สามวันต่อมา ซันรู้ทันทีว่ามี "อีกแบบ" ั้แ่ก้าวออกจากลิฟต์
เพราะกลิ่นอาหารลอยมาจากปลายทางเดิน — กลิ่นที่ออกมาจากห้องของเขากับอาเรีย
เขากับอาเรียมองหน้ากัน แล้วซันก็เปิดประตูเข้าไป
มิร่ายืนอยู่ในครัว สวมผ้ากันเปื้อนทับเดรสตัวเล็ก ผมทวินเทลแกว่งไปมาขณะคนอะไรสักอย่างในกระทะ เธอหันมายิ้มหวานเหมือนภรรยารอสามีกลับบ้าน
"พี่ชายกลับมาแล้ว!" เธอร้องเสียงใส "หนูทำผัดกะเพราไว้ให้ เมนูที่พี่ชอบไง รอบนี้ใส่พริกกับใบกะเพราเยอะแบบที่พี่เคยกิน"
ซันหยุดอยู่ตรงประตู
เขาจำเมนูนั้นได้ จำได้ดีเกินไปด้วยซ้ำ มันคือเมนูจากครัวเล็กๆ หลังร้านในตรอกที่เขาพยายามลืม จาก่เวลาที่เขาไม่อยากนึกถึง มิร่ารู้ว่าเขาจำได้ และเธอเลือกทำมันขึ้นมาด้วยเหตุผลนั้นเอง
แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ —
"เธอเข้ามาได้ยังไง" ซันถาม น้ำเสียงเย็นลง
มิร่าควงพายในมือ แล้วชูกุญแจดอกหนึ่งขึ้นด้วยปลายนิ้ว ส่ายไปมาอย่างได้ใจ
"กุญแจสำรองไง" เธอยิ้ม "แม่ให้หนูมาเองเลยนะ"
โลกของซันหยุดไปครึ่งวินาที
แม่...
คำสั้นๆ คำเดียวที่ทำให้อุณหภูมิในตัวเขาลดลงไปหลายองศา มิร่าไม่ได้มาเอง
เขากลบสีหน้าลงเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ไม่ให้มันลามไปถึงอาเรีย
มิร่าจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง — เบาลง จริงขึ้น
"แม่เป็ห่วงพี่นะ" เธอพูด เสียงต่ำลงกว่าตอนแรก "หนูก็ด้วย ถึงพี่จะไม่อยากให้ห่วงก็เถอะ"
ประโยคนั้นมีอะไรบางอย่างที่ไม่เข้ากับบทบาทน้องสาวจอมป่วนเลยสักนิด มันฟังเหมือนคนที่มาทำหน้าที่ ไม่ใช่คนที่มาแกล้ง
แต่ก่อนซันจะจับความรู้สึกนั้นได้ทัน มิร่าก็สลัดมันทิ้ง กลับไปเป็ตัวป่วนเหมือนเดิม
"เอาล่ะ! กินข้าวก่อนเนอะ" เธอประกาศ "แล้วคืนนี้หนูจะนอนกับพี่ชายด้วยนะ หนูเอาหมอนมาเองเลย"
"ไม่ได้" ซันตอบทันที
"ทำไมล่ะ เมื่อก่อนเราก็นอนห้องเดียวกันตั้งบ่อย"
ซันรู้สึกถึงสายตาอาเรียที่เลื่อนมาทางเขาทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น
"นั่นมันคนละเื่" เขารีบพูด "แล้วก็นานมาแล้ว"
"หนูไม่สน" มิร่าเดินปรี่มาเกาะแขนเขาอีกครั้ง "คืนนี้หนูนอนด้วย จบ แล้วถ้าหนูอยากอาบน้ำก่อนล่ะ ห้องน้ำอยู่ทางไหนนะ — อ๋อ เจอแล้ว!"
แล้วเธอก็วิ่งหายเข้าห้องน้ำไปพร้อมเสียงน้ำที่เปิดตามมา ก่อนซันจะทันห้าม
ซันยืนกุมขมับอยู่กลางห้อง ????
"ผัดกะเพรานี่หอมดีนะ" อาเรียพูดขึ้นเรียบๆ ขณะเดินไปชิมจากกระทะ เหมือนไม่ได้สนใจดราม่าเมื่อกี้แม้แต่นิด "แต่ฝีมือนายอร่อยกว่า น่าเสียดายที่ทำมาแล้ว ทิ้งก็เปลือง กินซะดีกว่า"
เธอตักผัดกะเพราราดข้าวใส่จานสองใบ วางลงบนโต๊ะ แล้วนั่งลงเหมือนวันธรรมดาวันหนึ่งที่ไม่มีน้องสาวจอมป่วนอาบน้ำอยู่ในห้อง
ซันมองเธอครู่หนึ่ง แล้วก็ยอมแพ้ มานั่งลงตรงข้าม
"อาเรีย ผมขอโทษ เื่ทั้งหมดนี่—"
"นายจะขอโทษเื่ที่น้องสาวนายทำทำไม" เธอยักไหล่ ตักข้าวเข้าปาก "กินข้าวเถอะ เดี๋ยวเย็น"
พวกเขากินด้วยกันเงียบๆ ซันค่อยๆ ผ่อนคลายลงทีละนิดจากความเป็ปกติของอาเรีย — เธอเล่าเื่ในคณะ บ่นเื่มิวนิดหน่อย หยอกเขาเื่ที่กินเผ็ดไม่ค่อยได้ ราวกับเสียงน้ำในห้องน้ำที่ดังเป็พื้นหลังไม่มีความหมายอะไรเลย
ผัดกะเพราหมดจาน เสียงน้ำหยุดลงพอดี
แล้วประตูห้องน้ำก็เปิดออก จังหวะเป๊ะเหมือนมิร่าตั้งใจรอให้ทั้งคู่กินเสร็จ
มิร่าเดินออกมาพร้อมไอน้ำ ผมเปียกแนบใบหน้า ตัวพันด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวที่สั้นเสียจนต้องจับชายไว้ เธอทำตาปริบๆ มองซัน แล้วทำเสียงอ้อน
"พี่ชายคะ หนูลืมเอาเสื้อมาเปลี่ยน ขอยืมเสื้อพี่ได้ไหม~ ♡"
มันคือภาพที่จัดวางมาอย่างดี — สาวน้อยนุ่งผ้าขนหนูในคอนโดของหนุ่มที่มีแฟน ภาพที่ถ้าใครเดินเข้ามาเห็นก็ต้องเข้าใจผิดทันที ภาพที่ออกแบบมาให้อาเรียทนไม่ได้
ซันหันไปมองอาเรียด้วยความกังวล
แต่อาเรียแค่มองมิร่าที่นุ่งผ้าขนหนูจากหัวจรดเท้าหนึ่งครั้ง อย่างคนประเมินของ แล้วพูดเรียบๆ
"ผ้าผืนนั้นของฉัน"
มิร่าชะงัก
"ซักเองนะ ก่อนเอามาคืน" อาเรียเสริม น้ำเสียงไม่ขึ้นไม่ลง แล้วหันกลับไปหาซันเหมือนมิร่าหายตัวไปจากห้องแล้ว "ซัน ฉันเหนื่อย วันนี้เจออะไรมาเยอะ ไปนอนกันเถอะ"
เธอจับข้อมือเขา
"เดี๋ยว — เดี๋ยวสิ!" มิร่าร้อง ตามมาติดๆ "หนูยังไม่ได้เสื้อเลยนะ แล้วหนูจะนอนกับพี่ชาย หนูบอกแล้วไง!"
"ได้สิ" อาเรียตอบโดยไม่หันกลับมา พลางเปิดประตูห้องนอน ดึงซันเข้าไป "เธอนอนข้างนอกได้ตามสบาย"
ประตูปิดลง
แล้วเสียงสลักล็อกก็ดังกริ๊กจากด้านใน
มิร่ายืนค้างอยู่หน้าประตูห้องนอนในชุดผ้าขนหนู มือยังจับชายผ้าไว้ มองลูกบิดที่เพิ่งถูกล็อกใส่หน้า
"...เฮ้!" เธอเขย่าลูกบิด "เปิดสิ! นี่มันบ้านพี่ชายนะ ทำไมหนูเข้าไม่ได้! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!"
ไม่มีใครตอบ
ในห้อง ซันที่ยังคิดเื่กุญแจ เื่แม่... รู้สึกถึงมืออาเรียที่วางลงบนแก้มเขา หันหน้าเขาให้มามองเธอ
"นายคิดมากอีกแล้ว" เธอพูดเบาๆ
"มันมีเื่ที่ผม—"
"ฉันไม่ได้ถามว่ามีเื่อะไร" อาเรียตัดบท ดวงตาเธอมองตรงเข้าไปในตาเขา นิ่งและมั่นใจ "ฉันบอกว่านายคิดมาก แล้วคืนนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้นายมีสมาธิไปคิดเื่อื่นหรอก"
เธอดันไหล่เขาลงกับเตียงเบาๆ แต่หนักแน่นพอจะบอกว่าคืนนี้ใครเป็คนคุม แล้วตามลงไปคร่อมอยู่เหนือเขา ปล่อยให้ผมยาวสยายลงมาเป็ม่านบังโลกข้างนอกออกไปจนเหลือแค่ใบหน้าเธอ
"คืนนี้มองแค่ฉันพอ"
เธอก้มลงจูบเขา — ช้า ลึก ไม่รีบร้อน เหมือนคนที่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็ของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ต้องแย่งจากใคร มือเรียวเลื่อนขึ้นไปจับข้อมือทั้งสองของเขากดแนบลงข้างหมอนเหนือศีรษะ ตรึงไว้ในท่าที่เขาขยับไม่ได้ และไม่คิดจะขยับ
"ตอนนี้ฉันหงุดหงิดมากๆ เลยล่ะ เดียวใจรับบทลงโทษได้เลยนะ... ไอ้กระจอก..."
ซันที่เคยเป็ฝ่ายคุมเกมมาตลอด ปล่อยให้ตัวเองแพ้อย่างเต็มใจ
เป็ครั้งแรกในรอบหลายวันที่หัวของเขาว่างเปล่าจากทุกอย่าง — ไม่มีแม่ ไม่มีเงาอดีต เหลือแค่อาเรีย และมือของเธอที่ไม่ยอมปล่อย
ข้างนอกห้อง มิร่ายังเขย่าลูกบิดอยู่
"เปิดประตูน—"
เธอหยุดกลางประโยค
เพราะเสียงที่ลอดออกมาจากในห้องตอนนี้ ไม่ใช่เสียงคุยกันอีกต่อไป
มิร่ายืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือที่จับลูกบิดค่อยๆ คลายออก ใบหน้าที่เพิ่งกระฟัดกระเฟียดเมื่อครู่ค่อยๆ นิ่งลง ฟังเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จากอีกฟากของบานประตูที่เธอเปิดเข้าไปไม่ได้
แล้วเธอก็หน้าแดงขึ้นมาจนถึงใบหู
"บ้า บ้าไปแล้ว!" เธอะโถอยหลังจากประตูเหมือนมันร้อน เอามือปิดหู "เสียงดังขนาดนี้ได้ยังไง! ไม่อายบ้างเลยเหรอ! แล้วหนูยังยืนอยู่ตรงนี้นะ!"
เธอวิ่งหนีไปสุดห้อง ทิ้งตัวลงโซฟา ก่ายหน้าผากด้วยความพ่ายแพ้ที่ราบคาบที่สุดในชีวิต ดึงหมอนมากดทับหูทั้งสองข้าง
ผ้าขนหนูของอาเรียยังพันตัวเธออยู่
ผัดกะเพราส่วนที่เธอตั้งใจทำเหลือเย็นชืดอยู่ในกระทะ
และคืนนั้น ในคอนโดหรูที่เธออุตส่าห์บุกเข้ามาด้วยกุญแจจากแม่ มิร่าก็ได้เรียนรู้บทเรียนข้อที่สอง — ว่าการแย่งใครสักคนจากอาเรีย ไม่ใช่เื่ที่ผ้าขนหนูผืนเดียวจะทำได้
เธอกดหมอนแน่นขึ้น พึมพำกับตัวเองเสียงอู้อี้
"ฝากไว้ก่อนเถอะยัยปีศาจ ...พรุ่งนี้ ค่อยว่ากันใหม่"
"พรุ่งนี้" ของมิร่ามาถึงเร็วกว่าที่ซันอยากให้เป็
เขารู้ตัวว่ามีปัญหาั้แ่เดินเข้าโรงอาหารคณะตอนเที่ยง เพราะแทนที่จะเป็บรรยากาศปกติ กลับมีสายตาหลายคู่เหลือบมามองเขาเป็พิเศษ มีเสียงซุบซิบลอยตามหลังทุกก้าว
"นั่นไง คนที่ว่า"
"จริงดิ น้องสาวหรือกิ๊กกันแน่"
ซันหยุดกึก
"...มิว" เขาหันไปหามิวที่เดินมาด้วยกับอาเรีย "เกิดอะไรขึ้น"
มิวยิ้มแหยๆ ยื่นโทรศัพท์ให้ดู
"เอ่อ...เมื่อเช้ามีคนโพสต์ในกลุ่มคณะว่าเห็นนายเดินกับสาวน่ารักตัวเล็กผมทวินเทลแถวหอ แล้วเธอเรียกนายว่าพี่ชายแต่เกาะแขนแบบ...ไม่ค่อยน้องสาวเท่าไหร่ ตอนนี้มีคนเดาไปสามสิบทางแล้ว"
ซันยังไม่ทันประมวลผล เสียงใสก็ดังขึ้นจากอีกฟากของโรงอาหาร
"พี่ชาย!"
มิร่าวิ่งฝ่าฝูงนักศึกษาเข้ามา — ในชุดเดรสตัวเล็ก ทวินเทลเด้งดึ๋ง หน้าตาน่ารักจนคนทั้งโรงอาหารหันมามองพร้อมกัน — แล้วโผเข้ากอดแขนซันต่อหน้าทุกคน
"หนูตามหาพี่ตั้งนาน!" เธอร้องเสียงดังพอให้คนรอบข้างได้ยินทุกคำ "เมื่อคืนพี่ทิ้งหนูให้นอนคนเดียวบนโซฟา หนูเหงามากเลยนะ ทั้งที่หนูอุตส่าห์ทำกับข้าวรอ"
เสียงฮือดังไปทั้งโรงอาหาร
"นอนคนเดียวบนโซฟา?"
"ทำกับข้าวรอ? อยู่บ้านเดียวกันเหรอ?"
ซันรู้สึกถึงระดับน้ำทะเลของหายนะที่กำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ
"มิร่า เธอเลือกคำพูดได้แย่มาก"
"หนูพูดความจริงนี่นา" มิร่าทำตากลมโต แล้ว — นี่แหละที่ซันไม่ทันระวัง — น้ำตาเริ่มคลอเบ้า เสียงสั่นเครือขึ้นมาทันที "หรือว่า...พี่ชายไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่ามีหนู เพราะพี่มีแฟนใหม่แล้วใช่ไหมคะ พี่ถึงทิ้งหนูไว้คนเดียว...หนูผิดเองที่มาหาพี่"
โรงอาหารเงียบลงครึ่งหนึ่ง
สายตาที่เคยสงสัยเริ่มเปลี่ยนเป็ความเห็นใจ มีเสียงกระซิบใหม่ผุดขึ้น "โหดร้ายจัง" "ผู้ชายคนนี้แอบมีคนอื่นเหรอ"
มิร่าซ่อนรอยยิ้มเล็กๆ ไว้หลังน้ำตา การดึงนักศึกษามาเป็พวกตัวเองนี่ ง่ายกว่าสู้กับยัยปีศาจตรงๆ ตั้งเยอะ
ซันกุมขมับ เปิดปากจะอธิบาย — ซึ่งเขารู้ดีว่าไม่ว่าพูดอะไรออกไปก็มีแต่จะแย่ลง
แต่ก่อนเขาจะได้พูด อาเรียก็เดินผ่านเขาไปอย่างไม่รีบร้อน
เธอไม่ได้เถียง ไม่ได้แก้ต่าง ไม่ได้สนใจน้ำตาของมิร่าด้วยซ้ำ เธอแค่เดินไปหยิบกระดาษทิชชูจากโต๊ะข้างๆ หนึ่งแผ่น เดินกลับมา แล้วยื่นให้มิร่า
"เช็ดน้ำตาก่อน เดี๋ยวเครื่องสำอางเลอะ" เธอพูด เสียงเรียบสนิท ดังกำลังพอให้คนรอบข้างได้ยิน "ร้องไห้ทั้งทีต้องสวยสิ ถึงจะมีคนเชื่อ"
มิร่าชะงัก น้ำตาค้างอยู่กลางแก้ม
แล้วอาเรียก็หันไปหาซัน ต่อหน้าคนทั้งโรงอาหาร เอื้อมมือขึ้นจัดปกเสื้อเขาที่ไม่ได้ยับเลยสักนิด ปัดเศษอะไรที่ไม่มีอยู่จริงออกจากไหล่เขา ด้วยท่าทางเป็เ้าของที่เป็ธรรมชาติเสียจนไม่ต้องประกาศอะไรเลยสักคำ
"กินข้าวเที่ยงยัง" เธอถามซัน "วันนี้มีไก่ทอดที่นายชอบ"
ความเป็เ้าของที่ไม่ต้องแย่ง ไม่ต้องเถียง ไม่ต้องร้องไห้ — แค่ทำให้คนทั้งห้องเห็นว่าใครคือคนที่รู้ว่าซันชอบกินอะไร ใครคือคนที่ซันเลือกจะยืนข้างๆ
เสียงซุบซิบในโรงอาหารเปลี่ยนทิศทันที
"อ้าว...แฟนเขาก็ดูนิ่งๆ นะ"
"ดูจากท่าทางแล้ว ฝ่ายผู้หญิงตัวเล็กนี่ออกจะ...พยายามเกินไปป่าว"
"เออ มันดูจัดฉากเกินไปนะ"
มิร่ากำกระดาษทิชชูในมือแน่น หน้าที่เพิ่งทำท่าจะร้องไห้ตอนนี้แดงด้วยความหัวเสียแทน
เธอพ่ายอีกแล้ว ในสนามที่เธอคิดว่าตัวเองได้เปรียบที่สุด
และในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะคลี่คลายไปในทางที่ซันพอจะหายใจได้นั้นเอง เสียงสุภาพเรียบๆ ก็แทรกเข้ามา
"มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ดูวุ่นวายกันใหญ่เลย"
ซันหันไป
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งยืนอยู่ไม่ไกล รอยยิ้มสุภาพติดอยู่บนใบหน้า ท่าทางสบายๆ เป็มิตร — คิน นักศึกษาที่เคยมีเื่กับเขาที่ลานฝึกเมื่อต้นเทอม คนที่โดนอาเรียจับกดกับพื้นต่อหน้าคนทั้งคลาส
รอยยิ้มของคินสุภาพไร้ที่ติ แต่ตอนที่สายตาเขากวาดผ่านอาเรีย ซันเห็นบางอย่างวาบขึ้นใต้รอยยิ้มนั้น — เย็นเกินกว่าจะเป็ความหวังดี
"ไม่มีอะไรหรอก" ซันตอบเรียบ "เื่ครอบครัวน่ะ"
"งั้นเหรอครับ" คินยิ้มกว้างขึ้น สายตาเลื่อนไปที่มิร่าที่ยังยืนกำทิชชูอยู่ ค้างอยู่ตรงนั้นนานกว่าที่ควรจะเป็เสี้ยววินาที ก่อนจะเลื่อนกลับมา "ถ้างั้นผมไม่กวนดีกว่า ขอให้สนุกกับมื้อเที่ยงนะครับ — ทุกคน"
เขาผงกหัวให้เล็กน้อย แล้วเดินจากไป
ซันมองตามแผ่นหลังนั้น คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เขาจำความรู้สึกนั้นไว้ แล้วเก็บมันลงไป
"ซัน" อาเรียเรียก "ไก่ทอดจะหมดแล้วนะ"
"...ครับ" เขาสลัดความคิดทิ้ง เดินตามเธอไป
ทิ้งมิร่าไว้กลางโรงอาหาร กับทิชชูหนึ่งแผ่น ข่าวลือที่ย้อนกลับมาเข้าตัว และสายตาของนักศึกษาที่ตอนนี้มองเธอด้วยความสงสัยมากกว่าเห็นใจ
มิวที่เดินตามคู่นั้นไป หันกลับมามองมิร่าครั้งหนึ่ง แล้วพูดเบาๆ อย่างเห็นใจจริงๆ
"สู้ไม่ได้หรอก เชื่อฉันเถอะ คู่นั่นมันไร้เทียมทานไป"
มิร่าหุบปากแน่น มองสามคนนั้นเดินห่างออกไป
แล้วเหลือบไปทางที่คินเดินหายไปโดยไม่รู้ตัว
ก่อนจะกระทืบเท้าหนึ่งทีด้วยความหัวเสีย แล้วเดินตามไปต่อว่าต่อขานอยู่ดี เพราะยังไงเธอก็ยังไม่ยอมแพ้
สองวันต่อมา ในแลป
ซันยืนอยู่หน้าจอที่เต็มไปด้วยสมการกับเส้นพลังที่ยังไม่ลงตัว มือถือปากกาเคาะคางช้าๆ จมอยู่กับงานจนลืมทุกอย่างรอบตัว ของกลางชิ้น active ที่ได้จากย่านโคมแดงวางอยู่บนแท่น เชื่อมกับเครื่องวิเคราะห์ที่กระพริบเป็จังหวะ
อีกมุมหนึ่งของห้อง มิวกระซิบดึงแขนอาเรียให้เดินห่างออกมา ลดเสียงลงจนซันที่จมอยู่กับสมการไม่ได้ยิน
"แปลก..." มิวเริ่ม สีหน้าจริงจังผิดปกติ "ฉันว่ามันแปลกมากๆ เลยนะอาเรีย"
"ซันเขาก็เป็คนแปลกมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว" อาเรียตอบเรียบๆ ชายมองซันที่กำลังพึมพำสมการกับตัวเอง "ถ้าวัดจากมาตรฐานทั่วไป ฉันก็แปลกนะ"
"ไม่ใช่แบบนั้นสิ" มิวส่ายหน้า "เด็กที่อ้างตัวเป็น้องสาวมันแปลกไปแล้วนะ"
"ซันจะมีผู้หญิงมาติดก็ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลย"
มิวอ้าปากค้าง เพราะนั่นไม่ใช่ประเด็นที่เธอจะสื่อเลยสักนิด
ปัญหาคือเธอเองก็พูดไม่ถูกว่ามันคืออะไร มันไม่ใช่เื่ที่มิร่ามาแย่งซัน — อาเรียพูดถูก ผู้หญิงมาติดผู้ชายมันเื่ธรรมดา แต่ทุกครั้งที่มิวอยู่ใกล้มิร่า เธอรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ขนลุก เหมือนตอนที่ยืนใกล้อุปกรณ์พวกนั้นในแลป เหมือนมีคลื่นบางอย่างที่ิัเธอรับได้แต่สมองอธิบายไม่ออก
แต่จะให้พูดออกมาว่า "ฉันรู้สึกว่าน้องสาวนายมีคลื่นเวทคล้ายดับของเซ็กซ์ทอย" มันก็ฟังดูบ้าเกินไป
มิวเลยได้แต่หุบปาก
ส่วนอาเรียก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ เพราะสำหรับเธอ เื่มิร่าจบไปแล้วั้แ่คืนผ้าขนหนู
"เจอแล้ว"
เสียงซันดังขึ้นจากอีกมุม ทั้งสองหันไป
เขายืนนิ่งอยู่หน้าจอ สีหน้าไม่ใช่สีหน้าของคนที่เพิ่งแก้โจทย์ได้ แต่เป็สีหน้าของคนที่เพิ่งเจอคำตอบที่ตัวเองไม่อยากเจอ
"เจออะไร" อาเรียเดินเข้าไปหา
"ทางลัด" ซันตอบ ดวงตายังจับอยู่ที่เส้นพลังบนจอ "ปัญหาของการตามสัญญาณคือมันมัวเกินไป กว่าจะไล่ทีละทอดถึงต้นทางอาจเป็เดือน แต่ถ้ามีตัวขยายสัญญาณที่ 'เข้ากัน' กับคลื่นของอุปกรณ์พอดี เราจะล็อกทิศแล้วลากตรงไปถึงต้นทางได้เร็วขึ้นหลายเท่า"
"แล้วเรามีตัวขยายแบบนั้นไหม" มิวถาม
ซันเงียบไปครู่หนึ่ง
"...มี" เขาพูด เสียงราบเรียบจนน่ากลัว "พลังของมิร่าทำได้"
ห้องเงียบไปวินาทีหนึ่ง
"มิร่า?" มิวทวนเหมือนได้ยินผิด "น้องสาวจอมป่วนที่นุ่งผ้าขนหนูของอาเรียเนี่ยนะ"
"เวทตามรอยของเด็กคนนั้นมันพิเศษน่ะ" ซันตอบสั้นๆ ไม่ขยายความ
เขาไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด — ว่าเหตุผลที่พลังมิร่า "เข้ากัน" กับอุปกรณ์พวกนี้ได้พอดิบพอดี เพราะมันเป็พลังสายเดียวกันกับสิ่งที่ใช้สร้างแกนกลางของมัน สายอุปกรณ์ สายอารมณ์ พลังของซัคคิวบัส
และความบังเอิญที่ว่าพลังมิร่า "ตรงสเปก" อุปกรณ์ที่มีซัคคิวบัสอยู่เื้ัขนาดนี้ มันตรงเกินกว่าที่ซันจะรู้สึกสบายใจได้ — แต่เขาเก็บความคิดนั้นลงลึก ไม่ปล่อยให้มันขึ้นมาบนใบหน้า
"เดี๋ยวนะ" มิวยกมือขึ้น สีหน้าเริ่มเปลี่ยน "ถ้าใช้มิร่าช่วยตามรอย แล้วลากตรงไปถึงต้นทางได้เลย แปลว่า..."
เธอหยุด สมองกำลังต่อจิ๊กซอว์
ตอนแรกเธอจะค้าน — ปากเปิดออกมาแล้วด้วยซ้ำ เพราะการดึงมิร่าเข้ามาวนเวียนใกล้ซันแบบมีข้ออ้างเป็ทางการ มันต้องทำให้อาเรียลำบากใจแน่ๆ ในฐานะเพื่อน เธอควรจะต้าน
แต่แล้วประโยคต่อไปในหัวเธอก็ผุดขึ้นมา — ลากตรงไปถึงต้นทางได้เลย ไม่ต้องไล่เก็บอุปกรณ์ทีละชิ้น
ไม่ต้องเก็บอุปกรณ์ทีละชิ้น แปลว่า...
"...ฉันไม่ต้องเป็น้องเบลไปรับของอีกแล้วใช่ไหม" มิวถามเสียงเบา
"ถ้าแผนนี้เวิร์ก ก็ไม่ต้อง" ซันตอบ
มิวหุบปากที่กำลังจะค้านลงทันที ยืดตัวตรง ประสานมือ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังที่สุดในรอบสัปดาห์
"ฉันว่าเป็แผนที่ยอดเยี่ยมมากเลยนะ เราควรใช้มิร่า ใช้เลย วันนี้เลยยิ่งดี"
"เมื่อกี้เธอจะค้านไม่ใช่เหรอ" อาเรียมองมิวด้วยหางตา
"ฉันเปลี่ยนใจแล้ว คนเราเปลี่ยนใจกันได้" มิวตอบหน้าตาเฉย "เพื่อความยุติธรรม ฉันยอมเสียสละให้มิร่ามาช่วยงานนี้"
อาเรียส่ายหน้าช้าๆ แต่ไม่เถียง เธอหันกลับไปหาซัน — และคราวนี้เธอสังเกตเห็นบางอย่าง
ซันไม่ได้ดูดีใจที่เจอทางลัดเลยสักนิด
คนที่ปกติจะยิ้มเวลาคิดวิธีเก่งๆ ออก ตอนนี้กลับยืนนิ่ง ขมวดคิ้ว เหมือนคนที่ถูกบังคับให้เดินไปในทางที่เขาพยายามเลี่ยงมาตลอด
"นายไม่อยากใช้มิร่า" อาเรียพูด ไม่ใช่คำถาม
ซันเงยหน้าขึ้น
"มันแค่...ยุ่งยาก...."
อาเรียมองหน้าเขาอีกวินาที
เธอไม่เชื่อคำตอบนั้นทั้งหมด เธอรู้ว่ามีอะไรมากกว่า "ยุ่งยาก" ในความลังเลของซัน — เหมือนทุกครั้งที่เื่แตะเข้าใกล้สิ่งที่เขาปิดไว้ แต่อาเรียเลือกจะไม่ขุดตอนนี้ แค่จำสีหน้าของเขาไว้ ข้างๆ เื่อื่นๆ ที่เธอยังต่อจุดไม่ติด
"งั้นก็คุมมันซะ" เธอพูด เรียบง่าย "นายเป็คนเดียวที่เธอฟัง ไม่ใช่เหรอ"
ซันมองอาเรีย แล้วก็รู้ว่าเขาหนีไม่พ้นจริงๆ
ทางที่เร็วที่สุดในการปิดคดี คือทางที่ลากอดีตของเขากลับเข้ามาในปัจจุบัน
เขาหันกลับไปมองจอ ที่เส้นพลังทุกเส้นชี้ไปยังคำตอบเดียว — คำตอบที่มีมิร่ายืนอยู่ตรงปลายทาง
"...ผมจะไปคุยกับเธอเอง" ซันพูดเบาๆ เหมือนคนที่เพิ่งยอมแพ้ให้อะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่าคดี
ปรากฏว่าซันไม่ต้องไปไหนเลย
เพราะไม่กี่อึดใจ มิร่าก็เดินเข้ามาในแลปเองด้วยรอยยิ้มกว้างเท่าที่ใบหน้าเล็กๆ จะอำนวย ราวกับมีใครกระซิบบอกเธอล่วงหน้าว่าคราวนี้เธอเป็ฝ่ายถูก้า
"ได้ข่าวว่าพี่ชายมีอะไรจะขอหนูเหรอคะ" เธอร้องเสียงใส เดินส่ายตัวเข้ามากลางห้องที่มีซัน อาเรีย และมิวอยู่พร้อมหน้า
ซันหรี่ตา
"เธอรู้ได้ไง"
"ความลับค่ะ ☆" มิร่ายิ้มกริ่ม
ซันนิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ
"งานง่ายๆ" เขาพูดแทน กั๊กรายละเอียดไว้ครึ่งหนึ่ง "ผม้าตามรอยอุปกรณ์พวกนี้ไปถึงต้นทาง แต่สัญญาณมันมัวเกินไป ผม้าตัวขยายสัญญาณที่เข้ากับคลื่นของมันได้ เธอช่วยได้ เท่านั้นแหละ"
มิร่าเดินไปรอบแท่นวิเคราะห์ ก้มมองของกลางชิ้น active บนนั้น แล้วยิ้มมุมปากแบบที่ซันไม่ค่อยชอบ — ยิ้มของคนที่เข้าใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าดีเกินกว่าเด็กผู้หญิงธรรมดาควรจะเข้าใจ
"อ๋อ ของพวกนี้นี่เอง" เธอพึมพำ "น่าสนใจนะเนี่ย"
มิวขนลุกขึ้นมาเฉยๆ อีกครั้ง โดยไม่รู้ว่าทำไม
"เธอช่วยได้ไหม" ซันถามตัดบท
มิร่าเงยหน้าขึ้น ทำท่าครุ่นคิดเป็พิธี เอานิ้วแตะคาง กลอกตามองเพดาน ยืดเวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะยืดได้
"ช่วยก็ได้นะ" ในที่สุดเธอก็พูด "แต่มีเงื่อนไข"
"เท่าไหร่" ซันถามทันที คิดว่าเป็เื่เงิน
"ไม่เอาเงินค่ะ" มิร่าเดินเข้ามาหาเขา หยุดตรงหน้า เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยตากลมโต แล้วชี้นิ้วขึ้นไปบนหัวตัวเอง "พี่ชายต้องลูบหัวหนู จนกว่าหนูจะพอใจ"
ห้องเงียบไปครู่หนึ่ง
"...อะไรนะ" มิวหลุดปากออกมาก่อนใคร
"ลูบหัวค่ะ" มิร่าย้ำ ทำตาปริบๆ "แค่นั้นแหละ ง่ายจะตาย หรือว่าพี่ชายทำไม่ได้ล่ะคะ"
ซันกุมขมับ ????
"มิร่า เธออายุเท่าไหร่แล้ว"
"อายุไม่เกี่ยวกับการอยากให้พี่ลูบหัวนี่นา"
"เอาเงินไปเถอะ ผมให้เท่าไหร่ก็ได้"
"ไม่เอา" มิร่ายืนกราน ปักหลักอยู่ตรงหน้าเขาแบบไม่มีทางถอย "ลูบหัว ไม่งั้นหนูไม่ช่วย แล้วพี่ชายก็ไล่ตามต้นทางไปอีกเป็เดือนนั่นแหละ เชิญตามสบายเลยค่ะ"
ซันมองหน้าเธอ
เขารู้ว่าเถียงไปก็แพ้ เขารู้มาตลอดสี่ปีว่าเวลามิร่าปักหลักแบบนี้ ไม่มีอะไรในโลกที่จะทำให้เธอถอยได้ และยิ่งเถียง เธอก็ยิ่งสนุก
เขาถอนหายใจยาวที่สุดในวันนั้น
"...ครั้งเดียว" เขายื่นเงื่อนไขกลับ "แล้วเธอต้องช่วยจริงๆ"
"จนกว่าหนูจะพอใจค่ะ ไม่ใช่ครั้งเดียว"
"มิร่า"
"จนกว่าหนูจะพอใจ ♡"
ซันหลับตา นับหนึ่งถึงสามในใจ แล้วยกมือขึ้น
แล้ววางมันลงบนหัวของมิร่า
ในวินาทีที่ฝ่ามือของเขาััเส้นผมนุ่มๆ นั้น มีบางอย่างเกิดขึ้นที่ทำให้แม้แต่ตัวซันเองก็เผลอนิ่งไป — มือของเขาขยับเอง ลูบลงช้าๆ เป็จังหวะที่ร่างกายจำได้โดยไม่ต้องสั่ง เหมือนเป็สิ่งที่เขาเคยทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน นานมาแล้ว ในที่ที่เขาพยายามลืม
และมิร่า — มิร่าที่กวน มิร่าที่ปั่น มิร่าที่ประกาศากลางโรงอาหาร — หลับตาลง
รอยยิ้มเ้าเล่ห์บนใบหน้าเธอค่อยๆ ละลายหายไป เหลือไว้แค่สีหน้าของคนที่ผ่อนคลายลงจนสุดใจ เอนศีรษะเข้าหาฝ่ามือนั้นเหมือนแมวที่หนาวมานาน เหมือนเด็กที่รอคอยอ้อมกอดมาทั้งชีวิตและเพิ่งจะได้มันกลับคืนมาแค่เศษเสี้ยว
มันเป็เสี้ยววินาทีเดียว — สั้นจนถ้ากระพริบตาก็พลาด
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น หน้ากากของเด็กสาวจอมป่วนหลุดออกจนหมด เหลือไว้แค่ความโหยหาดิบๆ ที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรเจือปน
ซันเห็นมัน
และเขาก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างบีบในอกที่เขาพยายามไม่ให้ตัวเองรู้สึกมาตลอด
อาเรียที่ยืนอยู่อีกฟากของห้องเห็นมันเหมือนกัน
เธอไม่ได้หึง — เพราะสิ่งที่เธอเห็นมันไม่ใช่ความรักแบบที่ต้องหึง มันคืออะไรที่ลึกกว่านั้น เก่ากว่านั้น และเจ็บกว่านั้น เธอเห็นด้านอ่อนโยนของซันที่จากหายไปนาน เห็นมือที่ปกติเ็าขยับด้วยความคุ้นเคยที่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะสร้างได้ และเธอก็เก็บภาพนั้นไว้เงียบๆ วางมันลงข้างๆ กองคำถามที่เธอยังไม่มีคำตอบ
มิวยืนอ้าปากค้าง มองทั้งคู่สลับไปมา แล้วกระซิบกับอาเรียเบาๆ
"...นี่ฉันควรจะโมโห หรือควรจะซึ้งดี"
"ไม่รู้สิ" อาเรียตอบเบาพอกัน สายตายังจับอยู่ที่มือของซัน "ฉันก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน"
ในที่สุดมิร่าก็ลืมตาขึ้น สูดหายใจเข้าเฮือกหนึ่งเหมือนเพิ่งตื่นจากความฝัน แล้วรีบดึงหน้ากากตัวป่วนกลับมาสวมเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ก้าวถอยหลังออกจากมือซัน หน้าแดงนิดๆ
"เอ่อ — ก็...พอใจระดับหนึ่งแล้ว" เธอพูด เสียงเสียจังหวะไปนิด "เอาเป็ว่า...หนูช่วยพี่ก็ได้ แต่ต้องลูบอีกเรื่อยๆ นะ ตลอดงานเลย ไม่งั้นหนูถอนตัว"
"ตกลง" ซันตอบ เร็วกว่าที่เขาตั้งใจจะตอบ
มิร่าหันหลังให้เขา ทำเป็เดินไปดูของกลางบนแท่นต่อ — แต่ซันเห็นว่าเธอยกมือขึ้นแตะหัวตัวเองตรงที่มือเขาเพิ่งวางอยู่ เบาๆ เหมือนกลัวว่ามันจะหายไป
และเป็ครั้งแรกั้แ่มิร่าโผล่เข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้ง ที่ซันไม่ได้รู้สึกแค่เอือมหรือปวดหัว
เขารู้สึกผิด
แต่ไม่ยอมให้ตัวเองคิดต่อว่าผิดเื่อะไร
มิร่ายืนอยู่หน้าแท่นวิเคราะห์ ฝ่ามือวางลงบนอุปกรณ์ active ที่ซันต่อเข้ากับเครื่องไว้แล้ว
"ลูบหัวอีก" เธอประกาศ ไม่หันมามองด้วยซ้ำ "ตามข้อตกลง"
ซันถอนหายใจ แต่ก็ยกมือขึ้นลูบหัวเธอหนึ่งที พอเป็พิธี — และในวินาทีที่เขาทำ เขาก็รู้สึกได้ว่าพลังเวทที่มิร่ากำลังจะปล่อยออกมานั้นไหลลื่นขึ้นทันที เหมือนเครื่องยนต์ที่เพิ่งได้รับน้ำมัน
เขาไม่ชอบความบังเอิญนั้นเลย แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคิดเื่นั้น
"เอาล่ะ ค่อยๆ ปล่อยพลังเข้าไป" เขาสั่ง ย้ายมาจับจอ "อย่าเยอะ แค่พอให้วงจรมันตื่น"
มิร่าหลับตา แล้วพลังเวทก็ไหลออกจากฝ่ามือเธอเข้าสู่อุปกรณ์ — และคราวนี้ต่างจากตอนที่อาเรียเป็คนป้อนพลังโดยสิ้นเชิง พลังของอาเรียมหาศาลแต่ดิบ เหมือนเอาน้ำทะเลทั้งมหาสมุทรราดลงไป ส่วนพลังของมิร่า...มันเข้ากันกับอุปกรณ์ราวกับถูกออกแบบมาให้เป็เนื้อเดียวกัน ลื่น แเี ไหลเข้าไปในทุกซอกของวงจรเหมือนมันรู้ทางอยู่แล้ว
บนจอ เส้นพลังที่เคยมัวๆ สว่างวาบขึ้นเป็ร่างแหชัดเจน
"เห็นไหม" ซันชี้ "อุปกรณ์มันส่งพลังออกหลายทาง แต่ละเส้นคือสายที่โยงไปอุปกรณ์อีกชิ้นในเครือข่าย ปัญหาคือเส้นพวกนี้ส่วนใหญ่เป็ทางอ้อม วนไปวนมา แต่จะมีอยู่เส้นนึงที่ 'หนา' กว่าเพื่อน — เส้นที่ใกล้เส้นหลักที่สุด"
"แล้วเราตามเส้นหนาไป" อาเรียพูดต่อ เข้าใจทันที
"ใช่ ตามเส้นหนาไปหาอุปกรณ์ชิ้นถัดไป พอถึงชิ้นนั้น เราก็ป้อนพลังอ่านใหม่ หาเส้นหนาของมันต่อ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ละลำดับจะเข้าใกล้ต้นทางขึ้น"
มิวที่ยืนดูอยู่เอียงคอ
"ฟังดูเหมือนตามเส้นด้ายไปหากลุ่มด้ายเลยนะ"
"ประมาณนั้นแหละ"
มิร่าเพิ่มพลังขึ้นอีกนิด และตรงนั้นเอง — ตอนที่พลังของเธอไหลแรงขึ้น ผ่านวงจร สะท้อนกลับมาในอากาศรอบตัวเขา — ซันก็รู้สึกถึงมัน
บางอย่างในร่างกายเขาขยับ
เหมือนมีอะไรที่หลับอยู่ลึกๆ ในตัวเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อรับรู้ถึงพลังชนิดนั้น พลังของซัคคิวบัส มันไม่ใช่ความเจ็บ มันแย่กว่านั้น มันคือความ...อยาก แรงดึงดูดบางอย่างที่บอกให้เขาเอื้อมไปหา ดูดมันเข้ามา กลืนมันลงไป
ซันกัดด้านในแก้มตัวเองแรงๆ
เขาหยั่งสติลงไปที่ความเจ็บแปลบนั้น ใช้มันเป็สมอ ดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน กดสิ่งที่เพิ่งตื่นขึ้นในตัวให้กลับไปหลับเหมือนเดิม ทั้งหมดเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ใบหน้าเขาไม่กระดิกแม้แต่น้อย มือยังจับจออยู่นิ่งสนิท
อาเรียที่ยืนข้างๆ ไม่ทันสังเกตอะไรเลย เธอกำลังจ้องเส้นพลังบนจอ
แต่มิร่า — มิร่าที่หลับตาป้อนพลังอยู่ — เปิดเปลือกตาขึ้นแค่ครึ่งเดียว มองมาที่ซันแวบหนึ่ง
รอยยิ้มกวนๆ บนหน้าเธอหายไปชั่วขณะ
แต่เธอก็หลับตาลงเหมือนเดิม ปล่อยให้รอยยิ้มกวนๆ กลับมาช้าไปกว่าปกติหนึ่งจังหวะ เหมือนกับที่ทุกคนในห้องนี้ต่างมีเื่ที่ไม่ยอมวางลงบนโต๊ะ
"...เจอแล้ว" ซันพูด เสียงเรียบจนกลบความผิดจังหวะเมื่อครู่ได้สนิท เขาซูมจอเข้าไปที่เส้นพลังเส้นหนึ่งที่หนากว่าเพื่อน "เส้นหลักของชิ้นนี้ชี้ไปทางนี้ ระยะไม่ไกล"
เขานิ่งคำนวณอยู่ครู่หนึ่ง ไล่สายตาไปตามโครงข่ายบนจอ ประเมินความหนาของเส้น ระยะห่างของแต่ละลำดับ จำนวนชั้นที่ซ้อนกันอยู่
"ถ้าโครงสร้างมันสม่ำเสมอแบบที่ผมเห็น" เขาสรุป "เราตามไม่เกิน 5 ชิ้นก็ถึงต้นทาง 5 ลำดับ อย่างมาก"
"5 ชิ้น" มิวทวน "ฟังดูไม่เยอะนี่"
"ไม่เยอะ แต่ปัญหาคือการได้ของแต่ละชิ้นมา" ซันหันมา "เราต้องได้อุปกรณ์ active ของเป้าหมายแต่ละลำดับมาอ่านจริงๆ ถึงจะตามต่อได้ ของพวกนี้อยู่กับเ้าของที่ยังใช้มันอยู่ ในห้องส่วนตัวของแต่ละคน"
ห้องเงียบไปครู่หนึ่ง พอทุกคนเข้าใจว่ามันแปลว่าอะไร
"แปลว่าต้องมีคนเข้าไปเอามันออกมา" อาเรียพูด "แบบเงียบๆ"
"ใช่" ซันมองเธอ "และคนที่ลอบเข้าไปได้โดยไม่ให้ใครรู้ตัว เคลื่อนที่ในที่แคบได้ จัดการได้ถ้ามีคนขวาง แล้วออกมาโดยไม่ทิ้งร่องรอย — มีคนเดียวในทีมนี้"
อาเรียยกมุมปากขึ้น
"ในที่สุดก็มีงานที่เหมาะกับฉันสักที"
"นี่ ไม่ยุติธรรมนะ" มิวค้านขึ้นมาทันที "ตอนฉันต้องไปเป็น้องเบลล่อผู้ชาย ทำไมไม่ส่งอาเรียไปบ้าง"
"เพราะตอนนั้นต้องล่อ คราวนี้ต้องลอบเข้าไป" ซันตอบหน้าตาเฉย "งานคนละแบบ"
"...ก็จริง" มิวยอมรับแบบไม่เต็มใจ แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ไม่ต้องเอาหน้าตัวเองไปยุ่งกับเื่บัดสีอีกแล้ว "เอาเถอะ อย่างน้อยรอบนี้ฉันแค่นั่งดู"
"เธอไม่ได้นั่งดู เธอช่วยมิร่าอ่านคลื่นตอนอาเรียเอาของกลับมา" ซันแก้ "ส่วนมิร่า..."
"หนูป้อนพลังให้ทุกลำดับค่ะ" มิร่าพูดขึ้น เสียงกลับมาเป็โทนกวนเหมือนเดิมราวกับเมื่อกี้ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น "แลกกับลูบหัวทุกครั้งที่ทำงานเสร็จนะ ลำดับละ 1 ที 5 ลำดับก็ 5 ที"
"มิร่า"
"ห้าที พี่ชาย ไม่งั้นหนูถอนตัวกลางคัน แล้วพี่ก็ตามต่อไม่ได้"
ซันมองเธอ มองรอยยิ้มได้ใจนั้น แล้วก็รู้อีกครั้งว่าเขาไม่มีทางชนะการต่อรองกับมิร่าได้เลย
"...ห้าที" เขายอม
มิร่ายิ้มกว้าง ดีดตัวขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะอย่างพอใจ แกว่งขาไปมา
อาเรียมองภาพนั้น — มิร่าที่ได้ใจ ซันที่จำยอม ความคุ้นเคยที่ไหลอยู่ระหว่างทั้งคู่ — แล้วก็หันกลับไปเตรียมตัวสำหรับงานของเธอ โดยไม่พูดอะไร
เธอยังเก็บคำถามทั้งหมดไว้ในใจเหมือนเคย
ลำดับที่ 2 อยู่ในเมือง ไม่ไกล และคืนนี้เธอจะเข้าไปเอามันออกมา
ไม่มีใครในห้องรู้ว่านาฬิกาอีกเรือนหนึ่งเพิ่งเริ่มเดิน — นาฬิกาที่นับถอยหลังอยู่ในร่างกายของซัน ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้พลังของมิร่า เข็มของมันก็ขยับไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว
และ 5 ลำดับ อาจไกลกว่าที่ร่างกายเขาจะทนไหว
รถตู้จอดอยู่ในเงาของต้นไม้ฝั่งตรงข้ามคอนโด ห่างพอที่จะไม่มีใครสังเกต แต่ใกล้พอที่ซันจะรับสัญญาณได้ชัด
"เป้าหมายอยู่ชั้นสิบ ห้องมุม" ซันพูด สายตาจับอยู่ที่แท็บเล็ตบนตัก "ตอนนี้บ่ายโมง เ้าของห้องน่าจะอยู่ที่ทำงานไม่ก็เรียนอยู่ เรามีเวลาประมาณสองชั่วโมง"
"แล้วเื่เรียนของพวกเราล่ะ วันนี้มีคาบบ่ายไม่ใช่เหรอ"
"ปีสองไม่เช็กชื่อหรอก" ซันตอบ "สาขาเวทคนเป็ร้อย อาจารย์จำหน้าไม่ได้ด้วยซ้ำ โดดได้สบาย"
มิวลืมคิดไป ไว้สองคนนี้มันเอาตัวรอดเื่มหาลัยได้อยู่แล้ว มีแค่เธอเนี่ยแหละที่ต้องเป็ห่วงตัวเอง
มิวเงียบไปครู่หนึ่ง มองไปรอบๆ รถตู้คันใหญ่ที่ติดอุปกรณ์ครบครัน มองคอนโดหรูตรงหน้า แล้วก็มองซันที่นั่งบัญชาการอยู่อย่างเป็ธรรมชาติ
"จะว่าไป" เธอพูดช้าๆ "ฉันเริ่มสงสัยแล้วนะ ครอบครัวนายมันยังไงกันแน่ ทำไมนายถึงมีทั้งคอนโดหรู รถตู้ แล้วก็น้องสาวกับะเิแบบนี้"
มิร่าที่นั่งอยู่ข้างซันยกมือทำท่าะเิประกอบคำว่า 'กับะเิ' อย่างภาคภูมิใจ
ซันไม่เงยหน้าจากจอ
"ซับซ้อนกว่าที่คุณจะจินตนาการได้แน่"
"นั่นไม่ใช่คำตอบเลยนะ"
"ผมรู้"
มิวอ้าปากจะถามต่อ แต่อาเรียที่นั่งอยู่เบาะหน้าก็เปิดประตูรถลง ปรับถุงมือที่ข้อมือ
"ฉันไปก่อนนะ" เธอพูด เสียบหูฟังสื่อสารเข้าหู "ชั้นสิบใช่ไหม"
"ใช่ ระวังกล้องตรงระเบียงชั้นเจ็ด" ซันตอบ "แล้วก็ — อาเรีย"
เธอหันมา
"ของอยู่ในห้องนอน ลิ้นชักหรือใต้เตียง พวกนี้ชอบเก็บไว้ใกล้ตัว เอามาให้ครบ อย่าให้พังก่อน"
อาเรียพยักหน้า แล้วก็หายเข้าไปในเงาของตึก
ไม่กี่วินาทีต่อมา ซันก็เห็นร่างของเธอจากกล้องที่ติดตามไว้ — อาเรียย่อตัวลง แล้วพุ่งขึ้นในแนวดิ่ง พลังเวทะเิออกจากฝ่าเท้าดันร่างเธอลอยขึ้นไปเกาะระเบียงชั้นสาม ก่อนจะไต่ขึ้นต่อทีละชั้น เร็ว เงียบ และแม่นยำราวกับแมว ไม่ถึงนาทีเธอก็ถึงชั้นสิบ
"ถึงแล้ว" เสียงเธอดังในหูฟัง "กำลังเข้า"
"ดี" ซันตอบ แล้วหันกลับไปที่จอ เริ่มเตรียมเครื่องอ่านสำหรับของชิ้นใหม่ที่อาเรียจะเอากลับมา
แล้วเขาก็รู้สึกถึงน้ำหนักที่ทิ้งตัวลงพิงไหล่เขา
"พี่ชายคะ" มิร่าพูดเสียงอ้อน แก้มแนบกับต้นแขนเขา "อาเรียไม่อยู่แล้วนะ"
"ผมรู้ ผมเป็คนสั่งให้เธอไปเอง" ซันตอบ ไม่ละสายตาจากจอ "ไปนั่งที่ของเธอ ผมกำลังทำงาน"
"ก็หนูเบื่อนี่นา"
มิร่าเลื้อยขึ้นมาใกล้กว่าเดิม แขนคล้องรอบคอเขา ริมฝีปากเล็กๆ ไล่จากแก้มไปที่กกหู
"เล่นกับหนูหน่อยสิ" เธอกระซิบ ลมหายใจอุ่นรดใบหู "แค่แป๊บเดียวเอง อาเรียไม่รู้หรอก"
"มิร่า เลิกได้แล้ว" ซันปัดไหล่เบาๆ ตายังจับอยู่ที่สัญญาณบนจอ "ผมต้องคุมจังหวะให้อาเรีย ถ้าพลาดโดนจับได้ต้องมีเื่ไปเคลียร์กับตำรวจอีก"
"งั้นพี่ก็ทำงานไป หนูไม่ขัด"
แต่เธอขัด — เธอกัดติ่งหูเขาเบาๆ มือเลื้อยลงไปลูบที่หน้าอกผ่านเสื้อ ส่งเสียงครางในลำคอที่ดังพอจะกวนสมาธิคนทั้งรถ ทุกครั้งที่ซันพยายามโฟกัสกลับไปที่จอ เธอก็หาทางดึงความสนใจกลับมาด้วยััใหม่ จุดใหม่ เสียงใหม่
"นี่!" มิวที่เบาะหลังหน้าแดงก่ำ "เธอ — เธอหยุดเดี๋ยวนี้นะ! เขากำลังทำงานอยู่! แล้วฉันก็นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย!"
มิร่าไม่สนใจ เธอเงยหน้าขึ้นมองซัน ดวงตาเป็ประกายท้าทาย
"หนูจะเงียบก็ได้" เธอพูด "ถ้าพี่ชายจูบหนู จริงจังด้วยนะ หนูถึงจะเงียบ"
ซันถอนหายใจ
"ผมไม่มีเวลามาเล่นเกมของเธอ"
"งั้นหนูก็จะส่งเสียงไปเรื่อยๆ" มิร่ายิ้ม แล้วครางยาวขึ้นอีกเสียงเพื่อพิสูจน์
ในหูฟัง เสียงอาเรียดังขึ้นมา เรียบสนิท
"จูบไปเลย"
ซันชะงัก
"อะไรนะ"
"ได้ยินแล้วนี่" อาเรียพูด น้ำเสียงไม่มีอารมณ์ให้จับได้แม้แต่นิด "ฉันกำลังลอบเข้าไปแล้ว ไม่อยากให้มีเสียงครางของน้องสาวนายดังแทรกตอนฉันต้องพังกลอนประตู จูบให้มันเงียบ แล้วทำงานของนายต่อ"
เพราะบานนั้นล็อกด้วยกลไกเวทมนตร์ อาเรียพอจะแก้ล็อกได้แต่ก็ต้องใช้สมาธิ เธอต้องเข้าไปในห้องแบบไม่ให้เหลือหลักฐานอีก
มิวอ้าปากค้าง
"อาเรีย เธอ—"
แต่ซันวางแท็บเล็ตลงบนตักไปแล้ว
เขาหันไปหามิร่า จับคางเธอ แล้วจูบลงไป — ไม่ใช่จูบหอมแก้มแบบที่เธอเคยทำ ไม่ใช่จูบเล่นๆ แต่เป็จูบที่จริงจังอย่างที่เธอขอ ลึกและนิ่ง ลิ้นสอดเข้าไปจนมิร่าที่เป็ฝ่ายยั่วมาตลอดต้องสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความไม่ทันตั้งตัว
แล้วเขาก็ถอนออก หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาทำงานต่อด้วยสีหน้าที่พยายามให้เรียบที่สุด
"เงียบซะนะ" เขาพูด "ตามที่ตกลง"
มิร่านั่งนิ่ง หน้าแดงขึ้นมานิดๆ มือแตะริมฝีปากตัวเอง — แต่แล้วรอยยิ้มได้ใจก็กลับมาบนใบหน้า เพราะในหัวของเธอ เธอเพิ่งชนะ เธอได้จูบจากซัน จูบจริงจัง และอาเรียก็คงโกรธจนทนไม่ไหว
ราวกับเป็การตอบ ประตูรถตู้ก็เปิดออก
อาเรียกลับมาแล้ว ในมือถือถุงผ้าที่มีของ active อยู่ข้างใน ผมเธอยุ่งนิดหน่อยจากการไต่ตึก แต่สิ่งที่มิร่าสังเกตเห็นก่อนอื่นคือสีหน้าของเธอ
อาเรียดูโกรธ
มิร่ายิ้มกว้างขึ้น นี่ไง ชนะแล้ว ยัยปีศาจที่ไม่เคยหวั่นไหวกับอะไรเลย ในที่สุดก็—
อาเรียโยนถุงผ้าใส่ตักซันเบาๆ ก้มลงเข้ามาในรถ
แล้วแทนที่จะตวาด แทนที่จะหึง แทนที่จะทำอะไรที่มิร่าเตรียมรับมือไว้ เธอกลับเดินตรงเข้ามาหาซัน จ้องหน้าเขานิ่งอยู่วินาทีหนึ่ง
"ของได้ครบ" เธอบอก เสียงต่ำ "ส่วนนาย..."
เธอจับคอเสื้อเขา ดึงเข้ามา แล้วจูบ ทั้งยาวและรุนแรง
"อาเรีย ดะ...เดี๋ยว... อะ.. อืม..."
จูบที่หนักหน่วงกว่าของมิร่าหลายเท่า เด็ดขาด เป็เ้าของ ไม่ขออนุญาตใคร เป็จูบที่ประกาศกรรมสิทธิ์ลงไปบนตัวซันชัดเจนเสียจนไม่มีที่ว่างให้ตีความเป็อย่างอื่น กดเขาลงกับเบาะจนแท็บเล็ตเกือบหล่น แล้วถึงจะถอนออกมาช้าๆ
"ฉันต้องทำความสะอาดสิ่งสกปรกในปากเน่าๆ ของนาย" เธอพูด ปาดมุมปากตัวเอง สายตายังจับอยู่ที่ซัน
"ขะ...ขอผมพักก่อน"
"ไม่ หยุดสำออยได้แล้ว"
อาเรียประทับจูบอีกครั้ง มือของซันที่พยายามดันไหล่เธอถูกจับไว้แน่น ร่างกายของเขาดิ้นพล่านเหมือนจะร้องขอความเมตตา แต่ผู้กดขี่กลับไร้ปรานี และยัง่ชิงลมหายใจเขาต่อ
มิร่าที่เพิ่งคิดว่าตัวเองชนะ นั่งค้างอยู่กับที่ ปากอ้าเล็กน้อย รอยยิ้มได้ใจแข็งทื่ออยู่บนหน้า
เธอแพ้อีกแล้ว — และคราวนี้แพ้ในเกมที่เธอเป็คนเลือกเอง
ส่วนมิวที่นั่งอยู่เบาะหลัง ได้แต่มองทั้งสามคนสลับไปมา ก่อนจะทิ้งตัวพิงพนัก เอามือก่ายหน้าผาก
"ฉันไม่น่าเป็ห่วงเลย" เธอพึมพำกับเพดานรถ "ไอ้คู่รักมลพิษสายตา"
เซ็กทอย์ที่สองพาพวกเขาออกจากย่านที่อยู่อาศัยมุ่งเข้าใจกลางเมือง
ซันนั่งเบาะกลางรถตู้ วางอุปกรณ์พกพาไว้บนตัก มือซ้ายจับเครื่องอ่าน มือขวา...วางอยู่บนหัวมิร่าที่นั่งเบียดข้างเขา ลูบช้าๆ เป็จังหวะ เพราะถ้าเขาหยุดเมื่อไหร่ พลังเวทที่เธอป้อนเข้าเครื่องก็จะแ่ลงทันที แล้วสัญญาณก็จะหาย
"เลี้ยวซ้ายตรงแยกหน้า" เขาบอกคนขับ ตาจับอยู่ที่เส้นพลังบนจอ "สัญญาณแรงขึ้น เราเข้าใกล้แล้ว"
สิ่งเดียวที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้ไม่ราบรื่นนัก คือเสียงพึมพำที่ไม่เคยหยุดจากมิร่า — ซึ่งทั้งๆ ที่ได้ลูบหัวสมใจ กลับใช้ปากที่ว่างนั้นด่าคนที่นั่งอยู่เบาะหน้าไม่หยุด
"ยัยปีศาจ" เธอกระซิบ มองเสยไปที่ท้ายทอยอาเรีย "แกเลิกยั่วยวนพี่ชายนะ พี่ชายน่ะเป็ของฉัน เธอมันก็แค่ยัยแพศยา"
อาเรียที่นั่งอยู่เบาะหน้าไม่หันมาด้วยซ้ำ
"แพศยาที่นอนในห้องของผู้ชาย" เธอพูดลอยๆ มองออกไปนอกหน้าต่าง "ส่วนเธอเมื่อคืนนอนที่ไหนนะ บนโซฟากับหมอนใช่ไหม กอดผ้าขนหนูของฉันด้วย"
มิร่าสำลักคำด่าของตัวเองกลางคัน หน้าแดงขึ้นมาทันที
"นั่น — นั่นมันแค่ครั้งเดียว!"
"ครั้งเดียวก็คือเคยน่ะแหละ"
"พี่ชาย! ยัยปีศาจแกล้งหนู!"
"เธอด่าเขาก่อน" ซันตอบโดยไม่เงยหน้า มือยังลูบหัวเธอเหมือนเดิม "เงียบได้แล้ว ผมต้องโฟกัส"
มิร่าทำปากยื่น แต่ก็เงียบลง — อย่างน้อยก็ชั่วคราว