างแล้วเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
*-*
จากนั้นเนวินก็ขึ้นมาอยู่เป็เพื่อนท่องภพเหมือนเดิมแต่บรรยากาศภายในห้องก็ยังคงเงียบกริบไม่มีใครพูดอะไรทั้งนั้นนั่นจึงทำให้เนวินทำตัวตามสบายเพราะคิดว่าท่องภพมองไม่เห็น เนวินนั่งเล่นนอนเล่นเกมโปรดในมือถือของเขาอย่างเอาจริงเอาจังแต่เนวินกลับไม่รู้เลยว่าท่องภพที่ทุกคนบอกกับเขาว่าตาบอดนั้นที่จริงแล้วเขาไม่ได้บอดสนิทแต่สามารถมองเห็นได้ลางๆแต่ภาพที่เห็นนั้นมันเป็สีดำก็เท่านั้นซึ่งมันก็ไม่ได้ผิดถ้าทุกคนจะมองว่าเขาตาบอด
การที่เนวินทำตัวตามสบายเกินไปทำให้ท่องภพรู้สึกไม่ค่อยพอใจนักเงินเดือนก็ได้ถ้าจะให้มานั่งๆนอนๆเหมือนหมาเฝ้าเ้าของแบบนี้ท่องภพรู้สึกไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แต่ข้อดีของเนวินคือไม่ได้มาวุ่นวายท่องภพนั่งมองเงาดำๆกำลังทำกิจกรรมอะไรบางอย่างอยู่ไม่ได้ไกลจากเขามากนัก และภาพเงาดำๆนั้นท่องภพก็พอมองออกว่าอีกคนกำลังทำอะไร
“ว่างมากนัก ก็ไปทำความสะอาดห้อง” ท่องภพพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงออกจะเข้มนิดหน่อยนั่นจึงทำให้คนที่กำลังเล่นเกมมือถืออย่างเมามันถึงกลับต้องสะดุ้งแล้วจึงรีบเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินไปหาอุปกรณ์เพื่อเอามาทำความสะอาดตามที่เขาสั่ง
เมื่อเนวินได้อุปกรณ์มาแล้วเขาจึงเริ่มลงมือทำความสะอาดห้องซึ่งงานแบบนี้ไม่ได้ยากสำหรับเนวินเลยเพราะตอนที่เนวินอยู่บ้าน เนวินก็ช่วยแม่ทำความสะอาดบ้านอยู่เป็ประจำและในขณะที่เนวินกำลังปัดกวาดเช็ดถูอยู่นั้น เขาก็ได้ฟังเพลงไปด้วยอุปกรณ์เล็กๆอุดอยู่ที่หูข้างหนึ่งเชื่อมต่อแบบไร้สายทำให้สะดวกต่อการทำงานและฟังเพลงไปด้วยแต่เนวินไม่ได้ฟังเปล่าเขาเต้นไปด้วยแต่ก็พยายามไม่ให้มีเสียงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วคิดว่าคนที่นั่งอยู่ในห้องมองไม่เห็น ก็เขาตาบอดนี่นา…
ท่องภพนั่งอยู่ที่โซฟาที่เดิมตัวตรงหลังตรงเหมือนเดิมส่วนเนวินปัดฝุ่นไปฟังเพลงที่ชอบไปแล้วก็เต้นไปด้วยเงาดำๆที่อยู่ตรงหน้าทำให้ท่องภพต้องเบียนหน้าหนีหลายต่อหลายครั้งเพราะไม่อยากเห็นท่านเต้นที่แสนน่าเกลียดมาพร้อมกับลีลาแบบเหลือรับประทานสุดๆ