เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K!

    ตอนที่ 10: ลาภสักการะ

            “เมื่อวานเจ๊ไปหาหลวงพี่ที่วัดแต่หลวงพี่ทำวัตรอยู่จึงถวายสังฆทานให้เณรพลับไปแทนเ๽้าค่ะ” 

             

            เจ๊พรบอกกับพระอนุตตโร ทั้งยังให้ลูกกับเด็กช่วยงานในร้านไปขนข้าวของมาอีกเยอะมากเพื่อจะถวายให้แก่เฉพาะพระบวชใหม่รูปนี้

             

            “ยังต้องเดินอีกไกลกว่าจะกลับวัดโยมถวายกระทั่งของแห้งมากมายขนาดนี้จะเป็๲การรังแกพระเกินไปนะโยม”  

            หลวงตาแช่มออกปากห้ามปรามแทนพระเดชที่ก้มหน้านิ่งเงียบไม่พูดไม่จา

             

            “เด็กวัดก็มีเดินตามหลังอยู่เป็๞พระจะปฏิเสธไม่รับบาตร ไม่โปรดสัตว์ไม่ได้นะเ๯้าคะหลวงตา” เจ๊พรเถียง

             

            “ก็รังแกเ๯้าส้มเกินไป มันถือของแทนพระก็หนักใช่น้อยนะโยม”หลวงตายังคงปรามความออกนอกหน้าของอาเจ๊ร้านลูกชิ้น

             

            “ยังไงก็รับบาตรก่อนเถอะครับของพวกนี้เดี๋ยวผมขี่รถเอาไปส่งที่วัดให้อีกที จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนเด็ก ๆ”เฮียตั๊วะ สามีเจ๊พรว่า

             

            เมื่อเป็๞เช่นนั้นหลวงตาแช่มถึงกับหาข้อโต้เถียงอะไรไม่ได้อีกต่อไปพระอุปัชฌาย์และพระนวกะได้แต่ยืนนิ่งเปิดฝาบาตรให้ครอบครัวเจ๊พรต่างพากันถวายข้าวน้ำขนมกันด้วยหน้าตาแช่มชื่น

             

            จนเมื่อกระทั่งไตเติ้ลเห็นซองสีขาวที่เจ๊พรหยิบออกมาพระเดชก็รีบปิดฝาบาตรของตนลงทันควัน

             

            เจ๊พรชะงัก ในซองสีขาวนั้นเธอใส่ปัจจัยไว้มากพอดูเห็นจากความหนาของซองแล้วคนทั่วไปก็มักไม่คาดคิดหรอกว่าทั้งหมดในซองนั้นจะเป็๞แบงก์พันนับได้ถึงหมื่นอันที่จริงแล้วแบงก์พันก็เพิ่งจะออกให้ใช้แค่สองสามปีที่ผ่านมานี้เอง[1] คนทั่วไปฐานะปานกลางส่วนใหญ่ไม่ค่อยพกแบงก์ใหญ่โตแบบนี้หรอก

             

            เจ๊พรก็ใช่จะเป็๞มหาเศรษฐีความงกเงินใช้จ่ายยังมีอยู่มาก แต่จากความรอดตายของสามีที่ผ่านมานั้นทำให้เธอรู้สึกว่าเงินเท่าไหร่ก็ซื้อชีวิตผัวเอาไว้ไม่ได้หากอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นรุนแรงจริงๆ

            ดังนั้นแล้วเถ้าแก่เนี้ยร้านลูกชิ้นจึงลงทุนไปธนาคารแลกเอาแบงก์พันใหม่ ๆ มาถึงสองปึก ใส่ซองแล้วเตรียมไว้ถวายตอบแทนพระอนุตตโรท่านนี้โดยเฉพาะ 

             

            หากเมื่อเห็นพระปิดฝาบาตรใส่หน้าเจ๊ก็ชะงักไปชั่วครู่หนึ่งก่อนจะฉีกยิ้มหวานแล้วเตรียมวางซองขาวนั้นลงบนฝาบาตร และทันที พระอนุตตโรก็เบี่ยงกายหลบไม่ยอมให้เจ๊พรถวายเงินได้สำเร็จ

             

            หลวงตาแช่มมองดูพฤติกรรมของพระและโยมอย่างนึกสนุกเห็นทีเ๽้าเดชจะงานเข้า ถูกกิเลสทดสอบเข้าแล้วในครานี้ 

             

            หลวงตาไม่เคยห้ามพระในวัดรับซองทำบุญจากญาติโยมเพราะคำว่าพระไม่ใช้เงินนั้นมันมีอยู่แต่ในมโนยุคพุทธกาลเท่านั้นถ้าวัดยังต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ พระยังต้องจ่ายค่าสบู่ ผงซักฟอกเครื่องใช้ส่วนตัวทั้งหลาย ไปหาหมอก็ยังจะต้องมีค่าหยูกค่ายาในเมื่อโลกมันเป็๲แบบนี้แล้วจะห้ามไม่ให้พระจับเงินนั้นคงเป็๲ไปไม่ได้

             

            แต่หลวงตามองจากความหนาของซองแล้วก็ประเมินได้ว่าปัจจัยในนั้นมากหลายอยู่หากรับเงินที่มากเกินไปก็อาจจะเป็๲ปัญหาได้แต่ยัยพรแสนแสบนี่ก็เอาเงินมาถวายใส่บาตรอย่างนี้แม้จะเลี่ยงไม่ยอมรับก็สามารถทำได้แต่น่าจะเถียงกันต่ออีกยาวจนหมดเวลาจะไปรับบาตรบ้านอื่นเอาได้เช่นกัน

             

            “เป็๲พระ ปฏิเสธบุญที่ญาติโยมถวายให้ไม่ควรนะเ๽้าคะ”  

            เจ๊พรเริ่มยิ้มหน้าเกร็งพยายามจะพูดดีแกมบังคับให้พระอนุตตโรรับซองปัจจัยไปให้ได้

             

            “ไม่ได้ปฏิเสธแต่โยมถวายผิดวิธีอาตมาจึงรับเอาไว้มิได้” 

            พระเดชตอบด้วยท่าทางสุภาพ ความสำรวมในกิริยายามที่บวชนั้นทำให้เสียงที่เอ่ยกล่าวออกมาน่าฟังไพเราะรื่นหู

             

            “ผิดวิธี? แล้วโยมต้องถวายอย่างไรเ๽้าคะจึงจะถูกวิธี?” เจ๊พรซักด้วยสีหน้าแปลกใจ

             

            “พุทธองค์ท่านไม่หนุนให้พระรับปัจจัยเงินทองเพราะหาประโยชน์อันใดสำหรับพระมิได้เลยแต่พระออกบิณฑบาตนั้นเพราะ๻้๵๹๠า๱เพียงอาหารยังชีพดังนั้นแล้วคุณโยมจึงควรนำปัจจัยในซองนั้นแปรเปลี่ยนเป็๲ข้าวสาร อาหารแห้งอาหารกระป๋อง หากให้เก็บไว้ได้นานก็ควรเลือกที่หมดอายุในปีหน้าหากให้สะดวกใช้สอยก็ควรบรรจุเป็๲ชุดเล็ก ใส่ถุงไว้เป็๲ชุด ๆแล้วสติ๊กเกอร์แบรนด์ร้านของโยมก็ควรติดมาที่หน้าถุงด้วยในทุกถุงผู้ที่เอาไปใช้จะได้รู้ว่าบุญนี้มาจากใคร พระเ๽้าได้อนุโมทนาให้พรได้ถูกคน”

             

            ฟังที่พระอนุตตโรว่ามาแล้วเจ๊พรถึงกับอึ้งงันไปที่วัดก็ยังถวายไม่ได้ มาดักรอใส่บาตรก็ยังถวายปัจจัยไม่ได้อีกดูจากความหนาของซองแล้วหลวงพี่น่าจะรู้อยู่นะว่าปัจจัยในนี้มันมากหลายถ้าปฏิเสธมาเสียเลยเธอยังจะพยายามพูดตะล่อมหาทางให้รับไปให้ได้แต่หลวงพี่เล่นเลี่ยงมาเวย์นี้…

             

            นอกจากจะบังคับให้รับไม่ได้แล้วเจ๊พรยังต้องเหนื่อยเอาเงินในซองนี้ไปซื้อข้าวสารอาหารแห้งจัดเป็๲ชุดๆ เหมือนถุงยังชีพถวายให้กับวัดอีกเหรอเนี่ย?

             

            มิน่าล่ะ… คนเขาถึงได้ว่า จะทำบุญกับพระดี ๆ เนี่ยมันยากกกกกส์ลำบากหนักหนาเสียเหลือเกิน

             

            “รับบุญเ๽้าค่ะโยมจะรีบจัดการแล้วนำไปถวายในวันสองวันนี้แหละเ๽้าค่ะ”  

            เจ๊พรเสียงอ่อยลงผิดกับหลวงตาแช่มที่กำลังลอบอมยิ้มขันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

             

            “รู้ใช่ไหมว่าการใส่บาตรนั้นก็เรียกได้ว่าสังฆทานอันว่าสังฆทานนั้นแปลได้ว่าทานของสงฆ์หมายถึงทานที่ถวายให้แก่สงฆ์รูปใดก็ได้โดยไม่จำเพาะเจาะจง”

             

            “เข้าใจเ๯้าค่ะ เมื่อวานเพิ่งจะถูกหลวงตาเทศน์มาหยก ๆเดี๋ยวเจ๊หอบของเข้าวัดไปเจอพระรูปไหนก็จะถวายให้กับพระรูปนั้นแหละเ๯้าค่ะ”เจ๊พรหน้าจ๋อย 

             

            เฮ้อ…จะทำบุญกับพระดี ๆ ได้เนี่ยมันยากเย็นเหลือเกินซะจริงจริ๊งงงงง

             

            เคลียร์กันได้พระและโยมต่างก็ให้ศีลรับพรกันหลวงตาแช่มมองดูวิธีการแก้ปัญหาของพระเดชที่ทำให้เจ๊พรต้องยอมแพ้จนไปต่อไม่ถูกแล้วก็ให้ยอมรับในไหวพริบและความคงมั่นไม่หวั่นไหวในกิเลสเงินทองของพระหนุ่มรูปนี้

             

            หากเป็๞ไอ้เ๯้าเดชคนเดิมรับรองว่าจะต้องตาวาวด้วยความละโมบและรับซองปัจจัยนั้นมาในทันทีเป็๞แน่เป็๞เช่นนั้นหลวงตาก็ไม่มีสิทธิ์จะห้าม หากจะเป็๞ห่วงก็แต่อนาคตของเ๯้าลูกมะพลับก็เท่านั้นว่าถ้าพ่อของมันยังไม่ได้คิดกลับตัวกลับใจแท้จริง ยังคงมีนิสัยรักสบายมีความละโมบโลภเงินตราไม่ต่างไปจากไอ้เดชคนเดิม ภายภาคหน้าต่อไปเ๯้ามะพลับก็คงจะลำบาก

             

            แต่เ๯้าเดชเวอร์ชั่นตายแล้วฟื้นคนนี้…ไม่เพียงแค่คิดสำนึกในความไม่ดีของตนได้ หากนิสัยก็ยังแปรเปลี่ยนมีความตั้งมั่นที่จะกลับตัวกลับใจ ไม่หลงใหลไปกับกิเลสเงินทองที่มากองอยู่ตรงหน้า 

             

            เ๯้าเดชคนนี้ช่างน่าชื่นชมนักหลวงตาแช่มก็ได้แต่ให้พรอยู่ในใจว่าขอให้อนาคตภายภาคหน้าของพระเดชและเ๯้าลูกพลับสดใส

             

            สว่างไสวดังที่เ๯้าตัวคาดหวังเอาไว้ก็แล้วกัน.

    [1]แบงก์พันออกใช้ครั้งแรกปี2535